xs
xsm
sm
md
lg

ละคร ใจลวง ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ใจลวง ตอนที่ 18

เพชรพริ้งนั่งอยู่ในห้องนอนแขก บ้านบริรักษ์
 
เธอสวมเสื้อคลุมนอนที่มีชุดนอนเซ็กซี่อยู่ข้างใน เธอใช้มืออังหน้าผากและลำคอตัวเอง รู้สึกว่าตัวร้อนแล้วก็พอใจ
เพชรพริ้งเดินไปที่หน้าต่างห้องนอน มองผ่านออกไปด้านนอก เห็นรถของเทวาเปิดไฟสว่างแล่นผ่านประตูรั้วเข้ามาในบ้าน
เพชรพริ้งมองแล้วยิ้มกระหยิ่มในใจ เวลาของนาง! มาถึงแล้ว ...

เทวาเพิ่งกลับเข้ามาถึงบ้าน ทั้งบ้านเงียบเหงาไม่มีใครอยู่ข้างล่างแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เป็นสายจากเพชรพริ้ง เทวากดรับสาย
“ครับ คุณพริ้ง”

เพชรพริ้งนั่งอยู่บนเตียง โทร. หาเทวาด้วยเสียงเนือยๆ เหมือนคนไม่สบาย
“นี่คุณเทวาอยู่ที่บ้านไหมคะ”
“ผมเพิ่งถึงบ้านครับ คุณพริ้งมีอะไรหรือเปล่า เสียงไม่ค่อยดีเลย”
“พริ้งปวดหัวน่ะค่ะ แล้วก็ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้”
“กินยาหรือยังครับ”
“พริ้งไม่รู้ว่าจะหายาได้จากที่ไหนค่ะ นี่พริ้งกำลังเตรียมเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปจากที่นี่ แต่จู่ๆก็ไม่สบายขึ้นมา เมื่อกี๊พริ้งออกไปมองหาเด็ก ก็ไม่เห็นใครเลย พอโทร.หารวิ รวิก็ไม่รับสาย สงสัยจะเข้านอนกันหมดแล้วน่ะค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมจะเรียกเด็กให้เอายาไปให้คุณพริ้งนะครับ”
“อย่าเลยค่ะ พริ้งเกรงใจ นี่กำลังคิดว่าจะฝืนนอนให้หลับ แล้วพรุ่งนี้ก็คงดีขึ้น”
เทวากำลังจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน ใจจริงก็ไม่อยากยุ่งกับเพชรพริ้งมากเกินควร
“ถ้าอย่างงั้น พรุ่งนี้ผมจะให้เด็กมาดูคุณพริ้งแต่เช้า”
“ค่ะ”
ทันใด! เสียงโครม! ก็ดังขึ้นจากทางปลายสายเพชรพริ้ง เสียงนั่นทำให้เทวาตกใจ
“คุณพริ้ง! เกิดอะไรขึ้นน่ะ”
เงียบ.. ไม่มีเสียงตอบจากทางเพชรพริ้ง
“คุณพริ้ง เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
สายจากเพชรพริ้งถูกตัดไป เทวารีบขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว

เทวาเปิดประตูห้องเพชรพริ้งเข้ามา
เพชรพริ้งนอนฟุบอยู่กับพื้น โดยมีกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอเปิดกางอยู่ข้างตัว
เทวารีบเข้ามาดู เขาประคองร่างเพชรพริ้งขึ้นมา
“คุณพริ้งเป็นอะไรไปครับ”
เพชรพริ้งลืมตามอง “คุณเทวา.. พริ้งกำลังจัดกระเป๋าค่ะ แล้วจู่ๆก็หมดแรงล้มลงไป”
เทวารู้สึกได้ว่าตัวเพชรพริ้งร้อน “ทำไมตัวร้อนขนาดนี้ นี่คุณไม่สบายนี่ครับ คงหมดแรงเพราะพิษไข้น่ะ คุณพริ้งพักก่อนดีกว่า”
“แต่พริ้งต้องจัดกระเป๋าให้เสร็จค่ะ พรุ่งนี้พริ้งต้องไปจากที่นี่ พริ้งรบกวนคุณมามากแล้ว”
“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะครับ คุณพริ้งขึ้นไปนอนบนเตียงก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปหายามาให้”
เทวาขยับตัวจะลุกออกไป แต่เพชรพริ้งคว้าแขนไว้
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเทวา เดี๋ยวสักพักก็คงหาย”
เพชรพริ้งทำท่าเหมือนพยายามจะลุกขึ้น แต่แล้วก็ล้มฟุบลงไปกับพื้นอีก
“ตัวร้อนจัดขนาดนี้ ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้หรอกครับ”
เทวาเห็นว่าเพชรพริ้งป่วยจริงจังเข้าไปช่วยอุ้มช้อนตัวเพชรพริ้งขึ้นมา

ฝ่ายรวิปรียานั่งเอนหลังกับพนักของเตียงนอน อ่านหนังสือรอเทวาอยู่ สักพักก็มองดูนาฬิกาในห้อง
“สี่ทุ่มแล้ว น่าจะกลับมาได้แล้วนะ”
รวิปรียาวางหนังสือลงแล้วเดินไปเปิดประตูห้องอออกไป กำลังจะเดินไปทางบันไดบ้านเพื่อลงชั้นล่าง แต่แล้วก็ชะงักเมื่อปรายสายตามองเห็นประตูห้องนอนแขกที่เพชรพริ้งพัก ประตูเปิดแง้มอยู่

ในห้อง เทวาอุ้มพาเพชรพริ้งไปที่เตียงนอน เขาก้มลงวางร่างเพชรพริ้งลงบนเตียง
“คุณเทวาคะ คุณเป็นคนเดียวที่ห่วงใยพริ้งอย่างจริงใจ ถ้าไม่มีคุณ พริ้งก็คงไม่มีใครเหลือแล้ว”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยครับคุณพริ้ง พักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะไปบอกเด็กให้หายามาให้”
มือของเพชรพริ้งกลับกอดคอเทวาไว้ไม่ปล่อย ใบหน้าทั้งคู่อยู่ในระยะประชิด
“ตอนนี้พริ้งอาจจะกำลังเพ้อเพราะพิษไข้ แต่ทุกอย่างที่พริ้งพูดเป็นความรู้สึกจากใจของพริ้งจริงๆ พริ้งรักคุณเทวานะคะ รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน”
เทวาพยายามจะขืนตัวออก
“อย่าทำแบบนี้เลยครับคุณพริ้ง”
“ทำไมล่ะคะ พริ้งรู้นะ..ว่าคุณก็รู้สึกเหมือนกัน”
“ผมว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่เคยคิดกับคุณแบบนั้น”
เพชรพริ้งชะงัก ลุกขึ้นมานั่งประจันหน้ากับเทวา พูดอย่างน้อยใจ
“ไม่เคยคิด? แล้วที่ผ่านมาที่คุณหว่านเสน่ห์ใส่พริ้ง ชวนพริ้งไปโน่นไปนี่ มันหมายความว่าไงคะ”
“ตอนนั้นผมยังไม่ได้แต่งงานกับรวิ”
“ที่ผ่านมาคุณแค่จะใช้พริ้งเป็นเครื่องมือเท่านั้นใช่ไหม”
เทวายอมรับกลายๆ “ผมขอโทษ”
เพชรพริ้งนิ่งอึ้งไปสักพักเหมือนโกรธ เทวาไม่แน่ใจว่าเพชรพริ้งกำลังรู้สึกยังไง
ด้านนอกห้อง รวิปรียาเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องมองเหตุการณ์ในห้อง
ในห้อง แต่แล้วเพชรพริ้งก็ทำเหมือนยอมตัดใจ
“ไม่เป็นไรค่ะ พริ้งยอมได้ จะให้พริ้งเป็นเครื่องมือ จะให้พริ้งเป็นผู้หญิงลับๆ ของคุณ พริ้งก็ยอมทุกอย่าง พริ้งขอแค่ได้มีโอกาสอยู่ข้างๆคุณบ้างก็พอ”
“แต่ผมไม่”
เพชรพริ้งยื่นหน้าเข้ามาจูบเทวาทันทีโดยไม่รอให้ทันตั้งตัว เทวาตกใจอยู่สักพักแล้วรีบผลักเพชรพริ้งออกไป
“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ เรื่องนี้จะมีเรารู้กันแค่สองคน”
พลันสายตาเพชรพริ้งก็มองไปที่รวิปรียาซึ่งยืนอยู่หน้าห้องมาสักพักแล้ว เทวาเอะใจหันมองตามแล้วเห็นรวิปรียายืนหน้าเสีย ทั้งโกรธทั้งเจ็บ
“รวิ!”
“ทุเรศที่สุด! นี่คุณกล้าทำเรื่องแบบนี้ทั้งที่ฉันอยู่ในบ้านได้ยังไง”
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะรวิ”
“เห็นตำตาขนาดนี้ยังจะกล้าปากแข็งอีก ฉันให้ราคาคุณสูงไปมากคุณเทวา ที่จริงคุณ มันก็เป็นแค่ผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักพอ”
เพชรพริ้งทำเหมือนอยากจะอธิบาย “เธอกำลังเข้าใจผิดนะรวิ”
“เธอไม่ต้องพูด ทุกอย่างที่ออกจากปากเธอถ้าไม่ใช่เรื่องโสมมก็เป็นเรื่องโกหก”
รวิปรียาจะหันหลังออกไป สวนกับดารินที่มาถึงห้องเพชรพริ้งพอดี
“มีเรื่องอะไรกันคะ” ดารินมองเพชรพริ้ง
รวิปรียาเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่พูดอะไร ดารินมองเทวาอย่างคาดคั้น เทวากำลังกังวลใจมองตามรวิปรียา
 
