xs
xsm
sm
md
lg

ครั้งแรก “ดอน สอนระเบียบ” ยอมเผยโฉม หลังป่วยนาน 13 ปี “เมีย” ร่ำไห้เผยชีวิตลำบาก หวั่นไม่มีเงินส่งลูกเรียน(ชมคลิป)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ครั้งแรก “ดอน สอนระเบียบ” ยอมออกสื่อ หลังจากป่วยเป็นอัมพฤกษ์นาน 13 ปี ด้านภรรยาเผยชีวิตที่ต้องต่อสู้เคียงข้างสามีที่ป่วย จะไปทำงานก็ไม่ได้เพราะไม่มีคนดูแลสามี ร่ำไห้หวั่นไม่มีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย



นับตั้งแต่ที่อดีตนักร้องฉายาแมว 9 ชีวิต “ดอน สอนระเบียบ” ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์เมื่อหลายปีก่อน ผ่านมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 13 ปี แต่กลับไม่ค่อยมีข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับเจ้าตัวสักเท่าไหร่ ทราบแต่เพียงว่าดอนพักรักษาตัวเงียบๆ กับภรรยาและลูกสาวอยู่ที่บ้านจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะถูกย้ายไปรักษาตัวที่จังหวัดลำปางเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วหลังบ้านน้ำท่วมหนักจนอยู่ไม่ได้ถึงขั้นขาดอาหารและน้ำ ซึ่งตอนนั้นได้มีแฟนเพลงและคนที่รับรู้ข่าวต่างสะเทือนใจและแสดงความห่วงใยไปถึงอดีตนักร้องดังมากมาย แต่แล้วข่าวคราวต่างๆ ของเจ้าตัวก็เงียบหายไปอีก

ล่าสุดทีมข่าวบันเทิง Exclusive พร้อมกับ "พลอยพรหม เปรมวงศ์" เลขาธิการสมาคมคเนศรีศลิปิน ซึ่งได้จัดงานคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้ช่วยเหลือดอน สอนระเบียบ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมดอนถึงบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เจ้าตัวยอมออกสื่อ พร้อมด้วย “ใหม่ วรรณา เอี่ยมมงคล” ผู้เป็นภรรยา วัย 46 ปี และลูกสาวคนเดียว “น้องโปร” นันธดา สอนระเบียบ วัย 17 ปี ซึ่งเจ้าตัวนั้นเปลี่ยนไปมากร่างกายผอมซูบและไม่สามารถพูดสื่อสารได้เหมือนเดิม พูดได้แค่คำสั้นๆ และไม่ค่อยชัดเจน ทำให้ฟังรู้เรื่องบ้างเป็นบางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือเจ้าตัวอารมณ์ดีมากบ่งบอกว่ากำลังใจดี โดยใหม่ภรรยาของดอนได้เผยว่าสุขภาพของดอนตอนนี้ถือว่าทรงตัว ไม่มีโรคแทรกซ้อนไม่มีแผลกดทับให้ต้องกังวล ร่ำไห้ทำใจสามีไม่มีทางกลับมาเดินได้อีก รับเหนื่อยและท้อแต่ไม่คิดทอดทิ้ง

ใหม่ : “อาการตอนนี้คือเดินไม่ได้เพราะเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาต พี่ดอนเส้นเลือดฝอยแตก แกป่วยมาจะ 13 ปีแล้ว เราก็ดูแลคนเดียวมาตลอด ปีที่น้ำท่วมเราย้ายไปอยู่ลำปางก็ได้พี่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มารับให้ไปรักษาตัวอยู่ที่ลำปาง เป็นสถานที่บำบัดของวัดทุ่งบ่อแป้น เราอยู่ที่นั่น 2 ปีกว่าถึงกลับมาอยู่ที่บ้านที่นครสวรรค์เพราะเราไม่ค่อยสะดวกเนื่องจากมีภาระทางนี้ด้วยค่ะ แล้วเราต้องดูแลลูกสาวด้วย”

