xs
xsm
sm
md
lg

“เป้ย” ประกาศแขวนเต้า เกรงใจลูก-ผัว เผยก่อนรับงานต้องให้ “ป๊อบ” สแกนทุกอย่าง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“เป้ย ปานวาด” ยันไม่เลิกใส่คอนแทคเลนส์ หลังตาติดเชื้อหวิดบอด เผยสาเหตุเป็นเพราะตนสุขภาพไม่แข็งแรง ตอนนี้หมอให้ใส่แว่นไปก่อน มั่นใจไม่เคยชิ่งหนีไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ อ้างทีมงานไม่แจ้ง ส่วนตนต้องรีบกลับบ้านไปดูแลลูก รับแขวนเต้าให้กลับมาเซ็กซี่เหมือนเก่าคงไม่ได้ ทุกวันนี้ออกงานยังต้องขออนุญาตสามี เบรกโครงการปั๊มลูกคนที่ 2 เหตุเลือดไม่แข็งแรง

มาร่วมงานเปิดตัว “CP OMEGA SUPER PLUS SUPER MOM & THE EGG TIME STORIES” ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ต้อนรับวันแม่ที่กำลังจะมาถึง งานนี้คุณแม่คนเก่ง “เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน” ควงคู่มากับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง “น้องโปรด อัษศดิณย์ บุญยรัตกลิน” โดยเปิดใจว่าช่วงนี้อาจจะออกงานถี่หน่อย แต่จริงๆ รับไว้ก่อนอยู่แล้ว ก่อนโต้กระแสข่าวเมาท์เป็นคุณแม่ชิ่งหนีสื่อไม่ยอมให้สัมภาษณ์

“วันนี้พาน้องโปรดออกงานค่ะ (หัวเราะ) หลังจากที่ไม่ได้ออกตั้งนานเนอะ ตอนนี้ก็โอเค คือเราป่วยตัว แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว ก็เลยพามาออกงานค่ะ จริงๆ คือเหมือนเรารับไว้นานแล้ว คือทั้งเลื่อนทั้งยกเลิกก็มีค่ะ ช่วงนี้อาจจะดูออกงานถี่หน่อย แต่จริงๆ รับไว้ก่อนแล้ว”

“ช่วงนี้น้องโปรดชินกล้องมากขึ้น จริงๆ คือมันเป็นไปตามวัยของเขามากกว่าค่ะ แต่ละวัยแต่ละช่วงก็ไม่เหมือนกันว่าเขาจะเป็นยังไง เขาเป็นเด็กรู้เรื่องอยู่แล้ว แต่บางจังหวะเขาไม่ชอบเสียงดัง ไม่ชอบเหตุการณ์อะไรบางอย่าง แต่โดยรวมแล้วอยู่ส่วนตัวอยู่ที่บ้านก็คือจะร่าเริงสดใส วันนี้พี่ป๊อบมาด้วย เป็นวันเสาร์ก็เลยมาให้กำลังใจค่ะ”

“ปกติพี่ป๊อบเขาก็จะห่วงลูกอยู่แล้วเวลาถ่ายแบบ เขาก็จะซีเรียสนิดหนึ่ง หรือทำงานอะไรก็ตามแต่เขาก็จะคุยก่อนว่าลูกโอเคไหม อยู่ในช่วงเวลาแบบไหน แต่บางทีก็ไม่สามารถจะต้องเลือกโน่นเลือกนี่ได้ เราก็ต้องเคารพในส่วนของงานด้วย แต่เราก็ไม่ได้ว่าจะรับงานถี่ทุกเดือนๆ ก็ดูเป็นจังหวะไป อย่างช่วงนี้เขาปิดเทอมรับได้เพราะว่าเงินทั้งหมดก็คือไว้ให้เขานี่แหละค่ะ เป็นบัญชีที่เป้ยทำงานทุกอย่างก็คือให้เขา เขาทำงานเองหรืออะไรเองก็ตามก็คือเป็นเงินของเขา ตอนนี้ก็มีพอใช้ได้ (หัวเราะ)”