เพชรพริ้งทำเหมือนกังวลไปด้วย แต่ก็แอบสะใจ

เทวาตามรวิปรียาเข้ามาในห้อง กำลังพยายามอธิบาย

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณเห็นนะรวิ พริ้งเขาไม่สบาย ผมก็แค่เข้าไปช่วยดูอาการเขา”
แต่รวิปรียาโกรธจัด ไม่อยากฟัง
“ช่วยดูอาการแบบไหน แบบที่ต้องกอดจูบกันซะแนบแน่นขนาดนั้น นี่ถ้าฉันไม่ไปเห็น ก็คงจะได้ดูอาการกันลึกซึ้งถึงไหนๆ ไปแล้ว”
“เขาเป็นคนเริ่มก่อน ผมไม่ได้หวั่นไหวกับเขาเลยด้วยซ้ำ”
“ถ้าไม่หวั่นไหว คุณก็คงไม่เข้าไปหาเขาถึงในห้องตั้งแต่แรก”
“นี่ผมพูดความจริงนะรวิ ผมเข้าไปในห้องเขาเพราะเขาป่วยจริงๆ”
“ถึงเขาจะป่วยจนแทบตาย คุณก็ไม่ควรเข้าไป มันก็เป็นแค่แผนน้ำเน่าเก่าๆของผู้หญิงบ้านนั้น” รวิปรียาใส่อารมณ์มากขึ้น “คุณรู้ไหมว่าแม่เขาทำอะไรกับแม่ฉันไว้บ้าง ต้องให้ฉันเล่าเรื่องบัดสีที่เกิดขึ้นในครอบครัวฉันให้คุณฟังไหม”
“รวิ...”
“แล้วตอนนี้ พริ้งเขากำลังจะทำแบบเดียวกัน ผู้หญิงก็ให้ท่า ส่วนผู้ชายก็หน้าไม่อาย เหตุการณ์มันกำลังจะซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว”
“ผมไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรในครอบครัวคุณ แต่ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วว่าผมจะไม่มีวันทำแบบเดียวกับนิมมาน ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจ”
“ตอนนี้ที่ฉันรู้สึกมันมากเกินคำว่าเสียใจซะอีก ฉันเคยคิดว่าคุณจะดีกว่าผู้ชายคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่เลย”
“ผมก็เคยคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลมากกว่านี้”
“ฉันอาจมีเหตุผลกับเรื่องหลายๆเรื่อง แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ ฉันกำลังรู้สึกดีๆกับคุณ เริ่มจะให้ใจกับคุณ ไว้ใจคุณ แต่ตอนนี้ความศรัทธาของฉันมันพังพินาศหมดแล้ว นี่ฉันจะเชื่อใจผู้ชายในโลกนี้ไม่ได้เลยสักคนใช่ไหม”
รวิปรียาจะเดินออกจากห้อง แต่เทวาคว้าแขนรั้งไว้
“รวิ”
“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวซ้ำๆซากๆ ฉันเอียนกับเรื่องแบบนี้เต็มทีแล้ว”
รวิปรียาสะบัดแขนออกแล้วเดินออกจากห้องไป เทวาได้แต่มองตาม รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรตามต่อ


บรรยากาศยามเช้าที่บ้านบริรักษ์
ในห้องนั่งเล่น ดารินกำลังกอดอก สายตาจับจ้องเทวาอย่างคาดคั้น ไม่ค่อยพอใจ
“พี่เทวา”
เทวาเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน
“โอเคๆ พี่รู้ว่าพี่ผิดที่ยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านแต่แรก แต่เขาเจ็บตัวมาแบบนั้น จะบอกให้เขากลับไปก็ดูจะใจดำเกินไป”
“เมื่อคืนพี่รวิโกรธจนหนีไปนอนห้องยัยตะวัน เช้านี้ก็รีบออกจากบ้านพายัยตะวันไปส่งโรงเรียนแต่เช้า บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าพี่กับยัยคุณพริ้ง”
เทวาสวนขึ้นอย่างมั่นใจ “ระหว่างพี่กับเขาไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น แล้วเมื่อคืนคุณพริ้งเขาก็ป่วยมากจริงๆ”
“ป่วยทางจิตซะมากกว่า จ๊ะเอ๋บอกรินแล้วว่าเมื่อคืนเขาหอบน้ำแข็งขึ้นบ้านไปซะเต็มถัง ผู้หญิงคนนั้นลงทุนทำให้ตัวเองป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่เทวา”
“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วยัยริน ใครจะบ้าทำอะไรได้ถึงขนาดนั้น”
“ความอิจฉามันทำให้ผู้หญิงทำเรื่องบ้าๆได้ทั้งนั้นแหละค่ะ ต่อให้ยิ่งกว่านี้ ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ทำได้ เพื่อทำให้พี่เทวากับพี่รวิแตกกัน”
เทวาเหมือนบ่นกับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ “ท่าทางมันจะได้ผลจริงๆซะด้วย”
“ถ้าวันนี้เขาไม่ไปจากบ้านเราด้วยตัวเอง รินจะให้จ๊ะเอ๋ไปเก็บข้าวของเขา แล้วให้คนรถไปส่งเขาถึงบ้านเลย”
เสียงเพชรพริ้งดังแทรกขึ้น
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เพราะพริ้งก็ตั้งใจจะไปเองอยู่แล้ว”
เทวากับดารินหันไปมอง เพชรพริ้งเดินลงมาจากบันได
“ไงคะคุณพริ้ง พอก่อเรื่องเสร็จก็ดูจะหายป่วยทันทีเลยนะคะ” ดารินแดกดัน
“ก็ต้องขอบคุณคุณรินน่ะคะที่เมื่อคืนให้เด็กเอายามาให้ ตอนนี้พริ้งดีขึ้นแล้วค่ะ”
“ถ้าดีขึ้นแล้วก็น่าจะกลับบ้านตัวเองได้แล้วนะคะ”
“พริ้งรู้ค่ะว่าทุกคนที่นี่ไม่มีใครต้อนรับพริ้ง” แล้วหันไปหาเทวาอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษนะคะคุณเทวาที่ทำให้คุณเดือดร้อน ถ้ายังไงพริ้งขอไปอธิบายให้รวิเขาเข้าใจเอง”
“ไม่จำเป็น ถ้าอยากจะช่วยจริงๆ ก็ช่วยอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ผัวเมียเขาเคลียร์กันเอง แล้วก็เก็บกระเป๋าออกจากบ้านนี้ให้เร็วที่สุดก็พอค่ะ” ดารินบอก
ดารินมองหน้าเพชรพริ้งเอาจริง เพชรพริ้งมองตอบเซ็งๆ

