xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่22 นางงอประกาศยึดเรือนพุทไธเทพคืน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่22 นางงอประกาศยึดเรือนพุทไธเทพคืน

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา / ณไทย ภัทรกวีกานท์

สอางวิ่งหนีเตลิดออกมาตามทางอันมืดมิด ภาพกำจรถูกยิงเลือดสาด ล้มลงไปตายต่อหน้าต่อตา ผุดขึ้นมาหลอกหลอน

“ซอยแหน้ ไผกะได้ ซอยกูแหน้”
สอางกรีดร้องหวาดกลัว รู้สึกได้ยินเสียงปืนดังซ้ำๆอยู่ในหัว รีบวิ่ง จนล้มลุกคลุกคลาน เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นดิน สอางลุกขึ้นวิ่งต่อ ได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเองแล้วหลอน นึกว่าเป็นเสียงฝีเท้าไฉไล
“อีไฉไล มึงอย่าฆ่ากูเลย กูย่านแล้ว”
สอางวิ่งบุกป่าฝ่าดงหนีตายมาด้วยอาการหวาดผวา ถูกกิ่งไม้ใบหญ้าบาดตามแขนขาเป็นแผล มองเห็นแสงไฟลิบๆ อยู่เบื้องหน้า
“ซอยแหน้ ซอยกูแหน้ ฮือๆๆๆ”
สอางร้องไห้ขวัญเสีย มุ่งหน้าวิ่งไปยังที่แห่งนั้น โดยไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน

ศรีธารากับสายวารีรีบร้อนเข้ามาที่วังอินทนิลหลังจากรู้ข่าว เห็นโซ่ทองกับสะออนออกมาพอดี
“ท่านชาย ท่านหญิง”
“สะออน ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง” ศรีธาราร้อนใจ
“อ้ายโซ่ทองปิดแผลและให้ดื่มว่านบรรเทาอาการปวด ตอนนี้บรรทมแล้วเจ้าค่ะ”
“ใครเป็นคนทำร้ายท่านพ่อ สะออนพอจะรู้มั้ย” สายวารีถาม
สะออนอึกอัก สบตาโซ่ทอง ไม่อยากจะพูดเพราะกลัวจะกระทบกับสอาง แต่ไซยสาเกตเดินเข้ามา
“เมียสารวัตรกำจรข้าน้อย เพิ่นบุกมายิงสารวัตรกับ... เอ้อ” ไซยสาเกตเหลือบมองสะออนอย่างเกรงใจ แต่ก็ต้องบอกไป “แม่เจ้าสอาง”
ศรีธาราประหลาดมาก “หา ญาเอื้อยสอางมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เพิ่นเล่นซู้สมสู่กันกับสารวัตร ข้าน้อย” ไซยสาเกต
ศรีธารากับสายวารีตะลึงตะไล สะออนหน้าเสียละอายใจแทนพี่สาว โซ่ทองโอบปลอบประโลมแล้วตัดบท
“ท่านชายกับท่านหญิงเข้าไปเยี่ยมพ่อเจ้าเถิดข้าน้อย ถ้ามีอะไรเดี๋ยวค่อยออกมาคุยกัน”
ศรีธาราเห็นด้วย หันมาพยักหน้าชวนสายวารีไปที่ห้องพ่อเจ้า

โซ่ทองกับสะออนออกมานั่งซึมอยู่ในสวนหน้าตำหนัก ไซยสาเกตเดินตามออกมา ท่าทางสำนึกผิด
“ข้อยต้องขอสมมาที่ต้องเล่าความจริงทั้งเหมิดให้ท่านซายกับท่านญิงฟัง”
“บ่อเป็นหยังดอกจ้ะ ความจริงก็เป็นความจริง ข้อยแค่ฮู้สึกละอายใจ ที่สิเป็นฝ่ายบอกให้เพิ่นเทิงสองฮู้จากปาก”
สะออนเสียงเครือ แล้วสะอื้นออกมาอย่างอดสูใจ โซ่ทองดึงสะออนมาโอบแนบอก
“แล้วตำรวจมาส่งข่าวว่าจังใด๋แน ท่านไซสาเกต”
“ตอนนี่ ตำรวจเอาโตท่านนางไฉไลไปขังไว้ เบิ่งท่าทางเพิ่นอาละวาดหนักหลายปานคนเสียสติ ส่วนแม่เจ้าสอาง...ยังหาบ่อพ้อเลย เดี๋ยวยามตะเว็นแจ้ง สิจะออกตามหาอีกเทือ”
สะออนร้อนใจ “โอ๊ยน้อ... ญาเอื้อย หนีไปทางใด๋น้อ ญาเอื้อยสิบาดเจ็บบ่อน้อ”
สะออนตัวสั่นด้วยความกังวล ยกมือท่วมหัว อธิษฐานเสียงสั่น
“สาธุเด๊อ ขออย่าให้ญาเอื้อยเป็นหยังไปอีกคนเลย แค่นี้มันกะหนักคักแล้ว”

ฟ้าเริ่มสว่าง โซ่ทองพาสะออนที่โสลเสลกลับมาบ้าน เสากับสีแหล่รีบตามขึ้นมาบนเรือน
“แม่สะออน แม่เจ้าล่ะจ๊ะ” เสาถาม
“พวกเฮาควรถามเอื้อยเทิงสองหลายกว่า สอางบ่อได้กลับคืนมาบ้านบ้อ” โซ่ทองบอก
สีแหล่ส่ายหน้า ทำท่าจะร้องไห้ “บ่อได้กลับคืนมาจ้ะ ข้อยนั่งเฝ้าอยู่เหมิดคืนย่อนตำรวจเพิ่นมาถามหาแม่เจ้า”
เสาสะอื้นตาม “นี่ซุมไทบ้านมันก็ส่าลือกันไปทั่ว ว่าแม่เจ้าย่านถืกตำรวจจับ ก็เลยหนีเตลิดไป ตกลงไผฆ่าท่านสารวัตรกันแน่ บ่อแม่นอีไฉไลนั่นบ้อ”
“บ่อแม่นเรื่องที่สิต้องมาถามกันยามนี่ เอื้อยสองคนไปตามหาเพิ่นให้พ้อ ลองคึดเบิ่งว่าเพิ่นจะหนีไปทางใด๋ได้แน เร็ว”
โซ่ทองทำเสียงดุใส่ เสากับสีแหล่เลยรีบคลานออกไป สะออนหน้าซีดขึ้นทุกที รีบลุกขึ้น
“ข้อยสิไปซ่อยตามหาญาเอื้อย”
“เจ้าอดนอนมาเหมิดคืนแล้ว ไปนอนพักสา สะออน”
“บ่อ ข้อยเป็นห่วงญาเอื้อย ข้อยต้องตามญาเอื้อยให้พ้อ”
สะออนสะบัดลุกขึ้น แต่เดินหนีโซ่ทองไปได้ไม่กี่ก้าวก็หน้ามืดทรุดลง โซ่ทองรีบเข้าไปประคอง
“สะออน เห็นบ่อ อ้ายบอกแล้วว่าเจ้าบ่อไหว ไปนอนพักก่อนสา แล้วถ้ายังบ่อพ้อเพิ่น เราค่อยออกไปนำกัน”
สะออนมองโซ่ทองอยากจะขัดขืน แต่ก็ไม่มีแรง เลยต้องยอมให้โซ่ทองประคองไปห้องนอน

วันเดียวกัน ญาแม่คำอ่อนกับแม่ครูคำอุ่นถือตะกร้าใส่ข้าวปลาอาหารไปถวายเพลที่วัด ขึ้นศาลามาก็เจอพวกชาวบ้านบนศาลา ทุกคนมองมาที่ญาแม่ด้วยสายตาเดียวกัน
ญาแม่หยุดชะงักไม่กล้าเดินเข้าไป แต่คำอุ่นบีบแขนให้กำลังใจ แล้วพาญาแม่เข้าไปแทรกนั่งฟังพระสวด
ผ่านเวลาพระสวดเสร็จ ญาแม่กับคำอุ่นช่วยกันจัดสำรับถวายเพล ชาวบ้านซุบซิบบุ้ยใบ้มาทางทั้งสอง แล้วทำเป็นขยับเข้ามาคุยด้วย
“หาโตแม่เจ้าสอางพ้อแล้วยังล่ะ แม่คำอ่อน” ชาวบ้าน1 เปิดประเด็น
ญาแม่ก้มหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้ ทำเหมือนไม่ได้ยิน ง่วนอยู่กับสำรับข้าวถวายพระ
ชาวบ้าน2 “ได้ข่าวว่ารอดคมกระสุนเมียเก่าสารวัตรไปได้ บ่อแม่นหนีเตลิดไปกับผัวคนที่สามที่สี่แล้วบ้อ”
คำอุ่นโมโห “เอ๊ะ พวกเจ้านี่ ในวัดในวายังจะกล้าเว้าเรื่องอัปรีย์สีกบาลอย่างนี่อีกเนาะ บาปกรรมแท้ๆ”
ชาวบ้าน3 ยิ้มเยาะ แดกดันกลับ “โอ๊ย มันบ่อมีหยังอัปรีย์สีกบาลไปกว่าพฤติกรรมหลานสาวแม่ครูดอกจ้า เล่นซู้สู่ซาย จนเมียเก่าเขานำมายิง แล้วแทนที่อีคนบาปหนาอย่างมันสิตายไปซะ ก็ดันลากเอาคนดีๆ อย่างพ่อเจ้าให้เจ็บไปนำ”
“อย่ามาสั่งสอนพวกข้อยว่าบาปกรรมมันเป็นจั่งใด๋เลย ในเมื่อหลานสาวโตเองยังบ่อฮู้จักดีจักซั่วเลย แม่นความกูบ่อสู”
ชาวบ้าน1 หันไปพยักพเยิดเออออกับพรรคพวก ญาแม่นิ่งฟังคำพูดถากถางของพวกชาวบ้านแล้วตัวสั่นทนไม่ได้ ลุกพรวดขึ้น เดินลงจากศาลาไปทันที
คำอุ่นตกใจ “แม่คำอ่อน เจ้าสิไปไสน่ะ”
ญาแม่ไม่ฟังเสียงเรียก เดินดุ่มๆ สีหน้ากดดัน อัดอั้นอยากจะระเบิดเต็มที แม่ครูคำอุ่นรีบลุกตามลงไป