ย้ำไม่คิดดันลูกเข้าวงการเพราะหน้าที่หลักควรเป็นเรื่องเรียนมากกว่า
“เรื่องดันเข้าวงการ ไม่ถึงขนาดนั้นนะ เป้ยอาจจะมองว่าอาจจะให้เป็นจ็อบๆ ไปมากกว่า เป้ยไม่ได้จะดันถึงขนาดให้เข้าวงการเต็มตัวเพราะว่าจริงๆ คือเขายังเล็กด้วย และอีกอย่างคือหน้าที่หลักๆ ของเขาน่าจะเป็นเรียนมากกว่าค่ะ จริงๆ เวลาออกงานเด็กคงชอบเล่นมากกว่าที่จะทำงานนะ อย่างที่บอกเราก็ไม่ได้รับอะไรเยอะแยะขนาดนั้น ก็คือหลักๆ ต้องเป็นเรียน งานที่ติดต่อมาเป็นครอบครัวก็มีค่ะ แต่ช่วงนี้ก็อย่างที่บอกไปเพิ่งหายป่วยด้วย บางงานก็อาจจะต้องยกเลิกไป”

โอดยังแต่งหน้าไม่ได้ หลังตาติดเชื้อต้องแอดมิดด่วน เผยเกิดจากเชื้อโรคใต้คอนแทคเลนส์บวกกับสุขภาพตนไม่แข็งแรง
“ตอนนี้คือหมอก็ยังไม่ได้ให้แต่งหน้าหรอก (หัวเราะ) อย่างที่บอกไปช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาเนี่ย ยกเลิกงานไปเยอะมากบางงานใจดีก็เลื่อนให้ ก็โอเค แต่บางงานก็คือเราก็ต้องยอมรับความจริงว่าตามันก็สำคัญ นี่ก็ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ ไม่ได้เขียนอะไรข้างในขอบตา ปกติจะต้องมีเขียน”

“จริงๆ สาเหตุคือมันเป็นช่วงที่เราสภาพร่างกายอ่อนแอด้วยแหละ แล้วมันมีฝุ่นเชื้อโรคมันเข้าตา มันเป็นเรื่องที่แบบว่าใครก็สามารถเป็นได้ แล้วตัวเชื้อโรคตัวนี้มันอาจจะไปอยู่ใต้คอนแทคเลนส์ จริงๆ ตัวคอนแทคเลนส์ของเป้ยที่เป้ยใส่มันเป็นรายวันอยู่แล้ว มันก็ไม่ค่อยมีความเสี่ยงอะไรเท่าไหร่แต่มันเป็นช่วงที่ร่างกายเราอ่อนแอ แล้วมันก็คงสีกันมันก็เลยทำให้เกิดบาดแผลแล้วมันก็เลยกลายเป็นแบบเหมือนเชื้อไวรัส”

ยันไม่เลิกใส่คอนแทคเลนส์แม้ตาหวิดบอด เชื่อไม่ใช่สาเหตุ ตอนนี้หมอให้ใส่แว่นไปก่อนเพราะตายังไม่พร้อม
“ยังใส่ได้ค่ะ คือจริงๆ สาเหตุมันไม่ได้เกิดจากคอนแทกต์เลนส์ มันเกิดจากช่วงที่สภาพร่างกายอ่อนแอก็เลยทำให้เชื้อโรคมันเข้า อันนี้มันค่อนข้างอันตรายตรงที่ว่าเชื้อโรคมันลามเร็วมาก มันเป็นจุดขาวๆ ในตาดำถ้าเกิดสังเกตดีๆ มันจะมี (ชี้ที่ลูกตา) ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ยังไม่หายใช้เวลาเป็นเดือน คือมันไม่มีแดง ไม่มีอาการคัน ถ้าไม่สังเกตตัวเองเราก็จะไม่รู้เลยว่าเราเป็น หมอบอกว่าเชื้อโรคนี้มันจะลามได้เร็วสุดสองอาทิตย์ แล้วมันก็ทำให้ตาบอดได้ คือเสี่ยงตาบอดเลยเพราะว่ามันเร็วมาก”

“คือมันหลายๆ อย่างประกอบกัน หมอก็เลยจับแอดมิดแล้วก็หยอดยาทุกๆ ชั่วโมง คือเวลาหลับก็ต้องตื่นขึ้นมาหยอด หยอดทั้งหมดสองตัว ณ ตอนนี้คือเหมือนว่าเชื้อโรคในตาหายแล้วแต่ว่าบาดแผลยังปิดไม่สนิทเท่าไหร่ แต่ว่าก็คือตัวเราก็มองว่าเราแค่สายตาสั้นก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวใส่แว่นเอาก่อน ก็คือไม่ซีเรียสเรื่องคอนแทกต์เลนส์เดี๋ยวค่อยใส่ก็ได้เอาให้หายดีจริงๆ ก่อน แต่เรื่องแต่งหน้าอาจจะต้องมีบ้างเพราะเราต้องทำงาน ผลกระทบกับงาน ก็คืออย่างที่บอกเดือนที่ผ่านมาเป้ยก็ต้องยกเลิกงานไปเยอะมาก แต่ก็มีหลายๆ ฝ่ายที่เข้าใจ คือเราก็ถ่ายรูปตาเราไปให้เขาดูมันแดงมากจนไม่น่าจะทำงานไหว”