ที่คอนโดฯ นิมมานกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกในห้องนอนของรริศา รริศาเข้ามากอดหลังอย่างรักใคร่
“กาแฟก่อนไปทำงานไหมคะ เดี๋ยวริศาชงให้”
นิมมานสีหน้าดูเครียดๆ “ไม่ล่ะ ผมต้องรีบไป”
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ริศาเห็นคุณเครียดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”
“เรื่องคุณพริ้งหรือคะ”
“เรื่องพริ้งผมไม่สนใจหรอก แต่ผมกำลังหนักใจเรื่องงานมากกว่า เออ.. ริศา นี่ทางบริรักษ์จะร่วมประมูลโปรเจกต์เมืองใหม่ริมเจ้าพระยาด้วยหรือเปล่า”
“ค่ะ อาทิตย์หน้าก็มีการประมูลแล้ว” เธอเปรยๆถอนใจ “ริศาเป็นคนเตรียมเอกสารให้พี่เทวา จริงๆ ริศาเองก็หนักใจเหมือนกัน เราสองคนไม่น่าต้องมาเป็นคู่แข่งกันเลย”
นิมมานทำเป็นถอนหายใจหนักขึ้น เดินเลี่ยงไปมุมอื่น
“เพราะเรื่องนี้แหละผมถึงได้กลุ้มใจ ตอนนี้คุณพ่อกดดันผมมากว่า ผมต้องได้โครงการนี้ให้ได้ ถ้าโครงการนี้หลุดมือไป ผมอาจต้องเสียทุกอย่าง ทั้งความน่าเชื่อถือ และอาจต้องถึงกับเสียอำนาจการบริหารทั้งหมด”
“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”
“ใช่ เพราะผมทำพลาดไปตอนงานประมูลคราวก่อน ตอนนี้ทางบอร์ดของบริษัทกำลังจับตามองผมอยู่ ผมจะพลาดอีกไม่ได้เด็ดขาด”
“ริศาอยากช่วยคุณนะคะ แต่ว่า...”
“ผมเข้าใจ ริศาไม่ต้องกังวลหรอกนะ แค่มีคุณมาคอยอยู่ข้างๆผม ผมก็ดีใจมากแล้ว อีกไม่นานเรื่องของเราก็จะเป็นจริงซะที”
“จริงหรือคะ”
“ตอนนี้ผมกับพริ้งแยกกันอยู่แล้ว เขาโทร.มาหาผมบอกว่าเขาจะเข้าไปเก็บของกลับไปอยู่บ้านตัวเอง ผมกับเขาไม่ได้จดทะเบียนกัน ถ้าเขาย้ายออกไปจากบ้านผมเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็เป็นอันจบ”
“แล้วคุณพ่อคุณว่ายังไงบ้าง”
“คุณพ่อก็โกรธมาก เพราะท่านไม่อยากตัดความสัมพันธ์กับสยามเอ็นจิเนียริ่ง ถ้าทางผมมีปัญหากับคุณลุงวิษณุ แล้วยังพลาดเรื่องโครงการเมืองใหม่อีก ผมต้องเจอปัญหาใหญ่แน่”
“งั้นคุณก็ไม่จำเป็นต้องเลิกกับคุณพริ้งก็ได้นะคะ”
“ไม่ ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องสำหรับคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมแค่อยากให้คุณรู้ไว้นะริศา ว่าผมทำทุกอย่าง..ก็เพื่อคุณ”
รริศาเข้ากอดนิมมาน รู้สึกไม่สบายใจเมื่อคิดว่านิมมานจะต้องเดือดร้อน นิมมานเดินเข้าใกล้แผนไปทุกทีแล้ว
“เอาเป็นว่าเรามาลืมเรื่องเครียดๆนี่ ด้วยการไปเที่ยวพักผ่อนกันดีกว่า”
“ไปไหนคะ”
“พรุ่งนี้วันหยุด เราไปเที่ยวกันนะ ผมมีบ้านพักอยู่ที่ปากช่อง”
“ค่ะ”

รริศากอดนิมมานอีกครั้งอย่างมีความสุข

ที่วัดซึ่งบรรจุอัฐิของพศิน รวิปรียากับแจนยืนอยู่หน้าช่องกำแพงที่มีรูปพศินนั้น

รวิปรียามองภาพถ่ายพศินนิ่งๆ ดูซึมๆ จนแจนต้องหันมาถามอย่างเป็นห่วง
“นี่เธอโอเคหรือเปล่ารวิ เห็นเธอนิ่งไม่พูดไม่จาตั้งแต่เรามาถึงแล้วนะ”
“เธอว่าที่ชีวิตแต่งงานฉันไม่มีความสุขอยู่แบบนี้ เป็นเพราะกรรมที่ฉันทำไว้กับพศินหรือเปล่า”
“จะบ้าเหรอ นี่เพื่อนฉันกลายเป็นคนที่เชื่ออะไรงมงายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
“คืนก่อนฉันฝันถึงพศิน ฝันว่าเขามาหา มาต่อว่าฉันเรื่องที่ไม่รับรักเขา”
“ความฝันมันก็มาจากจิตใต้สำนึกของคนเรานี่แหละรวิ เธอจะปล่อยให้ความรู้สึกผิด มันเกาะกินใจเธอไปถึงเมื่อไหร่กัน”
“ก็จนกว่า..ฉันจะได้รับการลงโทษสำหรับสิ่งที่ฉันทำกับเขา ฉันคิดมาตลอดนะแจน ว่าถ้าวันนั้นหลังจากรับโทรศัพท์จากพศินแล้วฉันเอะใจไปหาเขาเร็วกว่านั้น ฉันก็คงช่วยยั้งเขาไว้ได้”
“ยังไงมันก็ไม่ใช่ความผิดของเธออยู่ดี เธอแค่ไม่ได้รักเขา การไม่รักมันอาจจะเจ็บ แต่มันไม่ใช่เรื่องผิด ทำไมจะต้องถูกลงโทษด้วย ฉันว่าเธอเอาเวลาไปห่วงเรื่องคนที่เธอรักอยู่ตอนนี้ดีกว่า”
“ใคร”
“คุณเทวา.. เราจะคุยเรื่องนี้กันได้หรือยัง”
แจนมองหน้ารวิปรียา เป็นทำนองว่าถึงเวลาต้องคุยกันจริงจัง

ต่อมา แจนนั่งลงตรงข้ามรวิปรียาที่โต๊ะในร้านกาแฟ
“นี่เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจคุณเทวาเขาผิดน่ะ”
“ฉันเห็นเต็มตาเลยนะแจน เขาสองคนจูบกันอยู่ในห้อง นี่ถ้าไม่ไปเห็นเข้า คงทำมากกว่าจูบไปแล้ว”
“แต่ไม่เห็นคุณเทวาเขาจะมีท่าทีพิศวาทยัยพริ้งมาก่อนเลยนะ มีแต่ยัยพริ้งที่เที่ยวได้ตามเกาะเขาแน่นยังกับปลิง”
“เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก ตอนนี้ฉันจะได้รู้สักทีว่าเขาเองก็ไม่ได้ต่างอะไรจากนิมมาน”
“นี่ รวิ คิดดูดีๆสิ ถ้าเขาคิดจะมีอะไรกับเพชรพริ้ง เขาก็คงกินกันก่อนที่จะแต่งงานกับเธอไปแล้ว โอกาสมีตั้งเยอะแยะไป”
“เขาก็อาจจะกินกันไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้”
“ถ้ากินกันไปแล้ว ยัยพริ้งมันไม่ต้องลงทุนหอบผ้ามาถึงบ้านเธอ แล้วยังอ่อยแรงซะขนาดนั้นหรอก”
“ถึงยังไม่มีอะไรกัน แต่เขาก็มีแนวโน้มว่าจะนอกใจฉัน”
“ถ้าเธอเอาแต่ตั้งแง่ ไม่เชื่อใจเขาตั้งแต่ต้นแบบนี้ แล้วชีวิตคู่ที่เหลือต่อไปจากนี้ มันจะออกมาในรูปแบบไหน”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
“เธอรักเขาหรือเปล่า”
“มันเร็วเกินไปที่จะตอบ”
“รวิ.. กะแค่การยอมรับหัวใจตัวเองนี่มันจะลำบากอะไรนักหนา คุณเทวาเองเขาก็ออกจะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขารู้สึกกับเธอยังไง”
“ยังไง? เขารักฉันเหรอ”
“โอย ถ้าไม่รักเขาก็คงไม่แคร์เธอขนาดนี้หรอก จำได้ไหมว่าตอนเธออกหักจากนิมมาน เขาเป็นห่วงความรู้สึกเธอขนาดไหน หลังจากนั้นเขาก็พยายามหาทางอยู่ใกล้ๆเธอ เคยเสี่ยงชีวิตไปช่วยเธอที่ไซต์งานก่อสร้างทั้งที่ตอนนั้นเขาเองก็ป่วย ถ้าขนาดนี้ยังไม่รักแล้วจะเรียกว่าอะไร”
รวิปรียาอึ้งๆไป เมื่อนึกตามที่แจนพูด เหมือนจะเริ่มคล้อยตาม