ญาแม่ แม่ครูคำอุ่น อยู่บนกุฏิกับหลวงตาญาครู ซึ่งกำลังเคี้ยวหมากหยับๆ อยู่ เมื่อญาครูรู้เรื่องสอางเข้าแล้วก็บ่น พูดพลางเคี้ยวหมาก ถ่มน้ำหมากลงกระโถน
“เฮ่อ... อีสอาง อีบาปหนาเอ้ย ชาติควายมักเกลือกกลั้วขี้ตม ชาติคนโสมมมันก็มักเกลือกกลั้วโลกีย์ เป็นตาเวทนามันแท้ๆ บ่อฮู้จักบาปบุญคุณโทษ แนวใด๋ดี แนวใด๋ซั่ว ตายไป บ่อฮู้สิไปตกนรกขุมใด๋”
ญาแม่เดือดดาล “ขุมใด๋ก็ให้มันตกไปเถาะ ญาครู พวกข้าน้อยก็สุดปัญญาที่สิสั่งสอน แต่นี่มันดันเฮ็ดให้ญาติพี่น้องต้องอับอายขายขี้หน้า ข้อยบ่อฮู้สิเอาหน้าไปแทรกอยู่ แผ่นดินใด๋”
“มึงก็ต้องโทษโตเองนั่นล่ะ อีคำอ่อน ที่บ่ออบรมสั่งสอนมันให้ดี” ญาครูว่า
“ข้าน้อยสิไปสั่งไปสอนหยังมันได้ อีงอมันเอาลูกข้าน้อยไปเลี้ยงตั้งแต่น้อย ก็มีแต่มันนั่นล่ะเจ้าค่ะ ที่เสี้ยมสอนลูกข้าน้อยจนมันเสียผู้เสียคน”
“สิไปโทษอีจันทร์ฝ่ายเดียวกะบ่อได้ดอก อีสอางมันก็เลือดในอกมึง คนเป็นแม่บ่อสอน หมาโตใด๋สิไปสอนมันได้ ลองคึดเบิ่งเด้อ ว่ามึงให้แต่เลือดแต่เนื้อมัน แล้วเคยให้ความฮักมันบ่อ”
คำพูดตรงๆ ของญาครู เล่นเอาญาแม่สะอึกอึ้ง สีหน้าสลดลง นึกไปถึงอดีตที่ตัวเองทำเหมือนไม่รักลูกคนกลางนี้เลย
“ข้าน้อยเหลือโตนน้องสาวแท้ ญาครู บ่อฮู้ว่าไปทำกรรมแนวใด๋ไว้”
“กรรม มันกะคือการกระทำนั่นล่ะ เฮ็ดเหตุหยังไว้ ผลมันกะเป็นอย่างนั่น คือกันกับโตเฮาเป็นจั่งใด๋ ก้มลงส่องเบิ่งในน้ำ มันกะเห็นเงาโตเฮาเองเป็นอย่างนั้น” หลวงตาญาครูว่า
ญาแม่สีหน้าเศร้าลง ดวงตาเหม่อลอย แม่ครูคำอุ่นลูบแขนปลอบประโลม

ในอดีต คำอ่อนอยู่ไฟบนเรือน นอนหลับท่าทางอ่อนเพลีย มีแม่เฒ่าแพงข้ารับใช้แก่ๆ ไกวเปลเด็กอยู่
“พ่อแพทย์มาแล้วจ้ะญาแม่”
คำอ่อนค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง เห็นพุทไธขึ้นเรือนมา มีนางสายอุ้มเด็กชายโซ่ทองเดินตามขึ้นมา ท่าทางเจียมตัว
“เป็นจั่งใด๋แน แม่คำอ่อน เจ้ากินยาเพิ่มน้ำนมตามที่ข้อยสั่งบ่อ”
“กินจ้ะ แต่ก็บ่อเห็นข้อยสิมีน้ำนมให้ลูกเลย” คำอ่อนมองไปทางสะอาดในเปล “ข้อยเหลือโตนลูก”
“บ่อเป็นหยังดอก ข้อยหาคนมาซ่อยเจ้าแล้ว” พุทไธลูบหัวปลอบพลางหันไปทางประตู “มานี่ แม่สาย”
นางสายค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมลูกชาย
“ผู้นี้ แม่สาย ข้อยสิให้มาเป็นแม่นมซ่อยเจ้าเลี้ยงสะอาด เงยหน้าขึ้นเว้ากับแม่คำอ่อนแน แม่สาย”
นางสายค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคำอ่อน แล้วต้องสะดุ้งเหมือนหวั่นกลัวโดยประหลาด
“ข้... ข้าน้อยขอไหว้จ้ะ”
“พ่อแพทย์ไปได้โตเพิ่นมาแต่ไส” คำอ่อนถาม
“แถวๆ บ้านเฮานี่ล่ะ ญาเอื้อยคำอุ่นมาบอกข้อยว่าแม่สายเพิ่งคลอดลูกซายได้บ่อโดน ก็น่าสิยังมีน้ำนม ข้อยก็เลยไปถาม แม่สายเพิ่นก็เต็มใจสิมาซ่อยเลี้ยงลูกให้”
“ข้าน้อยอยู่กันสองคนกับลูก บ่อมีที่ทางสิเฮ็ดกิน ถ้าญาแม่เมตตาให้ข้าน้อยฮับใซ้เลี้ยงดูเจ้านายน้อย ข้าน้อยก็ยินดีจ้ะ”
“ถ้าอย่างนั้น ข้อยก็ฝากลูกนำเด้อ แม่สาย”
“จ้ะๆ ขอบใจญาแม่กับพ่อแพทย์หลายจ้ะ”
นางสายพนมมือไหว้ อย่างสำนึกในบุญคุณ ได้อาศัยอยู่ในที่อันปลอดภัยกับลูกชาย

หนึ่งปีต่อมา สายนั่งต่ำหูกทอผ้าอยู่ สลับกับคอยหันไปดูสะอาดที่นั่งเล่นไม่ให้หยิบอะไรใส่ปาก
“แม่สะอาด อย่าหยิบขี้ดินขี้หินใส่ปากเด้อ” นางสายเห็นรีบลุกไปอุ้ม “เดี๋ยวญาแม่มาเห็นเข้า สิถืกตีเด้ไปล้างโตกันดีปะ”
นางสายอุ้มสะอาดขึ้นมา หันมาไกวเปลสอางสองสามที
“แม่สอางนอนอยู่นี่ก่อนเด้อ เดี๋ยวข้อยมา”
นางสายอุ้มสะอาดออกไป พอคล้อยหลังไม่นาน สอางก็ร้องไห้จ้าขึ้นมาดังลั่นไปทั่ว
นางงอเดินมาที่หน้าเรือนทอผ้าได้ยินเสียงเด็กร้องก็เดินเข้ามาดู เห็นสอางนอนดิ้น ร้องไห้โยเยอยู่ในเปล
“อีสาย มันไปไสของมัน ปล่อยให้เด็กน้อยฮ้องไห่อยู่ได้ โอ๋ๆ แม่สอาง อย่าฮ้องไห่เด๊อ”
นางงอเข้ามาไกวเปล สอางมองหน้านางงอแล้วค่อยๆ หยุดร้อง
“แน่ะ ว่านอนสอนง่ายแท้ๆ” นางงอทำมือหลอกล่อเล่นด้วย สอางหัวเราะออกมา “เป็นตาฮักตาแพงแท้น้อ”
นางงอมองหาสาย แต่ไม่เห็นเลยเข้าไปอุ้มสอาง
“ไป ข้อยสิพาเจ้าไปเบิ่งดอกไม้งามๆทางพู่น เจ้ามักดอกไม้บ่อ สอางน้อย”
นางงออุ้มสอางขึ้นมา แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงคำอ่อนดังขึ้น
“อีงอ มึงสิเอาลูกกูไปไส วางลูกกูลงเดี๋ยวนี่”
นางงอสะดุ้งหันไปมอง เห็นคำอ่อนพรวดพราดเข้ามาหา มองจ้องนางงอด้วยท่าทีกราดเกรี้ยว

คำอ่อนยืนหน้าตึงอยู่บนเรือน พุทไธเดินเข้ามาปลอบ
“สิเป็นหยังน้อ แม่คำอ่อน แม่งอเพิ่นก็แค่เอ็นดูสอาง”
“อีงอมันสิลักลูกเฮานั่นแหล่ว”
“เพิ่นสิลักไปไสล่ะ แม่คำอ่อน เฮือนนี่ มันก็เฮือนของเพิ่น จั่งใด๋ เพิ่นกะต้องอยู่นี่ไปจนตาย”
คำอ่อนฉุนกึก เสียงเขียวใส่ผัว “พ่อแพทย์”
“ข้อยเว้าความจริง”
“แต่ตอนนี่ มันบ่อแม่นอย่างนั่นแล้ว พ่อแพทย์มลืมคำสัญญาในมื่อกินยาเสี่ยงดวงซะตาแล้วบ้อ”
พุทไธนิ่งอึ้ง แล้วพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ
“ข้อยบ่อเคยลืมดอก แต่ข้อยกะบ่ออยากให้พวกเฮาต้องทนอยู่ด้วยความเคียดแค้นซิงซังกัน แม่งอเพิ่นเอ็นดูลูกเฮานั่นดีแล้ว เผื่อว่าความฮักความเอ็นดูของเพิ่น สิเฮ็ดให้ไฟแค้นมันเย็นลงได้”
คำอ่อนนิ่งขึง ถอนใจแรงๆ อย่างไม่ยอมรับง่ายๆ พุทไธลูบแขนปลอบ
“เชื่อข้อยเถาะ บางเทือ สอางนี่ล่ะ สิเฮ็ดให้เฮือนพุทไธเทพสงบสุขลง”

