xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่18 โซ่ทองประกาศสู้เพื่อชิงสะออนมาครอง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่18  โซ่ทองประกาศสู้เพื่อชิงสะออนมาครอง

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา / ณไทย ภัทรกวีกานท์

ขณะที่สมิงพันดงนั่งบริกรรมคาถาอยู่บนเรือน จู่ๆ ก็สำลักควันที่ลอยเข้ามาจากทางหน้าต่างจนต้องลืมตาขึ้น ไอค่อกแค่ก
 
“อีหยังวะ”
สมิงพันดงลุกขึ้นจะออกไปดูที่ระเบียง แต่ลูกน้อง2 วิ่งพรวดขึ้นมารายงานพอดี
“บักใด๋อีใด๋มันมาเผาหญ้าแถวนี่วะ มึงออกไปเบิ่งดู๊ กูเหม็นจนหายใจบ่อออกแล้ว”
“บ่อแม่นหญ้าจ้ะ พวกไทบ้านมันเอายาของเฮามาเผาจ้ะ พ่อครู”
สมิงพันดงตกใจ ชะโงกหน้าลงไปดู

นางงอเดินมุ่งหน้ามาที่สำนักของสมิงพันดง ตั้งใจจะมาเอายาเพิ่ม แต่ได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายดังลั่น จึงฉากหลบแอบดูเหตุการณ์อยู่หลังต้นไม้ข้างทาง
สมิงพันดงและลูกน้องกำลังยืนเจรจากับกลุ่มชาวบ้าน ตรงหน้ามีกองไฟย่อมๆ ลุกไหม้ควันขโมงจนเหม็นฉุนกันไปหมด
“ใจเย็นๆ กันก่อนเด้อพี่น้อง มีหยังค่อยเว้าค่อยจากันกะได้ ใจเย็นๆ ก่อนเด๊อ”
ชาวบ้าน1 หัวหน้ากลุ่มชาวบ้านโวยวายเสียงดัง “เย็นบ่อลงแล้ว ยาของพ่อครูรักษาญาติพี่น้องของพวกเฮาบ่อหาย กินเข้าไปกะมีแต่หนักกว่าเก่า จนสิตายกันเหมิดแล้ว พวกเฮาอยากได้เงินคืน”
พวกชาวบ้านประสานเสียงเห็นด้วย ส่งเสียงโวยวายตามกัน
ลูกน้อง1 โมโห “เฮ้ย บ้านใด๋เขาพาว่า ซื้อของไปแล้ว สิมาเอาเงินคืน
ชาวบ้าน2 เถียงกลับ “พวกกูกะเอายามาคืนแล้วนี่เด้ มาเอาไปถะแม้”
พวกชาวบ้านเอะอะโวยวาย ขว้างยาใส่กองไฟ จนไฟลุกโชนขึ้นอีกระลอก
ลูกน้องสมิงพันดงฮึดฮัดจะเข้าไปเล่นงานชาวบ้าน แต่สมิงพันดงยกมือกันไว้
“เดี๋ยวก่อนพี่น้อง ใจเย็นๆ”
ชาวบ้านไม่ฟังประสานเสียง เซ็งแซ่ “เอาเงินพวกกูคืนมาๆๆๆ”
ไม่เท่านั้นชาวบ้านยังมีท่าทีคุกคาม สมิงพันดงหน้าถอดสี เพราะฝั่งชาวบ้านมีกำลังมากกว่า จึงขยับจะถอยหนี แต่แล้วสายตามองไปเห็นนางงอที่ซุ่มดูอยู่หลังต้นไม้ห่างออกไปทางด้านหลังจากพวกชาวบ้าน สมิงพันดงเกิดความคิดเอาตัวรอดขึ้นมาฉับพลัน
“ข้อยสิคืนให้ได้จั่งใด๋ เงินที่ได้มา ก็เอาไปซื้อว่านซื้อยามาไว้ใซ้รักษาพวกเจ้า เอาจังซี่กะแล้วกัน ถ้ายาสูตรเก่ารักษาบ่อหาย ถ่าอีกจักสองมื่อ ข้อยสิปรุงยาสูตรใหม่ออกมาแจก”
ชาวบ้าน1 ไม่เชื่อ ร้องโวยขึ้นอีก “แล้วถ้ากินแล้วบ่อหายอีกล่ะ”
สมิงพันดงอึ้ง พูดให้คำมั่นกับชาวบ้าน แต่ส่งสายตามองไปยังนางงอแน่วนิ่ง
“ข้อยขอรับรองด้วยซีวิต เทือนี่ ยาของข้อยสิต้องได้ผล”
นางงอมองตอบสมิงพันดง ได้ยินคำมั่นเหมือนกัน

สองคนอยู่ด้วยกันลำพังบนสำนัก นางงอตกใจจ้องหน้าสมิงพันดงเขม็ง
“เจ้าสิให้ข้อยลักยาจากพ่อแพทย์มาให้ซั่นเบาะ”
“อย่าเว้าว่าลักเลยแม่งอ ถือว่าแลกเปลี่ยนความฮู้กันดีกว่า ข้อยแค่ขอแบ่งยาจากเฮือนพุทไธเทพมารักษาไทบ้าน แลกกับที่ข้อยซ่อยรักษาเจ้าให้ดีขึ้น”
“แต่ตำรับยาถือเป็นเคล็ดลับของไผของมัน พ่อแพทย์บ่อยอมแท้ๆ ถ้าฮู้ว่าข้อยลักเอายามาให้เจ้า”
“แล้วเจ้าสิไปบอกบักพุทไธมันเฮ็ดหยังล่ะ สิว่าไปแล้ว เจ้าบ่อแม่นบ้อ ที่ควรสิมีสิทธิ์ในตำรับยาทุกอย่างในเฮือนนั่น ย่อนว่ามันเป็นของพ่อเจ้า”
นางงอขมวดคิ้ว ไม่พอใจที่สมิงพันดงรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาอีก
“ซ่อยข้อยแหน่เด๊อ แม่งอ บ่อแน่ มันอาจสิเป็นผลดีกับเจ้าในอนาคตกะได้ ถ้ายาวิเศษของเฮือนพุทไธเทพมาผสมกับยาข้อย แล้วเฮ็ดให้เจ้าหายเป็นปกติเร็วขึ้น เจ้าสิบ่ออยากลองติ”
นางงอครุ่นคิด เริ่มคล้อยตามสมิงพันดง

ที่วังอินทนิล สอางเอามือลูบท้องตัวอย่างตื้นตัน หันไปถามโซ่ทองอย่างตื่นเต้น
“กูกำลังสิมีลูกอีหลีบ้อ บักโซ่ทอง มึงบ่อได้ตั๋วกูแม่นบ่อ”
“เป็นความจริง แม่เจ้า ระหว่างนี้ แม่เจ้าต้องเอาใจใส่โตเองดีๆ กินแต่ของบำรุง เหล้ายาอย่าแตะต้อง มันสิส่งผลร้ายกับลูกน้อยในท้อง”
สอางไม่ได้สนใจฟังที่โซ่ทองพูด เพราะมัวแต่ตื่นเต้น ลูบท้องตัวเองอย่างดีใจ
“มึงได้ยินบ่ออีเสา อีสีแหล่ ลูกกูกำลังสิมาเกิดแล้ว”
“เต็มสองหูเลยเจ้าค่า สิเป็นท่านชายหรือท่านญิงน้อ...” เสาตื่นเต้นไปด้วย
“มาเกิดทั้งคู่เลยก็ดี อีเสา กูกับมึงสิได้ปันกันเลี้ยง ปันกันอุ้ม” สีแหล่ว่าไปโน่น
เสากับสีแหล่หัวเราะคิกคักชอบใจ สอางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วหันไปมองพ่อเจ้าที่ยังอยู่ในท่าทีช็อกๆ เซื่องซึม
“พ่อเจ้าบ่อดีใจเลยบ้อเจ้าคะ ที่ข้าน้อยกำลังสิมีลูก”
พ่อเจ้ามองสอางแล้วฝืนใจยิ้ม เดินเข้ามาหา
“ดีใจสิ แต่ฉันไม่ได้คิดมาก่อนว่าวัยอย่างฉัน ยังจะมีลูกกับเขาได้อีก”
พ่อเจ้าเอามือลูบท้องสอางเบาๆ สอางยิ้มร่ามองท้องตัวเองอย่างดีใจ
“สวรรค์เพิ่นเห็นว่าเฮาเป็นคู่แท้กันเจ้าค่ะ เพิ่นเลยประทานลูกมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ ภายภาคหน้ากะสิได้สืบสกุลเป็นผู้ว่าราชการเมืองอีสานบุรีสืบไป”
สอางทึกทักเอาเองอย่างปลาบปลื้ม โดยไม่นึกถึงศรีธารากับสายวารีเลยแม้แต่นิด แต่กลับทำให้พ่อเจ้าฉุกคิดถึงลูกทั้งสอง สีหน้าเจื่อนลง

ไม่นานต่อมา โซ่ทองเดินตามพ่อเจ้าเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ไม่กล้ายินดี เพราะไม่รู้พ่อเจ้าคิดยังไง
“ข้าน้อยจัดยาหอมแก้หน้ามืดวิงเวียนไว้ให้แม่เจ้าสอาง ส่วนยาบำรุงครรภ์ ต้องกลับไปเอาที่เฮือนแพทย์ก่อน”
“ขอบใจนะ ท่านแพทย์โซ่ทอง”
พ่อเจ้าสีหน้าหม่นหมอง ครุ่นคิดเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“ศรีธาราเป็นยังไงบ้าง คงไม่ได้รบกวนเรือนพุทไธเทพมากใช่ไหม”
“บ่เลยข้าน้อย อยู่ที่นั่นเท่าที่เห็น เพิ่นกะเบิ่งมีความสุขดี”
“ได้ยินว่าลูกสุขสบายดี ฉันก็ดีใจ แต่มันก็แปลว่า เขาคงจะไม่กลับมาที่นี่อีก”
โซ่ทองเห็นสีหน้าขมขื่นของพ่อเจ้าแล้วนึกสงสาร
“อย่ากังวลเลยพ่อเจ้า ข้าน้อยกับสะออนจะพยายามเกลี้ยกล่อมท่านชายให้มาเยี่ยมพ่อเจ้าบ้าง”
พ่อเจ้าสบตาตอบโซ่ทอง พยักหน้าอย่างขอบอกขอบใจ ก่อนจะซึมเศร้าเหมือนเดิม