ในห้องทำงานนิมมาน เขาเลื่อนแฟ้มเอกสารฉบับหนึ่งไปตรงหน้ามนัสที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“เอกสารการประมูลโปรเจกต์เมืองใหม่ คุณพ่อกำชับมาว่าให้ทำทุกวิถีทางที่จะชนะการประมูลครั้งนี้ให้ได้”
“ครับ”
“แกต้องมาช่วยฉันทำรายละเอียด รวมถึงทำราคาเสนอประมูลด้วย”
“แต่ผมยังไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้”
“แกถึงต้องมาฝึกกับฉันไง”
มนัสพยักหน้าจำยอม เปิดแฟ้มดูอย่างไม่ค่อยมีความสุขนัก นิมมานมองมนัสเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้
“แกกับน้องสาวของไอ้เทวาที่ชื่อดารินรู้จักกันใช่ไหม”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องงาน”
“ฉันเห็นนะว่าคราวก่อนที่แกเจอกับเขา สายตาที่เขามองแก มันไม่ใช่สายตาของคนรู้จักกันธรรมดา เขาชอบแกใช่ไหม”
“คุยเรื่องงานก็พอพี่ ผมไม่ชอบคุยเรื่องส่วนตัว”
“ดารินเป็นลูกสาวของนายบรม ระดับของเขาต้องรู้ข้อมูลสำคัญๆของบริรักษ์แน่ๆ ถ้าแกไปล้วงข้อมูลมาจากเขาได้ก็จะเป็นประโยชน์กับเรามาก”
“ผมจะไม่ทำอะไรสกปรกแบบนั้นเด็ดขาด”
“แกอย่าโง่นักเลยมนัส โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำไมไม่รู้จักคว้าเอาไว้”
“เพราะผมยังรู้จักละอาย ผมยังมีศักดิ์ศรีอยู่ไงพี่ แต่สำหรับพี่คงลืมไปแล้วว่าคำว่า ศักดิ์ศรีมันหมายความว่ายังไง”
“อย่ามาทำอวดฉลาด ฉันจะบอกให้นะมนัส ศักดิ์ศรีมันไม่ได้จู่ๆก็เกิดขึ้นมาลอยๆหรอก แต่มันจะวิ่งเข้ามาหาเราเมื่อเรามีเงิน แล้วก็ประสบความสำเร็จ”
“งั้นมุมมองของเราคงไม่มีทางตรงกัน แต่ผมก็ไม่ใช่พวกที่ชอบหาผลประโยชน์จากความรักของคนอื่น ผมยอมให้พี่กับพ่อเฉดหัวผมออกจากบ้านดีกว่าจะต้องทำเรื่องเห็นแก่ตัวแบบนั้น”
มนัสพูดพลางลุกขึ้นรวบเอกสาร แล้วเดินออกจากห้องไป 
“ฉันก็รู้อยู่อยู่แล้วว่าคนอย่างแกมันพึ่งพาอะไรไม่ได้ ถึงแกไม่ช่วย ฉันก็จะจัดการเรื่องนี้ด้วยวิธีของฉันเอง”
 
นิมมานตะโกนไล่หลัง

มุมหนึ่งในสวนที่บ้าน

ดารินนั่งซึม เหม่อลอยนึกถึงเรื่องของมนัส
นึกถึงเรื่องที่เคยคุยกัน
“คุณริน ผมสงสัยว่าทำไมคุณถึงไว้ใจผม”
“ฉันไม่ได้ไว้ใจคุณ แต่ฉันไว้ใจฝีมือถ่ายภาพของคุณ”
“แล้วถ้าผมเป็นสายมาจากบริษัทอื่นที่กำลังจะมาล้วงความลับของบริษัทคุณล่ะ”
“ถ้าคุณเป็นคนของบริษัทอื่น ก็อย่าหวังว่าเราจะได้เป็นแม้แต่เพื่อน”

ครั้งที่ดารินกับมนัสเดินมาด้วยกันที่ลานจอดรถ คุยกันขณะที่เดินไปที่รถดาริน
“คุณหมายความว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมาลอยๆ เพื่อดิสเครดิตบริรักษ์”
“ผมก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้า”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“ผมไม่รู้ ผมแค่เดาเอา เพราะดูเอาจากลักษณะและพฤติกรรมที่คุณเล่าให้ฟัง คนที่เดือดร้อนจริงๆเขาควรจะต้องนึกถึงห้องพักที่ตัวเองอาศัยอยู่ แต่ผู้หญิงคนนั้นพุ่งไปแต่เรื่องจะแฉเท่านั้น มันมีอะไรน่าสงสัยอยู่”
“ก็จริงของคุณ”
ดารินครุ่นคิดกับตัวเอง
“ที่เขารู้ก็เพราะเขาร่วมมือกับพี่ชายจัดฉากเรื่องนี้ขึ้นน่ะสิ”

จนเมื่อวันนั้น ... ดารินกับรริศาก็เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ทั้งคู่เดินมาสมทบกับเมฆาพร้อมกัน
“ขอโทษนะคะที่มาช้า รถติดน่ะค่ะ”
มนัสตกใจที่เห็นดาริน
“คุณริน”
“คุณ..”
เมื่อดารินกับมนัสเจอกันต่างก็อึ้ง
“นี่คุณรู้จักน้องชายผมแล้วเหรอ”
“น้องชาย”
“ครับ นี่มนัสน้องชายผม ตอนนี้เขาช่วยงานผมอยู่ที่บริษัท”
ดารินยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
“คนโกหก สร้างภาพหลอกเรามาตลอด ทำมาเป็นจีบเราเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้นใช่ไหม”
ดารินหยิบโทรศัพท์มากดข้อความทันทีตามนิสัยคนใจร้อน

มนัสเดินออกมาจากห้องทำงานของนิมมาน อารมณ์ยังหงุดหงิดค้างอยู่ เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดอ่าน
เป็นข้อความจากดาริน
“ วันนี้ว่างหรือเปล่า มีเรื่องอยากคุยด้วย”
มนัสยิ้มออกมาอย่างดีใจ แล้วกดข้อความตอบกลับ

ทางด้านแจนกำลังเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าโต๊ะอื่นที่นั่งอยู่ในร้าน รวิปรียานั่งอยู่ที่โต๊ะเดิมขณะกำลังคุยสายโทรศัพท์อยู่กับดาริน
“ค่ะ คุณริน.... ขอบคุณค่ะที่โทรมาบอก แล้วเจอกันที่บ้านนะคะ”
รวิปรียากดวางสาย เป็นเวลาที่แจนเสิร์ฟลูกค้าเสร็จแล้วตรงเข้ามายืนข้างโต๊ะ
“คุณรินโทรมาเหรอ เขาว่าไงบ้าง”
“เขาก็แก้ตัวแทนพี่ชาย บอกว่าพริ้งไม่สบายจริงๆ แต่เขาจงใจสร้างสถานการณ์ทำให้ตัวเองป่วย แล้วก็ยืนยันว่าคุณเทวาไม่ได้มีอะไรกับพริ้ง”
“นั่นไง คราวนี้มั่นใจได้หรือยัง”
รวิปรียาไม่ได้ตอบ แต่สีหน้าก็ดูสบายใจขึ้น แจนรีบสำทับ
“ถ้าเธอด่วนตัดสินใจอะไรไปตอนนี้ ก็เท่ากับเธอตกหลุมที่ยัยพริ้งขุดล่อไว้ สิ่งที่พริ้งเขาต้องการก็คือให้เธอสองคนเลิกกัน”
รวิปรียาเริ่มได้คิด รำพึงขึ้นมา
“ก็ใช่ ถ้าฉันเสียเขาไปตอนนี้ ก็เท่ากับว่าฉันยอมให้พริ้งชนะ”
“ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่จะแพ้ คุณเทวาเองก็ต้องแพ้เหมือนกัน เพราะเขาต้องเสียเธอไป แล้วยังถูกโยนความผิดให้ทั้งที่ตัวเองไม่รู้ไม่เห็น” แจนใช้นิ้วจิ้มที่โทรศัพท์รวิปรียาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ “ไปเปิดใจคุยกับเขาซะให้รู้เรื่อง”
รวิปรียาทำท่าคิด