ญาแม่ดึงความคิดกลับคืนมา ลงมาจากกุฏิญาครู ปรับทุกข์กับพี่สาวเรื่องสอาง
“สิว่าไป มันกะแม่นความของญาครู ถ้าตอนนั่น เจ้าอดสาเลี้ยงลูกเอง ปานนี่ มันกะคงสิบ่อเป็นแบบนี่ดอก”
“ญาเอื้อยกะฮู้ว่าสอางมันเลี้ยงง่ายซะมื่อใด๋ อุ้มเอาขึ้นอกยามใด๋ มันก็ฮ้องไห่โวยวาย เตะถีบข้าน้อยยามนั่น ปานว่าเคียดแค้นข้าน้อยมาแต่ซาติเก่าซาติหลัง ถ้ามันสิผิด กะผิดย่อนอีงอนั่นล่ะ มันเลี้ยงห้สอางเสียคน”
คำอุ่นถอนใจไม่อยากจะเถียงกับน้องสาว พากันเดินออกมาที่หน้าวัดมุ่งหน้ากลับบ้าน แต่เจอเข้ากับกลุ่มเด็กร้องกรี๊ดๆ วิ่งเฮละโลหนีบางอย่างมา
“อ้าว นั่นอีหยังกัน พวกเจ้าพากันหนีหยังมา” คำอุ่นถาม
“ผีบ้าจ้ะ ผีบ้าอยู่หน้าวัด”
แม่ครูงงๆ มองไปทางชายป่ารกครึ้มแถวหน้าวัด เห็นพวกเด็กยังล้อมวงกันเอากิ่งไม้ ก้อนดินก้อนหินโยนตัวอะไรในพุ่มไม้แล้วร้องตะโกนไล่
“พวกสูเฮ็ดหยังกันน่ะ นี่เขตวัดเขตวา เขตอภัยทานเด้ มดแมงเพิ่นก็ยังบ่อให้ฆ่า นี่พวกสูกำลังฆ่าตีทำร้ายคนเด้”
พวกเด็กๆ กลัวคำอุ่น วิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง คำอุ่นชะเง้อมองแต่ยังจำไม่ได้ เพราะสอางเนื้อตัวมอมแมมนั่งซุกหน้ากับเข่าเหมือนหวาดกลัวอะไรสุดชีวิต
คำอุ่นขยับเข้าไปใกล้ๆ “อีนาง...อีนางเอ้ย... เจ้ามาแต่ไส”
แม่ครูเอื้อมมือเข้าไปแตะ ทันใดสอางก็ร้องวี้ดออกมา จนคำอุ่นกับญาแม่ตกใจถอยหนี
สอางกรีดร้อง “อร๊าย...อย่าเฮ็ดกู อย่าฆ่ากู กูย่านแล้ว อย่าฆ่ากู”
คำอุ่นกับญาแม่คำอ่อนมองเห็นสะอางเต็มตาแล้วพากันตกตะลึงพรึงเพริด
“สอาง”
สอางร้องกรี๊ดๆ ถอยหนีแทรกตัวเข้าไปในพุ่มไม้อย่างหวาดกลัวขวัญเสีย
“อย่าฆ่ากู กูย่านแล้ว...”
ญาแม่กับแม่ครูช็อกทำอะไรไม่ถูก

สะออนนอนหลับอยู่บนเตียง ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นโซ่ทองนั่งเฝ้ากุมมืออยู่ สะออนนึกได้ลุกขึ้นนั่งมองหาพี่สาว เห็นแต่เสากับสีแหล่นั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ด้วย
“เอื้อยเสา เอื้อยสีแหล่ ญาเอื้อยข้อยล่ะ หาพ้อแล้วยัง”
“ยังจ้ะ พวกข้อยพลิกแผ่นดินหากันทั่วแล้ว หาจั่งใด๋กะหาบ่อพ้อจ้ะ” เสาบอก
สีแหล่เสริมว่า “ข้อยให้อีเพ็งอีเภาแยกไปหาอีกทาง ข้ามทุ่งข้ามห้วยไปทางท้ายบ้านพู่น กะบ่อเห็นจ้ะ”
“ญาเอื้อย...”
สะออนร้อนใจลุกพรวดขึ้น โซ่ทองรีบเข้าประคอง
“สะออน โซ่ทอง มานี่จักคราวดู๊”
สะออนกับโซ่ทองได้ยินเสียงแม่ครูคำอุ่น ก็รีบโผล่หน้าออกไปดูหน้าห้อง เห็นคำอุ่นพรวดพราดขึ้นเรือนมา
“ป้าเห็นสอางแล้ว ตอนนี่ เพิ่นอยู่หน้าวัดกับแม่ของเจ้า”
สะออนกับโซ่ทองโล่งอก

ทั้งหมดรีบตามกันไปที่วัด สะออนโผเข้าไปเห็นสภาพสอางเนื้อตัวมอมแมมด้วยฝุ่นดิน ร่างกายเปรอะเปื้อนคราบเลือด นั่งพนมมือหวาดผวาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สภาพขวัญเสีย ญาแม่เฝ้าอยู่ด้วยความเวทนา
“บักสารวัตรตายแล้ว บักสารวัตรมันตายแล้ว พ่อเจ้ากะตาย อีไฉไลมันยิงเพิ่นตาย เพิ่นตายแล้วๆๆๆ”
สอางร้องกรี๊ดๆ เอามือปิดหน้าปิดตา จิกทึ้งผมตัวเอง ญาแม่พยายามยึดแขนไว้ไม่ให้สอางทำร้ายตัวเอง
“ญาเอื้อย”
“ปล่อยกู อย่าเฮ็ดกู กูย่านแล้ว” สอางดิ้นหนีกรีดร้องโหยหวน
สะออนเห็นอาการสอางแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเวทนา
“พาเพิ่นเมือบ้านสา สะออน อย่าให้มาอยู่อย่างนี่เลย ขายขี้หน้าไทบ้านไทเมือง”
สะออนกับโซ่ทองพยักหน้าเข้าไปช่วยกันจับตัวสะออน สอางร้องกรี๊ดๆ ถอยหนี อย่างหวาดระแวง
“อีไฉไล มึงอย่าฆ่ากูเลย กูย่านแล้ว เอาผัวมึงคืนไป เอาผัวมึงคืนไป”
“สอาง นี่ข้อยเอง บักโซ่ทอง กับสะออน”
สอางไม่สนใจ ไม่รับรู้ เอาแต่ร้องกรี๊ดๆ ดิ้นหนีตลอดเวลา สะบัดจนหลุด แล้วลุกวิ่งออกไป
“สอาง” โซ่ทองบอกเสากะสีแหล่ “เอื้อยสองคน จับเพิ่นไว้”
สอางร้องกรี๊ดๆ วิ่งเตลิดหนีไปอีกทาง เสากับสีแหล่รีบวิ่งตามไปคว้าตัวไว้คนละข้าง สอางยังกรี๊ดๆ ดิ้นหนีไม่ยอม ญาแม่มองดูอาการของสอางที่เหมือนคนวิกลจริตแล้วส่ายหน้า
“ข้าน้อยทนเห็นสภาพมันบ่อได้ ญาเอื้อย เป็นหยังมันถึงเป็นไปได้ถึงเพียงนี่ ผีห่าทางใด๋มาเข้าสิงลูกข้าน้อย”
ญาแม่คำอ่อนสะท้อนใจ น้ำตาคลอๆ

ส่วนที่วังอินทนิล ศรีธารากับสายวารี นั่งคุยกับดาราไลและเจ้าไกรสี อยู่ในโถงตำหนักใหญ่
“พอข้อยรู้ข่าวก็ฟ่าวมาเลย ตกลงว่ามันเกิดหยังขึ้น พ่อเจ้าเพิ่นถืกยิงได้จั่งใด๋”
ศรีธาราอ้อมแอ้มบอก “อุบัติเหตุน่ะครับ ท่านลุงไกรสี”
สายวารีเสริมว่า “แต่ตอนนี้ ท่านพ่อปลอดภัยแล้วนะคะ”
ดาราไลเอ่ยขึ้นว่า “ถึงจั่งใด๋ ก็อย่าเพิ่งวางใจเด้อ แผลผ่าตัดจากการถูกยิงสิติดเซื้อง่าย เอื้อยว่าพาพ่อเจ้าไปปิ้นปัวรักษาอยู่โฮงแพทย์ดีกว่า”
“ผมกับน้องไม่ทราบเลยว่ามีโรงพยาบาลอยู่ที่ไหนบ้างในแถบมณฑลนี้”
“หมู่ฮักของเอื้อยเป็นซิสเตอร์ของคริสตจักรอยู่ที่เรณูนคร บาทหลวงอธิการโบสถ์เพิ่นสร้างโฮงแพทย์แบบฝรั่งอย่างดีอยู่นั่น” ดาราไลบอก
เจ้าไกรสีเห็นด้วย “กะดีแหล่วลูก หลานสองคนสิว่าจั่งใด๋”
ศรีธาราหันไปสบตาสายวารีเชิงหารือ แล้วหันมาพยักหน้าเห็นด้วย
“น้องเห็นด้วยค่ะ ท่านพี่ดาราไล”
“ถ้าอย่างนั้น ผมต้องรบกวนท่านลุงกับท่านพี่ดาราไลด้วยนะครับ”
ศรีธารากับสายวารียกมือไหว้ดาราไลกับเจ้าไกรสี

ฝ่ายสะออนกับโซ่ทองลงเรือนมา เห็นตำรวจจากโรงพักเมืองอีสานบุรีเดินเข้ามา
“เจ้าเห็นโตแม่เจ้าสอางแล้วแม่นบ่อ แม่สะออน”
“เอ่อ...จ้ะ”
“สะดวกบ่อ ถ้าข้อยสิขอสอบปากคำเพิ่น”
“ตอนนี้แม่เจ้ายังบ่อได้สติเลยจ้ะ” โซ่ทองบอกหน้าเครียด
ตำรวจพยักหน้ารับรู้และเข้าใจ ขณะที่สะออนมองขึ้นไปบนเรือนอย่างกังวล

สอางนั่งกอดเข่าอยู่มุมหนึ่งในห้อง ท่าทางหวาดกลัว พอเห็นเสา สีแหล่เข้าไปหาก็กรี๊ดใส่ ขว้างปาข้าวของ
“อย่า อย่าเฮ็ดหยังกู กูย่านแล้วๆ”
สอางเอามือปิดหน้าปิดตา เนื้อตัวสั่น สะออนถือถ้วยยาเข้ามา เสาหันมามองขอร้อง
“แม่สะออน ช่วยแม่เจ้าด้วยเถอะจ้ะ”
สะออนขยับเข้าไปหาใกล้ๆ สอาง เอื้อมมือไปแตะตัว ถูกสอางสะบัดออกอย่างแรง
“อย่า ย่านแล้วๆ”
“ญาเอื้อย นี่ข้อยเองสะออน ญาเอื้อยเงยหน้าดูสิจ๊ะ”
สะออนเข้าไปนั่งข้างๆ ลูบแขนเบาๆ สอางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง
“สะออน”
“ใช่จ้ะ ข้อยเอง”
สอางน้ำตารื้น เหมือนเห็นคนคุ้นเคยก็ไขว่คว้ายึดเป็นที่พึ่ง
“สะออน เลือด...เลือดเต็มไปเหมิดเลย อีไฉไลมันฆ่าสารวัตร มันฆ่าพ่อเจ้า แล้วมันกะสิฆ่าเอื้อย”
สอางเอามือปิดหน้าตัวเอง ตัวสั่นขึ้นมาอีกด้วยความสับสน สะออนเข้าไปกอดไว้
“ตอนนี้ญาเอื้อยปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรญาเอื้อยได้แล้ว บ่อต้องกลัวนะจ๊ะ”
สอางตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดสะออนค่อยๆ สงบลง แต่ยังพอนึกภาพที่ตัวเองเห็นก็บ่นพึมพำขึ้นมาอีก
“สารวัตรก็ตาย พ่อเจ้าก็ตาย เป็นตาย่านเหลือหลาย” สอางร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น
“พ่อเจ้าแค่บาดเจ็บ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วจ้ะ”
สอางชะงักเหมือนรับรู้ เหลือบตามองหน้าสะออน สะออนพยักหน้ายืนยัน แล้วคะยั้นคะยอเอายาให้
“ญาเอื้อยกินยาก่อนนะจ๊ะ แล้วข้อยจะพาไปเยี่ยมพ่อเจ้า”
สะออนประคองถ้วยยาจ่อที่ปากสอาง สอางมีท่าทีสงบลงเรื่อยๆ ยอมกินยา