ด้านนางงอขึ้นเรือนแพทย์มา ตรงเข้ามาในห้องเก็บยา มองดูยาชนิดต่างๆ ที่เก็บไว้ พลางนึกถึงคำพูดสมิง
“ซ่อยข้อยแหน่เด้อ แม่งอ บ่อแน่ มันอาจสิเป็นผลดีกับเจ้าในอนาคตก็ได้ ถ้ายาวิเศษของเฮือนพุทไธเทพมาผสมกับยาข้อย แล้วเฮ็ดให้เจ้าหายเป็นปกติเร็วขึ้น เจ้าสิบ่ออยากลองบ้อ”
นางงอนึกถึงโอกาสที่ตัวเองจะได้หายขาดจากโรคกระดูก เลยตัดสินใจช่วยสมิงพันดง รีบหยิบยาเท่าที่จะหยิบได้ซุกใส่ลงไปในเสื้อผ้าของตัวเอง
นางงอรีบออกมาจากห้องเก็บยาท่าทางลุกลี้ลุกลนนิดๆ แล้วต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเรียกแผ่วๆ
“แม่งอ…”
นางงอหันขวับไป เห็นพ่อแพทย์นอนมองอยู่ตรงชานเรือน เลยทำตัวไม่ถูก
“พ่อแพทย์ ตื่นโดนแล้วเบาะ”
“กะตั้งแต่เห็นเจ้าเข้าไปในห้องเก็บยา”
นางงอเสียวหลังวาบ เหงื่อซึม แต่ทำใจดีสู้เสือ เดินมาหาทรุดนั่งลงข้างๆ
“ข้อย...ข้อยปวดเนื้อปวดโต กะเลยมาหาว่านหายาไปต้มกิน พ่อแพทย์คงบ่อว่าหยังแมนบ่ที่ข้อยยังบ่อได้ขอ”
พ่อแพทย์พูดเสียงเนือยๆ อ่อนล้า “บ่อว่าดอก เลือกหยิบเอาตามสำบายเลย นี่ถ้าข้อยมีเฮี่ยวแฮง กะคงสิลุกไปฝนว่านฝนยาให้ แต่เบิ่งท่าแล้ว คงสิต้องนอนแบบนี้ไปจนตาย”
“เป็นหยังเว้าไปทั่วทีป แพทย์หลวงอย่างเจ้า สิยอมแพ้สังขารง่ายๆ ได้จั่งใด๋ เดี๋ยวกะดีขึ้นดอก”
“กะย่อนข้อยเป็นหมอนี่ล่ะ ข้อยจึงฮู้จักสังขารโตเองดีว่ามันยังไหวหรือบ่อไหว” พ่อแพทย์ยิ้มเศร้า “ข้อยคงบ่อมีทางกลับไปเป็นคือเก่าได้อีกแล้วล่ะ แม่งอ”
นางงอใจหาย เมื่อเห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ของพ่อแพทย์
“สังขารของเฮามันมีอายุขัย ข้อยฮู้โตดีว่าข้อยอ่อนล้าคักแล้ว ยาขนานใด๋ กะรักษาบ่อได้ แต่กะบ่ออยากเว้าไปให้ลูกเมียเป็นทุกข์”
นางงอน้อยใจ “แต่เจ้ากลับมาเว้าให้ข้อยฟัง บ่อคึดบ้างเลยติ ว่าข้อยสิเป็นทุกข์”
“ข้อยฮู้ว่าเจ้าก็คงห่วงข้อยอยู่คือกัน แต่กะอยากให้เจ้าฮู้ไว้ สิได้บ่อคึดกังวลเรื่องอื่น”
“เรื่องอื่น เรื่องหยังรึพ่อแพทย์”
พ่อแพทย์สบตานางงอจังๆ เห็นความอัดอั้นในแววตา ทั้งความรู้สึกผิดและความเวทนาที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยวัยหนุ่มสาว
“ข้อยบ่ออยากให้เจ้ากังวลว่าสิบ่อมีเฮือนอยู่ หากว่าข้อยมีอันเป็นไป ข้อยสิสั่งเสียลูกเมียเอาไว้ให้เด็ดขาด ว่าแม่งอสิต้องได้อยู่เฮือนพุทไธเทพนี่ต่อไป”
นางงออึ้งนิ่งงันไป น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างสะเทือนใจ เมื่อนึกถึงความหลัง
“ลูกเมียของข้อยสิดูแลเจ้าต่อไป ขอให้เจ้าซำบายใจได้ แม่งอ”
นางงอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มขมขื่นออกมา พูดเสียงสั่นเครือ “ข้อยควรซำบายใจ ว่าโตเองสิได้เป็นขี้ข้าพวกเขาไปตลอดชีวิต แม่นบ่อ พ่อแพทย์ เป็นขี้ข้าในเฮือนที่เคยเป็นของข้อยมาก่อน”
นางงอย้อนถามพลางน้ำตาไหลออกมา พ่อแพทย์นิ่งอึ้ง รู้สึกผิดเต็มหัวใจ

เมื่ออดีต พ่อท้าวบุดดา หัวเจ้าบ้านแคนหลวง นอนป่วยเป็นไข้อยู่บนเรือน ให้พุทไธจับชีพจรตรวจให้ มีญาแม่คำหอมแม่ของคำอ่อนและคำอุ่น นั่งอยู่ใกล้ๆ
“เป็นจั่งใด๋แหน่ ท้าวหมอ อาการป่วยของข้อย ใกล้สิถึงฆาตถึงคราวรึยัง” พ่อท้าวบุดดาถาม
ญาแม่คำหอมเอ็ดผัว “เอ...พ่อท้าวบุดดานิ เว้าหยัง บ่อเป็นมงคล สิถึงฆาตถึงคราวได้จั่งใด๋ บ้านแคนหลวงของเฮาเดี๋ยวนี่มีหมอดี ยังหนุ่มยังแน่น สืบทอดวิซาแพทย์จากพ่อแพทย์จันทกุมาร”
“อาการพ่อท้าวบุดดานั้น เกิดจากแพ้เนื้อเก้งเนื้อฟานซื่อๆ ดอก ข้าน้อยฝนว่านยาให้กินจักขัน พักจักสองสามมื่อก็สิดีขึ้น” พุทไธบอก
“ขอบใจเจ้าหลายเด้อ ท้าวหมอเอ๊ย อย่าปล่อยข้อยตายเด๊อ ข้อยยังมีภาระหน้าที่หัวเจ้าบ้าน ยังบ่อพร้อมที่สิตาย”
“เอ้อ กินเข้าไป ลาบเก้งลาบฟานนี่ เทือก่อนพวกนายพรานเอางูเหลือมงูหลามมาให้ กะกินจนล้มจนป่วย พวกของแสลง ของพิสดารนี่มันผิดธาตุ บอกหยังไป กะบ่อฟังแม่เลยลูกเอ๊ย”
ญาแม่คำหอมบ่นว่าผัว แต่มีท่าทีเอ็นดูพุทไธมาก และอยากได้มาเป็นเขย หันไปเรียกหาคำอ่อนที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น
“เด็กน้อย... มีไผอยู่แหน่ คำอ่อนเอ๊ย ตักน้ำมาจักขันแหน่ลูก ให้ท้าวหมอเพิ่นได้ฝนว่านฝนยาให้ยาพ่อกิน คำอ่อนเอ๊ย”
“จ้ะ ญาแม่”
ไม่นานนักคำอ่อนก็ถือขันน้ำฝนเดินมาลงคลานเข่าเข้ามาหา มองพุทไธแล้วหลบสายตาวูบด้วยความเขิน
พ่อท้าวบุดดาถามขึ้น “เจ้าซื่อว่าจั่งใด๋น้อ ท้าวหมอ”
“ข้าน้อยซื่อ พุทไธจ้ะ พ่อท้าว”
คำอ่อนยื่นขันน้ำให้พุทไธ แล้วนั่งก้มหน้าอยู่ใกล้ๆ พุทไธฝนยากับแท่งหินเป็นผงผสมลงในขันอย่างชำนาญ
ยาแม่คำหอมยิ้มชื่นชม “เบิ่งดู๊ ยาพ่อเอ๊ย จั่งแม่นเพิ่นเป็นคนฮู้ผู้ดี ฮูปกะงาม นามกะม่วน”
“ที่ข้อยยังบ่ออยากตายนั้นกะย้อนว่า มูนมังสมบัติข้อยนั้นมีอยู่หลวงหลาย ข้อยห่วง ย่านบ่อมีไผเบิ่งแยง ลูกเมียข้อยกะย่านบ่อมีไผรักสมรักษา คำอุ่น คำอ่อน ลูกสาวข้อยยังบ่อได้แต่งดองออกเฮือน ถ้าข้อยตาย แล้วที่ดินที่นาหลายร้อยไฮ่ สิมีค่าหยัง”
พุทไธมองคำอ่อน ทั้งสองสบสายตากัน คำอ่อนยิ้มด้วยความเป็นมิตรและเขินอาย
“สิห่วงหยังล่ะพ่อท้าว กะตบแต่งให้ลูกมันได้เป็นฝั่งเป็นฝาแม้ ถ้าตายกะสิได้ตายตาหลับ” ญาแม่คำหอมว่า
“เอ... แม่คำหอมนี่ แล้วนี่ท้าวหมอได้กินน้ำกินท่าจักคำยังล่ะ คำอ่อนเอ๊ย ไปตักน้ำฝนเย็นๆ จักขันมาให้อ้ายเพิ่นกินแหน่ลูก” พ่อท้าวบุดดาบอก
“จ้ะ ญาพ่อ”
คำอ่อนลุกเดินออกไป
“บ่ต้องยากน้องเพิ่นดอก พ่อท้าว เดี๋ยวข้าน้อยไปตักกินอยู่แอ่งเองจ้ะ”
ยาแม่คำหอมยิ้มรู้มัน “กะตามใจ ย่างนำเพิ่นไปโลด ท้าวหมอ”
พุทไธเดินตามไปยังโอ่งดินเผาที่คำอ่อนกำลังใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมา
“เอ่อ... อ้าย... อ้ายท้าวหมอพุทไธ่ (เก้อเขิน) อ่ะ นี่ น้ำฝนเย็นๆ จ้ะ”
“ขอบใจหลาย คำอ่อนน้องหล่า”
พุทไธยิ้มให้รับกระบวยน้ำเย็นมาดื่มและมองตาคำอ่อน

พุทไธกลับจากไปรักษาพ่อท้าวบุดดา หัวเจ้าบ้านแคนหลวง พ่อของคำอ่อน เดินตรงมาทางเรือน
จันทร์ยืนรออยู่บนเรือนมองลงมา เห็นพุทไธเดินขึ้นบ้านมา ถามด้วยสีหน้าขุ่นเคืองและน้อยใจ
“ไปไสมา อ้าย”
“ข้อยไปบ้านพ่อท้าวบุดดามา”
จันทร์มองระแวง เหน็บแนม “ไปหาพ่อท้าว ... หรือไปหาลูกสาวพ่อท้าว”
“ไปหาพ่อท้าว เพิ่นบ่อซำบาย ข้อยเลยไปฝนว่านฝนยาให้”
พุทไธเดินเข้าไปนั่งตรงชานเรือนข้างใน
“ฮึ บ่อซำบาย แล้วนอกจากรักษาไข้แล้ว เพิ่นได้เว้าได้หยังกับอ้ายบ่อ”
พุทไธงง “กะเว้าอยู่ เจ้ามีหยัง”
“เว้ากันเรื่องแต่งลูกสาวเพิ่นแม่นบ่อ”
“เจ้าเว้าหยังของเจ้าน่ะ จันทร์”
“มื้อหลังบ่อต้องไปแล้ว ข้อยหวงอ้าย เพิ่นเป็นถึงหัวเจ้าบ้าน คงมีปัญญาหาหมอยาทางอื่นได้ ต่อไปนี้ ถึงเพิ่นสิป่วยสิตาย ข้อยกะบ่อให้อ้ายไปอีก” จันทร์บอกเสียงขุ่น
มีเสียงดังขึ้น “มันธุระเวียกงานหยังของเจ้า จันทร์”
เป็นพ่อแพทย์จันทกุมารเดินออกมาสมทบ ปรามลูกสาว
“ญาพ่อ! ... ญาพ่อบ่อเข้าใจหัวอกลูกดอก”
จันทร์วิ่งร้องไห้ออกไป สองคนมองตาม พ่อแพทย์จันทกุมารกลุ้มใจ
พุทไธทั้งห่วงและกังวล