ที่มุมเดิมซึ่งดารินกับมนัสเคยนัดมาเจอกัน ดารินยืนกอดอกหันหลังคอยอยู่แล้ว มนัสกำลังรีบเดินเข้ามาหาด้วยความดีใจ
“คุณริน”
ดารินหันหน้ากลับมา แต่ใบหน้าบูด หงุดหงิด มีอารมณ์ไม่พอใจ
“พวกคุณต้องการอะไร”
“หมายความว่าไง”
“พี่สะใภ้คุณไง พวกคุณส่งเขาไปบ้านฉันเพื่อจะทำให้พี่เทวากับพี่รวิมีปัญหากัน”
“หมายถึงพี่พริ้ง? ผมรู้แต่ว่าพี่พริ้งเขาออกจากบ้านไปหลายวันแล้ว แต่ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับพี่ชายผม”
“โอเค เรื่องนี้คุณอาจจะไม่รู้ แต่เรื่องที่ผ่านมาคุณรู้เห็นกับพี่ชายของคุณแน่ๆ”
“รู้เห็นอะไรไม่ทราบ”
“ก็ที่คุณร่วมมือกับพี่ชายคุณส่งคุณเพ็ญนภาอะไรนั่นมาดิสเครดิตบริษัทฉัน สร้างปัญหาให้งานของฉัน”
“คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะคุณริน”
“งั้นบอกมาสิ ว่าคุณไม่รู้ไม่เห็นเรื่องยัยเพ็ญนภาอะไรนั่น”
“คือผม...”
“นั่นไง คุณถึงได้ตามฉันไปด้วย ตอนที่ฉันนัดคุยกับเขา”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น ใช่.. ผมรู้เรื่องที่พี่ชายผมจ้างคนมาแกล้งคุณ แต่ผมไม่ได้ร่วมมือกับเขา ผมไม่เคยเห็นด้วยในสิ่งที่พี่ผมทำเลย”
“แล้วที่คุณทำมาเป็นตีสนิทจะจีบฉันล่ะ เพื่ออะไร เพื่อล้วงความลับบริษัทฉันใช่ไหม”
“ไปกันใหญ่แล้ว นี่ผมนึกว่าที่คุณนัดผมมาก็เพื่อจะปรับความเข้าใจกันซะอีก”
“ไม่จำเป็น เพราะฉันคิดว่าฉันเข้าใจพวกคุณชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว ฝากไปบอกพี่ชายคุณด้วยว่าให้มารับตัวพี่สะใภ้ของคุณกลับไปซะที แล้วต่อไปนี้ก็คุมตัวล้อมรั้วไว้ให้แน่นด้วย อย่าปล่อยให้มาวิ่งพล่านในบ้านฉันอีก”
ดารินพูดทิ้งไว้เท่านั้น แล้วหันกลับเดินหนีไป มนัสได้แต่ร้องเรียก
“คุณริน”

แต่ดารินทำไม่สนใจ ปล่อยมนัสยืนหนักใจอยู่ตรงนั้น

ในห้องทำงานรวิปรียา เธอกำลังนั่งคิดถึงคำพูดของแจน

“ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่จะแพ้ คุณเทวาเองก็ต้องแพ้เหมือนกัน เพราะเขาต้องเสียเธอไป แล้วยังถูกโยนความผิดให้ทั้งที่ตัวเองไม่รู้ไม่เห็น... ไปเปิดใจคุยกับเขาซะให้รู้เรื่อง”
รวิปรียาได้คิดและไม่ยอมแพ้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความไปหาเทวา “ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณ เย็นนี้คุณว่างไหมคะ ฉันอยากคุยด้วย”

ชณะนั้น เทวากำลังเดินดูงานรอบๆ ไซต์ก่อสร้างกับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง
โทรศัพท์มือถือของเขาถูกวางทิ้งไว้ในรถ ที่หน้าจอมีข้อความจากรวิปรียาขึ้นมา “ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณ เย็นนี้คุณว่างไหมคะ ฉันอยากคุยด้วย” แล้วจอก็ดับไป

ทางรวิปรียา เธอกำลังมองที่หน้าจอสมาร์ทโฟน ข้อความที่ส่งไปยังไม่มีการอ่านจากฝั่งเทวา เธอเริ่มกระวนกระวายใจ
“เป็นอะไรของเขา หรือว่ายังโกรธที่โดนเราว่า … เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน”
รวิปรียาตัดสินใจลุกออกจากเก้าอี้ คว้ากระเป๋าแล้วออกจากห้องทำงานไปในทันที

ต่อมา รวิปรียาเดินเข้ามาในอาคารบริษัท BR Construction พนักงานบางส่วนกำลังทยอยกลับออกจากที่ทำงาน เพราะเป็นเวลาเลิกงาน
รวิปรียามาถึงหน้าห้องทำงานเทวา เธอเคาะประตูอยู่สักพัก แต่ไม่มีเสียงตอบ จนกระทั่งพนักงานคนหนึ่งเข้ามาหา
“สวัสดีค่ะ คุณรวิ มาหาคุณเทวาหรือคะ”
“ค่ะ เขาไม่อยู่หรือคะ”
“คุณเทวามีนัดไปดูไซต์งานกับลูกค้าน่ะค่ะ ตอนแรกบอกว่าจะกลับเข้ามาช่วงเย็นๆ แต่ยังไม่เห็นกลับเข้ามาเลย ให้ดิฉันโทรบอกไหมคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจะคอยที่นี่ก็ได้”
“ค่ะ”
รวิปรียาเปิดประตูเข้าห้องเทวาไป

รริศานั่งทำงานอยู่ในห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือดังเรียกเข้า เธอกดรับสาย
“ค่ะคุณนิมมาน”

นิมมาน กำลังเดินแผนใหม่
“ริศา ผมขอโทษนะ ที่เย็นนี้เรานัดกันไว้ว่าจะไปบ้านพักตากอากาศของผม ผมคงต้องยกเลิกไปก่อน”
“ทำไมล่ะคะ งานยุ่งเหรอ”
“ครับ ที่หนักกว่านั้นคือผมเครียดเรื่องงานประมูล ผมยังต้องเตรียมเอกสารอีกเยอะเลย ถ้าไปก็คงไม่สนุก “ เขาตั้งใจจะตัดบท “งั้นแค่นี้นะครับ”
รริศาเสียดายโอกาส “เดี๋ยวก่อนค่ะ เราอย่าเพิ่งล้มเลิกแผนกันเลยนะคะ”
“แต่ผม...”
“คุณนิมมานคะ ที่คุณต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบากก็เพราะริศา คุณทำเพื่อริศาแล้ว ตอนนี้ริศาจะทำเพื่อคุณบ้าง”
“ริศาหมายความว่ายังไง”
รริศาตัดสินใจ “ริศาจะช่วยคุณเองค่ะ”
นิมมานกดวางสาย แล้วยิ้มพอใจกับแผน รู้ว่ารริศาติดกับของเขาแล้ว

รวิปรียากำลังเดินดูรอบๆห้องทำงานของเทวาระหว่างที่รอ พอเห็นสภาพโต๊ะทำงานเทวาที่เต็มไปด้วยเอกสารและข้าวของเต็มโต๊ะ
เธอมองเอกสารที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ แล้วนึกอยากทำอะไรเพื่อเทวาบ้าง
“บริษัทนี้ไม่มีพนักงานทำความสะอาดหรือไงกัน ทำไมถึงปล่อยให้โต๊ะทำงานรกขนาดนี้นะ แบบนี้จะทำงานได้ยังไง”
รวิปรียาเริ่มลงมือจัดโต๊ะทำงานของเทวา ด้วยการรวบแฟ้มเอกสารเข้ามาจัดให้เป็นแนวเดียวกัน กระดาษใบเสนอราคาของโครงการเมืองใหม่ วางซ้อนๆกันอยู่กับเอกสารอื่น เธอหยิบขึ้นมาจัดรวบให้เข้าที่แล้วใส่ไว้ในแฟ้มเล่มหนึ่ง โดยไม่ใส่ใจดูว่ามันคือเอกสารอะไร
พลันสายตาเธอก็มองเห็นกรอบภาพถ่ายบนโต๊ะทำงาน เธอหยิบขึ้นมาดู
ภาพถ่ายนั้นเป็นภาพเทวาถ่ายกับน้องสาวสองคนคือดาริน และดาวิกา
รวิปรียามองยิ้มๆ แล้ววางกรอบรูปกลับลงที่เดิม แล้วเห็นกรอบรูปอีกอันหนึ่งที่ตั้งซ้อนถัดไปเบื้องหลัง เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วเพิ่งเห็นว่าเป็นภาพถ่ายของเธอเองที่ถ่ายคู่กับเทวาในวันแต่งงาน
รวิปรียามองภาพถ่ายนั้นอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าเทวาจะมีภาพถ่ายของเธอไว้ด้วย เสียงของแจนดังเข้ามาในความคิด
“โอย ถ้าไม่รักเขาก็คงไม่แคร์เธอขนาดนี้หรอก จำได้ไหมว่าตอนเธออกหักจากนิมมาน เขาเป็นห่วงความรู้สึกเธอขนาดไหน หลังจากนั้นเขาก็พยายามหาทางอยู่ใกล้ๆเธอ เคยเสี่ยงชีวิตไปช่วยเธอที่ไซต์งานก่อสร้างทั้งที่ตอนนั้นเขาเองก็ป่วย ถ้าขนาดนี้ยังไม่รักแล้วจะเรียกว่าอะไร”
รวิปรียานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตระหว่างเธอกับเทวา ที่แสดงให้เห็นว่าเทวาห่วงใยรวิปรียา
รวิปรียาเริ่มเข้าใจเทวามากขึ้น

“หรือเขารักเราจริงๆ”