วันหนึ่ง ศรีธารากับสายวารีแวะมาที่เรือนพุทไธเทพ เวลานี้นั่งคุยกับโซ่ทองเพื่อส่งข่าวว่าไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อเจ้า
“ผมมาขอบคุณอ้ายโซ่ทองกับสะออน ที่ช่วยชีวิตท่านพ่อในยามวิกฤติ”
“ตอนนี้เราส่งท่านพ่อไปรักษาต่อที่โรงแพทย์ที่เรณูนคร เจ้าไกรสีกับเจ้าดาราไลเพิ่นรู้จักหมอฝรั่งที่นั่นค่ะ”
“ได้ยินอย่างนี้ ข้าน้อยก็โล่งใจ ขอให้พ่อเจ้าฟื้นจากอาการบาดเจ็บเร็วๆ นะ ท่านชาย ท่านหญิง”
“แล้วญาเอื้อยสอางล่ะครับอ้าย เจอตัวหรือยัง”
โซ่ทองอึ้งไป ทำหน้าไม่ถูก ตัดสินใจพาทั้งสองไปดูสภาพสอางเอง

สายวารีกับศรีธาราเข้ามาดูอาการขณะที่สอางนอนหลับอยู่ในห้อง สะออนรู้สึกกระดากและละอายใจในสิ่งที่พี่สาวทำลงไปจนเกิดเรื่องอื้อฉาว ทำให้พ่อเจ้าถูกยิง จึงยกมือไหว้ขอโทษสองพี่น้อง
“ ข้าน้อยกราบขอสมมาท่านชายกับท่านหญิงนะเจ้าคะ ที่ญาเอื้อยทำให้เกิดเรื่องเสื่อมเสีย ข้าน้อยละอายใจเหลือเกิน”
“ไม่ต้องขอโทษขอโพยหรอก ไม่ใช่ความผิดของสะออน พี่สาวของสะออนต่างหากที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้”
“ให้ข้อยกราบแทนญาเอื้อยเถอะจ้ะ”
ศรีธาราถอนใจ “อโหสิกรรมให้เขาเถอะน้อง จะได้ไม่ผูกเวรผูกกรรมกัน”
ศรีธารามองสอางแล้วถอนใจ ก่อนจะหันมาบอกสะออนกับโซ่ทอง
“แต่อย่างไรเสีย ผมก็คงให้ญาเอื้อยสอางกลับไปอยู่ที่วังไม่ได้อีกแล้ว”
“ข้าน้อยกับสะออนเข้าใจดีท่านชาย”
“ในเมื่อเขานอกใจท่านพ่อ ก็เท่ากับไม่มีความรักให้กันแล้ว ขอให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจบสิ้นลงแค่นี้ ผมฝากอ้ายกับสะออนบอกเขาด้วย” ศรีธาราเน้นคำชัดๆ “ว่าต่อไปนี้จะไม่มีแม่เจ้าสอางอีกต่อไป”

วันเวลาเดียวกันนี้ นางงอหรือนางจันทร์นั่งประทินโฉมอยู่ในห้องบนเรือน สมิงพันดงเดินเข้ามากอดหอมพัวพัน
“ได้ข่าวแม่เจ้าสอาง เจ้านายสุดฮักสุดบูซาของเจ้าแนบ๊อ แม่จันทร์”
“เรื่องหยัง พ่อครู”
“กะเรื่องที่เพิ่นไปเล่นซู้สมสู่กับบักสารวัตรผัวเก่า จนเมียมันบุกมายิงหัวกบาล ตายคาตาแม่เจ้านั่นแหล่ว”
นางจันทร์ตกใจ “อีหลีบ้อ”
“ท่อนั่นยังบ่อพอเด๊ะ พ่อเจ้าก็ถืกลูกหลงไปนำ ลูกกระสุนแล่นตำเอา เจ็บปางตายเลยล่ะ” สมิงชั่วหัวเราะสะใจ “ข้อยมาสาใจคักแท้ บาดทีนี่ล่ะ เสื่อมเสียกันไปเหมิด ย่อนความระยำสำส่อนของแม่เจ้าสอาง ให้มันเสื่อมเสียฮอดโคตรฮอดเหง้า ฮอดสำนักแพทย์ของพ่อมันเหมิดเหง้าเหมิดกอ”
จันทร์สะดุดนิดๆ ตรงที่สมิงชั่วพูดถึงสำนักแพทย์ เพราะเธอเป็นลูกของพ่อแพทย์จันทกุมาร
สมิงพันดงเห็นนางงอหน้าเจื่อนไป ก็ลูบไล้กอดหอมเอาใจ อย่างหลงใหลนางงอ
“ข้อยหมายถึงว่า... บักใด๋อีใด๋ที่มันเคยคิดร้ายกับเจ้า กะถึงคราวเพพินาศกันบาดนี่ล่ะ แม่เจ้าสอางเพิ่นสนองคุณพ่อแม่พี่น้องได้สมกับที่แม่จันทร์เสี้ยมสอนมาแท้ๆ”
นางงอนิ่งคิดแล้วค่อยๆ ยิ้มสะใจออกมา เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต

เวลานั้น เด็กหญิงสะอาดวัยราว 10 ขวบ เก็บดอกใม้ในสวนได้เต็มกระบุง เดินดอมดมดอกไม้มาตามทาง เด็กหญิงสอางเดินเข้ามาขวาง ขอดอกไม่เอาดื้อๆ
“มีแต่ดอกไม้งามๆ หอมๆ”
“เอาดอกไม้มา ข้าน้อยสิเล่น”
“สอาง น้องหล่า เจ้าอยากได้ดอกไม้ กะไปเก็บเอาใหม่ทางพู่นเด้อ”
“บ่อ ข้าน้อยสิเอาอันนี้ สิเอาอันที่ญาเอื้อยเก็บมา”
สอางฉวยดอกไม้จากในกระบุงแล้วฉีกโปรยขึ้นฟ้า
“เจ้าสิมายาดแย่งเอื้อยเฮ็ดหยัง ดอกไม้งามๆ มีอยู่ตั้งหลวงหลายเต็มสวน”
“เอามา”
“เอื้อยบ่อให้ เอาของเอื้อยมา…”
สอางดึงกระบุงดอกไม้ยื้อแย่งกัน
ญาแม่กับนางสายคัดเส้นไหมอยู่ตรงแคร่แถวๆ นั้น มองเห็นจึงละงานลุกเดินมาดู มีนางสายเดินตามมาด้วย
“เอามา กูสิเอาของมึง กูสิเอาให้เหมิดเลย”
“น้องหล่า อย่าเฮ็ด” สะอาดเสียใจร้องไห้ออกมา
“มึงบ่อให้กูแม่นบ้อ”
สอางผลักกระบุงดอกไม้และสะอาดล้มลงไปด้วยกัน ดอกไม้กระจัดกระจาย สะอาดร้องไห้ สอางยืนเท้าสะเอวมองสะใจ ญาแม่ปราดเข้ามา
“สอาง เฮ็ดหยังเอื้อยน่ะ”
“ก็ญาเอื้อยขี้แพง บ่อยอมแบ่งดอกไม้ให้ข้าน้อยเล่นนำ
“แล้วเป็นหยังต้องมายาดมาแย่ง เป็นหยังบ่อไปเก็บเอาใหม่”
“บ่อ ขี้คร้าน”
ญาแม่โกรธ ฉวยเอากิ่งไม้ใกล้ๆ มาฟาดขาสอางเต็มแรง
สอางสะดุ้งกรี๊ดร้อง ปล่อยโฮออกมา “ญาแม่ตีข้าน้อย ญาแม่บ่อฮักข้าน้อย”
“ เด็กสันดานก้าวร้าวแบบนี่ สิตีให้ตายมื่อนี่เลย”
นางงอกึ่งเดินกึ่งวิ่งกระย่องกระแย่งเข้ามา
“ญาแม่ใจร้าย ญาแม่ใจยักษ์”
“อย่า... อย่าเฮ็ดสอาง”
นางงอกอดสอางไว้ทั้งตัวอย่างปกป้อง ญาแม่โกรธจัดฟาดทั้งสองคน
“ออกไป อีงอ นี่ลูกกู บ่อแม่นลูกมึง”
นางงอไม่ยอมปล่อย “ลูกไผกะซ่าง ข้อยเลี้ยงมาพาใหญ่ ข้อยกะฮักของข้อย”
“ออกไป กูบอกให้ออกไป” ญาแม่ฟาดนางงอ “กูสิสั่งสอนลูก”
สอางดิ้นจนหลุดออกมา ฉวยเอาไม้เรียวจากแม่มาหักแล้วโยนทิ้ง ร้องไห้ไม่หยุด
“อย่ามาเอิ้นว่าลูก ข้าน้อยบ่อเคยเห็นญาแม่เลี้ยงข้าน้อยดอก ญาแม่เลี้ยงแต่ญาเอื้อยกับน้อง ฮักแต่ญาเอื้อยกับน้อง ข้าน้อยบ่อแม่นลูกญาแม่ดอก”
สอางเตะกระบุงดอกไม้ทิ้ง แล้ววิ่งหนีไปเลย ญาแม่มองตามด้วยสีหน้าตะลึงนึกไม่ถึง นางงอมองดูด้วยความสะใจ