ไม่นานต่อมาพ่อแพทย์นั่งอยู่ในเรือนพร้อมขันดอกไม้ หันหน้าเข้าหาโต๊ะพระพุทธรูป อธิษฐานจิต พุทไธนั่งพนมมืออยู่ใกล้ๆ
“พุทไธเอ้ย...พ่อนี้กะเฒ่าลงทุกปี คือไม้ใกล้ฝั่ง”
พ่อแพทย์วางขันดอกไม้ลงบนโต๊ะเครื่องราง หันหน้ามาหาพุทไธ
“ลูกสาวเดียวที่พ่อมีกะยังน้อย ดูแลโตเองยังบ่อได้ อยู่อีสานบุรีกะบ่อมีญาติทางใด๋ มีแต่เจ้า กับสาย ที่พ่อสิฝากจันทร์ไว้ให้ซ่อยกันเบิ่งแยง... พ่อถามแหน่ได้บ่อ เจ้ารังเกียจน้องบ่อ”
“บ่อเลยจ้ะ พ่อแพทย์ ข้าน้อยฮักจันทร์คือน้องในไส้ ฮักพ่อแพทย์คือพ่อแท้ๆ”
“ดีแล้วล่ะลูกเอ้ย ฮักกันไว้ ดีกว่าซังกัน ถ้าเจ้าบอกว่าฮักพ่อคือพ่อแท้ๆ กะขอให้ซ่อยพ่อให้ได้นอนตายตาหลับ”
“ข้าน้อยบ่อยอมให้พ่อแพทย์ตายง่ายๆดอก วิซาความฮู้ทางการแพทย์ที่พ่อแพทย์ถ่ายทอดให้นี่ล่ะสิรักษาพ่อแพทย์ทุกวิถีทาง”
“พุทไธเอ้ย บ่อมียาใด๋รักษาโรคตายได้ดอก ถึงฆาตถึงคราว พ่อกะต้องตายไป แต่พ่อสิขอให้เจ้าสัญญากับพ่อจักอย่างก่อนตายแหน่ได้บ่อ”
“ได้จ้ะ พ่อแพทย์”
“อยู่กินกับน้อง อย่าเฮ็ดคือเป็นผู้อื่นผู้ไกล ถึงน้องสิเฮ็ดผิดใจปานใด๋ สัญญาได้บ่อ ว่าสิบ่อฆ่าบ่อตีมัน สิบ่อทอดบ่อถิ่มมันไปไส”
พุทไธอึกอัก “เอ่อ...”
“ลูกสาวเดียวของพ่อ ฮักเจ้าหลายเท่าซีวิต พ่อฮู้ว่าซาตินี้ มันบ่อมีวันซังเจ้าลงดอก”
พ่อแพทย์จ้องตาพุทไธ สื่อความจริงใจจริงจังในคำขอร้องนี้
“แต่งดองออกเฮือนกับน้องสาเนาะ ที่ดินที่ดอน ไฮ่นาสาโท เฮือนซานบ้านอยู่ ขี้ข้างัวควาย วิซาความรู้ทั้งหลาย พ่อสิยกให้เจ้าเหมิด ขอเพียงเจ้าสัญญากับพ่อว่า สิบ่อถิ่มจันทร์”
พุทไธนิ่งเงียบ ครุ่นคิดหนัก และเคารพยำเกรงพ่อแพทย์จันทกุมารดั่งบิดา ค่อยๆ พูดรับปาก
“เอิ่ม...จ้ะ พ่อแพทย์ ข้าน้อยสิบ่อถิ่มน้อง”
“ดี พ่อสิปลูกเฮือนหลังใหม่ ไม้สักทอง เสาสิบหกต้น ไว้ฮับขวัญลูกเขยให้สมศักดิ์ศรี บ่อให้น้อยหน้าน้อยตาไผ ขอให้เจ้าอยู่กินกัน สืบลูกสืบหลานในเฮือนที่พ่อสร้างให้เด้อ”

ต่างคนต่างคิดถึงความหลังนี้ พ่อแพทย์ยังคงสีหน้าเศร้ารู้สึกผิด เมื่อนึกถึงความหลังที่เคยรับปากพ่อครูไว้ว่าจะดูแลเรือนนี้และนางงอ
“ข้อยขอโทษเด้อ แม่งอ ที่เป็นต้นเหตุให้เจ้าลำบาก”
นางงอก้มหน้า น้ำตาตกด้วยความเสียใจ และเจ็บใจ
“ถ้ามีแนวใด๋ที่ข้อยสิซดใซ้...”
นางงอตัดบท เงยหน้าขึ้น
“บ่อต้องดอก พ่อแพทย์ บ่อแม่นความผิดของเจ้า ข้อยเลือกซะตากรรมนี่เอง จำบ่อได้บ้อ”
นางงอพูดเป็นนัยถึงความหลังที่กินยาสลายกระดูกครั้งนั้น พ่อแพทย์มีสีหน้าสลดลงอีก
“ข้อยเลือกแล้วที่สิอยู่อย่างอีงอ บ่อแม่นนางจันทร์ที่เจ้าเคยฮู้จัก ต่อให้อีงอสิต้องเป็นขี้ข้าไปจนฮอดมื้อตาย เจ้ากะอย่าฮู้สึกผิดเลย”
นางงอปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เดินลงเรือนไปเงียบๆ พ่อแพทย์มีสีหน้าสลดหดหู่ ยังไงก็รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนผิด

ทั้งหมดนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอยู่ที่ระเบียงเล็กๆ บนเรือนโซ่ทอง นางงอมองดูศรีธาราอย่างเกรงใจ
“พอกินได้บ่อเจ้าคะ ท่านซาย กับข้าวเฮือนข้าน้อยมันกะมีอยู่ทอนี้”
“ได้สิครับ ฝีมือแม่สายถูกปากผมจะตาย ยิ่งได้มานั่งกินข้าวรับลมชายทุ่งเย็นๆ แบบนี้ยิ่งเจริญอาหาร”
สะออนมองโซ่ทองที่เอาแต่เขี่ยอาหารไปมา ไม่ยอมกิน
“อ้ายโซ่ มื้อนี้เป็นหยัง คือเป็นบ่ออยากกินข้าวกินน้ำ”
“อ้ายยังบ่อหิว พอดีกินมาจากวังอินทนิลแล้ว พ่อเจ้าเพิ่นเซิญอ้ายฮ่วมพาเสวย” โซ่ทองอ้าง
ศรีธาราได้ยินชื่อพ่อเจ้าก็สีหน้าเปลี่ยน อดคิดถึงพ่อไม่ได้ แต่ยังวางฟอร์มถามเรียบๆ
“ไปตรวจท่านพ่อมาเป็นยังบ้างอ้ายโซ่ ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า”
“พ่อเจ้าแข็งแฮงดี ท่านซาย”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น มีเมียเด็กคอยปรนนิบัติดูแล คงจะกระชุ่มกระชวย”
“แต่เพิ่นก็ดูไม่สดใสนักดอก เพราะคิดถึงลูก”
ศรีธาราชะงักมองโซ่ทองทันที โซ่ทองสบตาตอบเหมือนมีอะไรอยากจะพูดอีก
“ท่านซายน่าสิกลับไปเยี่ยมเพิ่นบ้าง”
ศรีธาราอึกอัก พาลกินอะไรไม่ลง ได้แต่แค่นยิ้ม แล้วรับปากส่งๆ
“ถ้าว่างๆ ผมจะไป”
ศรีธาราตอบห้วนสั้น แล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อ ไม่พูดจาชวนคุยอะไรอีก โซ่ทองกับสะออนได้แต่มองหน้ากันด้วยความไม่สบายใจ

โซ่ทองเดินมาส่งสะออนที่เรือนใหญ่ แล้วตัดสินใจพูดขึ้นเรื่องศรีธารา
“สะออน เจ้าต้องเว่าให้เจ้าศรีธ่าร่าเพิ่นกลับวั่งให้ได้เด้อ”
สะออนหงุดหงิด หันมามองอย่างไม่สบอารมณ์
“สิให้ข้อยไปวุ่นว่ายหยังกับเพิ่นอีก”
“แต่เทือนี้มันจำเป็น”
“จำเป็นคัก อ้ายก็ไปเว้ากล่อมเพิ่นเอง เป็นหยังต้องให้ข้อยเว้า”
“กะเจ้าเป็นคนเดียวที่เว้าแล้วเพิ่นสิเซื่อ”
“บ่อ”
สะออนรำคาญสะบัดเสียงใส่แล้วจะวิ่งหนีขึ้นบันได แต่โซ่ทองดึงแขนไว้
“สะออนฟังอ้ายก่อน ตอนนี้มีเรื่องใหญ่อยู่วังอินทนิล...”
สะออนหยุดหันกลับมาหาสนใจฟัง โซ่ทองกำลังจะออกปากบแกเรื่องสอางท้อง แต่ญาแม่เดินลงมาขัดจังหวะเสียก่อน
“สะออน”
โซ่ทองกับสะออนชะงัก เห็นญาแม่จ้องตาเขียวอยู่บนบันได สายตาไม่พอใจที่เห็นโซ่ทองจับมือถือแขนกับลูกสาว
“ค่ำมืดดึกดื่นแล้ว ยังม่าเว้าหยังกันอยู่อีก คลุกคลีอยู่นำกันเหมิดมื้อแล้ว ยังบ่อพออีกติ”
โซ่ทองรู้สึกตัวรีบปล่อยมือจากแขนสะออนทันที
“ข้าน้อยแค่สิมาเตือนสะออนให้เอาใจใส่เจ้าศรีธาราให้หลายกว่านี้ทอนั้นเอง บ่มีหยังจ้ะญาแม่
สะออนหันขวับมามองโซ่ทองตาเขียวอย่างไม่พอใจ โซ่ทองหลบสายตาญาแม่ ตัดสินใจเก็บเรื่องสอางท้องไว้ก่อน เพราะยังไม่อยากให้ญาแม่รู้
“เชื่ออ้ายเถาะสะออน เว้ากับท่านซายซะ”
โซ่ทองพูดจบก็เดินกลับเรือนไป ญาแม่มองตามโซ่ทองอย่างไม่ไว้ใจ แล้วหันมาจ้องดุสะออน จนสะออนต้องรีบเผ่นหนีขึ้นเรือนไป

นางสายกำลังจัดปูที่นอน หันมาถามย้ำกับโซ่ทองอย่างตกใจ
“อีหลีเบาะบักโซ่ แม่สอางท้องอีหลีบ้อ”
โซ่ทองหน้าเครียดจัด “จ้ะอีแม่”
“เวรกรรม บ่อทันจักเดือนเอง แล้วนี่เจ้าบอกไผไปรึยัง”
“ข้อยตั้งใจสิบอกสะออนผู้เดียวจ้ะอีแม่ แต่ยังบ่อมีโอกาส ย่านผู้อื่นฮู้ เรื่องสิไปถึงหูพ่อแพทย์ แล้วเพิ่นสิอาการทรุดลง เพราะตอนนี้ เพิ่นยังบ่อฮู้ด้วยซ้ำ ว่าสอางกับพ่อเจ้า...”
นางสายถอนใจ “นั่นแหล่ว ถ้าพ่อแพทย์ฮู้ คงสิหัวใจสลาย แต่สิปิดบังไปได้โดนปานใด๋กันลูกเอ๊ย คนท้องคนไส้ มื้อนึง ท้องมันกะต้องใหญ่ขึ้นมา”
โซ่ทองตอบไม่ได้ ได้แต่ถอนใจเครียดตาม