“วันเราไปไหนไม่ได้เลยเต็มที่ก็ออกไปซื้อกับข้าว เพราะถ้าปล่อยเขาไว้บางทีฉี่เราทิ้งไม่ได้ อยากไปเที่ยวนะ แต่ไม่ไปไปไม่ได้ เขาเส้นเลือดในสมองตีบปี 2542 แล้วก็รักษาประมาณ 6 เดือนก็หาย แต่ปี 2546 เขามาป่วยอีกแล้วก็ยาวจนถึงวันนี้ ปีนี้เขาอายุ 66 วันนั้นรู้สึกงงมากไม่รู้จะทำยังไง ก็ค่อยๆ ปรับตัวปรับใจยอมรับให้ได้ เขาไม่เคยแสดงอาการท้อแบบไม่อยากไม่สู้แล้วให้เห็นเลย เขาอารมณ์ดีตลอด เวลามีเพื่อนมาเยี่ยมแล้วคุยเรื่องความหลังกันเขาก็จำได้ ตอนนี้ห่วงแค่เรื่องที่เขาไม่ยอมทำกายภาพเขาขี้เกียจ(หัวเราะ) เราก็ต้องยอมรับสภาพตรงนี้ เราไม่คิดจะทอดทิ้งนะ อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นห่วงเขา”

“เรารับทุกอย่างมาทุกวันก็เลยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ไหนหนักที่สุด เราว่ามันหนักทุกอย่าง ก็เลยไม่รู้ว่าจะบอกว่าตอนไหนหนักที่สุด แต่ถ้าเป็นเรื่องอาการของเขาจะทรงตัวเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่มีทรุดไม่ดีขึ้นไปกว่านี้ค่ะ แผลกดทับไม่มีเพราะเราดูแลอย่างดี มีบางช่วงที่แกฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ตั้งแต่ดูแลมามีแค่ไปรับยาเบาหวานยาความดันซึ่งเป็นยาปกติที่ต้องกินเท่านั้นเอง แต่ไม่เคยมีโรคอื่นแทรกซ้อนจนต้องไปหาหมอไม่มี บางทีก็ไปเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้งแล้วแต่คุณหมอนัด ส่วนค่ายาสมเด็จพระราชินีก็ทรงดูแลค่ะเราไม่ต้องเสียเอง ทุกวันหลังตื่นมาจะต้องอาบน้ำให้เขา ทำความสะอาดใส่แพมเพิส ป้อนข้าวป้อนยา ทำความสะอาดบ้าน อาการเขาจะเท่านี้แหละ ไม่สามารถกลับมาเดินได้แล้ว”

ด้านลูกสาว “น้องโปร” เปิดใจที่ผ่านมาพยายามใช้เงินอย่างประหยัด ปิดเทอมไปทำงานพิเศษหาเงินแบ่งเบาภาระทางบ้าน อนาคตอยากเป็นนักร้องเหมือนพ่อ
โปร : “ตอนนี้อายุ 17 ค่ะ เรียนจบ ม.6 แล้ว กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ที่ผ่านมาหนูก็ช่วยแม่ดูแลพ่อมาตลอดแล้วก็ทำงานพิเศษที่ KFC วันละ 6 ชั่วโมง ได้ค่าแรงวันละ 240 บาท ที่ไปทำเพราะเป็นช่วงปิดเทอมก็เลยอยากหางานพิเศษทำจะได้หาเงินช่วยพ่อกับแม่ด้วย”