ต่อมานางงอฝนเหง้าไพลทาแผลให้สอาง และพูดเสี้ยมสอนไปด้วย
“เจ้าฮู้บ่อ สอาง ว่าแผลนี่ มันแม่นแผลหยัง”
“แผลหยังล่ะ อีงอ”
“ก็แผลเคียดแผลซังนั่นเด้ ถ้าญาแม่ของเจ้าฮักเจ้า เขาสิฝากแผลไว้ที่กายที่ใจเจ้าอย่างนี่นั่นบ้อ”
สอางกำลังเศร้าสุดๆ และน้อยใจแม่ด้วย นางงอสบช่อง รีบใส่ไฟทันที
“ฟังข้อยเด๊อ เจ้าสิต้องอยู่เป็นใหญ่ ครองบ้านนี้ และยาดแย่งเอาทุกอย่างทุกแนวที่อยากได้ อย่าให้หลุดลอยไปอยู่ในมือไผ เจ้าสิแพ้ไผบ่อได้ เจ้าต้องเหนือกว่า เจ้าต้องซนะ แล้วซัยซนะนั่นมันสิมาซดเซยความแพ้ที่ถืกพวกเขายัดเยียดให้เจ้า”
แววตาของเด็กหญิงสอางเป็นประกายวาบขึ้นมาด้วยความแค้นต่อพ่อแม่

หลายวันต่อมาสอางนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง สีแหล่รินยาใส่ถ้วย เสายื่นถ้วยยาวางไว้บนเตียงให้
“กินยาก่อนจ้ะ แม่สอาง”
โดยที่สองบ่าวไม่คาดคิดยาถูกสาดใส่หน้าเสาจังๆ ถ้วยยาถูกขว้างใส่ฝาเรือนแตกกระจาย เสากะสีแหล่กรีดร้อง เนื้อตัวเสาเปื้อนด้วยน้ำยา
“มึงเอิ้นกูว่าจั่งใด๋เกาะ อีเสา”
“เอ่อ ม...แม่เจ้าสอางเจ้าค่ะ”
“จำใส่กะโหลกมึงไว้ อย่าได้ลืมยศกูอีก”
“เจ้าค่ะๆ แม่เจ้า” เสาไหว้ปลกๆ
สีแหล่รีบรินยาให้ใหม่ พูดเอาใจ
“แม่เจ้ากินยาแนเด้อเจ้าค่ะ”
“กูกินมาหลายมื่อจนสิฮากแล้ว มึงบ่อเห็นบ้อว่ากูเซาแล้ว”
“อั่น... เห็นแล้วเจ้าค่ะ” สีแหล่รีบเก็บยา แล้วเกาะขาพูดเอาใจ “ถ้าอย่างนั่น แม่เจ้าอยากเสวยหยังบ่อเจ้าคะ ข้าน้อยสิไปเฮ็ดมาถวาย”
“กูบ่ออยาก พวกมึงไปหาผ้าหาแพรมาให้กูเปลี่ยน เดี๋ยวกูสิออกไปข้างนอก”
เสากับสีแหล่รับคำรีบคลานไปเปิดลิ้นชักหยิบเสื้อผ้ามาให้
เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จ สอางก็เดินนวยนาดออกมา มีสองบ่าวตามหลัง สวนกับญาแม่ที่หน้าประตูชานเรือน
“สิไปไส สอาง”
“ข้าน้อยสิกลับวัง”
“เฮอะ ยังสิมีวังทางใด๋ให้เจ้ากลับอีกล่ะ สร้างเรื่องระยำไว้ขนาดนั่น ยังบ่อฮู้โตฮู้ตนอีกบ้อ”
“ข้าน้อยสิไปเยี่ยมพ่อเจ้า”
“บ่อต้องไป พ่อเจ้าเพิ่นกำลังรักษาโตอยู่”
“ข้าน้อยเป็นนางพญาหงส์ ญาแม่เป็นแค่ไทบ้าน คึดว่าสิออกคำสั่งกับแม่เจ้าอย่างข้าน้อยได้ซั่นบ้อ”
ญาแม่โมโห “ก็ให้มันฮู้ไปตั้วว่าบ่อได้ อีเสา อีสีแหล่ ลากปีกนางพญาหงส์ของสูกลับเข้าห้องเดี๋ยวนี้”
เสากับสีแหล่เข้าไปจับตัวสอางไว้
“อย่าไปไสเลยเด้อเจ้าค่ะ แม่เจ้า” เสาว่าเชิงขอร้อง
สีแหล่ก็บอกเชิงปลอบ “อยู่เฮือนเฮานี่ล่ะเจ้าค่ะ ให้ประสาทดีก่อน จั่งค่อยไป”
“มึงว่ากูเป็นบ้าซั่นบ้อ ปล่อยกู”
“จับโตไว้ แล้วเอาเข้าไปขังไว้ในห้อง” ญาแม่สั่งเสียงกร้าวแล้วหนีเข้าห้องไป

เสากะสีแหล่จับแม่เจ้าบ่าวตั้งลากเข้าห้องไป พูดดีๆ ด้วย
“เข้าไปอยู่ในห้องก่อนเด้อเจ้าคะ แม่เจ้า” เสาว่า
“ปล่อยกู ปล่อย กูบอกให้ปล่อยกู”
สอางดิ้นหนีเต็มแรง ผลักเสากับสีแหล่ล้มกองกัน แล้วรีบหนีลงเรือนไป เสา กะสีแหล่พากันตามไป

ที่วังอินทนิลเจ้าดาราไลอุ้มอังกูรด้วยความทะนุถนอม สายวารีตักข้าวบดกับกล้วยป้อน
“ถ้าช่วงวิกฤติ พวกเราไม่มีท่านพี่คงจะเคว้งคว้าง ขอบคุณนะคะที่เป็นธุระเป็นขวัญ เป็นกำลังใจให้พวกเรา”
“ไม่เป็นไรดอก น้องหล่า พ่อเอื้อยกับพ่อของเจ้าเพิ่นฮักแพงกัน เรามีหยังก็เพิ่งพาอาศัยกัน เอื้อยเหลือโตนอังกูร เพิ่นเป็นตาฮัก” ดาราไลพูดพลางหอมแก้ม
“ตั้งแต่ท่านพ่อกลับมาจากโรงแพทย์ฝรั่งที่เรณูนคร ดูเหมือนว่าท่านดีขึ้นมาก หายดีทั้งแผลกาย ทั้งแผลใจเลยนะคะ”
“จ้ะ” ดาราไลยิ้มหยอกทารกน้อย “อังกูร... อิ่มแล้วยังลูก เป็นตาฮัก เป็นตาแพงแท้น้อ”
ดาราไลกับสายวารีหยอกล้อหอมแก้มอังกูร แล้วได้ยินเสียงสอางดังกรี๊ดกร๊าดขึ้นที่หน้าวัง

ที่โถงตำหนักใหญ่เวลานั้น ทองมีกับไซยสาเกตฉุดแขนสอางไว้คนละข้าง
“ปล่อยกู อีพวกขี้ข้า มึงเก่งมาแค่ไส มาห้ามกูบ่อให้กูเข้าวัง ปล่อยกูเดี๋ยวนี่”
สายวารีกับดาราไลเดินออกมาดู ดาราไลอุ้มอังกูรไว้กับอก
“พวกเขาทำตามคำสั่งของฉันกับท่านพี่ศรีธารา คนที่บ้านไม่ได้บอกหรือไง ว่าฉันห้ามไม่ให้เธอกลับมาเหยียบที่วังอีก”
“เป็นหยังข้อยสิกลับมาบ่อได้ ในเมื่อหม่องนี่ มันเป็นวังของข้อย”
“เธอหมดสิทธิ์ในวังนี้ ตั้งแต่ใฝ่ต่ำคบชู้แล้วล่ะสอาง ท่านพ่อไม่มีทางให้อภัยเธอแน่นอน”
“แต่ถึงจั่งใด๋ ข้อยก็เป็นแม่ของอังกูร ถ้าลูกข้อยมีสิทธิ์อยู่ในวังนี่ ข้อยก็ต้องมีสิทธิ์”
“มีแม่อย่าเธอ สู้ให้อังกูรเป็นกำพร้าเสียยังจะประเสริฐกว่า อย่ามาอ้างสิทธิ์ความเป็นแม่ เป็ดไก่มันยังกกไข่ลูกมัน แต่เธอมันใจชั่ว ทิ้งลูก ร่านไปกกผัวเก่า”
“อีปากปลาแดก มึงด่ากูบ้อ”
สอางพรวดพราดเข้าไปตบสายวารี แต่ถูกทองมีเข้าไปขวางและตบ ผลักออกมาไปล้มกองแหมะกับพื้น
สอางตั้งตัวได้ลุกขึ้นได้ก็ฉวยผมมวยของทองมี ลากมาตบ ทั้งสองตบตีกันเป็นที่วุ่นวาย
อังกูรตกใจร้องไห้ ดาราไลกอดไว้ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์
“เอาลูกกูมานี่”
สอางโผนจะเข้าคว้าอังกูร ดาราไลตกใจถอยหนี สายวารีเข้ามาขวางไว้
“อย่ามายุ่งกับน้องฉันนะ ลากมันออกไปโยนทิ้งข้างนอก”
คำมูน เลี่ยม ที่เกลียดสอางเข้าไส้และบ่าวที่จงรักภักดีต่อสายวารี วิ่งกรูเข้ามาลากสอางออกไป เสากับสีแหล่วิ่งมาเห็นพอดี อุทานลั่น
“แม่เจ้า”
“เก็บเศษซากของเจ้านายพวกเธอไปให้พ้นวังฉัน แล้วอย่าบังอาจเอาคำว่าแม่เจ้าไปใช้อีก ถ้าไม่อยากให้ขี้กลากขึ้นหัว” สายวารีประกาศเสียงเข้ม

สอางกรีดร้องด้วยความเจ็บแค้น ผมเผ้าหลุดลุ่ยกะเซอะกะเซิง ถูกโยนออกนอกเขตวัง
“อีพวกชาติชั่ว พรากลูกพรากแม่ กูจะสาปให้พวกมึงตายห่าตายโหงให้เหมิด”
สอางร้องกรี๊ดๆ ดิ้นพราดๆ ด่าไล่หลังสายวารีกับดาราไลที่เดินกลับเข้าวังไป