วันนี้ สะอาดแวะมาทำบุญที่วัด ถวายสังฆทานเพลยาครูอยู่บนกุฏิของท่าน มีสำรับอาหารจัดวางไว้ตรงหน้า ถือโกกาสสนทนากับท่านไปด้วย
“มื้อเซ้า ข้าน้อยรอใส่บาตร แต่บ่อเห็นยาครู เด็กน้อยบอกว่ายาครูบ่อซำบ่าย”
“ก็เมื่อยล้าตามประสาผู้เฒ่า บ่อได้เจ็บได้ป่วยหยังดอก”
“ถ้าจังซั่น ยาครูคงสิฉันเพลได้ ข้าน้อยแต่งกับข้าวมาจากบ้านหลายแนว”
ขณะที่สะอาดดันถาดสำรับอาหารถวายยาครู แต่มีเสียงคนเดินตึงๆ ขึ้นมาบนกุฏิ พอหันไปมองเห็นเป็นสอางกับเสา สีแหล่ สะอาดถึงกับอึ้งไป
“มาได้เวลาถวายเพลพร้อมยาเอื้อย เป็นบุญของกูแท้ๆ อีเสา อีสีแหล่ มึงฟ้าวยกปิ่นโตออกมาไวๆ”
สอางรีบทรุดนั่งลง ก้มกราบยาครู เสาสีแหล่รีบจัดปิ่นโตเตรียมถวาย
สะอาดเหลือบมอง ทักอย่างไม่เต็มใจ “เอื้อยบ่อคึดว่าสิพ้อเจ้าอยู่นี่”
“นั่นแหล่ว เหมิดปีเหมิดซาติ กูบ่อเคยเห็นหน้ามันจักเทือ ลมหยังหอบมึงมาล่ะ อีนาง” ยาครูว่า
สอางยิ้มกริ่มมีเลศนัย “ข้าน้อยอยากเฮ็ดบุญ แล้วก็ขอให้ยาครูตรวจดวงซาตาให้แหน่เจ้าค่ะ อยากฮู้รู้ว่าลูกข้าน้อยที่สิเกิดมา สิเป็นพ่อชายหรือแม่ญิง”
สอางพูดพลางเหล่มองไปทางสะอาด สะอาดตัวนิ่งขึงตกใจ
ยาครูยังไม่รู้เรื่อง “ลูก มึงนั่นบ้อสิมีลูก มีกับไผวะ กับบักตำรวจนั่นก็เลิกรากันไปตั้งหลายเดือนแล้วบ่อแม่นบ้อ”
สะอาดนั่งตัวแข็งทื่อ ใจหายวาบ ไม่กล้าสบตาสอาง แต่รู้จากปลายตาว่าสอางมองด้วยรอยยิ้มเยาะ
เสาสอดขึ้น “เอ้า ตายแล้วยาครู บ่อฮู้ตี้เจ้าคะ ว่าแม่เจ้าสอางเพิ่นอยู่กินกับไผ”
ยาครูงง “ผู้ใด๋แม่เจ้า อีสอางนี่บ้อ”
“ฮ่วย ยาครู ขึ้นบักขึ้นอีกับเมียเจ้าเมืองได้จั่งได๋เจ้าคะ ถ้าพระขัตติยะรามังกูรมาได้ยิน เพิ่นสิสูนเด้เจ้าคะ” สีแหล่บอก
สะอาดยิ่งตัวเกร็งด้วยความอดสู สีแหล่หัวเราะเสียงแหลมซ้ำเติมเข้าไป
“ถ้ายาครูฟังข้อยสองคนเว้าบ่อเข้าใจ ก็ให้แม่สะอาด อธิบายให้ฟังตี้ล่ะเจ้าคะ ว่าเป็นหยังแม่เจ้าสอางถึงได้มีลูก”
ยาครูหันไปมองสะอาดอย่างงงัน แต่สะอาดทนไม่ไหว เจ็บปวดจนอยากจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น
“ยาครูเจ้าคะ ข้าน้อยถวายเพลแล้ว ขอโตเมือเฮือนก่อนนะเจ้าคะ แล้วแลงๆ ข้าน้อยสิให้คนมาเก็บพาข้าว”
สะอาดก้มลงกราบยาครูด้วยอาการตัวสั่น แล้วรีบลุกออกไป โดยมีสอาง เสา สีแหล่มองตามอย่างสะใจ
ยาครูมองดูอาการของสะอาดก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องได้ สีหน้าตึงขึ้น ขณะที่สอางยังระรื่น
“สงสัยยาเอื้อยเพิ่นสิอาย ข้าน้อยคงต้องเว้าสู่ฟังเองแล้วล่ะ ว่าไปจั่งใด๋มาจั่งใด๋ ถึงได้...”
ยาครูตวาดลั่น “บ่อต้อง กูบ่ออยากฟังเรื่องอัปรีย์สีกบาลของมึง”
สอางผงะ เสากับสีแหล่เองก็ตกใจกลัว
“กูเห็นท่าทางเอื้อยมึง กูก็เดาเรื่องได้แล้ว สะอาดมันยังฮู้จักมียางอาย แต่มึงล่ะ อีสอาง เฮ็ดชั่วทรามปานนี่ ยังสิมีหน้ามาให้กูเบิ่งดวงซาตาให้ ถุย กูบ่อเบิ่งให้มึงดอก ลูกมึงบ่อว่าแม่ญิงหรือพ่อซาย มันก็โชคร้ายที่ต้องเกิดมาฮับผลบาปผลกรรมของพ่อแม่มัน”
สอางไม่พอใจ ลุกพรวดขึ้น
“ยาครู เว้าอย่างนี่ได้จั่งใด๋ เด็กน้อยในท้องข้อย มันก็เป็นลูกเป็นหลานยาครูเด้ เป็นพระประสาหยัง มาหาสาปหาแซ่งเด็กน้อยบ่อฮู้เดียงสา”
“กูบ่อได้สาปแซ่ง แต่ย่อนเวรกรรมที่พ่อแม่มันเฮ็ด จั่งใด๋ลูกมันก็ต้องฮับผลทางใด๋ทางนึง แต่ถ้ากูสาปแซ่งได้ กูสิขอให้ผลกรรมนั่นตกอยู่กับมึงผู้เดียว อีสอาง”
สอางร้องวี๊ดอย่างไม่พอใจ กระทืบเท้าเต้นเร่าๆ เสากับสีแหล่รีบเอามืออุดหู
“ป้าดติโธ้.... เสียแฮงที่ข้อยลดโตลงมายอมือกราบไหว้ ย่อนเห็นว่าเป็นพระ เป็นญาติผู้ใหญ่ บาดที่แท้แล้ว ก็เป็นแค่บักเฒ่าห่มจีวร บ่อมีความน่านับถือเลยจักน่อย อย่ากงอย่ากินมันเลยข้าวพานี่”
สอางเตะปิ่นโตที่เสากับสีแหล่จัดไว้จนล้มระเนระนาด แล้วเดินกระแทกเท้าลงจากกุฏิไป
เสากับสีแหล่ตกใจ ไม่คิดว่าสอางจะกล้าทำ ได้แต่หันไปมองยาครูอึ้งๆ แล้วลนลานวิ่งตามลงไป

ในขณะที่นางสายเก็บใบหม่อนเดินเข้ามาในโรงทอ แล้วต้องชะงักเมื่อมองเห็นญาแม่มานั่งรออยู่ที่แคร่ จึงคิดว่ามาหาสะอาด
“แม่สะอาดยังบ่อกลับมาจากวัดเลยจ้ะ”
“ข้อยบ่อได้มาหาสะอาดดอก”
นางสายชะงักแปลกใจ แต่เห็นสายตาญาแม่มองมานิ่งๆ เหมือนมีอะไรในใจ เลยวางกระจาดหม่อนลง แล้วเดินเข้ามาหา
“นั่งก่อนแม่สาย ข้อยมีเรื่องสิเว้านำเจ้า”
นางสายชักกังวล เหลือบมองไปทางประตูโรงทอที่เปิดออกไปยังสวนหม่อนแว่บหนึ่ง ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงด้วย
“ยาแม่มีธุระหยังกับข้อย”
“ข้อยสิถามเรื่องบักโซ่ทอง”
นางสายนิ่งฟัง แต่เริ่มสังหรณ์ใจ “เรื่องบักโซ่... เรื่องหยังญาแม่”
“บักโซ่ทองมันได้ไปฮักไปหอมแม่ญิงทางใด๋แหน่บ่อ”
นางสายทำหน้างง แต่ก็ยิ้มให้ ทำใจดีสู้เสือ
“ยาแม่ถามเฮ็ดหยัง”
“ข้อยเห็นมันมาแต่น้อย ฮักแพงมันคือลูกคือหลานผู้หนึ่ง ปีนี้ มันกะใหญ่เป็นบ่าวแล้ว หากมันคึดสิมีลูกมีเมีย ข้อยกะสิไปเว้าจากับพ่อแม่ฝ่ายญิงให้ ลูกซายแม่สายสิได้เป็นฝั่งเป็นฝาจักเทือ”
นางสายเริ่มจับประเด็นได้รางๆ สีหน้าเจื่อนลง ญาแม่ยังพูดต่อ เหมือนมีเมตตาแต่ก็ข่มในที
“พอออกเฮือนแล้ว สิไปสร้างครอบครัวกันทางอื่น ข้อยกะบ่อขัด หรือสิพาเมียมาฮับจ้างเฮ็ดเวียกงานในเฮือนพุทไธเทพ ข้อยกะยินดี”
นางสายอึ้งไปนาน เข้าใจเจตนาญาแม่ปรุโปร่งที่อยากจะแยกโซ่ทองไปจากสะออน
“ยาแม่ ข้อยบ่อเคยเป็นห่วงลูก ว่ามันสิหาเมียได้หรือบ่ได้ดอกจ้ะ ข้อยเซื่อว่า คนเฮาสิคู่กันได้ กะต้องมีศีลเสมอกัน ที่บักโซ่มันยังบ่อมีไผ กะคงย้อนว่า มันยังบ่อพ้อสาวผู้นั้น”
นางสายพูดยิ้มอย่างใจเย็น แฝงความหมายเตือนสติยาแม่กลายๆ ว่าหากโซ่ทองเป็นคู่กับสะออนจริงก็คงเป็นเพราะศีลเสมอกัน แต่ญาแม่ฟังแล้วไม่สบายใจ เสียงแข็งขึ้น
“คนสิคูกันได้ สิเอาศีลเอาธรรมอย่างเดียวมันบ่อได้ดอก ต้องเบิ่งความเหมาะสมด้านอื่นนำ”
ญาแม่พูดต่ออย่างไม่อ้อมค้อม
“ข่อยสิเว้าตรงๆ บ่ออ้อมบ่อค้อม ในฐานะที่ข้อยกับเจ้ากะฮู้จักมักคุ้นกันมาโดน”

ระหว่างนี้ ที่ประตูโรงทอฝั่งสวนหม่อน เหมือนมีใครยืนหลบอยู่ที่นั่น ฟังญาแม่พูดต่อ
“ข้อยบ่อซำบายใจกับความสนิทสนมของบักโซ่ทองกับสะออน มันใกล้ซิดกันเกินไป ข้อยเคยตักเตือนมันให้ถอยห่างออกมา แต่มันกะบ่อฟังข้อย คงต้องให้แม่สายจัดการให้ข้อยแหน่”
แม่สายตกใจ “ยาแม่สิให้ข้อยจัดการจั่งใด๋กับลูก”
“กะเตือนสติให้มันฮู้ว่า ลูกสาวข้อยเหมาะสิเป็นคู่ครองของเจ้าใหญ่นายโตอย่างเจ้าศรีธารา บ่อแม่นพวกขี้ข้าห้าเบี้ยใต้ถุนเฮือน หน้าที่ของบักโซ่ทองกะคือ หาทางส่งเสริมให้สะออนกับท่านซายฮักกันให้ได้”
แม่สายนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก เจ็บปวดใจแทนลูกที่ถูกเหยียบย่ำ
ญาแม่เห็นแม่สายนั่งก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร ก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ แข็งใจลุกขึ้น
“ข้อยมาเว้านำแค่นี้ละ หวังว่าแม่สายสิซ่อยข้อย”
ญาแม่ลุกเดินออกจากโรงทอไป ทิ้งให้แม่สายนั่งนิ่งถอนใจยาว
ตรงประตูสวนหม่อนเข้ามาในโรงทอ แม่สายค่อยๆ หันไปมอง สีหน้าไม่ได้ตกใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าสะออนฟังอยู่ด้านนอกนั่น บ่นพึมพำออกมากับตัวเอง
“แม่สะออนบ่อควรมาได้ยินอีหยังแบบนี้เลย”
สะออนถือกระจาดใส่หม่อนไว้ข้างตัว สีหน้ายังอึ้งๆ งงๆ

