xs
xsm
sm
md
lg

ศึกแห่งศักดิ์ศรี! “ป๋อง ซีเบท” เตือน "ม้า" ครั้งสุดท้าย ต้องขอโทษเหยียดอาชีพ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ป๋อง ซีเบท” สุดทน เพื่อนสนิท “ม้า อรนภา” เอาชื่อตนไปพูดเหยียดในรายการ ลั่นทุกฝ่ายต้องออกมาขอโทษให้สังคมเป็นสักขีพยาน เผยไม่อยากถอนหงอกให้หนักกว่านี้ แต่ถ้าเรื่องไม่จบ บานปลายไม่เลิก เตรียมไปเจอกันในศาล

ยังเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง สำหรับการพาดพิงวิพากษ์การแต่งตัวของ “เปิ้ล ไอริณ ศรีแกล้ว” ในรายการบันเทิงปากม้า โดยฝีปากคมกริบของ “ม้า อรนภา กฤษฎี” ที่ทำเอาสะเทือนวงการอยู่ไม่น้อย และร้อนถึงดีไซเนอร์คนดัง “ป๋อง ณรงค์วิทย์ ทองเนตร” ดีไซเนอร์แบรนด์ดัง ZIBETH THAILAND ที่ออกมาแสดงความรู้สึกไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับการวิจารณ์ดังกล่าว ย้ำดูถูกอาชีพ มีผลต่อจิตใจทำให้ตนเสียหาย งานนี้เรื่องยังไม่จบง่ายๆ หลังม้าออกมาเปิดใจว่าไม่แคร์กับกระแสดังกล่าว และใครกันแน่ไม่มีที่ยืนในวงการ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอป๋อง ซีเบทอีกครั้ง เจ้าตัวเผยว่าเสียใจที่อีกฝ่ายดูถูกอาชีพ ย้ำม้าและรายการบันเทิงปากม้าต้องออกมาขอโทษให้สังคมเป็นสักขีพยาน เพราะหมดเวลาขอโทษตัวต่อตัวแล้ว

“คือจริงๆ ในส่วนของการวิพากษ์วิจารณ์ครั้งแรก ก็ได้มีโอกาสไปออกคนดังนั่งเคลียร์และบอกว่าเราไม่ได้ออกแบบเลย เราทำตามโจทย์ลูกค้าที่สั่งตัด เพราะฉะนั้นเราไม่เคยพูดเลยว่าเป็นดีไซเนอร์ชุดนั้น แต่ว่าเป็นการตัดชุดของเราเองแค่นั้นเอง เราก็ทำเสื้อผ้าในสิ่งที่ชอบและรัก ที่ออกแบบเองและดีไซน์เองมีอยู่แล้วที่ร้าน แต่เรามีเซอร์วิสสำหรับลูกค้าทุกคนที่อยากตัดและออกแบบในส่วนที่เป็นของตัวเองได้ คือเราทำได้หมดเลย เพราะฉะนั้นมันก็ยากที่จะบอกให้ลูกค้ามาชอบในสิ่งที่เราทำ นี่คือสิ่งที่เราเซอร์วิสลูกค้า ถ้าเขาไม่ชอบเราก็ตัดตามที่ลูกค้าอยากได้มากกว่า มา 5 ชุดหลังที่เปิ้ลเขาจะมีไอเดียมาจากชุดดาราต่างประเทศ เขาจะบอกว่าเฮ้ย…พี่ป๋องหนูชอบแบบนี้ อยากได้แบบนี้ได้ไหม ก็โอเค ตัวไหนที่เปิ้ลไม่เคยใส่ เรามองเป็นสิ่งแปลกใหม่และเปิ้ลก็มองว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ถ้าเผื่อจะกลัวคนว่าเราก็อบปี้เราคงไม่ทำ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามีคนใส่มาก่อน ที่สำคัญเรายืนอยู่ตรงนี้มา 12-13 ปีแล้ว การที่เราจะมาทำหรือก็อบปี้ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะมาฆ่าตัวเองเลย”

“เพราะฉะนั้นการทำอะไรก็แล้วแต่ เอาง่ายๆ เหมือนเรากับเปิ้ล ขอยกตัวอย่างหนึ่งอันเพื่อพี่ๆ น้องๆ จะได้เข้าใจ อันนี้ไม่ได้พูดถึงสถานีโทรทัศน์ของใครนะ เพียงแต่ว่าการทำรายการๆ หนึ่ง ซึ่งในส่วนของเราอาจคิดว่าก็อบปี้ตัดชุด แต่สำหรับเรากับเปิ้ลสองสมอง สองหัวคิดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการการที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งทำรายการอะไรก็แล้วแต่ เราคิดว่าน่าจะมีมากกว่า 10 สมอง เพราะฉะนั้นรายการที่เราคิดอยู่ เราก็คิดว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่ทำ เขาก็เอามาจากต่างประเทศเหมือนกัน ทีนี้การที่เรามาดูถูก เหยียดหยามเรามองว่ามันไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ก้าวก่ายตรงนี้ ถ้ามีคนที่ไม่ชอบเขา แล้วเอารายการแบบนี้มาต่อว่าว่าคุณไปก็อบต่างประเทศมาแล้วเลียนแบบ แล้วมาใส่ท่าทางการพูดให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เรามองว่าทุกคนรักในอาชีพของตัวเอง แล้วก็เคารพ เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครอยากถูกมองเหยียดหยาม เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่าถ้าทุกคนทำในสิ่งที่เรามีความสุข เราปรารถนาในสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ ก็น่าจะดีที่สุดแล้ว”