“คุณหมอให้ใส่แว่นตาตลอด คือตาเป้ยตอนนี้มันไม่สู้แสงเลย ล่าสุดเป้ยไปทะเลมาตาเป้ยขนาดใส่แว่นกันแดดน้ำตาก็ยังไหลตลอดเวลา ตอนแต่งหน้าทำงานล่าสุดน้ำตาก็ยังไหล ตามันไม่สู้ก็เลยต้องใส่แว่นดำ มันเหมือนกับว่ามันเพิ่งหายมันยังไม่แข็งแรง ยังไม่ฟื้นตัวดีก็เลยทำให้ตาล้า แต่ว่าไม่มีอะไรอันตรายแล้วค่ะ พี่ป๊อบก็เป็นห่วงโทรศัพท์ก็ยึดไป”

ปัดเรื่องเยอะไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อ ย้ำส่วนตัวไร้ประเด็นน่าสนใจ หากทีมงานไม่แจ้ง ตนรีบกลับบ้านไปดูแลลูกดีกว่า
“เป้ยพอจะรู้แล้วเพราะว่ามีคนส่งให้เป้ยดู แต่เอาจริงๆ ถึงจะเป็นเป้ยหรือว่าไม่เป็นเป้ยนะ เป้ยเข้าใจระบบงานนะ แล้วเป้ยไม่ซีเรียส ตัวเป้ยมองว่าเป้ยไม่ได้มีประเด็นอะไร แล้วตอนนั้นคือดารามาร่วมงานเยอะ ถ้าเป็นเป้ยนะก็นั่งคิดเป็นเป้ยหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าเป็นเป้ย เป้ยจะบอกว่าเป้ยไม่มีประเด็นอะไรเลย เป้ยคิดว่าเป้ยรีบกลับไปหาลูกดีกว่า แล้วเป้ยก็จะบอกเจ้าของงานว่าเป้ยมาร่วมงานนะ เป้ยอาจจะต้องรีบกลับนะ อยู่ได้ถึงกี่โมงเป้ยก็จะบอกไป”

“ที่ผ่านมาเป้ยรอมาตลอด ถ้าเป้ยโสดเหมือนเมื่อก่อนไม่ต้องกลับบ้านหรือยังไปเที่ยวกับเพื่อนต่อได้ เป้ยก็จะนั่งรอพี่ๆ นักข่าวได้เสมอไม่เคยปฏิเสธอยู่แล้ว แต่นี่ก็คือเหมือนกับว่าเราก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรให้สนใจ เรากลับก่อนดีกว่าเพราะลูกก็ไม่มีใครดู ตอนนี้อย่างจะนัดเจอกับเพื่อนๆ เป้ยก็ต้องหอบลูกไปด้วย เอาจริงๆ ลูกเราก็ไม่ได้มีพี่เลี้ยงหรอก คนที่มากับเราตอนนี้ก็คือแม่บ้าน หลักๆ โปรดก็อยู่กับเป้ย จะมานั่งฝากปู่ย่าเป้ยก็เกรงใจ เป้ยก็มีความรู้สึกว่าเวลานี้เรากลับบ้านดีกว่า แต่ถ้าพี่ๆ นักข่าวบอกเป้ยมาคำเดียวว่าเป้ยเดี๋ยวรอนะ พี่มีอะไรจะถาม เป้ยรออยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดพี่ๆ ไม่ได้อะไร เป้ยก็จะยังไงอะก็ไม่มีอะไร เป้ยก็กลับไปดูลูกดีกว่า แล้วมันก็เสร็จงานแล้วด้วย”

