xs
xsm
sm
md
lg

เหรียญย่อมมีสองด้าน ผู้สร้างหนัง “ฟินสุโค่ย” แฉกลับ “มาโกโตะ” หนังคนละม้วน!(ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้สร้างหนัง “ฟินสุโค่ย” ซัดกลับ “มาโกโตะ” จวกพูดความจริงไม่หมดจนบริษัทเสียหาย เชื่อมีคนเสี้ยมอยู่เบื้องหลัง เตรียมฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท ย้ำไม่จ่ายส่วนที่เหลือแน่นอนเพราะอีกฝ่ายผิดสัญญา แฉจัดหนักนอกจากเรียกร้องค่าตัวเพิ่ม ยังส่งข้อความมาด่าด้วยคำหยาบ จวกคนไทยทำไมต้องดิ้นพล่านกับการทวิตของอีกฝ่ายทั้งที่ยังไม่รู้ความจริง


จากกรณีที่นักร้องดังญี่ปุ่น “มาโกโตะ โคชินากะ” อดีตนักร้องนำวงลูซิเฟอร์ ออกมาทวิตข้อความทวงเงินค่าตัวข้ามประเทศ โดยระบุให้ค่ายหนัง Fin Project จ่ายค่าตัวจากการเล่นหนังไทยเรื่อง “ฟินสุโค่ย” ให้ตนด้วย และแฉว่าตนยังไม่ได้ค่าตัว ทั้งที่หนังเข้าฉายไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน โดยในเวลาต่อมา ได้มีทั้งผู้กำกับและนักแสดงออกมาแฉว่ายังไม่ได้รับเงินค่าตัวด้วยเช่นเดียวกัน

ล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ (29 เม.ย.) ทีมผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนำโดย กบ ภัคกมล วิทยารางสกุล, ตุ๊กตา ปุณยนุช วรนิธิพงศ์ และ นายจิตติ แซ่แต่ ที่ปรึกษากฏหมาย ได้ถือโอกาสชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว ณ สตูดิโอ GMM CHANNEL ชั้น 11 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส (อโศก) โดยเผยว่าเตรียมฟ้องนักร้องดังข้อหาหมิ่นประมาท โทษฐานพูดความจริงไม่หมดจนทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย

กบ : “ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางแกรมมี่แล้วก็จีเอ็มเอ็มนะคะที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการแถลงข่าวครั้งนี้ขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน พี่น้องที่รู้จักแล้วไม่รู้จักที่มาในวันนี้ วันนี้เราจะแถลงข้อเท็จจริงกรณีที่ไอจีของคุณมาโกโตะ โคชินากะได้โพสต์ข้อความซึ่งมีชื่อของดิฉัน ภัคกมล วิทยารางสกุล แล้วก็คุณปุณยนุช วรนิธิพงศ์ เราสองคนเป็นกรรมการบริษัท ฟิน โปรเจกต์ ขอชี้แจงเรื่องของโครงร่างบริษัทให้ฟังก่อนเพราะว่าข่าวที่ออกไปค่อนข้างสับสนมาก บริษัท ฟิน โปรเจกต์มีกรรมการทั้งหมด 3 ท่านด้วยกันคือ ดิฉัน แล้วก็คุณปุณยนุช วรนิธิพงศ์ ส่วนอีกท่านหนึ่งคือคุณจิดาภา นามโชติหิรัน ซึ่งต่อจากนี้ดิฉันจะเรียกใช้นามชื่อย่อว่าคุณ ย. นะคะ”

“กรรมการอีกท่านหนึ่งที่ไม่ได้มามีสาเหตุค่ะเพราะว่าตอนนี้กำลังถูกดำเนินคดีทุจริตในบริษัท ฟิน โปรเจกต์เป็นมูลค่ารวมเฉพาะเช็กที่เซ็นไว้จำนวน 5.5 ล้าน แล้วที่ฉ้อโกงเป็นคดีอยู่อีกประมาณ 5.5 แสน ชื่อของกรรมการท่านนี้อาจจะไปปรากฏในสื่ออื่นๆ หรือในกรณีอื่นๆ ที่มีคนไปแจ้งความไว้ดิฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าพฤติกรรมของกรรมการท่านนี้ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท ฟิน โปรเจกต์ เพราะสื่อที่ออกไปค่อนข้างสับสนเพราะเรียกรวมไปหมดเลยว่า ฟิน โปรเจกต์ แล้วก็เรียกรวมไปหมดเลยว่านายทุน มาพูดถึงในเรื่องของคุณมาโกโตะ และบริษัท เค โปรเจกต์ เพราะในการติดต่อทำงานจะเป็นบริษัท ฟิน โปรเจกต์คุยกับบริษัท เค โปรเจกต์ ดิฉันไม่เคยคุยกับคุณมาโกโตะ โดยส่วนตัวทุกอย่างเป็นการคุยกันระหว่างบริษัทเริ่มต้นบริษัท เค โปรเจกต์ กับบริษัท ฟิน โปเจกต์ได้เริ่มต้นเซ็นสัญญาว่าจ้างนักแสดงในบริษัทซึ่งได้แก่คุณมาโกโตะ แล้วก็วงทริค วงทริคเป็นวงร็อกสัญญามีสองฉบับสรุปมูลค่ารวมของสัญญาสองฉบับนี้เซ็นวันที่ 5 มิถุนายน 2556 สามล้านห้าหมื่นบาทจนวันนั้นถึงวันนี้ บริษัท ฟิน โปรเจกต์ ได้ชำระค่าจ้างนักแสดงที่เซ็นสัญญากันไปแล้ว 2,772,100 บาท เหลือค้างชำระ 277,900 บาท”