กลับถึงเรือนพุทไธอย่างพ่ายแพ้ยับเยิน สอางขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ตีอกชกตัวด้วยความเจ็บแค้นใจ เสากับสีแหล่จัดสำรับเล็กๆ มาให้
“แม่เจ้าสอางเจ้าคะ เสวยข้าวปลาก่อนเจ้าค่ะ”
“อย่าเอาแต่เศร้าไปเลยเจ้าค่ะ เสวยข้าวก่อนนะเจ้าคะ”
“พวกมึงอย่ามายุ่งกับกู ออกไป๊….”
สอางฉวยได้หมอนผ้าห่มก็ขว้างใส่เสากับสีแหล่
“ไสหัวไป๊! ออกไป๊”
เสากับสีแหล่รีบออกจากห้อง เจอกับสะออนที่เดินเข้ามา
“ญาเอื้อยเป็นจั่งใด๋แน”
“ตั้งแต่กลับมาจากวังกะบ่อยอมกินหยังเลยจ้ะ บ่อว่าน้ำว่าข้าว”
“ถ้าอย่างนั่น เอื้อยสองคนก็อย่าเพิ่งไปกวนใจเพิ่น ถ้าเพิ่นหิว ก็คงสิเอิ้นเองดอก อยากได้หยังก็ไปจัดหามาให้ ตามใจเพิ่น”
เสากับสีแหล่รับเอาคำ ยกสำรับออกไป สะออนมองไปที่ห้องสอางแล้วถอนใจ

สะออนก้มกราบโถใส่กระดูกของพ่อแพทย์บนโต๊ะ ในห้องพระบนเรือน บอกกล่าวพ่อ
“ยาพ่อ บัดนี้ ญาเอื้อยสอางได้กลับมาอยู่บ้านเฮาแล้ว ยาพ่อบ่อต้องเป็นห่วงเด้อ ข้าน้อยกับอ้ายโซ่ทองสิซ่อยกันเบิ่งเพิ่นดอกจ้ะ”
“เฮาสองคนผัวเมียสิซ่อยกันคุ้มครองเบิ่งแยงคนในบ้านให้อยู่ดีมีสุข บ่อให้ไผตกระกำลำบากจ้ะ พ่อแพทย์”
“ขอให้ยาพ่ออวยไซยให้พร ให้ครอบครัวของเฮาผ่านพ้นเรื่องวุ่นวายไปเร็วๆนำเด้อสาธุ”

ด้านสมิงพันดงเดินขึ้นเรือนมาพร้อมกับลูกน้อง1 ลูกศิษย์คนสนิท เห็นลูกน้องคนอื่นๆ กุลีกุจออกมาต้อนรับ
“กูบ่ออยู่หลายมื่อ ทางนี่เป็นจั่งใด๋แน”
“เฮียบฮ้อยดีจ้ะ แต่...เอ้อ แม่จันทร์ เพิ่นไปแล้ว” ลูกน้อง2 รายงาน
“มันก็คงมีแผนสิกลับไปล้างแค้นเมียบักเฒ่าพุทไธนั่นล่ะ ปล่อยมันไปโลด”
“พ่อครูบ่อเสียดายบ้อ อุตส่าห์ปิ้นปัวมันจนเป็นผู้เป็นคน ข้อยว่าแม่นพ่อครูสิเอาไว้ปรนนิบัติฮับใช้” ลูกน้อง2 ยิ้มๆ
“มันต้องกลับมารับใช้กูแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
สมิงชั่วพูดจบก็จะเดินเข้าห้อง ลูกน้อง2 ทำท่านึกบางอย่างได้ รีบบอก
“แล้วมีอีกเรื่องนึงจ้ะพ่อครู อีบุญโฮมที่เคยอุ้มท้องมารักษากับเฮามันตายแล้ว”
สมิงพันดงหยุดชะงัก หันกลับมา “มันออกลูกตาย หรือว่าตายทั้งกลม”
“ตายทั้งกลมจ้ะ”
สมิงชั่วยิ้มแววตาเป็นประกาย
“ถ้าอย่างนั่น มึงไปสืบเบิ่งว่าผัวมันฝังศพไว้ไส คืนนี่ กูสิไปผ่าท้องเอาลูกมันมาทำกุมารทอง”

หลายวันต่อมา ญาแม่คำอ่อนหิ้วตะกร้าถ้วยกับข้าวและกระติบข้าวเดินกลับมาจากไปใส่บาตร เข้ามาในครัว ได้กลิ่นเหล้า
“นี่มันกลิ่นเหล้าตั้วนี่ อีเสา อีสีแหล่ พวกสูสิต้มเหล้าไปเลี้ยงสะหลอลองงานบุญบ้านใด๋”
“อั่น.. พวกข้าน้อย เอ่อ... อีสีแหล่” เสาสะกิดสีแหล่ยิกๆ
“อีหยังล่ะ มึงกะตอบญาแม่ไปตี๊”
“อั่น... แม่เจ้าสอางเพิ่นอยากเสวยเหล้าเจ้าค่ะ ญาแม่”
“เพิ่นสั่งให้พวกข้าน้อยต้มเจ้าค่ะ”
“อีสอาง”
ญาแม่ได้ยินเช่นนั้นก็โมโหมาก

ญาแม่เปิดประตูผัวะเข้าไปในห้องสอาง เห็นสอางนอนเมาอยู่ในห้อง กลิ่นเหล้าตลบอบอวลไปทั่ว
“ตายแล้ว! นี่มันห้องนอนหรือซ่องแม่จ้าง เป็นหยังกลิ่นเหล้ามันเหม็นตลบอย่างนี่”
“อ้าว... พวกมันให้ญาแม่เอาเหล้ามาส่งข้าน้อยบ้อ”
“อีสอาง อีลูกอวซาตบุตร ย่อนมึงไปเฮ็ดโตซั่วทรามอย่างนี่นี่เอง เขาถึงได้ถีบหัวส่งออกมาจากวัง”
“กะแม่นนั่นแหล่ว อีพวกคนอยู่วังมันมีแต่คนใจดำ ข้าน้อยสิสาปมันให้ตายโหงให้เหมิดเลย”
สอางพูดด้วยความเมามายแล้วยกไหเหล้าขึ้นกรอกปาก
“หยุดเดี๋ยวนี้หนา นี่เฮือนของแพทย์หลวง อย่ามาเฮ็ดโตระยำอยู่นี่”
สอางไม่สน ญาแม่โกรธจัด ฉวยแย่งเอาไหเหล้าออกมาจากมือ โยนออกไปนอกหน้าต่าง สอางกรี๊ด
“แอร๊ย...ญาแม่ ญาแม่โยนไหเหล้าข้าน้อยถิ่มเฮ็ดหยัง อีเสา อีสีแหล่ สูไปเอามาให้กูใหม่”
“ญาแม่เพิ่นสั่งให้พวกข้าน้อยเทถิ่มหมดแล้วเจ้าค่ะ” สีแหล่บอก
สอางกรี๊ด “แอร๊ย ซุมโง่ ซุมซั่ว พวกสูเฮ็ดตามคำสั่งญาแม่หาสะแตกหยัง ญาแม่เป็นใหญ่แค่ในเฮือน แต่กูเป็นใหญ่ในเมืองอีสานบุรีนี่ อำนาจกูเหนือกว่าญาแม่ กูเป็นนางพญาหงส์”
“อีนางพญาหงส์ มึงอย่ามากำแหงกับเจ้าของบ้านเด้อ กูสิไล่มึงให้บ่อมีหม่องซุกกะลาหัวเลย”
นางงอเดินขึ้นบันไดมา หยุดยืนอยู่ตรงนอกชานส่งเสียงดังไปทั่วเรือน
“เว้าใหม่เบิ่งดู๊ ไผเป็นเจ้าของบ้าน ไผมันสิมาไล่คนในบ้านนี่”
ทุกคนหันไปที่ประตู ต่างตกตะลึงพรึงเพริดเห็นสภาพนางงอยืนอยู่ ผิวพรรณผุดผ่อง ร่างกายแข็งแรงยืนตรง
“อีงอ”
เสากะสีแหล่ตะลึง “แม่งอ”

ทุกคนอยู่ที่ชานเรือน สอาง ญาแม่ เสา สีแหล่ออกมายืนมองนางจันทร์ก็ตกตะลึง ด้วยรูปลักษณ์เปลี่ยนไปกลายเป็นปกติสวยสง่าสมวัย สายได้ยินเสียงเอะอะจึงขึ้นเรือนมาดู ตกใจเช่นคนอื่นๆ ที่เห็นนางงอหายกลายเป็นปกติ
“อีงอ นี่มันอีหยังกัน เป็นหยังมึง...”
“แม่เจ้าสอางคงสิแปลกใจที่เห็นข้อยบ่อพิกลพิการคือแต่กี้แต่ก่อน” นางจันทร์ยิ้มเยาะ “แต่ญาแม่คำอ่อน คงจำข้อยได้อยู่ดอก ย่อนว่าเฮาเคยเห็นกันมาตั้งแต่สมัยเป็นสาว”
ญาแม่อึ้งตะลึงตะไลอยู่อย่างนั้น “นี่...มันเป็นไปได้จั่งใด๋”
“ก็กูบอกแล้วเด้ ว่าพ่อครูสมิงพันดงท่อนั่น ที่ซ่อยกูได้” นางงอหัวเราะ “ต่อไปนี่ บ่อมีอีงออีกแล้ว สิมีแต่ญาแม่จันทร์ ลูกสาวคนเดียวของพ่อแพทย์จันทกุมาร เจ้าของเรือนหลังนี้”
สอางงง “หมายความว่าจั่งใด๋”
“กะข้อยนี่ล่ะ เป็นเจ้าของเฮือนนี่ ที่ดินเขตนี่ พ่อของข้อยปลูกเฮือนหลังนี่ แต่แม่ของเจ้ามายาดแย่งเอาไป”
ญาแม่แหวใส่ “มึงอย่ามาละเมอเพ้อพก อีขี้ข้า”
“หรือมึงสิบอกว่าคำกูเว้ามันบ่อแม่นความจริง อีคำอ่อน” นางจันทร์หันไปหาสาย “ถ้าเจ้าบ่อเซื่อ ก็ถามอีสายเบิ่งเอา ว่าข้อยเป็นไผ”
ทุกสายตาหันไปหานางสายเป็นตาเดียวกัน นางสายได้แต่อึกอัก

สะออนกับโซ่ทองกำลังช่วยกันบดยารักษาคนไข้อยู่บนเรือนแพทย์
“ต้นว่านรักษาไข้ป่าก็หมดเกลี้ยง ที่ปลูกไว้ก็ถืกทำลายจนตายเหมิด เฮ่อ”
“บ่อเป็นหยังดอก เดี๋ยวอ้ายสิเตรียมดินไว้ปลูกใหม่”
บ่าวหญิงจากเรือนใหญ่วิ่งขึ้นเรือนมาหาสองคน
“แม่สะออน พ่อแพทย์”
“มีหยังน้อ ป้า”
“แม่งอ แม่งอกลับมาแล้วจ้ะ ทะเลาะผิดเถียงกันกับญาแม่เสียงดังเลยจ้ะ”
โซ่ทองลุกขึ้น มองไปทางเรือนใหญ่อย่างกังวล สะออนวางข้าวของ รีบเดินลงเรือนไป