“เรื่องนี้เป้ยก็มองว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิด แล้วเป้ยก็ไม่เคยมีพฤติกรรมที่แบบว่าไม่ให้สัมภาษณ์ แต่เรื่องนี้เป้ยไม่ซีเรียสนะคะ เข้าใจผิดกันได้ ถ้ามีโอกาสได้เคลียร์ก็จะเคลียร์ แต่ถามตัวเป้ย เป้ยก็มีเหตุผลในส่วนของเป้ย ก็อยากให้พี่ๆ เข้าใจ ก็สรุปว่าถ้าเป็นเรา เราก็จะบอกว่าตรงนี้คือเหตุผลของเรานะ แต่ถ้าเกิดไม่ใช่เรา เราก็ขอแจงว่าเราเป็นยังไง”

โอดเลือดไม่แข็งแรง เลื่อนปั๊มลูกคนที่ 2 ไปก่อน
“ช่วงนี้มีเป็นถ่ายแบบพรีเซ็นเตอร์คลินิกเสริมความงามค่ะ จริงๆ ก็จะมีอีกหลายตัวต่อๆ ตามกันมา เพราะว่าช่วงนี้อะไรหลายๆ อย่างเริ่มเข้าที่ก็เลยรับงานมากขึ้น ลูกคนที่สองเมื่อไหร่จะมาเหรอ ก็อย่างที่บอกคือเพิ่งรับงานหลายๆ งานไป อาจจะมีพรีเซ็นเตอร์หุ่นด้วยก็คงยังท้องไม่ได้ ด้วยเลือดที่เรายังไม่แข็งแรงด้วย ก็เลยคุยกับคุณป๊อบว่าขอเลื่อนไปก่อน ขอทำงานก่อนละกัน แล้วก็ขอบำรุงเลือดให้ดีก่อน”

เผยไม่ใช่เป้ย ปานวาดคนเดิมที่จะมาขายเซ็กซี่เรี่ยราด ขนาดรับงานยังต้องขออนุญาตสามีทุกครั้ง
“ก็คงได้แค่นั้น ก็คือมองว่าเป็นงานมากกว่า ถ้าเกิดส่วนตัวเป้ย มันไม่ใช่เมื่อก่อนแล้ว เป้ยมองว่ามันก็คืองานๆ หนึ่งในเมื่อก่อน มันก็ไม่ใช่ชีวิตจริงที่ปกติเป้ยจะเซ็กซี่ ถ้าเกิดมีวันหนึ่งที่ต้องทำงาน แล้วต้องถ่ายเซ็กซี่ในคำว่าเซ็กซี่ของเป้ยก็คงไม่เหมือนอดีตแล้ว เป้ยเซ็กซี่เฉพาะลูกค้าอาจจะขอว่าขอตรงนี้นิดหนึ่งนะ ถ้าเกิดพรีเซ็นเตอร์หุ่นอาจจะต้องมีโชว์รูปร่าง เป้ยก็ต้องเข้าใจ เพราะว่างานก็ต้องทำลูกก็ต้องเลี้ยง ครอบครัวเป้ยก็มีแล้ว แต่เป้ยก็พยายามให้มันอยู่ตรงกลางที่สุด เราทำงานด้วย แต่ว่าสถานะที่เราเป็นเราก็ต้องเกรงใจสามีด้วย”

“คือเป้ยพยายามจะอยู่ตรงกลาง เวลาเป้ยจะรับงานอะไร เป้ยจะบอกป็อปตลอดเวลา ชุดเป้ยให้คุณป๊อบดู ที่รักมันจะเป็นอย่างนี้นะ ที่รักโอเคไหม ถ้าเกิดมีคนว่าอะไร ที่รักเข้าใจเขาไหมอะไรอย่างนี้ คือป๊อบเข้าใจ แล้วก่อนเป้ยทำงานเป้ยขออนุญาตป๊อบตลอดเวลา ก่อนที่จะตัดสินใจถ่ายแบบอะไรหรือจะทำอะไรก็ตาม หรือจะโพสต์รูปลงไอจี เป้ยจะบอกที่รักรูปแบบนี้โอเคไหม เพราะบางอย่างคนอาจจะมองว่าเฮ้ย ทำไมเป็นแบบนี้ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นคือเป้ยมองดูแล้วว่าเป้ยได้ถามปรึกษาคุณป๊อบแล้ว”







ติดตามรับชมช่อง “Super บันเทิง” ได้ที่ Super บันเทิง live

ข่าวบันเทิง, ถูกต้อง, รวดเร็วฉับไว ทั้งไทย และเทศ http://www.superent.co.th

ติดตามความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมดาราทั้งไทยและเทศตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ ซูเปอร์สตาแกรม


กำลังโหลดความคิดเห็น...