“ประเด็นที่ว่าทำไมบริษัทฟิน โปรเจกต์ ไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือ ประเด็นที่หนึ่ง คือในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 เราได้มีการทำหนังสือถึงบริษัท เค โปรเจกต์ ในเอกสารเราได้ระบุไว้จนถึงวันนี้ว่าเราจ่ายเงินไป 2,197,600 บาท อันนี้คือตัวเลขจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว นอกจากตัวเลขนี้แล้วเราได้มีการแจ้งกับบริษัท เค โปรเจกต์ ว่าบริษัทเราถูกกรรมการคือคุณ ย. ฉ้อโกงเงินทุจริตไปตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะฉะนั้นให้ทางบริษัทรับทราบไว้ด้วยว่าการกระทำต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม นิติกรรมหรืออะไรก็แล้วแต่เกี่ยวกับบุคคลท่านนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฟิน โปรเจกต์ ด้วยประการใดๆ ทั้งปวง เราจะไม่รับผิดชอบ นอกจากนั้นแล้วในนี้มีเงื่อนไขว่าบริษัท เค โปรเจกต์ จะต้องทำงานส่งเอกสารการรับเงินที่ถูกต้องคืนมาให้บริษัท เพราะตั้งแต่ที่ทำสัญญาแล้วจ่ายเงินกันไปจนกระทั่งถึงวันที่ออกจดหมายฉบับนี้บริษัทเค โปรเจกต์ ไม่เคยส่งเอกสารการรับเงินใดๆ ก็ตามที่รับไปแล้วคืนกลับมาเลยแม้แต่ฉบับเดียว ในนี้เลยระบุไว้เลยว่าขอให้ส่งกลับมาให้เราด้วย”

“ข้อที่สอง บริษัท เค โปรเจกต์ จะต้องส่งจดหมายการเข้าร่วมกิจกรรมฟินทริปในประเทศญี่ปุ่นจะจัดในวันที่ 6-10 มีนาคม คุณมาโกโตะจะต้องไปเดินพรมแดงกับเราที่เทศกาลหนังโอซากา ทำไมถึงต้องมีข้อนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้เราได้คุยกันแล้วว่าจะต้องไปร่วมเทศกาลหนังโอซากาแต่บริษัท เค โปรเจกต์ มีพฤติกรรมจะบิดเบี้ยวไม่ยอมส่งศิลปินไปร่วมงานเราก็เลยทำข้อนี้ขึ้นมาเพื่อให้เขาส่งเอกสารยืนยันกลับมาว่าคุณจะไปหรือไม่ไปซึ่งทางเขาส่งจดหมายกลับมาว่าจะไปร่วมงานกับเราแน่นอน ข้อที่สามบริษัท เค โปรเจกต์ ต้องหยุดพฤติกรรมการหมิ่นประมาทใดๆ ก็ตามที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของภาพยนตร์ดังกล่าวหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ฟิน โปรเจกต์ มิเช่นนั้นทางบริษัทจะดำเนินคดีตามกฎหมายไทย ทำไมถึงต้องมีข้อนี้เพราะว่าหลังจากที่คุณ ย. มีคดีกับทางบริษัท ฟิน โปเจกต์มันมีเรื่องหนึ่งที่ผิดสังเกตไปพฤติกรรมของบริษัท เค โปรเจกต์เองหรือตัวคุณมาโกโตะเองเปลี่ยนไปมันมีการส่งจดหมายหมิ่นประมาททั้งในที่ลับและที่แจ้งไปถึงบุคคลที่ 3 ในการต่อว่าหรือการใส่ร้ายกรรมการฟิน โปรเจกต์”