สะออนกับโซ่ทองรีบไปที่เรือน เห็นทุกคนกำลังกดดันนางสาย
สะออนเห็นนางงอก็ตะลึงไปอีกคน “แม่งอ...”
นางจันทร์หันขวับมาหาสองคน “มากันพร้อมหน้าก็ดีแล้ว สิได้ฮู้ความจริงกันให้เหมิดเทือเดียว มึงเว้ามาอีสาย เลือกเอา ถ้ามึงกตัญญูต่ออีคำอ่อน มึงกะสิเป็นคนสับส่อตอแหลต่อหน้าลูกซายมึงเอง แต่ถ้ามึงซื่อสัตย์ กูก็สิเลี้ยงมึงกับลูกแทนอีคำอ่อน”
“นี่มันอีหยังกัน อีแม่...”
สายกดดัน มองญาแม่น้ำตาคลอ แล้วยกมือไหว้
“ให้อภัยข้าน้อยสาเด๊อ ญาแม่ ข้าน้อยหนีความจริงบ่อได้ แม่งอ หรือ ญาแม่จันทร์ ผู้นี่ เพิ่น...” สายสะอื้น “เป็นลูกสาวของพ่อแพทย์จันทกุมาร เจ้าของเฮือนหลังนี่”
ทุกคนอ้าปากค้าง ญาแม่คำอ่อนกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ สายรีบพูดกับนางจันทร์ต่อ
“แต่ญาแม่จันทร์บ่อต้องมานับเป็นบุญคุณเลี้ยงข้อยดอก ถึงจั่งใด๋ ข้อยก็นับว่าญาแม่คำอ่อนให้หม่องคุ้มกะลาหัวข้อยกับลูกจนมีทุกมื่อนี่”
“ถ้าจั่งซั่น กะตามใจมึง ขอให้ทุกคนฮู้กะพอ ว่ากูเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง และมื่อนี่ กูสิมาเอาเฮือนใหญ่ของกูคืน”
นางงอเดินเข้าไปใกล้ญาแม่ที่ยืนตัวสั่น ยิ้มเยาะแบบเป็นต่อ ญาแม่จ้องหน้านางงอ แค้นจัด

แม่สายเดินขึ้นเรือนมา ด้วยสีหน้าระทมทุกข์ สะออนกับโซ่ทองตามขึ้นมา
“มันเป็นเรื่องจริงบ้อ อีแม่”
“แต่กี้แต่ก่อน สมัยที่พ่อของเจ้ายังอยู่ เฮาสามคนพ่อแม่ลูกก็ปลูกกระท่อมอยู่ บ่อไกลจากเฮือนนี่ สมัยนั่น เขายังเอิ้นกันว่า เฮือนจันทกุมาร”
“จันทกุมาร เฮือนของท่านครูของยาพ่อแม่นบ่อจ้า” สะออนเคยได้ยิน
สายพยักหน้า “เพิ่นเป็นพ่อของญาแม่จันทร์ หรือแม่งอผู้นี่ล่ะ”
“แล้วเป็นหยังยาพ่อของข้อย ถึงกลายมาเป็นเจ้าของเฮือนนี่ได้ล่ะ”
“ยาพ่อของแม่สะออนมาอยู่นี่ ตั้งแต่ยังเป็นบ่าวส่ำน้อย แม่เพิ่นพามาฝากโต ฮ่ำเฮียนวิซาแพทย์ จนพ่อแพทย์จันทกุมารเพิ่นไว้ใจ หวังสิให้สืบต่อสำนักแพทย์คือกันกับบักโซ่ทุกมื่อนี่ล่ะ เพียงแต่ พ่อแพทย์ผู้เก่าเพิ่นหวังให้พ่อแพทย์พุทไธแต่งดองออกเฮือนอยู่กินกับญาแม่จันทร์”
สะออนนิ่งตะลึง คาดไม่ถึง โซ่ทองเริ่มปะติดปะต่อ
“แต่พ่อแพทย์พุทไธ เพิ่นเลือกญาแม่คำอ่อนบ้อ อีแม่”
สายพยักหน้าซึมๆ แล้วเหม่อมองนึกถึงความหลังที่เคยได้ยินมา

ทางฝ่ายนางงอเข้าไปกราบกระดูกพ่อแพทย์พุทไธในห้องแพทย์ บอกกล่าวขอโทษสำหรับเรื่องทั้งหมด
“ข้อยบ่ออยากเฮ็ดให้คนในเฮือน บ้านแตกสาแหรกขาดดอกนะ พ่อแพทย์พุทไธ แต่มันฮอดเวลาที่ข้อยต้องเงยหน้าขึ้นมาทวงสิทธิ์คืนแล้ว กรรมเวรทั้งหลายที่เฮ็ดนำกันมา ข้อยอโหสิกรรมให้เจ้า ความฮักของข้อยมันหลายพอที่สิข่มความเคียดซังในโตเจ้า”
นางงอเลื่อนเอาโถกระดูกของพ่อ ขึ้นไปวางไว้เคียงข้างกับโถกระดูกพ่อแพทย์
“ข้อยรอมื่อนี่มาโดนแล้ว มื่อที่โถกระดูกของย่าพ่อข้อย สิได้มาวางเคียงกับของเจ้า ในหม่องที่เพิ่นควรได้อยู่”
นางงอนั่งมองดูโถกระดูกของชายสองคนที่ตนรักด้วยความเศร้าใจ น้ำตาไหลท่วมตา

ญาแม่ไปหาแม่ครูที่บ้าน ปรับทุกข์ด้วยจิตใจร้อนรุ่ม กระวนกระวาย
“มันมีเรื่องปาฏิหาริย์แบบนั่นอีหลีบ้อ ที่แม่งอสิเซาหลังคดหลังงอ กลับคืนมาเป็นสาว ผู้จบผู้งามคือเก่า”
“ถ้าญาเอื้อยบ่อเซื่อ ก็ไปเบิ่งให้เห็นกับตาเถาะ แต่ข้าน้อยบ่อไปนำดอก บ่ออยากเห็นหน้ามัน”
“เจ้าก็เป็นอย่างนี่เหมิดปี ถิ่มลูกถิ่มเต้า หนีมาได้จั่งใด๋” แม่ครูบ่น
“แล้วสิให้ข้าน้อยทนอยู่ได้ยังไง ในเมื่ออีงอมันประกาศว่ามันสิกลับมายึดเฮือนมันคืน มันสิบ่อไปไสอีกแล้ว”
“กะแม่นอยู่ ที่มันมีสิทธิ์ แต่เจ้าเองก็มีสิทธิ์คือกันเด้ แม่คำอ่อน มันเป็นเฮือนแต่งเรือนตายของเจ้า”
“แต่ข้าน้อยบ่ออยากให้ไผฮื้อฟื้นอดีตขึ้นมาอีก”
“ฮื้อฟื้นขึ้นมาตั้วแฮงดี สิได้ฮู้กันเหมินบ้าน ว่าเป็นหยังอีงอถึงได้กลายเป็นคนพิกลพิการ เหมิดสิ้นศักดิ์ศรี ในขณะที่เจ้าได้เป็นเมียพ่อแพทย์ บ่อมีหยังต้องปิดบังดอก”
ญาแม่มีสีหน้าหลุกหลิก เพราะรู้อยู่เต็มอกเรื่องความลับที่ตัวเองฆ่าพ่อครูตาย
“กลับเฮือนไปสา แม่คำอ่อน จั่งใด๋ลูกเต้าของเจ้ากะต้องอยู่นั่น กลับไปอยู่เป็นฮ่มโพธิ์ฮ่มไทรให้ลูก แม่งอ มันอยากได้หยัง ก็ให้มันเอาไป แต่สิทธิ์แนวใด๋ที่เป็นของเจ้ากับลูก กะให้รักสมรักษาเอาไว้”
สีหน้าญาแม่ดูกังวลมาก เป็นแววตาของคนที่กลัวความลับที่ปกปิดมาตลอดชีวิตจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมา

สอางนั่งนิ่งเครียดอยู่ในห้อง เห็นเสากับสีแหล่กำลังเก็บเสื้อผ้าใส่หีบ
“เราสิไปซุกหัวอยู่ทางใด๋กันเจ้าคะแม่เจ้า”
“นั่นแหล่วเจ้าคะ วังกะบ่อมีให้อยู่แล้ว หรือสิไปอาศัยแม่ครูคำอุ่น แต่แม่เจ้ากะผิดกันกับเพิ่น ด่าเพิ่นจนเละ เพิ่นสิต้อนฮับพวกเฮาอยู่บ้อเจ้าคะ”
“โอ๊ย กูบ่อฮู้ แต่จั่งใด๋กะตาม เฮากะต้องไปจากนี่ สิหน้าด้านอยู่ให้อีงอมันมาไล่ซั่นบ้อ”
เสียงนางงอดังแทรหขึ้นมา “ไผว่าข้อยสิไล่แม่เจ้าหนี”
สอางหันไป เห็นนางงอเดินนวดนาดเข้ามา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“แม่เจ้ากะอยู่เฮือนีคือเก่านั่นล่ะ ห้องหับกะมีตั้งหลวงหลาย ข้อยคงสิแบ่งร่างไปนอนบ่อครบดอก ขอแค่ห้องแม่สะอาดที่บวชชีหนีเพศฆราวาสไปแล้วแค่ห้องเดียวกะพอ”
นางงอถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ สอาง สอางถอยกรูดอย่างไม่ไว้ใจ
“อย่าระแวงข้อยเลย แม่เจ้า เคยเฮ็ดจั่งใด๋กับข้อย กะเฮ็ดคือเก่านั่นล่ะ ข้อยบ่อเคยคึดว่าแม่เจ้าเป็นศัตรูคู่อาฆาตดอก” นางงอไม่ถือ ยิ้มเอ็นดูลูบแขนสอาง “ข้อยมีแต่ความฮักความแพง ตั้งแต่น้อยเคยฮักจั่งใด๋ ทุกมื่อนี่ก็ยังฮักคือเก่า”
“มึงสิมาฮักหยังกู ในเมื่อมึงซังแม่กู ซังพ่อกู”
“ข้อยบ่อเคยซังพ่อแพทย์ แต่ถ้ากับญาแม่ของแม่เจ้านั่น ข้อยบ่อเถียง ถ้าแม่เจ้าได้ฮู้ว่าเพิ่นเฮ็ดแนวใด๋ไว้กับข้อยแน แม่เจ้าคงสิเข้าใจข้อย”