ซัดได้รับการขนานนามว่าเป็นกูรูต้องมีความรู้ ไม่ควรพูดในสิ่งที่ไม่รู้แบบถูกๆ ผิดๆ
“ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิของเขามันค่อนข้างสูง แล้วพวกเราทุกคนรวมถึงเราก็เคารพเขา เพราะฉะนั้นการที่คนๆ หนึ่งมีความรู้ มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และทุกคนรู้จักมากกว่าครึ่งประเทศ ให้ความรู้กับประชาชนผิดๆ เราก็คิดว่าควรที่จะมีใครสักคนหรือมีองค์กรสักส่วนหนึ่งออกมาพูดกับการที่เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้รู้หรือกูรูอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ควรจะพูดก็อยากให้เกี่ยวกับความรู้ที่ถูกต้องมากกว่า ไม่ใช่ว่าวันนี้อยากจะพูดอันนี้ แล้วไม่อยากให้มีการเปรียบเทียบคืออยากให้พูดเรื่องของเนื้องานมากกว่า”

บอกโกรธและเสียใจถูกหยามอาชีพ อยากให้ “ม้า อรนภา” และรายการออกมาขอโทษ
“จริงๆ อย่างที่บอกตอนแรกโกรธมาก เสียใจมากเพราะเราเคารพเขามาก คราวนี้ถามว่าอยากให้เขาขอโทษไหม คือมันคงไม่ใช่เขาคนเดียวแล้วแหละเพราะเราคิดว่าการทำสคริปต์การทำรายการ มันก็น่าจะมีมากกว่า 10 คน แล้ว 10 คนนี้ทุกคนได้ไตร่ตรองแล้วคิดแล้วว่าจะให้รายการวิพากษ์วิจารณ์นี้ออกมาได้สู่สายตาประชาชน มันคงไม่ใช่ที่เขาคนเดียวมันเป็นการคิดและไตร่ตรองของโปรดิวเซอร์ เจ้าของบริษัท คือมากกว่า 10 คนอยู่แล้วล่ะจะบอกว่าเขาผิดคนเดียวไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่เขาพูด เขาบอกว่าเป็นอาชีพของเขา อันนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่การเป็นอาชีพของแต่ละคนมันก็น่าจะมีจรรยาบรรณและมีการเคารพกับอาชีพของตัวเองมากกว่า”

มันกระทบจิตใจโดยตรงเลย เพราะอย่างที่บอกว่าเรารักและเคารพเขาแล้วไม่ได้รู้จักเขาส่วนตัว เพราะฉะนั้นการที่เราเจอคนที่เราเคารพมาช่วงระยะช่วงชีวิตหนึ่งมาดูถูกเหยียดหยามเราโดยไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย อันนี้น่าจะเป็นความรู้สึกที่เสียใจ แน่นอนอยากให้เขาขอโทษเพราะเรารู้สึกว่าการที่ใครคนหนึ่งที่เราชื่นชอบ ทำลายชีวิตของการทำงานและเราก็รักมากอาชีพนี้มันก็พูดยาก เราอยากได้ฟังคำขอโทษมากกว่า”

“คือทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นพี่ม้าคนเดียว คือคลิปที่ออกมาทุกคลิปคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คืออย่างรายการเคเบิ้ลบางรายการเราไปออกมา เขาพูดไม่เพราะนะ แต่บางครั้งเขาดูดเสียงนั้นออก ซึ่งเทคโนโลยีแบบนี้ช่องเขาก็ทำได้ เขาเลือกที่จะปล่อยคำที่ทำร้ายจิตใจและเหยียดหยามคนทำงานออกมาแบบนี้เรามองว่าไม่ถูกนะ แล้วถ้าพวกต่างชาติที่เขาไปด่าก่อนหน้าเรา ไปแปลให้เขารับรู้ แล้วทุกคนที่เขาวิพากษ์วิจารณ์เป็นถึงระดับโลกนะ ไม่ใช่ระดับเอเชีย เขาเป็นตัวใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะวิจารณ์คนพวกนั้นได้เขาต้องมีความรู้มากถึงขั้นจะพูดเรื่องของโลกได้ แล้วอย่างคำพูดเหยียดหยามของหมูดำเอย ปลาวาฬเอย ปลาโลมาเอย เรารู้สึกว่าถ้าเราเป็นบียอนเซ่ ริฮานนา เจนนิเฟอร์ โลเปซ เราคงเสียใจแหละ โอ้โห อุตส่าห์มาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย อุตส่าห์รักเธอแล้วมีคนที่เป็นกูรูของเธอมาเหยียดหยามฉัน เขาก็คงเสียใจแต่ว่าโชคดีที่เขาฟังไม่ออก แต่ถ้าเผื่อวันใดวันหนึ่งมีคนไปแปลขึ้นมาเมื่อนั้นแหละเขาจะมีปัญหา”