“บุคคลที่ 3 ในที่นี้ขออนุญาตเอ่ยนามเท่าที่จำเป็นจริงๆ ไม่อยากเอ่ยเพราะมันเป็นการละเมิดก็คือทางบริษัท แอมฟาย โปรดักชั่น จะมีอีเมล์ประหลาดๆ จากบริษัท เค โปรเจกต์ส่งไปถึงคุณกอล์ฟ แล้วก็กรรมการเนื้อหาขอไม่แจ้งในที่นี้แต่เป็นอีเมล์ที่ใส่ความหมิ่นประมาทกรรมการบริษัทนอกจากนั้นคุณมาโกโตะก็ส่งข้อความหยาบคายมาถึงกรรมการบริษัทของเราด้วยเดี๋ยวให้เจ้าตัวเป็นคนเล่าซึ่งหลักๆ เลย คือหนึ่งไม่ส่งเอกสารตอบกลับทั้งๆ ที่รับเงินไปแล้ว สองคือหมิ่นประมาทกรรมการบริษัททั้งในที่ลับและที่แจ้งก็ยังคงทำจนถึงปัจจุบันนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ต่อจากหนังสือสัญญาฉบับนี้เราก็ยังมีการชำระเงินเพิ่มเติมให้กับทาง เค โปรเจกต์ โดย 150,000 บาทโอนไปวันที่ 1 มีนาคม 2557 ส่วนอีกก้อนหนึ่งเป็นการที่บริษัท เค โปรเจกต์ แต่งตั้งบุคคลที่สามรับมอบอำนาจมารับอีก 150,000 บาทเป็นสามแสน ประมาณเดือนสิงหาคมก่อนหนังเข้าปีที่แล้ว ทุกคนจะเห็นว่ายอดที่เราแจ้งเบื้องต้นคือชำระไป 2,772,100 บาท พอบวกรวมกับก้อนเมื่อกี้เงินจะหายไปอยู่ที่ 274,500 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่เซ็นสัญญาจากวันนั้นจนถึงวันนี้ชำระไปแล้ว 2,772,100 บาท ยอดค้างชำระอยู่ที่ 277,900 บาท ลองบวกเลขตามนะคะ เพราะฉะนั้นมันจะมียอดหายไป 274,500 บาทที่ยังไม่ได้บอกว่ามันหายไปไหนแต่ทำไมถึงจ่ายไปแล้ว”

ตุ๊กตาเผยถูกเค โปรเจกต์ไล่ออกอย่างไร้สาเหตุ อ้างตนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งฝ่ายนักร้องดังส่งข้อความมาด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย และได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
ตุ๊กตา : “คือขออธิบายก่อนว่าก่อนที่จะมาเป็นกรรมการบริษัท ฟิน โปรเจกต์ ตุ๊กตาทำงานกับทาง เค โปรเจกต์มาก่อนคือได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณมาโกโตะ วงลูซิเฟอร์แล้วก็วงทริค ในประเทศไทยจริงๆ ทำงานตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วแล้วค่ะแต่ว่ามีการขอทำหนังสือตัวแทนในวันที่ 24 เมษายน 2556 ก่อนที่เราจะเซ็นสัญญากับทาง ฟิน โปรเจกต์ สรุปก็คือมันมีสองสถานะคือในนามส่วนตัวตุ๊กตาเป็นตัวแทนเค โปรเจกต์ ในประเทศไทย สถานะที่สองคือเป็นกรรมการ ฟิน โปรเจกต์ ทีนี้มันมีเรื่องของค่าทำงานที่เราตกลงกันก่อนที่เราจะเซ็นสัญญาแล้วว่าเราจะมีการจ่ายกันยังไงเพราะมูลค่ามันค่อนข้างเยอะเราก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าเงินที่เขาได้รับก็มีการตกลงกันว่าถ้าคุณพ่อของคุณมาโกโตะ ซึ่งเป็น ceo ของเค โปรเจกต์ อยู่ที่เมืองไทยก็ให้หักเอาเลยแล้วกันไม่ต้องโอนให้เสียค่าโอน มันมีค่างวดแรกที่ทางฟินจ่ายให้กับทางเค โปรเจกต์ เป็นจำนวนเงิน 915,000 บาท ตุ๊กตาก็ได้รับค่าคอมมิชชั่นมาในลักษณะของเช็กเพราะว่าทางคุณ ย. นำเงินสดที่ได้จากพี่กบไปจ่ายให้กับทาง เค โปรเจกต์ หกแสนบาทมันก็เลยเหลือส่วนต่าง 315,000 บาทในเงินก้อนแรกที่เขาต้องได้รับ”