ฝ่ายสอางหงุดหงิดกลับมาที่วังพร้อมกับเสาและสีแหล่
“ฮึ บักพระเฒ่า บวชกินข้าวไทบ้านไปมื่อๆ มันกล้าลองดีกับกู เบิ่งเด้อ กูสิส่อ พ่อเจ้าให้หาทางไล่มันออกจากวัด ในเมื่อมันคึดสิเป็นศัตรูกับนางพญาหงส์ผู้สูงศักดิ์ กูก็สิสั่งสอนให้มันหลาบจำ”
สายวารีเดินออกมาจากด้านใน
“ก่อนที่คิดจะเฉดหัวคนอื่น เฉดหัวเองออกไปก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”
สอาง เสา สีแหล่หันไปมองตกใจ
“ท่านหญิงสายวารี”
“เก่งนี่ ที่ยังจำได้ว่าฉันเป็นใคร ถ้าอย่างนั้นก็คงยังจำได้ว่าฉันเป็นลูกสาวผู้ว่าราชการเมือง เป็นคนที่มีสิทธิ์ในวังนี้รองจากท่านพ่อท่านแม่ และฉันไม่อนุญาตให้หล่อนมากินบนเรือนขี้รดหลังคาวังนี้อีกต่อไปแล้ว”
สายวารีพูดจบก็หันไปทาง ทองมี มูน เลี่ยม ที่ช่วยกันยกกระเป๋าสอาง เสา สีแหล่ออกมา
“ไสหัวไปซะ”
ทองมี คำมูน เลี่ยมโยนตะกร้าหวายใส่ผ้าใส่ทั้งสามพร้อมกัน
“อีทองมี อีคำมูน อีเลี่ยม มึงอยากเจ็บโตบ้อ” เสาแหวใส่
“เป็นหยัง อีเสา อีสีแหล่ อีขี้ข้าชั้นต่ำ” ทองมีด่ากลับ
สายวารีปรามคนของตัวเอง “หยุด เห็นว่าเขาต่ำ ก็อย่าไปทำตัวต่ำแข่งเขา ประเดี๋ยวมันจะต่ำกันทั้งวัง”
สอางมองหน้าสายวารีอย่างเดือดดาล ก่อนจะแค่นยิ้ม วางท่าอวดดีออกมา
“ท่านหญิงบ่อแม่นคนแรกที่คึดสิไล่ข้าน้อยออกไปจากวังนี่ดอก พี่ซายของท่านหญิงก็เคยทำมาก่อน แต่บ่อเคยทำได้สำเร็จ เพราะคนที่สิไล่ข้าน้อยได้ มีอยู่คนเดียวท่อนั่น คือ พระขัตติยะรามังกูร”
สอางเดินเข้ามาใกล้ๆ ยิ้มเยาะเย้ย
“ตอนนี่ท่านซายศรีธาราก็แพ้ภัยโตเอง ต้องไปขออาศัยพ่อแม่ข้าน้อยอยู่ที่เฮือนพุทไธเทพ หากท่านหญิงคึดสิลองดูบ้าง ก็เตรียมหาที่ซุกหัวนอนไว้เลย”
“ก็ให้มันรู้ไปสิ ว่าท่านพ่อจะหน้ามืดตามัวจนไม่เห็นหัวลูกในไส้”
“พ่อเจ้าท่านคงให้ความสำคัญกับลูกในไส้ที่เกิดจากไส้ของข้าน้อยหลายกว่าลูกที่เกิดจากเชื้อสายคนต่างบ้านต่างเมือง”
สอางลูบท้องตัวเองจงใจอวด สายวารีตะลึงตกใจคาดไม่ถึง
“ลูกของข้าน้อยนี่ล่ะ เป็นเลือดเนื้อเซื้อไขของคนอีสานบุรีที่แท้จริง เพิ่นสิต้องได้สืบทอดตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองและครองวังแห่งนี่ บุญญาวาสนาสูงกว่าสายเลือดของเศษขี้เถ้าในโถกระดูก”
สายวารีกัดฟันกรอด ด้วยความโกรธที่ถูกลามปามมารดา เงื้อมือตบหน้าสอางทันทีอย่างลืมตัว
สอางหน้าหันด้วยไม่คาดคิดว่าจะถูกตบ พอตั้งหลักได้ก็กรี๊ดลั่น แล้วเงื้อมือจะตบหน้าสายวารีคืน แต่พ่อเจ้าเข้ามาเสียก่อน
“สอาง”
สอางยั้งมือไว้ทัน
“พ่อเจ้า ซ่อยข้าน้อยแนเจ้าค่ะ ท่านหญิงตบข้าน้อย”
สอางโผเข้าไปกอดแขนพ่อเจ้าร้องโอดโอยทำสำออย สายวารีมองดูอย่างเดือดดาล

สายวารีนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้อง พ่อเจ้าตามเข้ามา
“ท่านพ่อทำเช่นนี้ได้อย่างไรคะ ไม่นึกบ้างหรือว่าท่านแม่จะเสียใจแค่ไหน หรือว่าท่านพ่อก็เห็นท่านแม่เป็นแค่เศษขี้เถ้าเหมือนที่นังผู้หญิงคนนั้นมันพูด”
พ่อเจ้าตกใจ “พ่อไม่เคยลืมแม่ของลูกนะ สายวารี ไม่มีใครจะแทนที่เขาได้ดอก แต่พ่อ...ก็จำเป็นต้องใช้ชีวิตต่อไป ซึ่งมันก็สิ่งที่แม่ของลูกต้องการจะเห็น”
“ท่านแม่ต้องการให้ท่านพ่อใช้ชีวิตกับคนดีๆ อย่างพี่สะอาด ไม่ใช่จะยกเอาผู้หญิงแพศยาข้างตลาดที่ไหนมาเป็นแม่เจ้าก็ได้”
พ่อเจ้าปราม “สายวารี”
“ลูกได้ยินเรื่องอื้อฉาวของผู้หญิงคนนี้ จากทองมีและคนอื่นๆ มาจนมากเกินพอ เขาทำให้ท่านพ่อเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ครอบครัวเราบ้านแตกสาแหรกขาด แต่ท่านพ่อก็ยังเลือกเขา”
“แล้วจะให้พ่อทำอย่างไร ในเมื่อสอางกำลังตั้งท้อง”
“แน่ใจหรือคะ ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของท่านพ่อ”
พ่อเจ้าขมวดคิ้ว หน้าตึง ไม่พอใจ
“ลูกจะดูถูกพ่อมากไปแล้วนะ สายวารี”
“ถือว่าเป็นถ้อยคำเตือนสติดีกว่านะคะท่านพ่อ อย่าลืมว่า กว่าผู้หญิงคนนี้จะ มาถึงมือท่านพ่อ เขาผ่านอะไรมาบ้าง”
สายวารีลุกขึ้นแล้วเดินเชิดออกไป
“แล้วลูกกลับมาได้ยังไงสายวารี”
สายวารีหันมาหา
“เพื่อนที่มหาวิทยาลัย เชื้อสายเจ้าเมืองตักศิลา เขากลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดเทอม ลูกก็เลยถือโอกาสเดินทางมาด้วย ตั้งใจว่าจะกลับมาเซอร์ไพร้ส์ท่านพ่อ แต่ไม่นึกว่าจะเจอเรื่องเซอร์ไพร้ส์กว่า ฮึ อยู่ดีๆก็มีแม่เลี้ยงคนที่สองโผล่มาพร้อมกับลูกในท้อง เซอร์ไพร้ส์มั้ยละคะ”
พูดจบสายวารีเดินออกไป พ่อเจ้ามองตาม หน้าเครียดจัด ที่ลูกๆ ไม่ยอมรับสอางเอาเสียเลย

ริมบึงบัวหลังเรือน สะออนนั่งห้อยขาอยู่ที่ริมน้ำ ใจลอยคิดถึงคำพูดของญาแม่ที่ได้ยินจากโรงทอ
“ข้อยบ่อสำบายใจกับความสนิทสนมของบักโซ่ทองกับสะออน มันใกล้ซิดกันเกินไป ข้อยเคยตักเตือนมันให้ถอยห่างออกมา แต่มันก็บ่อฟังข้อย คงต้องให้แม่สายจัดการให้ข้อยแหน่”
แม่สายตกใจ “ยาแม่สิให้ข้าน้อยจัดการจั่งใด๋กับลูก ?
“ก็เตือนสติให้มันรู้ว่า ลูกสาวข้อยเหมาะสิเป็นคู่ครองของเจ้าใหญ่นายโตอย่างเจ้าศรีธารา บ่อแม่นพวกขี้ข้าห้าเบี้ยใต้ถุนเฮือน หน้าที่ของบักโซ่ทองก็คือ หาทางส่งเสริมให้สะออนกับท่านซายฮักกันให้ได้”
สะออนครุ่นคิดแล้วถอนใจ พลันได้ยินเสียงนกอีแก้ว
“อีแก้วฮักแม่ อีแก้วฮักแม่”
สะออนรีบหันมามอง เห็นโซ่ทองหิ้วกรงนกอีแก้วเดินมาหา
“สะออน มาเฮ็ดหยังอยู่นี่”
“ข้อยมานั่งเล่นจ้ะอ้าย”
“อ้ายย่านว่าอีแก้วลูกเฮามันสิเบื่อ เลยพามันมาหาเล่น”
สะออนยื่นมือขอกรงนก โซ่ทองยื่นให้ สะออนหยอกเย้ากับนกอีแก้วคลายความทุกข์ในใจ
“อีแก้วฮักแม่ อีแก้วฮักแม่” นกแก้วเจื้อยแจ้ว
“ฮักแต่แม่บ้อ อีแก้วบ่อฮักพ่อแหน่บ้อ เว้าเบิ่งดู๊ อีแก้วฮักพ่อ”
“อีแก้วฮักพ่อ อีแก้วฮักแม่ อีแก้วฮักพ่อ อีแก้วฮักแม่”
“ใกล้สิค่ำแล้ว กลับขึ้นเฮือนไปกินข้าวกินปลาสา”
สะออนหน้างอ สีหน้าสลดลง “ยังบ่ออยากกลับเลยอ้าย อ้ายกลับไปสา ข้อยสินั่งเล่นกับอีแก้ว”
สะออนถอนสายตากลับไปนั่งเหม่อ คิดว่าโซ่ทองจะยอมกลับไป แต่โซ่ทองกลับเดินมานั่งข้างๆ
“สิให้อ้ายถิ่มเจ้าไว้ผู้เดียวได้จั่งใด๋ มันอันตราย งูเงี้ยวเขี้ยวขอมันหลาย”
“ให้งูกัด ตายๆไปเลยก็ดี”
“อ้าว เป็นหยังเว้าแบบนั้นล่ะ”
“งูมันก็ฆ่าได้แต่กายข้อย มันบ่อฆ่าหัวใจข้อยคือกับสิ่งที่ได้ไปฮู้ไปเห็นมาดอก”
โซ่ทองนิ่ง สีหน้าเป็นกังวลนึกเป็นห่วง มองสะออนอย่างแปลกใจ
“เจ้าไปฮู้หยังมา สะออน”
“ข้อยได้ยินเหมิดแล้ว ว่ายาแม่หาทางกีดกันบ่อให้อ้ายมาใกล้ข้อย ย้อนอยากให้ข้อยได้กันกับเจ้าศรีธารา”
โซ่ทองแปลกใจ “ไผ... ไผมาเว้าใส่ร้ายยาแม่ให้เจ้าฟัง”
สะออนหัวเราะแค่นๆ “อ้ายอยากหัวบ้อ ถ้าข้อยสิบอกว่าข้อยได้ยินจากปากญาแม่เอง ได้ยินเต็มสองหูว่าญาแม่หมายมั่นสิให้ข้อยแต่งผัวเป็นเจ้าใหญ่นายโต ซ้ำยังสิให้อ้ายเป็นพ่อสื่อ”
โซ่ทองหลบตาละอายใจ เพราะลึกๆ สงสารสะออน แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ สะออนมองอย่างรู้ทัน แล้วโพล่งออกมา
“ข้อยบ่อเคียดอ้ายดอกที่ต้องเฮ็ดตามคำสั่งญาแม่ ข้อยเคียดตรงที่ว่า เป็นหยังข้อยบ่อฮู้ให้เร็วกว่านี้ ว่าญาแม่ต้องการสิ่งใด๋”
“ถ้าฮู้แล้ว เจ้าสิตามใจเพิ่นเบาะ”
สะออนนิ่ง ทอดสายตายาวออกไป ก่อนจะพูดอย่างใช้ความคิด
“ญาเอื้อยสะอาด ยอมออกเฮือนกับพ่อเจ้าตามใจญาแม่กับแม่เจ้าปทุมรัตน์ แต่สุดท้ายก็บ่อมีความสุข แล้วแบบนี่ อ้ายคึดว่าข้อยควรสิเดินตามฮอยญาเอื้อยบ่อล่ะ”
“คนเป็นพ่อแม่กะหวังสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกสาว บ่อมีหยังดีไปกว่าได้เห็นลูกแต่งดอง มีคู่ครองที่ดี เพิ่นกะสิได้นอนตายตาหลับ”
“แต่หลังจากแต่งดองนั่น มันคือซีวิตทั้งซีวิตเลยเด้อ้าย พ่อแม่สินอนตาหลับได้อีหลีบ่อ ถ้าฮู้ว่าลูกต้องทนทุกข์กับซีวิตคู่ที่บ่อมีสิทธิ์เลือก”
โซ่ทองเถียงไม่ออก ได้แต่นั่งเงียบๆ เคียงข้างสะออนต่อไป
“อีแก้วฮักพ่อ อีแก้วฮักแม่ อีแก้วฮักพ่อ อีแก้วฮักแม่”