เวลาเดียวกัน ที่โต๊ะทำงานรริศา มีซองใส่เอกสาร 2 ซองวางข้างกันอยู่บนโต๊ะ
 
รริศาแปะกระดาษโน้ต post it ลงไป มีข้อความเขียนไว้ “เอกสารการประมูลโครงการเมืองใหม่ริมเจ้าพระยา สำหรับคุณเทวา”
จากนั้นก็เอาซองนั้นใส่ลิ้นชักใต้โต๊ะ
รริศาเปิดซองอีกซองหนึ่ง ดึงกระดาษ2-3แผ่นออกมา เป็นเอกสารเสนอราคาโครงการเมืองใหม่ เธอนิ่งมอง ไตร่ตรองตัดสินใจ
“คุณยอมเลิกกับคุณพริ้งเพื่อริศาได้ ทำไมเรื่องแค่นี้ริศาจะทำให้คุณไม่ได้”
รริศาตัดสินใจที่จะทำเพื่อความรัก เธอเก็บเอกสารนั้นใส่กระเป๋าแล้วออกจากโต๊ะทำงานไป

รวิปรียายังนั่งคอยอยู่ที่โซฟารับแขกในห้องทำงาน เมื่อเห็นว่าเทวาไม่กลับเข้ามาเสียทีก็เปิดสมาร์ทโฟนดูข้อความที่เธอส่งไป ยังไม่มีการอ่าน ไม่มีการตอบกลับ
“ไม่คิดจะอ่านข้อความกันเลยเหรอ” เธอมองนาฬิกาข้อมือ “ค่ำแล้วนะเนี่ย หรือเขาจะไม่กลับเข้ามาแล้ว”
รวิปรียากดโทรศัพท์ออกหาเมฆา รอสายสักพักจนเมฆารับสาย
“คุณเมฆาคะ.... คุณเทวาจะกลับเข้ามาที่ออฟฟิศอีกหรือเปล่าคะ” รวิปรียารอฟัง “งั้นก็คงไม่ได้กลับเข้ามาแล้ว ... ไม่มีอะไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
รวิปรียากดวางสาย แล้วถอนหายใจ เก็บกระเป๋าแล้วออกจากห้องทำงานเทวาไป
รวิปรียาออกจากห้องทำงานเทวามา แล้วตรงไปตามทางเดินออกจากอาคารบริษัท บรรยากาศออฟฟิศเงียบแล้ว ไม่มีพนักงานเหลืออยู่
ก่อนรวิปรียาจะออกจากประตูทางเข้าออฟฟิศ รริศาเดินมาจากอีกทิศหนึ่งด้วยท่าทีรีบร้อน เธอพะวงมองซ้ายมองขวา จนมองไม่เห็นรวิปรียา ทั้งคู่เกือบชนกันที่ทางออก พอหันมาเห็นหน้ากันก็ชะงัก
“อ้าว คุณริศา”
“คุณรวิ มาทำอะไรที่นี่คะ”
“มารอคุณเทวาน่ะค่ะ แต่วันนี้เขาคงไม่กลับเข้ามาแล้ว รวิเลยว่าจะกลับบ้าน”
รวิปรียามองที่กระเป๋าใส่เอกสารที่รริศาหิ้วมาด้วย
“คุณริศาเพิ่งเลิกงานเหรอคะ”
“ค่ะ”
“เอารถมาไหมคะ ถ้าไม่มีรถเดี๋ยวรวิไปส่งได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ริศานัดเพื่อนมารับแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวเพื่อนรอ”
รริศารีบก้มหน้าก้มตาเดินออกไปเหมือนมีพิรุธ แต่รวิปรียาไม่ได้สังเกตแต่อย่างใด

เทวาเพิ่งแยกจากลูกค้า แล้วเดินตรงกลับมาขึ้นรถ พอเปิดประตูเข้าไปนั่งในที่คนขับก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู แต่หน้าจอปิดสนิทไม่มีแสงใดๆ
“แบตหมดอีก”
เทวาเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่กับรถยนต์ แล้วเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง
หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นข้อความจากรวิปรียาที่ส่งมาเมื่อเย็น
“ตายล่ะ”

ในห้องนอน รวิปรียานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ในสมองยังคงครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาระหว่างเธอกับเทวาไม่หยุด
เทวาพยายามบอกว่าเขาชอบและแคร์รวิปรียา
“นี่เราแค่อยากเอาชนะพริ้ง หรือจริงๆ แล้วเรา...” รวิปรียาว่า

เทวาตกน้ำที่บ้านสวน
โครม! เทวาพลัดตกลงไปในน้ำ
“คุณเทวา!”
รวิปรียามองหาเทวาในน้ำแต่ไม่เห็นเทวาโผล่ขึ้นมา เธอเป็นห่วงจึงกระโดดตามลงไปหา
รวิปรียาดำลงไปอยู่สองสามรอบแต่ไม่เจอเทวา พอขึ้นมาเกาะเรือไว้ เทวาก็โผล่มาจากด้านหลังแล้วโอบหลังรวิปรียาไว้ รวิปรียาหันขวับมาเห็นเทวายิ้มอยู่
“นี่คุณหลอกฉันเหรอ”
“ผมตกน้ำจริงๆ แล้วก็ว่ายน้ำไม่แข็งจริงๆ แต่บังเอิญตรงนี้น้ำมันไม่ลึก”
ทั้งคู่ยืนประจัญหน้ากัน รวิปรียาโกรธ ยกมือจะทุบเทวา
“คุณนี่จริงๆเลย”
แต่เทวาจับมือรวิปรียาไว้
“คุณอนุญาตผมแล้วนะ”
เทวาจูบรวิปรียาตรงนั้นเอง รวิปรียากอดตอบ บรรยากาศหวานชื่น
รวิปรียายังคงพึมพำกับตัวเอง
“ถ้าไม่เรารักคงไม่แต่งงานกับเขาตั้งแต่แรก แล้วเราก็คงไม่...” เธอผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง ค้นพบความจริงในตัวเอง “นี่เรารักเขาเหรอเนี่ย”
รวิปรียากระวนกระวายไม่รู้จะทำยังไงต่อ ผุดลุกขึ้นยืนแล้วตรงไปที่ประตูห้องนอน กำลังจะเปิดประตูออก แต่ประตูกลับเปิดออกพอดี เทวากลับมาพอดี เขายืนอยู่ตรงหน้ารวิปรียา ในมือมีช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ ทั้งคู่ต่างยืนนิ่งจ้องหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่ง เทวาเอ่ยปากขึ้นก่อน
“ผมขอโทษนะรวิ โทรศัพท์ผมแบตหมดเลยไม่เห็นข้อความคุณที่คุณส่งมา แล้วนี่ก็” เทวา ยื่นดอกไม้ให้รวิปรียา “แทนคำขอโทษจากผมสำหรับเรื่องคืนก่อน”
รวิปรียารับดอกไม้มา
“ผมไปคิดดูแล้ว ผมผิดเองที่ไม่ทันระวังตัว ไม่ทันคิดว่าอาจเป็นแผนของคุณพริ้ง ผมทำให้คุณต้องเสียใจ”
“ที่ฉันอยากคุยกับคุณวันนี้เพราะฉันอยากจะขอโทษคุณเหมือนกัน เมื่อคืนฉันใจร้อนเกินไป ฉันเอาแต่อารมณ์โดยไม่ได้ฟังเหตุผลของคุณเลย”
“คุณไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย เพราะผมรู้ว่าที่คุณโกรธ เป็นเพราะคุณรักผม”
รวิปรียาทำหน้าเขินอมยิ้ม หลบตา
เทวาแปลกใจ “คราวนี้ไม่ปฏิเสธ นี่คุณจะบอกว่าคุณรักผมแล้วเหรอ”
รวิปรียาไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เธอขยับร่างเข้ามาใกล้เทวา แล้วยื่นตัวไปหอมแก้มเทวาแทนคำตอบ
“เรื่องแค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือคะ ไหนว่าเป็นเพลย์บอยไง”
เทวาลิงโลดใจ ดึงรวิปรียาเข้ามากอด
“ฉันรู้.. ว่าที่คุณทำทุกอย่าง ทั้งดอกไม้นี่ ทั้งคำขอโทษ ก็เป็นเพราะคุณรักฉันเหมือนกัน”
“รู้ก็ดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำๆ”
“แต่คำบางคำเราก็อยากได้ยินซ้ำๆนะคะ”
ทั้งคู่มองหน้ากันหวานชื่น กำลังจะจูบกัน แต่รวิปรียาชะงักห้ามไว้
“แต่คุณรับปากได้ไหมคะ ว่าต่อไปนี้จะไม่มีเรื่องแบบนี้อีก”
“แน่นอน ต่อไปนี้ผมจะไม่เข้าใกล้เพชรพริ้งอีก ผมสัญญา”