“ส่วนตุ๊กตาได้เป็นเช็กมาจึงแจ้งไปทาง เค โปรเจกต์ว่าขอหักค่าคอมฯ จากเงินก้อนนี้เลยนะมันก็เลยมีส่วนต่างนิดหน่อยประมาณ 40,500 บาท ก็เลยคืนเงินสดเขาไป หลังจากนั้นพอเขาเซ็นสัญญากับทางฟินในวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ผ่านไปสักพักก็ส่งจดหมายมาไล่ออกในวันที่ 2 กรกฎาคม ด้วยเหตุผลที่ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจเป็นอุปสรรคของการทำงาน ฟิน โปรเจกต์ ก็เลยสงสัยว่าตุ๊กตาก็เป็นกรรมการ ฟิน โปรเจกต์ แล้วมันมีอุปสรรคยังไง ตอนนั้นก็มีการคุยกันว่าทำไมไล่ออกเขาก็อธิบายบ้างไม่อธิบายบ้างแล้วอยู่คนละประเทศด้วยเราก็โอเค ยังไงเราก็ต้องทำงานต่ออยู่ดีเพราะเราเป็นคนจ้างคุณด้วยซ้ำ เสร็จแล้วมาบวงสรวงเปิดหนังในวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ก็ไม่ได้ไปร่วมงานเพราะว่าเขาแจ้งมาทางคุณ ย. ว่างานบวงสรวงไม่ต้องไปเพราะถ้าไปมาโกโตะจะไม่พอใจแล้วจะไม่ทำงานต่อเราก็โอเคไม่ไปก็ได้ พอต่อจากนั้นมันก็มาถึงการสรุปค่าคอมมิชชั่นในส่วนอื่นว่าเขาจะจ่ายไหมจนปัจจุบันก็ไม่ได้คุยกันต่อเพราะว่าเขาก็ใช้ข้อความหยาบคายส่งมาเป็นไลน์ส่วนตัวของเขา ก็มีการลงบันทึกประจำวันแจ้งความไปแล้วมันนานแล้วค่ะตั้งแต่ปีที่แล้วแต่เป็นแจ้งความส่วนตัวค่ะ”

กบ : “มันมี 2 กรณีค่ะคือหมิ่นประมาทบริษัทกับหมิ่นประมาทกรรมการคือเราเริ่มแจ้งความดำเนินคดีกับเขาตั้งช่วงปลายปีที่แล้วหลังจากที่หนังเข้าไปแล้วเราก็เอาทุกอย่างที่เป็นเอกสารไปปรึกษาตำรวจแล้วก็แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ตลอดตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำสำนวนส่งอัยการในข้อหาหมิ่นประมาท อันนี้ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะตราบใดก็ตามที่ศาลยังไม่ตัดสินก็ถือว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่”

เชื่ออาจมีบุคคลที่ 3 เข้ามาป่วนคอยเสื้ยมอยู่เบื้องหลัง
กบ : “ถามว่ามั่นใจว่าเป็นตัวมาโกโตะโพสต์เองไหม มั่นใจว่าเป็นเขาค่ะ เพราะหลังจากที่เขาส่งข้อความมาด่าแล้วทางคุณพ่อเขาก็ส่งอีเมล์มาเหมือนกันคือดิฉันมาทราบเรื่องก็คือตอนเช้าก่อนวันที่จะเดินทางไปโอซากาทางคุณพ่อของคุณมาโกโตะ ได้ส่งอีเมล์มาบอกว่าเมื่อคืนคุณมาโกโตะกับคุณตุ๊กตาทะเลาะกันแล้วก็ได้มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ก็เลยโทร.ไปถามตุ๊กตาว่าเมื่อคืนคุยอะไรกันเพราะว่าปกติเวลาติดต่อทางบริษัทจะใช้อีเมล์ออฟฟิศคุยจะไม่มีการใช้เมล์ส่วนตัวในการติดต่อ สรุปว่ามีการใช้ถ้อยคำหยาบคายจริงแล้วส่งกลับมาบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ไปแล้ว ตอนนั้นก็คุยสรุปกับคุณพ่อให้ประนีประนอมกันที่เขาทะเลาะกัน ส่วนเรา เราเป็นผู้ใหญ่ก็ให้คุยให้หน่อยเพราะเราแจ้งทางโอซากาไปแล้ว สรุปวันนั้นก็ไปโอซากาเพราะคุณพ่อเป็นคนไปพูดคุย”