ที่วังอินทนิลสอางนอนกอดเกยกับพ่อเจ้า สีหน้ายิ้มละไมมีความสุข แต่ดวงจิตย้อนฝันไปยังอดีต

เวลานั้นสีออนถือถาดอาหารเดินเข้ามา พร้อมทหาร ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกระแทกลูกกรงขังในคุก พอมองเห็นหูกคำก็ตกใจ
“อัญญาเอื้อย”
หูกคำไม่ได้ยินเสียงสีออน ยังคงโขกหัวกับลูกกรงอย่างซ้ำๆ ทหารมองตะลึงละล้าละลัง
“ยืนยะหยังกั๋นอยู่ เปิดประตูคุกบะเดียวนี่”
ทหารละล้าละลัง แต่ก็กลัวสีออน รีบลนลานไขกุญแจคุกให้ สีออนรีบเข้าไปในคุก แล้วพยายามดึงตัวหูกคำออกมา หูกคำกรีดร้องตีโพยตีพาย
“อัญญาเอื้อย อย่าเพคะ”
“ปล่อย เอื้อยอยากตาย เอื้อยบ่อเหลือหยังแล้ว แม้แต่ซิ่นลายหงส์ อีศรีสะอาดมันก็ยาดแย่งเอาของเอื้อยไปแล้ว เจ้าก็ฮู้บ่อแม่นบ้อ สีออน”
หูกคำร้องไห้คร่ำครวญ สีออนอึ้งๆ กอดหูกคำไว้
“เสียแฮงที่หลงไว้ใจแม่ไอ่ แต่เพิ่นกลับเอาซิ่นลายหงส์ออกมาแลกกับอิสระของโตเอง เอื้อยเสียใจหลายที่แม่ไอ่คิดคดทรยศได้ลงคอ”
หูกคำร้องไห้โฮ แล้วฟุบหน้าลงสะอื้นตัวโยน สีออนมองหูกคำอย่างเวทนาแล้วลูบหลัง
“อัญญาเอื้อยศรีสะอาดบอกจะอั้นหรือเพคะ”
หูกคำไม่ตอบ แต่ยังฟุบหน้าสะอื้นอยู่กับพื้น สีออนชั่งใจแล้วตัดสินใจบอก
“แม่ไอ่บ่าได้ทรยศต่ออัญญาเอื้อยเลยเพคะ เปิ้นต่างหากตี้โดนอัญญาเอื้อย ศรีสะอาดทรยศ”
หูกคำชะงักหยุดสะอื้น สีออนสบตากับหูกคำ
“ข้าเจ้าหันเหตุก๋ารณ์ทุกอย่าง”

สีออนเล่าว่า วันนั้นตนเดินเข้ามาในโรงทอ เห็นข้าวของกระจัดกระจาย หูกทอผ้าถูกทำลายเสียหาย
“คืนนั่นข้าเจ้าเข้าไปตี้โฮงทอผ้า เพื่อจะไปแอบค่นหาผ้าซิ่นลายหงส์มาหื้ออัญญาเอื้อย แต่บ่าตันพบ ก่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ข้าเจ้าจึงต้องหาตี้หลบ บ่อกึ๊ดว่าจะเป๋นอัญญาเอื้อยศรีสะอาดตี้พาแม่ไอ่มาตี้นั่น”
สีออนเดินสำรวจแล้วได้ยินเสียงคน เลยหลบเข้าหลังม่าน เห็นแม่ไอ่ถูกทหารคุมตัวเข้ามา พร้อมกับสีออน
“พาโตแม่ไอ่ไปส่งหม่องที่เพิ่นอยากไป ก่อนตะเว็นสิขึ้นพ้นขอบฟ้า” ศรีสะอาดสั่ง
ทหารเข้ามาหาแม่ไอ่ แต่แม่ไอ่ถอยกรูดหนี
“แล้วอัญญานางหูกคำกั้บข้าหลวงคนอื่นๆ ล่ะเพคะ ข้าน้อยทูลขอแล้วว่า หากอัญญานางสิเอาผ้าซิ่นลายหงส์ไป กะขอประทานแลกกับอิสระของทุกคน”
“พวกมันบ่อได้มีบุญมีคุณต่อข้อย โดยเฉพาะอีหูกคำ เก็บเงินคำแล้วก็หนีไปซะ นี่ข้อยปรานีต่อเจ้าถึงที่สุดแล้วนะ ถ้าบ่อไป เจ้าก็ต้องกลับเข้าคุกไปรอวันประหารพร้อมกันกับอีหูกคำ มีทางเลือกแค่นี่”
แม่ไอ่น้ำตาอาบหน้า เสียใจเหลือแสน ศรีสะอาดมองเมิน กอดผ้าไว้แนบตัว แล้วหันหลังเดินออก
“ข้าน้อยสิบากหน้ากลับไปหาอัญญานางหูกคำได้จั่งใด๋ ในเมื่อรักษาของฮักไว้ให้เพิ่นบ่อได้ ข้าน้อยผิดเองที่หลงเซื่อคนบ่อมีสัจจาอย่างอัญญานาง”
“แม่ไอ่”
ศรีสะอาดหันกลับมาตวาด ทันใดนั้นเองแม่ไอ่ก็หยิบกระสมไม้แหลมที่ใช้สอดไหมใส่หูกขึ้นมา
“ความโง่ของข้าน่อย สมควรต้องซดใซ้ด้วยซีวิต”
แม่ไอ่พูดจบก็เอากระสมจ้วงแทงตัวเองอย่างแรง ศรีสะอาดช็อก แม่ไอ่กระอักเลือดออกมาแล้วล้มลงกับพื้น ขาดใจตายคาที่
สีออนแอบมองเหตุการณ์นั้นอยู่เอามือปิดปากตกใจเมื่อเห็นร่างของแม่ไอ่ล้มลงจมกองเลือด

หูกคำนิ่ง มองหน้าสีออนอย่างตะลึง
“เจ้าเว้าอีหลีบ้อ สีออนน้องหล่า”
“ศพของแม่ไอ่ถูกฝังอยู่ตี้สวนหม่อนของอัญญาเอื้อยเพคะ”
หูกคำน้ำตาไหลออกมาอย่างเศร้าใจ
“แม่ไอ่เปิ้นบ่ายอมทิ้งอัญญาเอื้อยเพื่อเอาตั๋วรอดไปต๋ามลำพัง เลยเลือกตี้จะลงโทษตั๋วเองตี้รักษาของฮักหื้ออัญญาเอื้อยบ่าได้”
หูกคำสะอื้นจนตัวสั่น เวทนาชะตากรรมของแม่ไอ่ แล้วนึกแค้นใจศรีสะอาด
“ซิ่นลายหงส์บ่อคู่ควรกับคนใจบาปอย่างอีศรีสะอาด เอื้อยอยากได้คืน” หูกคำนิ่งคิดแล้วมองหน้าสีออน “หากความเห็นอกเห็นใจของเจ้าบ่อแม่นเพียงแค่ลมปาก เจ้าต้องซ่อยเอื้อยเด๊อ สีออน”
สีออนอึ้ง คิดไม่ออกว่าจะหาทางช่วยยังไง

สีออนถือถาดอาหารที่เอาไปให้หูกคำกลับมาที่คุ้ม แต่พอจะเข้าเรือนก็ต้องตกใจที่พบศรีสะอาดออกมายืนขวาง จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
“ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง สีออน ที่แอบเอาข้าวน้ำซ่ามปลาไปเลี้ยงอีหูกคำให้มันอิ่มหมีพีมัน อีขี้คุกนั่นถึงได้มีเฮี่ยวแฮงลุกขึ้นมาแข็งใส่เอื้อย”
สีออนหน้าเสีย “อัญญาเอื้อย”
“ฮู้บ่อว่าคนที่มันคิดคดทรยศต่อราชสำนักเวียงคำนาค มีโทษถึงตาย”
“ข้าเจ้าบ่อได้ทรยศนะเพคะ ข้าเจ้าเวทนาที่อัญญาเอื้อยหูกคำอดอยากหิวโหย ทั้งที่เปิ้นมีศักดิ์ศรีเป็นถึงพระธิดาของอัญญาหลวง”
“เอื้อยเป็นคนสั่งให้มันกินอยู่อดๆ อยากๆ กะย้อนว่ามันเป็นนักโทษ ถ้ามันสิอดข้าว อดน้ำจนตาย ก็สมควรแล้ว”
“หากเป็นเช่นนั้น อัญญาเอื้อยหูกคำก็บ่อได้ถูกชำระโทษตามพระประสงค์ของอัญญาหลวง จะบ่อเป็นการขัดคำวินิจฉัยโทษของอัญญาหลวงหรือเพคะ”
เจอคำย้อนแบบนี้ศรีสะอาดไม่พอใจ ปัดถาดในมือของสีอออนตกกระจาย
“อย่ามาต่อปากต่อคำกับเอื้อยเด้อสีออน เจ้าเป็นแค่สะใภ้หลวง อย่าได้ถือโตว่ามีสิทธิ์มีอำนาจเหนือไผอยู่นี่”
“ข้าเจ้าบ่อเคยกึ๊ดเช่นนั้น”
“ซั่นก็ดีแล้ว เบิ่งโตอย่างอีหูกคำไว้เถาะ ว่าคึดสิเป็นศัตรูกับเอื้อยมันสิจบจั่งใด๋”
ศรีสะอาดจ้องหน้าข่มขู่ แล้วเดินหนีไป สีออนมองตาม สีหน้ากังวล