ทั้งคู่บรรจงจูบกันแผ่วเบา

คืนนั้น เทวานอนหลับตาอยู่บนเตียง
 
รวิปรียานอนตะแคงมองใบหน้าเทวายามหลับ สายตาเธอเต็มไปด้วยความรักและความสุขเมื่อค้นพบความรู้สึกของตัวเอง และมั่นใจใความรู้สึกของเทวา
เธอเอื้อมมือไปกอดเทวาเบาๆ ศีรษะพิงซบไหล่ เทวาอมยิ้มแล้วพลิกตัวมาจูบหน้าผากรวิปรียา
“คุณคิดไหมคะว่า เราสองคนควรทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้”
“ได้สิ ผมเทวา บริรักษ์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
รวิปรียาหัวเราะ “ไม่ใช่แบบนั้น”
“งั้นผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังเอาไหม ถ้าคุณอยากฟัง”
“อยากสิคะ”
“คุณแม่ผมป่วยหนักตอนผมอายุสิบขวบ ก่อนที่แม่จะเสีย แม่ขอให้ผมรับปากว่าจะดูแลน้องๆแทนตอนที่แม่ไม่อยู่ ผมพยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่มาตลอด”
“คุณดากับคุณรินนี่โชคดีจังที่มีพี่ชายอย่างคุณ”
“แต่ผมก็ทำพลาด ผมปล่อยปละละเลยน้องๆ จนดาวิกาไปเจอกับเรื่องที่ทำให้เธอต้องเป็นทุกข์ กว่าผมจะรู้ มันก็เกือบสายเกินไปแล้ว”
รวิปรียาอยากรู้แต่ก็ไม่อยากละลาบละล้วง รอให้เทวาเป็นฝ่ายเล่าเท่าที่เขาอยากให้เธอรู้
“ความรักมักทำให้คนเราเป็นทุกข์เสมอ ถ้าผมรู้ก่อนหน้านี้ผมจะไม่ยอมให้เขาต้องเจ็บ และถ้าเป็นไปได้ผมจะไม่ยอมปล่อยให้น้องๆของผมมีความรักเลย”
“ของแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะคะ”
“นั่นน่ะสิ รวิ... ผมแค่อยากจะบอกคุณว่า ถ้าในอนาคตมีเหตุการณ์อะไรก็ตามที่ทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผมก็จะยังรักคุณเสมอ และถ้าถึงเวลานั้นจริงๆผมไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวดเพราะผม”
“คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันไม่เข้าใจ”
“ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ผมกำลังหวังว่าเหตุการณ์นั้นมันจะไม่มีวันเกิดขึ้น”
สายตาเทวาเหม่อไปข้างหน้า พะวงถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ยังคงโอบกอดรวิปรียาในอ้อมแขน

รุ่งขึ้น ประตูห้องนอนที่เพชรพริ้งพักเปิดออก รวิปรียาเปิดประตูก้าวเข้ามา แต่ทันใด! ก็มีเสียงเพล้ง! เพชรพริ้ง เพิ่งปัดถ้วยยาจากมือของเด็กรับใช้ ถ้วยตกกระทบพื้น ยาเม็ดเล็กๆหกกระจายเกลื่อนพื้นตรงหน้ารวิปรียา
เพชรพริ้งกำลังโพล่งขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันไม่กิน!”
“นี่มันอะไรกัน”
เด็กรับใช้ยืนอยู่ข้างเตียงเพชรพริ้งอยู่แล้ว ในมือยังคงถือถาดอยู่
“คุณพริ้งไม่ยอมทานยาที่ดิฉันเอามาให้ค่ะ”
“นี่เธอยังไม่ไปอีกเหรอพริ้ง ฉันนึกว่าเธอจะไปตั้งแต่คุยกับคุณรินเมื่อวานแล้วซะอีก”
“ตอนแรกฉันก็ตั้งใจจะไปอยู่แล้ว แต่บังเอิญไข้มันยังไม่ลด แล้วฉันก็ไม่มีแรงเลย เธอคงไม่ใจร้ายไล่ญาติคนนี้ออกไปทั้งที่ฉันยังป่วยหนักอยู่แบบนี้หรอกนะ”
รวิปรียาเดินมาหาเพชรพริ้งที่เตียง เธอยกมือขึ้นสูง แต่เพชรพริ้งผงะหลบนึกว่าจะโดนตบ แต่รวิปรียากลับยิ้มๆ
“นี่เธอกลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันแค่จะลองดูว่าอาการเธอเป็นยังไงบ้างแล้ว”
ว่าแล้วรวิปรียาก็เอามือแตะหน้าผากเพชรพริ้ง เพชรพริ้งสะบัดหน้าออก
“ตัวก็ไม่ร้อนเท่าไหร่แล้วนี่ งั้นก็คงกลับบ้านได้ซะที ถ้าเธอเก็บกระเป๋าไม่ไหว ฉันจะให้ชะเอมช่วยเองW
รวิปรียาหันไปพูดกับเด็กรับใช้
“ช่วยจัดกระเป๋าให้คุณพริ้ง แล้วพาคุณพริ้งไปขึ้นรถ ให้คนรถของเราไปส่งที่ที่เธออยากไป”
“ค่ะ” ชะเอมไปลากกระเป๋าเพชรพริ้งออกมา
“เธอจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะรวิ!”
“ทำไมจะไม่ได้ ที่นี่เป็นบ้านของสามีฉัน ไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ไม่ใช่โรงพยาบาล ทุกคนมีงาน มีหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีใครมาคอยดูแลเธอได้ตลอดเวลา เมื่อเธอไม่ยอมไปเอง ฉันก็ต้องใช้วิธีบังคับให้เธอไป”
สองสาวจ้องตากันไม่มีใครยอมใคร

นิมมานกับรริศาเดินเล่นอยู่ด้วยกันในบรรยากาศสวยงามของสวน
รริศาคล้องแขนนิมมานมีความสุข
“ริศาดีใจจังเลยค่ะ ที่ได้มาที่นี่กับคุณ”
“ทำไมล่ะครับ”
“เพราะนี่เป็นโอกาสเดียว ที่เราจะได้เดินเที่ยวด้วยกัน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาเห็นไงคะ”
“อดใจรออีกนิดเดียวนะริศา รอให้ผมเป็นอิสระ แล้วคุณจะไม่ต้องคอยหลบซ่อนจากสายตาของคนอื่นอีก”
“ค่ะ ริศาจะรอ จนกว่าจะถึงวันนั้น”
ทั้งคู่จับมือเดินไปด้วยกัน

นิมมานพารริศาเข้ามาในบริเวณบ้านพักตากอากาศ รริศามองไปรอบๆอย่างตื่นตา
“นี่บ้านคุณหรือคะ”
“ใช่ ผมซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นบ้านพักตากอากาศตอนที่วางแผนจะแต่งงานกับรวิ” สายตาเขาอ่อนโยนเหมือนยังคงฝันถึงรวิปรียาอยู่ลึกๆ “ตอนนั้นผมตั้งใจจะให้เขาเป็นของขวัญแต่งงาน แต่..ทุกอย่างก็พังหมด”
“คุณยังรักคุณรวิอยู่หรือเปล่าคะ”
นิมมานพยายามปรับสีหน้า
“ไม่แล้วล่ะ ตอนนี้รวิกับผมเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น”
รริศามองนิมมานแล้วลึกๆก็ยังไม่อยากเชื่อว่านิมมานจะเลิกรักรวิปรียาได้ นิมมานมองรริศาจริงจัง
“คนที่ผมรักตอนนี้มีคนเดียวเท่านั้น.. ก็คือคุณ”
“ริศาก็รักคุณค่ะ”
รริศามองหน้านิมมานมั่นใจ แล้วเปิดกระเป๋าถือ หยิบเอกสารการประมูลโครงการเมืองใหม่ออกมา
“และนี่คือเครื่องพิสูจน์ความรักของริศาที่มีให้คุณ”
นิมมานทำท่าแปลกใจ เหมือนไม่คิดมาก่อน “ริศา.. นี่คุณ....”
“ริศายอมหักหลังคุณลุง หักหลังพี่เทวาและบริษัทก็เพื่อคุณ เพราะคุณเองก็ยอมเสี่ยงที่จะมีปัญหากับบริษัทและครอบครัวเพื่อริศาเหมือนกัน”
“แล้วริศาไม่กลัวว่าจะถูกจับได้เหรอ”
“กลัวค่ะ กลัวมากด้วย แต่ถ้าริศามีคุณอยู่ข้างๆ เราก็จะผ่านทุกๆอย่างไปด้วยกันได้ใช่ไหมคะ”
“จ้ะ”