ตุ๊กตา : “จริงๆ อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เขาส่งข้อความมาด่าเพราะทำงานกับเขามาก่อนที่จะเป็นฟิน ก็ราบรื่นดีตลอดทุกอย่างก็มีงานในเมืองไทยเรื่อยๆ เท่าที่เห็นพอหลังจากที่เป็นฟินแล้วโดนไล่ออกมันอาจจะมีบุคคลที่ 3 ที่เข้ามาคุยซึ่งเรามีหลักฐานตรงนั้นหมดแล้วเรารู้ตัวเขาด้วยว่าเขาเป็นใคร”

กบ : “ขอสรุปตัวเลขของสัญญาจ้างก่อนก็คือ ทางฟินค้างชำระอยู่ที่ 277,900 บาท แล้วถือว่าเราจะไม่มีการชำระต่อเพราะว่าคุณผิดสัญญาคือ 1.ไม่ส่งเอกสารการรับเงิน 2.หมิ่นประมาททางบริษัทและกรรมการ จากตัวยอดนี้มันมีเงินค้างชำระที่ทางเค โปรเจกต์ ค้างค่าคอมมิชชั่นกรรมการเราอยู่เป็นยอดประมาณ 3 แสนบาท”

ตุ๊กตา : “ก็คือทั้งหมดทั้งมวลเรามีการจ่ายไปแล้วไม่ใช่อย่างที่เขาโพสต์ไอจีว่าชื่อหนูกับชื่อพี่กบโกงเงินเขาตามที่เป็นข่าวจริงๆ แล้วเขาโกงเงินหนูหรือเปล่า อยากจะถามกลับตรงที่ว่าคุณก็รู้ว่าคุณ ย. เข้ามาประสานงานแทนหนูทั้งหมดแล้วรู้เรื่องราวทั้งหมดมาตลอดทำไมเขาถึงโพสต์ชื่อแค่ 2 คนมันทำให้คนในสังคมเข้าใจว่าเราโกงเขา รวมกับประเด็นที่นักแสดงในเรื่องโดนมาซึ่งมันก็เป็นอีกบุคคลหนึ่ง ฉะนั้นหนูขอร้องว่าเวลาลงข่าวอย่าใช้คำว่านายทุนหรืออย่าใช้คำว่าฟิน โปรเจกต์”

ลั่นไม่จ่ายเงินที่เหลืออยู่แน่นอน ให้โอกาสมาโกโตะเคลียร์ตัวเองว่าใครทวิตข้อความดังกล่าวเองหรือมีใครอยู่เบื้องหลัง จะได้แจ้งความไม่ผิดตัว
กบ : “ยืนยันตามเอกสารที่เราได้ทำกันไว้ถ้าเขาคิดว่าเขาถูกเขาก็ดำเนินการตามส่วนของเขา เราคิดว่าเราถูกเราก็ดำเนินการตามส่วนของเรา ในส่วนที่คุณ ย. ฉ้อโกงเป็นเงินกรรมการค่ะเป็นเงินที่เราเตรียมไว้จะลงทุนหนังในรอบสุดท้ายเพราะว่าก่อนหน้านี้มันมีข่าวออกไปโดยที่เรายังไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่ว่าพี่ๆ นักข่าวก็คงไปตามถามจากดาราท่านอื่นๆ ว่าทำไมมันมีดาราที่ยังไม่ได้รับชำระค่าตัวแต่ประเด็นที่ว่าทำไมตอนนั้นหนังถึงชะงักเกือบจะปิดกล้องไม่ได้เพราะว่าเงินที่เราเตรียมไว้ที่จะเอามาจ่ายกับทุกคนรวมแล้วมูลค่าจริงๆ เกือบ 6 ล้าน แต่คุณ ย. เซ็นเช็กเด้งไว้ 5 ล้านบาท เป็นชื่อของคนในครอบครัวดิฉันเป็นหลักประกันว่าเขาจะต้องนำเงินลงทุนในส่วนของเขามาลง เพราะในฐานะกรรมการทุกคนจะต้องมีส่วนในเรื่องของการหาเงินทุน แล้วฉ้อโกงเงินสดที่เป็นคดีอยู่ที่ 550,000 บาท”