วันต่อมา ราชบุตรศรีโซ่ทองกลับจากนอกเมืองเข้ามาที่คุ้ม นั่งลงพักเหนื่อย สีออนเดินออกมาจากห้องด้านหลัง
“อัญญาอ้าย กลับมาเมื่อยๆ เสวยน้ำมะตูมหอมๆ ซักน่อยเพคะ
สีออนวางถาดเหยือกน้ำมะตูมและของว่างลง รินน้ำให้ แต่พอยื่นจะถึงปาก ราชบุตรก็โบกมือ
“ศรีสะอาดบอกอ้ายว่า เจ้าไปยุ่งวุ่นว่ายกับอีหูกคำที่คุกหลวง”
สีออนชะงัก “ข้าเจ้าเพียงแต่นำอาหารไปหื้อเปิ้นเท่านั้นเองเพคะ”
ราชบุตรมองฉงน สีออนลังเล แล้วตัดสินใจพูดขึ้น
“สภาพในคุกหลวงนั่นเลวร่าย มีแต่กลิ่นเหม็นอั๊บ อากาศสกปรก อาหารก่อมีแต่เศษผักเศษหญ้า ข้าเจ้าหันแล้วทนเวทนาบ่าได้เพคะ”
“คนคุกมันกะต้องอยู่อย่างคนคุก เจ้ามันใจอ่อนบอเข้าเรื่องเด้อสีออน” ราชบุตรตำหนิ
“แต่คนคุกผู้นั้นก่อเป๋นน้องสาวของอัญญาอ้าย ข้าเจ้าก่อต้องนับถือเป๋นปี้น้องของข้าเจ้าตวย”
ราชบุตรอึ้งไป เมินหน้าหนี ไม่อยากเถียงด้วย
“ข้าเจ้าฮู้ว่าอัญญาเอื้อยหูกคำต้องโทษอาญาอุกฉก๋รรจ์ แต่ระหว่างตี้ยังบ่าถูกตั้ดสินโทษ เปิ้นก่อสมควรจะได้ฮับความเมตต๋าในฐานะวงศ์วานว่านเครือของเจ้าราชบุตรนะเพคะ”
“อีหูกคำมันบ่อเคยเห็นพวกเฮาเป็นวงศ์วานของมัน บ่อเซ่นนั้น มันคงบ่อคึดฆ่าศรีสะอาดดอก”
“แต่เปิ้นก่อเกยมีจิตปฏิพัทธ์ต่ออัญญาอ้าย”
ราชบุตรโมโห “กะนั่นล่ะ ความมักใหญ่ใฝ่สูงของมัน พอพลาดหวังจากอ้าย กะหันไป่ยาดตำแหน่งสะใภ้หลวงบรรณาการกับศรีสะอาด ถ้ามันฮู้จักเจียมโตในฐานะลูกเมียน้อย แล้วกะยอมสมสู่ร่วมหอลงโลงกับบักท้าวเพียคำจันแต่แรก กะคงบ่อต้องซะตาตกต่ำแบบนี้”
สีออนชะงัก สะดุดหูชื่อเพียคำจัน ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน
“ไผกันเพคะ ท้าวเพียคำจั๋น”
“ท้าวเพียโฮงหลวง องครักษ์เกาของอ้าย มันเสียผู้เสียคนจนถูกถอดยศไปเป็นไพร่ไถนากะย้อนหลงฮักอีหูกคำโงหัวบ่อขึ้น”
ราชบุตรพูดเคืองๆ ยังผิดหวังในตัวเพียคำจันไม่หาย เพราะเคยเป็นคนสนิท ขณะที่สีออนมีสีหน้าติดใจสงสัย

สะออนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันเรื่องเดียวกับสอางพอดี
“ยาเอื้อยสอาง เฮาฝันเห็นยาเอื้อยทั้งสองอีกแล้ว ในฝันเทือนี่ มีอ้ายโซ่ทองนำ”

ในตอนเช้าสะออนกับสะอาดร่วมกันกรวดน้ำอยู่ใต้ต้นไม้หลังจากใส่บาตรเสร็จ แล้วเดินคุยกันกลับมาทางเรือน
“เดี๋ยวนี้ เบิ่งทรงเจ้ามักเฮ็ดบุญใส่บาตรเนาะ น้องหล้าสะออน”
“แต่ก่อน ญาเอื้อยกับญาแม่เคยใส่บาตรนำกัน แต่ตอนนี่ ญาแม่บ่อแข็งแฮง บ่อได้ลุกมาใส่บาตรหยาดน้ำ ข้าน้อยก็เลยอยากมาเฮ็ดแทน”
“ดีแล้วล่ะ หมั่นเฮ็ดบุญ ใส่บาตรหยาดน้ำหลายๆ จิตใจสิได้ผ่องใส”
“แบบนี่แม่นบ่อ ยาเอื้อยเลยมักเฮ็ดบุญ เมื่อวานก็ไปวัดเหมิดมื้อ กว่าสิกลับมาก็เกือบมืดค่ำ”
สะอาดฝืนยิ้ม ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเรื่องที่รู้ว่าสอางท้อง
“เอื้อยไปกราบหลวงตา แล้วก็เลยไปเว้าธรรมะกับท่านแม่ซี”
“ข้าน้อยอยากไปเยี่ยมยามแม่ซี เผื่อว่าเพิ่นสิทำนายฝันแปลกๆ ของข้าน้อยได้”
สะอาดซึ่งเดินนำหน้าไปแล้วชะงัก หันกลับมามอง
“เจ้าฝันว่าจั่งใด๋น้องหล่า ที่ว่าแปลก”
สะออนสบตากับสะอาด ลังเลว่าจะเล่าดีหรือไม่ แต่ก็ยอมบอกในที่สุด
“ข้าน้อย...ข้าน้อยฝันเห็นญาเอื้อย”
สะอาดนิ่ง แปลกใจ แต่แล้วก็ขนลุกเมื่อสะออนเล่าต่อโดยไม่ได้คิดอะไร
“แล้วบางเทือก็เห็นญาเอื้อยสอาง แต่มื่อคืนนี่ข้าน้อย...ฝันเห็นอ้ายโซ่ทอง”
“เจ้าฝันเห็นเอื้อยกับคนอื่นๆ ในเฮือนนี่ดู๋บ่อ”
“จ้ะ ข้าน้อยฝันแบบนี้หลายเทือ แต่ก็บ่อต่อกันเป็นเรื่องเป็นราวดอก” สะออนยิ้มเขินๆ “สิเว้าสู่ไผฟัง ก็ย่านเขาหาว่าบ้า”
สะอาดสีหน้าร้อนรน ดึงแขนสะออนไปนั่งที่ม้านั่ง
“อีหล่าเว้าให้เอื้อยฟังแหน่ได้บ่อ ว่าเจ้าเคยฝันว่าจั่งใด๋”

ฝั่งสองหนุ่มโซ่ทองกับศรีธารากำลังช่วยกันผ่าฟืนอยู่ที่ลานกลางแดดเปรี้ยง ศรีธาราดูเหน็ดเหนื่อยเหงื่อโทรมกาย
“เหนื่อยกะพักก่อนเถาะท่านซาย เดี๋ยวสิเป็นลมไปซะก่อน ข้าน้อยเฮ็ดเอง”
“ผมยังไหว เรื่องอะไรจะยอมแพ้อ้ายล่ะ”
ศรีธราพูดพลางจามขวานลงบนท่อนฟืนแรงๆ โชว์ฝีมือ แต่ขวานปักลงไปในเนื้อไม้จนยกไม่ขึ้น
โซ่ทองส่ายหน้าแล้วเข้ามาช่วยดึงออกให้ ก่อนจะหันไปเห็นนางสายเดินเข้ามา
“อ้าวอีแม่ เป็นหยังย่างมาโตเปล่า น่าสิเอาหยังมาให้กินเอาแฮ่งแหน่”
“เจ้าไปหากินอยู่โฮงครัวพู้น มีแขกมาหาท่านซายเจ้าค่ะ”
“แขกผมหรือครับ ใครกันรู้ว่าผมอยู่ที่นี่”
ศรีธาราแปลกใจ แล้วมองไปด้านหลังนางสาย ก่อนจะเห็นสายวารีเดินเข้ามากับสะหวีวิไลวัน
“สายวารี”
สายวารียิ้มร่าแล้ววิ่งเข้ามาหา โผเข้าสวมกอดแน่น ศรีธาราโวยวายห้ามไม่ทัน
“อย่าเพิ่งกอดพี่ เนื้อตัวพี่มีแต่เหงื่อทั้งนั้น”
“น้องไม่สนหรอก ขอกอดพี่ชายให้ชื่นใจหน่อยเถอะ คิดถึงเหลือเกินค่ะ”
ศรีธารายิ้มเอ็นดู แล้วสวมกอดสายวารีตอบ ก่อนสายตาจะมองเลยไปยังสะหวีวิไลวันที่ยืนยิ้มๆ อยู่

ไม่นานต่อมา สะออน สะอาด ญาแม่ ให้การต้อนรับแขกบนชานเรือนยกพื้น โดยมีโซ่ทองนั่งอยู่ห่างออกไป สายวารีกับสะหวีวิไลวันยกมือไหว้ทำความเคารพญาแม่กับสะอาด แล้วแนะนำให้รู้จัก
“น้องกับเจ้าสะหวีวิไลวันเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันค่ะ เผอิญว่าครอบครัวท่านหญิงวันก็เป็นคนเมืองตักศิลานี่เอง ก็เลยชวนมาหาท่านพี่ด้วยกัน ท่านพี่คงจะจำท่านหญิงวันได้”
“ตอนแรกพี่ก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้เจอน้องหญิงวันมาหลายปี แต่พอพิศดูก็เริ่มคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของพี่นี่เอง”
“ท่านพี่อย่าขยายความมากกว่านี้เลยนะคะว่าเคยเล่นอะไรกันบ้าง น้องอาย”
สะหวีวิไลวันก้มหน้าประหม่า ญาแม่ทอดสายตามองทั้งสองเห็นท่าทางสนิทสนม
“แล้วนี่ได้ไปแวะที่วังมาแล้วหรือยัง ท่านพ่อรู้หรือเปล่าว่าน้องมาหาพี่”
สายวารีเบะปาก “ไปมาแล้วค่ะ แต่น้องทนอยู่ที่นั่นไม่ไหว ถึงได้หนีมา เบื่อคนแพ้ท้องส่งเสียกโอ้กอ้าก แถมยังอาละวาดเป็นนางยักษ์นางมารด่าบ่าวไพร่เสียงดังลั่นวัง”
เฉพาะศรีธารา สะออน กับญาแม่ฟังแล้วตกใจหน้าถอดสี สายวารีนึกได้ หันไปมองแล้วคิดว่าอีกฝ่ายตกใจที่ได้ยินตนเองพูดถึงสอางอย่างเสียหาย เลยยกมือไหว้
“น้องขอโทษนะคะ แต่น้องคงต้องเรียนตามตรงว่าสภาพของวังตอนนี้ ไม่เหมือนวังอินทนิลที่น้องเคยอยู่เลยซักนิดเดียว”
ญาแม่เอามือทาบอก หายใจติดขัด จนสะอาดต้องเข้าไปประคอง ญาแม่โบกมือห้าม พยายามตั้งสติถาม อย่างใจคอไม่ดี
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ ท่านหญิง ที่ท่านหญิงว่าเมื่อกี้...ว่ามีคนแพ้ท้อง ไผกันเจ้าคะ”
“ก็แม่สอางน่ะสิคะ” สายวารีเห็นสายตาทุกคนแล้วอึ้งไป “นี่ยังไม่ทราบกันหรือคะว่าหล่อนท้องกับท่านพ่อ”
ญาแม่ทำหน้าเหมือนกับจะเป็นลม สะออนกับสะอาดรีบเข้ามาพยุงกันประคองสองข้าง บีบมือ
สายวารีมีสีหน้าตกใจ เริ่มรู้สึกผิดที่เป็นคนเอาข่าวร้ายมาบอก พอมองศรีธาราเห็นหน้าเครียดก็ยิ่งวิตก