นิมมานกอดรริศาเหมือนรู้สึกขอบคุณ นิมมานมีสายตาสมหวัง

วันรุ่งขึ้น เทวาเข้ามาในห้องทำงาน ขณะที่โทรศัพท์คุยกับเมฆาไปด้วย

“เมฆา วันนี้ฉันจะไปยื่นซองประมูล ส่วนนายไปประชุมเรื่องโครงการคอนโดใหม่กับคุณพ่อก็แล้วกัน.... ไม่เป็นไร ฉันจัดการคนเดียวได้”
พอเทวาเห็นโต๊ะทำงานของเขาก็รู้สึกแปลกตา เพราะข้าวของบนโต๊ะเป็นระเบียบกว่าตอนที่เขาทิ้งไว้
“แล้วนี่นายรู้ไหมใครมาจัดโต๊ะทำงานฉัน...... ไม่มีเหรอ แต่มันต้องมีคนมาทำอะไรกับโต๊ะฉันแน่ๆ”
เทวาเดินมาดูแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
“ฉันยังไม่ได้เช็ค เลยไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรหายไหม.....อืม..งั้นแค่นี้แล้วกันนะ”
เทวากดวางสาย รริศาเปิดประตูเข้ามาในห้องพอดี
“นี่ค่ะพี่เทวา ริศาเตรียมเอกสารทั้งหมดไว้ให้แล้ว พี่เทวาลองเช็คดูก่อนค่ะ”
เทวารับซองเอกสารการยื่นประมูลไปเปิดดู
“เออ ริศา รู้ไหมว่า แม่บ้านเข้ามาจัดห้องให้พี่หรือเปล่า”
“ริศาไม่ทราบเลยค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่แค่เป็นห่วงว่าบนโต๊ะยังมีพวกเอกสารงานที่เราเตรียมกันไว้ก่อนหน้านี้ พี่ไม่อยากให้คนนอกมาเห็น แต่ช่างเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้เรื่องยื่นซองประมูลสำคัญที่สุด”
“ค่ะ”
เทวาเปิดดูเอกสารที่รริศาเตรียมมาให้เพื่อตรวจทาน รริศามีท่าทีอึดอัดเหมือนมีชนักติดหลัง

เทวาเดินมาถึงหน้าอาคารแห่งหนึ่ง พร้อมๆกับที่นิมมานมาถึงพอดี ทั้งคู่ก้าวเข้าเฟรมมายืนประจันหน้ากัน มองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
นิมมานดูมั่นใจมากกว่าทุกครั้ง
“ผมคิดอยู่แล้วว่าจะต้องมาเจอคุณที่นี่”
“ผมเองก็ไม่แปลกใจเหมือนกันที่เจอคุณ แต่ที่จริงผมก็ไม่ได้หนักใจอะไรนะ เพราะผลการประมูลก็คงออกมาเหมือนครั้งก่อนๆ คือบริรักษ์เป็นฝ่ายได้งาน”
“อย่าเพิ่งชะล่าใจไปคุณเทวา คนเรามันไม่โชคดีไปได้ซะทุกครั้งหรอก”
“ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะเอาเวลาที่มาคอยเหน็บแนมคนอื่นไปทำการบ้านให้มากกว่านี้ เพราะที่ผ่านๆมา คุณยังไม่เคยชนะผมได้เลยสักครั้ง”
“เรื่องงานประมูล มันไม่ใช่เรื่องของการทำการบ้าน แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องไหวพริบแล้วก็ต้องรู้เขารู้เรา คนที่มีข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามมากกว่าก็ย่อมมีโอกาสชนะมากกว่า”
เทวารู้สึกตะหงิดๆในคำพูดของนิมมาน
“บางทีถ้าคุณลดไอ้ท่าทางหยิ่งผยองลงแล้วมาขอร้องผมดีๆ งานคราวนี้ทางนิรมิตอาจจะแบ่งเศษงานก่อสร้างเหลือๆ อย่างพวกงานสร้างห้องน้ำให้ทางบริรักษ์บ้าง”
นิมมานพูดแล้วยิ้มกระหยิ่มมั่นใจ เดินเข้าอาคารไปก่อน เทวามองตามสงสัยในคำพูดของนิมมาน

ต่อมา เด็กรับใช้ของบ้านนิรมิตลากกระเป๋าเดินทางของเพชรพริ้งลงมาจากบันไดถึงกลางบ้าน เพชรพริ้งเดินตามลงมา ตั้งใจเด็ดขาดว่าจะไปจากบ้านหลังนี้
นิมมานเดินกลับเข้ามาในบ้านหลังจากยื่นซองประมูล หยุดมองอยู่
“หวังว่าคุณไปแล้วคงจะไปลับ เราสองคนคงไม่ต้องมาเจอกันอีก”
“มันก็ไม่แน่ บางทีคราวหน้าคุณอาจจะเป็นฝ่ายที่อยากจะเจอฉันขึ้นมาก่อนก็ได้”
“ผมน่ะนะ”
“ใช่ อย่าลืมสิว่าตอนนี้เราสองคนมีเป้าหมายเดียวกันแล้ว”
“เป้าหมายอะไร”
“เป้าหมายที่จะทำให้คุณเทวากับรวิเลิกกันไงล่ะ เพราะฉะนั้น..ถ้าอยากให้ภารกิจของเราสำเร็จ เราสองคนอาจต้องร่วมมือกันขึ้นมาก็ได้”
นิมมานเงียบไป เพราะสนใจที่เพชรพริ้งพูด
“เอาเป็นว่า คุณรอรับสายจากฉันแล้วกัน แล้วก็ฝากลาคุณพ่อคุณด้วย”
เพชรพริ้งเดินเชิดออกจาบ้านนิรมิตไป

ดารินเพิ่งจะกลับเข้ามาในบ้าน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี เธอหยิบขึ้นมาดูเห็นชื่อของมนัสโทรเข้ามา ดารินกดตัดสายทิ้งทันที แล้วยังบล็อคไลน์ด้วย

มนัสกำลังพยายามโทร.หาดาริน แต่เสียงสัญญาณก็ขาดไปเฉยๆ
“ตัดสายผมเหรอ ผมไม่ยอมง่ายๆหรอก”
มนัสเปิดหน้าจอไลน์ จะกดส่งข้อความแล้วก็รู้ว่าโดนบล็อค
“บล็อคไลน์ด้วย!”
มนัสถอนหายใจกลุ้มๆ

คืนนั้น เทวานั่งเอนหลังอ่านหนังสืออยู่บนเตียง รวิปรียาอยู่ในห้องน้ำ แต่โทรศัพท์ของเธอวางอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง
ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงข้อความเข้าที่โทรศัพท์ของรวิปรียา
เทวามองโทรศัพท์อยากรู้อยากเห็น ชะเง้อไปทางห้องน้ำ คิดว่ารวิปรียาจะไม่ออกมาตอนนี้แน่ เขาอดใจไม่ไหวจึงลุกจากเตียงนอนไปหยิบโทรศัทพ์รวิปรียาขึ้นมากดดู
ข้อความจากนิมมาน “Good night จ้ะรวิ”
เทวาหมั่นไส้ รวิปรียาออกมาจากห้องน้ำพอดี เดินมาคว้าโทรศัพท์ไปจากมือเทวา
“ทำอะไรคะ แอบดูโทรศัพท์คนอื่นเหรอ”
“เสียงมันดังน่ารำคาญ ผมแค่จะปิดเสียง”
รวิปรียาเหล่มองแบบไม่อยากเชื่อ เทวาทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่แล้วเสียงสายเข้าที่เครื่องรวิปรียาก็ดังขึ้นอีก รวิปรียาเห็นชื่อมนัสโทรมา
“ขอไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะคะ”
เทวามองตาม ไม่แน่ใจคนที่โทรมาคือนิมมานหรือเปล่า
“ดึกป่านนี้แล้วใครยังกล้าโทรมาหาอีก”

รวิปรียาออกมานอกห้องแล้วจึงกดรับสายจากมนัส
“ฮัลโหล”

มนัส คุยกับรวิปรียาท่าทางกลุ้มใจ
“พี่รวิ ผมมนัสนะ”
“จ้ะ มีอะไรหรือเปล่า”
“พรุ่งนี้พี่รวิพอจะมีเวลาว่างไหมครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษา”
“มีเรื่องอะไรเหรอมนัส”
“เรื่องมันยาวครับพี่รวิ ตอนนี้มีพี่คนเดียวที่ผมพอจะพึ่งพาได้”

“ได้จ้ะ งั้นพรุ่งนี้บ่ายๆ เราเจอกันนะ”

อ่านต่อตอนทื่ 19

#ใจลวง #thaich8 #ละครออนไลน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...