“ซึ่งถ้าบริษัทหนังขาดทุนก็ต้องเอามาเพิ่มอีกแต่ว่าก้อนแรกก็คือเด้งไปแล้ว หนึ่งมันก็เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมเราไม่มีเงินจ่ายทุกคน หนังเจ๊งมันเป็นเรื่องของปลายเหตุแต่อยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่ามันเป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นบางคนก็ได้รับชำระไปเรียบร้อยแล้ว บางคนก็ยังค้างอยู่ ตอนนี้ก็ดำเนินคดีกันตามกฎหมายอยู่ เรื่องตัวเลขลงทุนขอไม่บอกเต็มๆ นะคะ เอาคร่าวๆ ก็ 20 ล้านขึ้น เป็นเงินของกรรมการ ของคุณ ย.บางส่วนดิฉันไม่ขอแจ้งตัวเลขแต่น้อยมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของทางครอบครัวดิฉัน คุณ ย. เป็นกรรมการอยู่ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ แล้วก็เป็นคนดูแลด้านบัญชีด้วยแล้วก็ประสานงานกับดาราและซัปพลายเออร์ทุกคน ส่วนดิฉันดูแลทางด้านบทค่ะแล้วก็ทำในด้านเอกสารต่างๆ ส่วนคุณตุ๊กตารับติดต่อประสานงานกับต่างประเทศโดยเฉพาะกับทางบริษัทญี่ปุ่น”

“ต้องขอเคลียร์นิดหนึ่งที่หนังชะงักไปเพราะมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ต้องขอโทษทุกคนที่ตอนนี้ยังมีส่วนค้างอยู่แต่เราได้พูดคุยกับทุกคนอยู่ตลอดเวลาเราได้ทำเอกสารถึงกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นทุกอย่างขอให้ว่ากันไปตามเอกสารส่วนถ้าใครจะให้สัมภาษณ์ขอให้สัมภาษณ์ให้ชัดเจนในส่วนของคุณเท่านั้นไม่ต้องผสมโรงกับคุณมาโกโตะ เพราะคุณไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าจริงๆ แล้วเขาติดค้างเงินกรรมการเราอยู่เท่าไหร่มันเป็นเรื่องของนิติกรรมระหว่างองค์กร ซึ่งดิฉันฝากไปถามทางฝั่งเค โปรเจกต์ ว่าทางเรามีหลักฐานว่าทางเค โปรเจกต์ได้ติดต่อกับคุณกรรมการ ย.อยู่ตลอดเวลาก็เลยอยากถามว่าในการโพสต์ข้อความลงไอจีเป็นภาษาไทยเกี่ยวกับบริษัทของดิฉันคุณโพสต์เองโดยมีสติสัมปชัญญะหรือมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอันนี้กรุณาตอบมาให้ชัดเจนเพราะดิฉันจะได้รู้ว่าดิฉันจะดำเนินคดีกับใครถูก”

จวกคนไทยทำไมดิ้นพล่านกับการกระทำของอีกฝ่าย ย้ำเหรียญมีสองด้าน ให้ถือเงินที่ต่างฝ่ายต่างติดค้างกันมาเคลียร์กันแบบลูกผู้ชาย
กบ : “คือจริงๆ บริษัทมันก็ต้องประกอบธุรกิจต่อไปนะคะ แต่พอมาเจออย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไรกับใครได้หรือเปล่าเพราะหนึ่งเขาโพสต์ข้อความลอยๆมาสองประโยคก็ดิ้นพล่านกันทั้งประเทศดิฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ถามว่ายุติธรรมไหมมันก็ไม่ เหรียญมันมี 2 ด้านถ้าจะพูดต้องพูดให้ครบฉันติดคุณเท่าไหร่คุณติดฉันเท่าไหร่ อย่าทำอะไรที่มันไม่ชัดเจนแล้วอาศัยมือคนไทยมาป้ายสีกันเอง ถ้าแฟร์ๆ คุณถือเงินที่คุณค้างเรามาเดี๋ยวเราถือเงินที่เราติดคุณไปยื่นกันเลยลูกผู้ชาย กล้าทำต้องกล้ารับ กรุณาบอกมาด้วยว่าใครเป็นคนโพสต์ โพสต์เองหรือว่ามีมือที่ 3 แล้วมือที่ 3 ใช่คนที่ตำรวจกำลังตามจับหรือเปล่า

“เราติดต่อคุณ ย. ตามขั้นตอน ตำรวจติดต่อตามขั้นตอนมีหมายจับออกมาแล้วด้วย ในส่วนของคุณมาโกโตะคือจริงๆ แล้วระหว่างที่เราทำงานเราได้มีการพูดคุยประนีประนอมกันมาตลอดเพราะเรายอมรับว่าพอเราเกิดเหตุการณ์ที่โดนฉ้อโกงในบริษัทเรามีปัญหาในเรื่องจ่ายเงินช้าจริงๆ ไม่ใช่กับทางเขาคนเดียวกับนักแสดงท่านอื่นด้วย เพราะฉะนั้นทุกคนอาศัยการพูดคุยประนีประนอมกันมาตลอด ไม่งั้นไม่สามารถทำงานจนจบโปรเจกต์ได้แต่มาเลิกคุยด้วยสาเหตุเดียวที่ดิฉันไม่สามารถคุยกับเขาต่อไปได้นั่นคือเขาเบี้ยวงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ฟินสุโค่ย ไม่มาแถมยังโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทบริษัทลงในทุกแชนแนล ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ เขาโพสต์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ครั้งแรกๆ เลยคือโพสต์ด่าคุณตุ๊กตาเป็นประเด็นคือก่อนหนังจะเข้าวันเดียว”