ศรีธาราเดินนำทั้งสองเข้ามา สีหน้าเครียดจัด
“พี่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย” ศรีธาราเสียงอ่อนลง “น้องคงได้ยินมาบ้างว่าพี่ไม่ได้ติดต่อกับท่านพ่อนานแล้ว”
“ค่ะ แต่น้องก็คิดว่าเขาคงจะรีบมาโพนทะนาอวดใครๆ ที่นี่”
“ท่านพ่อไม่กล้ามาดอก เพราะพ่อแพทย์กำลังป่วยอยู่ จนป่านนี้ท่านก็ยังไม่รู้เรื่องของสอางกับท่านพ่อ”
“น่าอายที่สุด” สายวารีหันมาทางสะหวีวิไลวัน “ฉันต้องขอโทษเธอด้วยนะหญิงวัน ที่ต้องมารับฟังเรื่องบัดสีเช่นนี้”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันเป็นห่วงเธอกับท่านพี่นะ ไม่อยากให้คิดมาก เพราะถึงอย่างไร ท่านลุงก็เป็นผู้ใหญ่ เราควรจะเคารพการตัดสินใจของท่าน”
“สุดท้ายแล้ว ฉันกับท่านพี่ก็คงต้องคิดแบบนั้นนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้จริงๆ”
“แล้วน้องจะทำอย่างไรต่อไป สายวารี”
“น้องจะไปพักที่วังของท่านหญิงวันที่เมืองตักศิลา แต่จะแวะมาหาท่านพี่อีกนะคะ แล้วซัก 3-4 วันก็จะกลับพระนคร ไหนๆ อยู่ที่นี่เราก็คงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ท่านพี่จะกลับด้วยกันก็ได้”
ศรีธารานิ่งคิดว่าจะอยู่อีสานบุรีต่อไปดีหรือไม่

ทางฝ่ายสะออนกับสะอาดประคองญาแม่ให้นอนลง เห็นญาแม่มีสีหน้าอ่อนระโหยโรยแรง เจ็บช้ำใจ
“สอางมันหมั่นสร้างเรื่องสร้างราวแท้ๆ ใจคอมันสิฆ่าแม่ให้ตายทั้งเป็นหรือจั่งใด๋”
“ยาแม่อย่าคึดหลายเลยจ้ะ คึดเสียว่าเป็นเวรกรรมที่เฮาเคยเฮ็ดเขามา ถึงเวลาก็ต้องซดใซ้เขา”
“แม่นี่บ้อ สร้างเวรสร้างกรรมกับมัน ตั้งแต่ยามใด๋ หรือว่าแต่ซาติปางก่อน”
สะอาดไม่ตอบ ทั้งที่ในใจคิดอย่างนั้น
ญาแม่คร่ำครวญ มีลูกๆ ทั้งสองปลอบ โดยไม่เห็นนางงอโผล่หน้ามองขึ้นมามาจากชานบันได
“ความทุกข์แค่นี้ของมึง มันบ่อถึงเศษเสี้ยวที่มึงเฮ็ดไวกับกูดอก อีคำอ่อน”
นางงอแสยะยิ้มสะใจ แล้วผลุบหายลงบันไดไป

ศรีธาราออกมาส่งสายวารีกับสะหวีวิไลวัน โซ่ทองเดินตามออกมา
“น้องๆ ของท่านซายกลับไปหมดแล้วรึ”
“ครับ สายวารีจะไปพักกับเพื่อนให้สบายใจแล้วก็จะกลับพระนคร ผมคิดว่าคราวนี้จะขอกลับไปด้วย”
โซ่ทองแปลกใจ “ท่านซายสิไปจากอีสานบุรีรึ”
“ไปไม่นานหรอกครับ แล้วผมจะกลับมาอีก”
ศรีธาราพูดแล้วหันมาสบตากับโซ่ทอง
“ผมจะไปพาผู้ใหญ่ทางฝ่ายท่านแม่มาเจรจาสู่ขอสะออน”
โซ่ทองตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ตัวแข็งทื่อ ศรีธารารีบพูดต่ออย่างอ้อนวอน
“ระหว่างนี้ ผมอยากจะขอให้อ้ายช่วยคุยกับสะออนให้ผมหน่อย เธอจะได้ไม่ตกใจ”
โซ่ทองอึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เป็นหยังท่านซายบ่เว่ากับเพิ่นเอง”
ศรีธาราสีหน้าเศร้าหมองลง ก่อนจะสารภาออกมา
“เพราะผม...ผมกลัวคำปฏิเสธจากเธอ ผมรู้นะครับ ว่าสะออนยังไม่ได้คิดลึกซึ้งกับผมเท่าที่ผมรู้สึกต่อเธอ แต่ผมก็รักสะออนมาก รักจนไม่อยากจะสูญเสียเธอไป”
ศรีธาราสบตากับโซ่ทองด้วยความรู้สึกจริงใจ เว้าวอน โซ่ทองลำบากใจ
“ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะไม่อยู่ที่อีสานบุรี หากสะออนแต่งงานกับผม เราก็จะไปอยู่พระนครด้วยกัน ความรู้ของผมคงพอจะหางานราชการได้ อาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเท่ากับตำแหน่งผู้ว่าราชการเมือง แต่ผมเชื่อว่าจะเลี้ยงดูเธอให้สุขสบายได้ อ้ายช่วยเกลี้ยกล่อมให้เธอเห็นใจผมด้วยนะครับ”
โซ่ทองมีสีหน้าอึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อฟังคำอ้อนวอนของศรีธารา
“นะครับอ้าย แล้วผมจะไม่ลืมบุญคุณอ้ายเลย ถือซะว่าอ้ายช่วยให้น้องสองคนของอ้ายได้มีความสุขด้วยกันไปตลอดชีวิต นะครับ”
โซ่ทองสบตาศรีธารา มีทั้งความใจอ่อนและอึดอัดใจซ่อนอยู่ในความรู้สึก แต่พลันก็นึกถึงคำพูดของสะออนเมื่อวันก่อน ที่คุยกับตน
“ญาเอื้อยสะอาด ยอมออกเรือนกับพ่อเจ้าตามใจญาแม่กับแม่เจ้าปทุมรัตน์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีความสุข แถมชีวิตคู่ยังเพพัง แล้วจั่งซี้อ้ายคึดว่าข้อยควรจะเดินตามรอยญาเอื้อยบ่อล่ะ”
“คนเป็นพ่อแม่ก็หวังสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกสาว ไม่มีอะไรดีไปกว่าได้เห็นลูกแต่งดอง มีคู่ครองที่ดี เพราะเพิ่นก็จะได้นอนตายตาหลับ”
“แต่หลังจากแต่งดองนั้น มันคือชีวิตทั้งชีวิตเลยเด้อาย พ่อแม่จะนอนตาหลับได้จริงหรือ ถ้ารู้ว่าลูกต้องทนทุกข์กับชีวิตคู่ที่ไม่มีสิทธิ์เลือก”
นึกขึ้นมาแล้วโซ่ทองยิ่งรู้สึกสงสารสะออน ในที่สุดก็ตัดสินใจถอยหนี ส่ายหน้า
“ข้าน้อย...ข้าน้อย ซ่อยท่านซายบ่อได้ดอก”
ศรีธารชะงัก ทิ้งแขนสองข้างตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ผิดหวัง
“ทำไมล่ะครับ”
“สะออนควรมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกเอง บ่อแม่นตัดสินใจเพราะอิทธิพลจากคำของคนอื่น”
“แต่คนนั้นก็คืออ้าย ที่เธอนับถือเป็นพี่ชาย สะออนย่อมรู้ว่าใจอ้ายมีแต่ความหวังดี”
โซ่ทองสบตากับศรีธารานิ่ง พยายามรวบรวมความกล้าพูดออกมา เมื่อนึกถึงความต้องการของสะออนที่อยากมีอิสระในการเลือกคู่ครอง โซ่ทองเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีความหวัง และพร้อมที่จะสู้
“ท่านซายเข้าใจผิดแล้ว ข้าน้อยเป็นเพียงแค่คนงานในบ้าน ที่เติบโตใกล้ชิดมากับเพิ่น ถึงจั่งได๋ข้าน้อยกะบ่แม่นพี่ซายแท้ๆ ความหวังดีของข้าน้อย มันกะบ่อพ้นที่สิเจือปนด้วยความเห็นแก่ตัวของข้าน้อยดอก”
ศรีธารามองหน้าโซ่ทองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจ
“ผมไม่เข้าใจ อ้ายต้องการจะบอกอะไร”
โซ่ทองนิ่งนาน แต่ยังสบตาศรีธาราขณะชั่งใจคิด แล้วพูดอย่างมั่นคง
“ข้าน้อยบ่คิดว่าสะออนสิมีความสุขที่ได้อยู่กับท่านซาย เท่ากับที่ได้อยู่กับข้าน้อย”
ศรีธาราช็อก “อ้ายโซ่ทอง”
“หากท่านซายฮักสะออนจริง กะจงให้เพิ่นมีสิทธิ์เลือกเองเถาะ ว่าเพิ่นสิไปกับท่านซาย หรืออยู่ที่นี่กับข้าน้อย”
โซ่ทองพูดจบก็หันหลังเดินออกไปเลย ทิ้งศรีธาราให้ยืนนิ่งมึนงงคาที่ แต่เมื่อเห็นโซ่ทองเดินห่างออกไป ก็เริ่มได้สติ ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ
“ที่แท้...อ้ายมันก็งูพิษ ไม่ต่างจากยาเอื้อยสอาง ที่ฉกกัดทำร้ายคนที่จริงใจกับตัวเองได้อย่างเลือดเย็น อ้ายทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจที่ผมมีให้ แต่อย่าคิดนะว่าอ้ายจะชนะผมได้”
ศรีธาราตะโกนด่า ขณะที่โซ่ทองเดินห่างออกไปเรื่อยๆ
“คนต้อยต่ำอย่างอ้ายมีอะไรมาเทียบกับผมได้บ้าง ตอบมาสิ ตอบมาสิ อ้ายโซ่ทอง”

โซ่ทองเดินนิ่งไม่หันกลับมาตอบโต้ แต่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะต่อสู้เพื่อให้ได้สะออนมาเป็นของตน

อ่านต่อตอนที่ 19


กำลังโหลดความคิดเห็น...