ใหม่ : “เขาก็เห็นพ่อป่วยมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นก็หนักอยู่เหมือนกันเพราะลูกก็ยังเด็กแล้วเราต้องดูแลทั้งสามีแล้วก็ลูกด้วย ถ้าเป็นการดูแลในแต่ละวันที่ผ่านมาเราจะเป็นคนดูแลเองคนเดียวไม่ได้มีใครมาช่วย แล้วก็จะมีพี่ๆ ในวงการช่วยจัดงานหาเงินมาช่วยเหลือพวกเราเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะเราไปไหนไม่ได้เลยต้องดูแลเขาอย่างเดียว และมาตอนหลังสมเด็จพระราชินีท่านทรงช่วยเหลือให้เป็นรายเดือน เดือนละ 1.8 หมื่นบาท เราก็มีเงินตรงนี้ใช้จ่ายภายในบ้านค่ะ ตอนนี้รายได้หลักเรามาจากพระองค์ท่านให้ค่ะ เราก็ต้องควบคุมรายจ่ายให้พอในงบนี้ค่ะ (มีช่วงไหนที่ขัดสนบ้างมั้ย?) ก็มีบ้างแต่ไม่รู้จะทำไงก็ต้องใช้ให้อยู่ในกรอบนี้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีจริงๆ อย่างถ้าลูกต้องเรียนพิเศษเราขายอะไรก็ขายไปค่ะ โชคดีที่ไม่มีหนี้สินอะไร”

โปร : “แม่ให้เงินไปโรงเรียนวันละ 80 เวลาหนูไปโรงเรียนก็กินข้าวเท่าที่อิ่มไม่ต้องกินเยอะมากค่ะ จะได้มีเงินเหลือมาให้แม่วันละ 20”

ภรรยาดอนร่ำไห้ยอมรับเหนื่อยแต่ต้องทน สุดเครียดกลัวไม่มีเงินส่งลูกเรียนต่อ ด้านน้องโปรเผยเห็นทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก ที่ผ่านมาพยายามเป็นลูกที่ดีไม่นอกลู่นอกทางเพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่เสียใจ แจงเสียงสั่นเครือเคยคิดอยากดร็อปเรียนเพราะกลัวแม่ไม่มีเงินส่งเรียน
ใหม่: “ก็เหนื่อยนะแต่ก็ต้องทน ตอนนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายแต่เป็นห่วงลูกอย่างเดียว เพราะกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ห่วงเรื่องเรียนต่อ(ร้องไห้) กลัวไม่มีตังค์ส่ง (เห็นภรรยาร้องไห้ออกมาด้วยความทุกข์ใจดอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้พูดปลอบใจว่าอย่าร้องไห้ ขณะที่ลูกสาวก็เอามือมาจับแขนแม่เพื่อให้กำลังใจ เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก) เป็นห่วงลูกเรื่องค่าเทอมอยากให้เขาได้เรียนให้จบ”

โปร : “หนูเห็นทุกอย่างมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ หนูก็พยายามไม่ออกนอกลู่นอกทาง เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ หนูกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยก็กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ตอนแรกว่าจะดร็อปเรียนด้วยซ้ำค่ะ คิดไว้ว่าจะหยุดสัก 1 ปีทำงานหาเงินให้พ่อกับแม่ไปก่อนถ้ามีตังค์ค่อยกลับไปเรียน(เสียงสั่น) ก็คุยกับแม่ว่าจะทำแบบนี้ค่ะ”

ใหม่ : “เราไม่อยากให้ลูกดร็อปค่ะ ไม่อยากให้เสียเวลาก็เลยอยากให้ดูไปก่อน ได้ที่ไหนก็เรียนไปก่อน ถ้ากู้เรียนได้ก็จะให้กู้ค่ะ ที่ผ่านมาช่วงเรียน ม.1-ม.6 คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ให้ทุนเรียนค่ะ คุณหญิงเป็นคนส่งน้องโปรค่ะ คิดว่าเรียนมหาวิทยาลัยคุณหญิงก็คงส่งเหมือนเดิมเพราะเห็นพูดอยู่ว่าจะส่งน้องต่อ แต่เราในฐานะเป็นแม่ก็ห่วงอนาคตลูกไว้ก่อนค่ะ เวลาเหนื่อยๆ พวกเราก็จะคุยเล่นกัน บอกกันให้อย่าท้อ”