“ซึ่งอันนี้ขอชี้แจงเป็นบันทึกที่ดิฉันทำส่งให้กับตัวแทนของตัวแทนบริษัท เค โปรเจกต์ซึ่งเป็นล่ามของบริษัทเขา ดิฉันบันทึกเป็นภาษาไทยว่า มันเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นคือคุณมาโกโตะเขาขอค่าตัวพิเศษเพิ่มในการมาพรีเมียร์หนังที่ประเทศไทยวันที่ 22 กันยายน ดิฉันก็ตอบกลับไปว่าดิฉันไม่สามารถจ่ายค่าตัวพิเศษให้กับคุณได้เพราะมันไม่มีงบประมาณตรงนี้ แล้วดาราทุกคนเขาก็มาตามหน้าที่ของเขาหม ดเขาก็บอกว่างั้นเขาก็ไม่มานะทางเราก็บอกว่าโอเคถ้าไม่สะดวกใจจะมาจริงๆ ก็ไม่ต้องมาเรารับได้เพราะเราเองก็คุยกับทางทีม PR ของทางสหมงคลฟิล์มอยู่ตลอดเวลาก็สรุปว่าไม่มีเงินก็จะไม่มา แต่ถ้าเขาไม่เอาค่าตัวเราจะสามารถซัปพอร์ตเขาได้คือหนึ่งตั๋วเครื่องบิน สองโรงแรม คือทางเรามีสปอนเซอร์อยู่ สามค่าใช้จ่ายของเขาในระหว่างที่เขาอยู่เมืองไทย เขาก็ให้ตัวแทนตอบกลับมาว่าก็มีเงินดูแลเขาได้ทำไมถึงไม่จ่ายค่าตัวเขา ดิฉันก็งงเหมือนกันก็คือบอกเขาว่าเงินมันคนละวัตถุประสงค์เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แล้วมีเงินอีกก้อนหนึ่งที่ยืมกรรมการไปส่วนตัวประมาณหมื่นกว่าบาทให้คุณพ่อมาโกโตะยืมไป”

“สรุปต่างคนต่างติดกันในจำนวนที่แจ้งไปแล้วว่าเราติดเขาเท่าไหร่ เขาติดเราเท่าไหร่ เขาจะยอมรับหรือไม่เราไม่รู้ เพราะเรามีเอกสารในการพูดทุกประเด็นเอกสารพวกนี้พร้อมดำเนินคดีทุกอย่าง แล้วเขาติดเราในมูลค่าที่มากกว่าเราติดเขาในทางปฏิบัติแล้วใครควรจะจ่ายใครประเด็นคือมีการตกลงกันก่อน ก็คือสรุปยอดสุดท้ายแล้วต้องเป็น เค โปรเจกต์ ต้องจ่ายให้ตุ๊กตาที่เป็นกรรมการฟินด้วยซ้ำ คือจริงๆ เรื่องหลักฐานการเงินมีการทวงถามเขาไปเหมือนกันว่าทำไมไม่ส่งทางนั้นเขาตอบกลับมาว่าเดี๋ยวรอให้จ่ายครบก่อนเดี๋ยวส่ง คือเงินค่าจ้างที่ได้ไป 2 ล้านกว่าคุณไม่ส่งอะไรกลับมาเลย คิดว่าฉันสมควรที่จะจ่ายเงินคุณอยู่ไหม ส่วนประเด็นเรื่องของการโพสต์ช่วยใช้ความเป็นลูกผู้ชายของคุณออกมาตอบด้วยว่าสรุปที่คุณโพสต์ข้อความที่เป็นภาษาไทยเกี่ยวกับบริษัท ฟิน โปรเจกต์ โดยมีชื่อดิฉันแล้วชื่อคุณตุ๊กตาอยู่บนไอจีทั้งชื่อทั้งนามสกุลแค่ 2 คนเจตนาของคุณคืออะไร มีผู้เกี่ยวข้องสมรู้ร่วมคิดด้วยอยู่หรือไม่ แล้วอีกเรื่องที่ทำให้ข่าวมันลุกลามไปถึงไหนว่าคนไทยโกงญี่ปุ่นทำให้วงการหนังไทยเสียชื่อโดยที่ยังไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุคุณจะรับผิดชอบยังไงไม่ต้องการคำขอโทษต้องการความรับผิดชอบ ช่วยแสดงออกมาแล้วตกลงว่าจะจ่ายไหม ฝากถึงคนไทยทุกท่านช่วยทวงด้วยเหมือนกัน”

