“จา พนม” เปลี่ยนชื่อครั้งที่3 เป็น “ทัชชกร” ชี้เพื่อเสริมดวงให้ตัวเอง เผยความคืบหน้า “องค์บาก3” อยู่ในขั้นพัฒนาบท มั่นใจแจ่มกว่าเก่า ยกความผิดพลาดที่ผ่านมาเป็นบทเรียน บอกจะไม่ยุ่งเรื่องเงินทองอีก
ถึงกับต้องเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่กันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกนักบู๊ “จา พนม” หลังจากเจอมรสุมชีวิตซัดอย่างจัง เจ้าตัวเผยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ทัชชกร ยีรัมย์” เพราะชอบความหมายที่แปลว่า ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ แต่ชื่อในการแสดงยังคงชื่อเดิม ก่อนเผยกำลังเร่งมือสร้าง “องค์บาก3” หวังเสร็จทันฉายวันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้
“องค์บาก 3 ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาบท แล้วก็เตรียมในเรื่องของฉากแอ็คชั่นใหม่ๆ ครับ แน่นอนครับว่าเราต้องเพิ่มทวีคูณจากภาค 2 อยู่แล้ว ครั้งนี้ก็ต้องคุยกับเสี่ย(เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ครับ ก็ต้องตกลงกันให้ดี แต่เสี่ยใจป้ำอยู่แล้วครับ”
“แต่ตอนนี้ผมยังไม่ได้ของบไป คิดว่าคราวนี้คงไม่ยุ่งแล้วครับ ก็คงต้องดูอันไหนว่าถูกต้องมั้ย เป็นความจริงมั้ย เราก็ต้องตรวจสอบ เพราะว่าเรามีบทเรียนแล้ว ชื่อก็เปลี่ยนใหม่แล้ว”
“ผมเปลี่ยนชื่อเป็น นายทัชชกร ยีรัมย์ ครับ เพื่อความเป็นสิริมงคลครับ ทัชชกร มีความหมายว่าผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ ก็คือมาจากการให้ การศรัทธา ผมไปหาอาจารย์ที่รู้จัก แล้วก็เลือกชื่อมา มีชื่อมา 10 กว่าชื่อ และผมชอบชื่อนี้ที่สุด ชื่อทัชชกรผมมีความรู้สึกว่า ผมรู้สึกดีกับชื่อนี้ ส่วน จา พนม ก็ยังเหมือนเดิมครับ เป็นชื่อในการแสดง จา พนมก็ยังเป็นจา พนมของแฟนๆ แล้วก็ของพ่อแม่พี่น้อง แล้วก็ของช้างบรรพบุรุษของผม”
“พอเปลี่ยนแล้ว ผมรู้สึกดีกับชื่อนี้นะครับ ไม่ได้มีใครทักอะไร แล้วผมก็เปลี่ยนชื่อมา 3 ครั้งแล้ว หนังก็ถือว่าองค์บาก 2 เป็นฝั่งดำ แล้วองค์บาก 3 ก็จะพัฒนาจะฝั่งดำมาเป็นฝั่งขาว ยุคใหม่ ทำใหม่ ทำในสิ่งที่มันถูกต้องและชัดเจน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นของการพูดคุยเรื่องของบท เรื่องของฉากแอ็คชั่น ก็คุยกับทางอาจารย์พันนาอยู่ ตอนนี้ก็ต้องรอดูว่าจะออกมาในรูปแบบไหน”
บอก ความผิดพลาดที่ผ่านมาเป็นบทเรียนที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น หวังองค์บาก3 จะเสร็จทันฉายวันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้
“กดดันมั้ย ผมว่าการได้ทำอะไรที่ใหม่ๆ มันท้าทายดี มันมีพลังมากกว่า แต่ทีมงานยังเหมือนเดิมครับ ส่วนตัวนักแสดงก็คงเปลี่ยนไม่ได้ เพราะอยู่ในองค์บาก 2 แล้ว ตอนนี้มีน้องสาวแท้ๆ ของผมมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ ชื่อน้องแวว ที่เคยให้ทุนกับผมมาทำหนัง”
“ส่วนประสบการณ์ที่เราผิดพลาดมา อะไรที่เราได้เคยเรียนรู้หลายๆ อย่าง ก็ต้องแก้ไข ปรับปรุง พัฒนากัน ถามว่าใช้เวลานานมั้ย ผมตอบไม่ได้ครับ แต่ผมอยากให้หนังออกทันวันที่ 5 ธันวาคมปีนี้ครับ”