โปร : “หนูก็จะคุยเล่นกับแม่ทุกวัน แม่ก็จะบอกว่าอดทนไว้นะลูก อนาคตหนูอยากเรียนภาษา แต่ก็อยากช่วยพ่อกับแม่หารายได้ด้วยก็เลยอยากเป็นนักร้องเพราะชอบร้องเพลงค่ะ แต่หนูเป็นคนขี้อายนะคะ แต่ที่อยากทำตรงนี้เพราะจะได้ช่วยพ่อกับแม่ ที่โรงเรียนก็ได้ร้องบ้างแต่ยังไม่เคยไปประกวดที่ไหนค่ะ หนูอยากให้พ่อกับแม่สบาย ส่วนงานด้านอื่นหนูชอบภาษาอังกฤษเลยอยากทำงานด้านภาษาค่ะ”

เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลสามี ดูแลลูก เวลามีปัญหาปรึกษาใคร โดนถามเรื่องนี้เจ้าตัวถึงกับปล่อยโฮอีกรอบ
ใหม่ : “(ร้องไห้เงียบไปพักใหญ่) สิ่งที่ยึดเหนี่ยวเวลาเหนื่อยก็คิดว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้อะไรจะเกิดก็ช่างมัน มีบ้างที่แอบร้องไห้คนเดียว”

โปร : “ส่วนใหญ่เวลาไปไหนหนูจะไปกับแม่สองคน กับเพื่อนหนูไม่ค่อยได้ไป กอดกันทุกวัน ถ้าเรียนจบหนูจะทำให้พ่อกับแม่ทุกอย่างเลยค่ะ ขอให้พ่อกับแม่มีความสุขก็พอ”

ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าที่ผ่านมาทำไมไม่ค่อยเห็นออกสื่อ ภรรยาดอนก็เผยว่าปกติเป็นคนชอบอยู่เงียบๆ มากกว่า อีกทั้งไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น
ใหม่ : “เป็นคนไม่ชอบออกสื่อ ชอบอยู่เงียบๆ พูดไม่เก่งแล้วก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ด้วย ไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น(ร้องไห้) ตอนนี้ไม่ได้อยากได้อะไรนอกจากเป็นห่วงลูกอยากให้เรียนให้จบ ก็คุยกับสามีนะคุยกับเขาได้แต่จะให้เขามาแนะนำปรึกษากับเราไม่ได้ เขาเป็นแบบนี้แล้ว ผิดถูกเราต้องตัดสินใจเอง ต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่”

ถึงจะโชคร้ายที่ชีวิตต้องพบเจอเรื่องราวแบบนี้ แต่สิ่งที่ครอบครัวนี้มีให้กันตลอดไม่เสื่อมคลายคือความรัก เมื่อวันเกิดดอนที่ผ่านมาภรรยาได้ซื้อแหวนแทนใจให้เป็นของขวัญและเป็นการตอบแทนดอนที่เคยดูแลตนเป็นอย่างดีสมัยที่ยังแข็งแรง
ใหม่ : “ซื้อให้เขาตั้งนานแล้ว(หัวเราะเขินๆ) ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเขาจะได้มีกำลังใจดี ที่ซื้อให้เพราะตอนที่เขายังดีๆ เขาดูแลเราดีมาก พอเขาเป็นแบบนี้เราก็อยากจะดีกับเขาเหมือนที่เขาทำกับเรา เหมือนเป็นตัวแทนแสดงให้เห็นว่าเรารักเขาและจะดูแลเขา เขาชอบใส่ไม่ถอยเลย”

โปร : “หนูขอยังไม่ให้เลย(หัวเราะ)”

ใหม่ : “เคยแซวว่าขอไปจำนำได้มั้ยไม่มีตังค์แล้วเนี่ย เขาไม่ยอมให้เลย(หัวเราะ)”

ด้านดอนพอถูกถามว่าชอบแหวนมั้ย เจ้าตัวก็ตอบว่าชอบ และเอามือไปวางที่หัวใจตรงหน้าอกข้างซ้ายแล้วบอกสั้นๆ ว่า “รักมาก” ทำเอาผู้เป็นภรรยายิ้มอย่างมีความสุข






กำลังโหลดความคิดเห็น