บอกมีโปรเจ็กต์จะทำหนังกับญี่ปุ่นอีกเป็นเรื่องที่สอง แต่พอเจอเหตุการณ์ดังกล่าวต้องชะงักหมดเพราะทุกคนมีคำถามเรื่องความโปร่งใส แต่มั่นใจชนะคดีแน่นอน
กบ : “ตอนนี้ทุกอย่างกำลังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการจริงๆ แล้วการขายลิขสิทธ์หนังเรายังไม่จบนะคะตอนนี้ทางสหมงคลฟิล์มกำลังขายอยู่ ซึ่งพอเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมาเราก็ไม่รู้ว่าจะคืนภาพลักษณ์หรือความเข้าใจจากคนไทยทุกคนและชาวต่างชาติด้วย คือจริงๆ เราติดต่อทำหนังเรื่องที่ 2 กับทางญี่ปุ่นเหมือนกันทุกอย่างตอนนี้ชะงักหมด ทุกคนมีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะจริงๆ มันเป็นเรื่องนิติกรรมระหว่างเรากับเค โปรเจกต์ เราไม่เคยไปพูดที่ไหนอยู่แล้วและมันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องอยู่แล้วที่จะยืมมือคนอื่นมาป้ายสีกัน”

“ตอนนี้เราปรึกษาทางตำรวจกับทางทนายความอยู่แล้วค่ะ ก็ต้องดูตามขั้นตอนว่าทำยังไงได้บ้างอีกเรื่องหนึ่งก็คือฝั่งเราก็มีคนฉ้อโกงเหมือนกัน ก็ต้องเอาตัวเขามาดำเนินคดี ไม่รู้จะได้กลับมาเท่าไหร่แต่ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ก็ขอให้ลิขสิทธ์หนังจากนี้ยังขายได้อยู่เพื่อจะได้มาหมุนเงินในบริษัท สรุปอีกเรื่องหนึ่งคือกรณีที่มีชื่อของกรรมการคนนี้คือคุณ ย.ไปทำนิติกรรมอะไรก็แล้วแต่ไม่ได้เกี่ยวกับเราถ้าจะพูดถึงเขากรุณาพูดชื่อเขา นามสกุลไม่ได้เกี่ยวกับทางเรา”

“ก่อนหน้านี้คือเราหยุดคุยกับทางเค โปรเจกต์ไปตั้งแต่พรีเมียร์หนังพอเขาโพสต์เราก็เมล์กลับไปถามเขาง่ายๆ ว่าโพสต์ทำไม มีอะไรทำไมไม่คุย เขาก็โพสต์กลับมาว่าก็ทวงแล้วไม่จ่าย จริงๆ ที่เราต้องการคือเราอยากรู้ว่าเขาโพสต์จริงหรือเปล่าหรือว่ามีใครใช้ทวิตเตอร์หรือไอจีของเขา

“คือหนึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำ สองมันกระทบกับคนรอข้างเรามากกว่าเพราะว่าเรารู้อยู่แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่บางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาพูดในที่แจ้งคือมันเป็นเรื่องของการทำนิติกรรมระหว่างบริษัทถ้าถามว่ากระทบกระทบต่องานที่ติดต่อมากกว่า ก็มั่นใจในหลักฐาน ส่วนคุณ ย. ยังตัดออกจากกรรมการไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่เขาต้องมีส่วนรับผิดชอบทุกอย่างค่ะ”



ASTVผู้จัดการออนไลน์ เพิ่มหมวดข่าว “โต๊ะญี่ปุ่น” นำเสนอความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสาร ตอบสนองผู้อ่านามเราได้นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



ติดตามรับชมช่อง “Super บันเทิง” ได้ที่ Super บันเทิง live

ข่าวบันเทิง, ถูกต้อง, รวดเร็วฉับไว ทั้งไทย และเทศ http://www.superent.co.th

ติดตามความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมดาราทั้งไทยและเทศตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ ซูเปอร์สตาแกรม



เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ “ซ้อ 7” ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก
ระบบ True Move เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

กำลังโหลดความคิดเห็น...