สะออนนั่งซึมเศร้าน้ำตาคลออยู่ที่เรือนนางสาย ครุ่นคิดถึงเรื่องของญาแม่ที่รับรู้มาจากนางสาย
“ที่แท้แล้ว ครอบครัวของข้อยก็งอกเงยมาจากความทุกข์ความระทมของผู้อื่น”
“สะออน เจ้าอย่าคึดหยังหลายเลย เรื่องมันกะผ่านไปโดนแล้ว”
“มันยังบ่อผ่านดอกอ้าย รากมันแตกมาจากหยัง ดอกใบมันก็แตกออกมาอย่างนั่น อย่างที่เกิดขึ้นมื่อนี่นั่นเด้ ญาแม่ของข้อยคงกลืนบ่อเข้าคายบ่อออก ย่อนว่าบ้านนี่และทรัพย์สมบัติบ่อแม่นของเพิ่น บ่อแม่นของยาพ่อนำ เพิ่นไปยาดแย่งมา”
“จั่งใด๋มันกะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เฮาคืนไปแก้ไขหยังบ่อได้ดอก มีแต่ต้องฮับมือกับปัจจุบันให้ดีที่สุด บางเทือ แม่งออาจสิแค่ อยากกลับมาอยู่เฮือนของเพิ่นอย่างสงบสุขกะได้”

ญาแม่เดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเรือน เห็นข้าวของของตัวเองถูกโยนลงมาตรงหน้าก็เดือดดาล
“อีเสา อีสีแหล่ สูเฮ็ดหยัง”
“ข้าวของญาแม่นั่นเด้ ญาแม่จันทร์เพิ่นให้เอาคืน” เสาลอยหน้าบอก
ญาแม่คุมแค้น “มึงกล้าเฮ็ดอย่างนี่กับกูได้จั่งใด๋”
“ข้าน้อยก็แค่เฮ็ดตามคำสั่งของญาแม่จันทร์ เจ้าของเฮือนนี้”
สีแหล่ขว้างปาผ้าผ่อนญาแม่ลงมาอีกห่อ ญาแม่ถอยหนีด้วยสีหน้าเจ็บแค้น จนเมื่อมองขึ้นไปบนชานเรือนอีกครั้งก็เห็นสอางเดินออกมากับนางงอ
“สอาง นี่เจ้าสิปล่อยให้พวกมันเฮ็ดกับแม่อย่างนี่บ้อ”
สอางตอบด้วยท่าทีหมางเมินในน้ำเสียงเย็นชา “ข้าน้อยสิเฮ็ดหยังได้ ในเมื่อข้าน้อยเป็นแค่ผู้อาศัย เจ้าของเฮือนโตจริงแม่นแม่จันทร์ ญาแม่ก็น่าสิฮู้ ถ้าญาแม่สิให้อีสองโตนี่มันหยุด ก็ไหว้ขอแม่จันทร์เอาเองตี้ล่ะ”
“อีสอาง อีงูจงอาง อีลูกทรพี”
ญาแม่แค้นใจจนน้ำตาคลอ สะออนกับโซ่ทองได้ยินเสียงเอะอะ พากันวิ่งเข้ามาดู
“ญาแม่ เกิดหยังขึ้น”
“แม่เจ้าสอางเพิ่นเว้าถืก บักใด๋อีใด๋อยากขึ้นมาเหยียบเทิงเฮือนนี่ กะกราบตีนกูก่อน บ่อซั่น สิไสหัวไปนอนไสกะไป”
นางงอหัวเราะสะใจแล้วเดินนวยนาดกลับเข้าเรือนไป

ญาแม่นั่งซึมหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่เรือนนางสาย เห็นบ่าวยกข้าวของที่โยนทิ้งออกมานอกเรือนตามขึ้นมา
“ญาแม่ เฮาสามคนอยู่เฮือนนี่กะได้จ้ะ แม่นว่าเฮือนนี่สิบ่อใหญ่โตส่ำเฮือนพุทไธเทพ แต่กะอยู่สำบาย”
“ข้าน้อยสิหาทางต่อเติม ต่อซานเฮือนออกไปไว้ปิ้นปัวรักษาคนป่วย สิได้บ่อปะปนกับพวกเฮา แต่ตอนนี้ ขอให้อดทนอยู่แบบนี่ไปก่อน”
สะออนผละมาช่วยโซ่ทองจัดปูที่นอน จัดมุ้งให้ โดยมีญาแม่เหม่อมองอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“มุ้งก็ดางแค่นี่ มันสิหวิดหัวหวิดหางกันบ่อ”
“เดี๋ยวให้สะออนเข้าไปนอนกับญาแม่ ข้าน้อยสินอนนอกมุ้งดอกจ้ะ ลมเย็นสบายดี”
ญาแม่เหลือบมองโซ่ทองที่ทำนั่นนี่ให้อย่างแข็งขันแล้วรู้สึกดีกับโซ่ทองขึ้นมานิดๆ สะออนเดินมาดึงแขน
“มานอนเถาะญาแม่ ข้าน้อยบ่อได้นอนกับญาแม่ตั้งโดนแล้ว ข้าน้อยคึดฮอดสมัยเป็นเด็กน้อย ที่ออกมานอนเล่นเบิ่งดาวกับยาพ่อญาแม่”
สะออนจูงมือญาแม่เข้ามุ้ง แล้วจัดที่หลับที่นอนให้ ญาแม่เหลือบมองไปด้านนอก เห็นโซ่ทองหอบหมอนกับเสื่อไปปูนอนห่างออกไป แบบเจียมตัวไม่กล้าเข้าใกล้ แล้วนึกสะท้อนใจ
“เจ้าเคยเสียใจแหน่บ่อสะออน ที่บ่อเซื่อความแม่ จนซีวิตต้องมาเป็นแบบนี่”
สะออนกำลังล้มตัวลงนอนถึงกับสะอึก ก่อนจะส่ายหน้า
“บ่อเลยจ้ะ ข้าน้อยได้เห็นแล้วว่า บ่อว่าซีวิตข้าน้อยสิได้ประสบพบพ้อเรื่องดีหรือเรื่องร้าย อ้ายโซ่เพิ่นกะสิอยู่ใกล้ๆ ข้าน้อยตลอด ข้าน้อยว่า ข้าน้อยมีคู่คองที่ดีที่สุดแล้วจ้ะ ญาแม่”
สะออนยิ้มให้ญาแม่แล้วล้มตัวลงนอน ญาแม่นิ่งๆ ไม่วายเหลือบมองไปยังโซ่ทองที่นอนหลับห่างออกไป

ลานกว้างในป่าช้ามืดสนิท สมิงพันดงนั่งบริกรรมคาถาอยู่ในวงล้อมสายสิญจน์ที่ล้อมรอบหลุมศพ ลูกน้องคนสนิทสองคนกำลังช่วยกันขุดหลุมศพ สักครู่หนึ่งก็ร้องตะโกนบอกสมิง
“ขุดพ้อแล้วจ้ะ”
“เอาศพมันขึ้นมา”
พวกลูกน้องมองศพอย่างแหยงๆ แล้วกัดฟันช่วยกันยกร่างศพที่อยู่ในห่อผ้าสีขาวขึ้นมาวางบนปากหลุม
สมิงพันดงลุกเดินเข้าไปใกล้ ใช้มีดตัดผ้าออก เปิดดูศพอย่างพอใจ
“ยกลูกมึงให้กูสาเด้ออีบุญโฮม”
สมิงชั่วปักมีดลงไปกลางท้อง เริ่มผ่าท้องศพ แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงดังขึ้นมาจากป่าด้านหลัง
“เฮ้ย ไผน่ะ”
สมิงพันดงกับลูกน้องหันขวับไปมอง เห็นก้อง ผัวบุญโฮม ยืนถือตะเกียงอยู่ด้านหลัง มองมาอย่าตะลึง
“บักก้อง”
ก้องยกตะเกียงขึ้นสูงจนเห็นหน้าสมิงพันดงชัดๆ ก่อนจะมองเลยไปที่ศพของเมีย
“มึงผ่าท้องเมียกูเฮ็ดหยัง มึงสิเฮ็ดหยังลูกกู”
“ปิดปากมัน” สมิงพันดงสั่งการ
ลูกน้องสมิงพันดงลุกขึ้น ย่างสามขุมเข้าไปหา ก้องมองอย่างตกใจกลัว แล้วเหวี่ยงตะเกียงเข้าใส่ไฟลุกพรึบไปโดนสายสิญจน์ที่ล้อมสมิงอยู่ จนสายสิญจน์ขาดออกจากกัน สมิงใจโฉดกับพวกตกใจลุกพรวด
“เฮ้ย”
ก้องถือโอกาสวิ่งหนีไป สมิงตะโกนลั่นด้วยความแค้น
“จับโตมันให้ได้ แล้วฆ่ามันถิ่มซะ”
พวกลูกน้องรีบวิ่งตามก้องไป สมิงยืนหันรีหันขวางมองไปที่ศพของบุญโฮม แล้วเหลือบไปเห็นไฟไหม้ลามเลียอยู่รอบๆ โดยไม่มีเขตสายสิญจน์คุ้มกันตนเองแล้ว เลยไม่กล้าทำอะไรกับศพ

ก้องวิ่งหนีตายมาท่ามกลางความมืด แล้วหยุดมองซ้ายขวาที่ริมแม่น้ำ เตรียมจะวิ่งต่อไป ลูกน้องสมิงโผล่เข้ามาดักด้านหน้า ก้องถอยกรูดตกใจ
“มึงอย่าเข้าเด๊อ”
“มึงทำลายพิธีของพ่อครู มึงต้องตาย”
ก้องทำท่าจะถอยหนีไป แต่ลูกน้องอีกคนโผล่เข้ามาด้านหลัง เงื้อมีดแทงเข้าที่ท้องก้องเต็มมือ ก้องอ้าปากร้องลั่น ลูกน้องอีกคนตรงเข้ามาเอามืออุดปากไว้ ลูกน้องที่มีมีดแทงเข้าที่ท้องก้องอีกครั้ง จนทรุดลงแน่นิ่งไป
ลูกน้องสองคนช่วยกันหิ้วปีกก้องขึ้นมา ก่อนจะโยนร่างลงไปในแม่น้ำดังตูมใหญ่ แล้วพากันรีบวิ่งหนีไป

ร่างแน่นิ่งของก้องลอยขึ้นมาเหนือน้ำอีกครั้ง ไม่รู้เป็นหรือตาย

อ่านต่อตอนที่ 23


กำลังโหลดความคิดเห็น...