บอกอีกฝ่ายไม่มีการติดต่อกลับมา หลังจากนี้ไม่พูดแล้วขอให้กฎหมายพูดแทน
“ไม่มีเลยครับ ไม่มีการโทรศัพท์ไม่มีอะไรเลย เห็นล่าสุดเขาบอกว่าเขาไม่ซีเรียส จริงๆ เราไม่อยากมีปัญหากับใคร ที่สำคัญเป็นผู้ใหญ่ ทีนี้ถ้าเผื่อเขาไม่จบ เราคงไม่พูดอะไรแล้วแหละ เราคงให้ข้อกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายคุยให้เพราะไม่อยากมีเรื่องแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้อยู่ในช่วงของการปรึกษาดูรายละเอียดว่าข้อไหนบ้างที่เข้าข่าย ที่ทำให้เราเสียในส่วนของชื่อเสียงและอาชีพที่เราทำ จริงๆ ไม่อยากทำหรอก แต่ก็ต้องดูว่าต้องไหม แต่ถามว่าอยากทำไหม จริงๆ ไม่อยากทำ คนไทยเหมือนกัน ถ้าอภัยกันเราก็ยินดี”

ล่าสุดดูรายการอีกรายการหนึ่งเขาเป็นเพื่อนกัน แล้วเอาชื่อเราไปพูดอีกแบบหนึ่งและมีลักษณะการเหยียดอีกแบบหนึ่ง เราก็เลยมองว่าน่าจะจบที่รายการพี่เขาคนเดียวไหม แต่รายการที่เป็นเพื่อนกันหรือรู้จักกันก็เอาไปพูดต่อ เราเลยมีความรู้สึกว่ามันเริ่มบานปลายแล้ว ถ้ายังบานปลายแบบนี้ไม่จบ แน่นอนคนก็ต้องเข้าใจครึ่งหนึ่งเชื่อเขา ครึ่งหนึ่งเชื่อเรา เพราะไม่ใช่ความจริงที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเขาขอโทษ เขาเข้าใจเป็นมืออาชีพพอนะทั้งทีมเขา การขอโทษไม่น่าจะยากเลย แล้วกับการที่ยืนหยัดมา 40 ปีในวงการ การขอโทษถ้าเป็นเรื่องตัวเลขยิ่งจะน่ายกย่องนะ กับการที่คนมีคุณวุฒิ วัยวุฒิ รู้ว่าตัวเองผิด แล้วมีสปิริต เป็นอะไรที่ศิลปินคนรุ่นใหม่ขึ้นมาคิดว่าเขาอายุขนาดนี้ เขากล้าทำ เขากล้าพูด เขาบอกเขาตรงตั้งแต่เข้าวงการมา เพราะฉะนั้นการที่ตรงและการที่แรงไม่เหมือนกัน ต้องแยกแยะกับเคสต์ที่มันเกิดขึ้นก่อน ถ้าเขากล้าที่จะขอโทษ ออกมาทั้งทีม ประชาชนครึ่งหนึ่งของประเทศอย่างน้อยๆ ฝั่งหนึ่งอาจฟังเรา ฝังหนึ่งอาจฟังเขา อาจสบายใจขึ้นว่าเขาก็มีสปิริต”

“ก็อยากให้ออกมาแถลง ต้องอย่างนั้นแหละ เพราะสิ่งที่เขาพูดรีรันดูได้อีกและที่สำคัญคนทั้งประเทศได้ดู เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องมาขอโทษตัวต่อตัวแล้วแหละเพราะเวลาพูดก็ไม่ได้คิดถึงเรา เพราฉะนั้นการพูดอะไรก็แล้วแต่ การขอโทษอะไรก็แล้วแต่ขอให้สังคมเป็นสักขีพยานดีกว่าว่าสิ่งที่ล่วงละเมิดกัน สิ่งที่ทำแล้วผิดจรรยาบรรณในอาชีพควรทำยังไงมากกว่า”



ASTVผู้จัดการออนไลน์ เพิ่มหมวดข่าว “โต๊ะญี่ปุ่น” นำเสนอความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสาร ตอบสนองผู้อ่านามเราได้นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



ติดตามรับชมช่อง “Super บันเทิง” ได้ที่ Super บันเทิง live

ข่าวบันเทิง, ถูกต้อง, รวดเร็วฉับไว ทั้งไทย และเทศ http://www.superent.co.th

ติดตามความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมดาราทั้งไทยและเทศตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ ซูเปอร์สตาแกรม



เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ “ซ้อ 7” ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก
ระบบ True Move เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

กำลังโหลดความคิดเห็น...