xs
xsm
sm
md
lg

ละคร ใจลวง ตอนที่ 14

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ใจลวง ตอนที่ 14

เทวานอนอยู่บนเตียง เหงื่อโทรมใบหน้าเพราะฤทธิ์ไข้ กำลังพลิกกระสับกระส่าย...ฝันร้าย

รวิปรียานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ใช้มือแตะหน้าผากเทวาอย่างเป็นห่วง
“ตัวยังร้อนอยู่เลย ไข้ไม่ลดเลยหรือเนี่ย”
ก่อนจะดึงมือออก เทวาคว้ามือของรวิปรียาไว้อย่างไม่มีสติ ขมวดคิ้วเพ้อๆ ด้วยพิษไข้
“ดา...”
ในฝันของเทวา ... ดาวิกานอนฟุบอยู่กับพื้นหายใจแผ่วเบา ที่ข้อมือมีเลือดอาบ เลือดไหลนองพื้น
รวิปรียาพยายามเรียก “คุณ.. เป็นอะไรหรือเปล่า”
เทวาฝันร้ายถึงดาวิกา จนเพ้อออกมา
“ดา.. ดาอย่าทำแบบนี้ อย่านะดา”
“นี่ฝันร้ายหรือเนี่ย”
เทวาดึงมือรวิปรียาไว้ไม่ปล่อย รวิปรียาลูบใบหน้าเทวาเพื่อปลอบ แล้วค่อยๆลูบผมแผ่วเบาอย่างห่วงใย
เทวาสงบลงแต่ยังคงเพ้อเบาๆ
“พี่จะช่วยดาเอง ดาอย่าทำ”
รวิปรียาแปลกใจ “ดา... ดา”
รวิปรียาลูบผมเทวาไปเรื่อยๆ เทวาปล่อยมือรวิพลิกตัวหันหลังให้ รวิปรียาจึงค่อยๆเอนกายนอนลงข้างๆ เอื้อมมือโอบกอดเทวาไว้ราวกับจะปลอบโยน ในใจมีคำถาม
“ดา... ใครกันผู้หญิงคนนี้ หรือจะเป็นแม่ของตะวัน”

บรรยากาศยามเช้าในห้องนอนของเทวา
เทวาเพิ่งจะลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วรู้สึกถึงวงแขนผู้หญิงที่โอบรอบเขาอยู่ เทวาพลิกตัวไปมอง เห็นว่ารวิปรียานอนหลับอยู่ข้างๆเขา เขาอมยิ้มมอง
เทวากับรวิปรียาหันหน้าชนกัน ใบหน้าอยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่นิ้ว เขามองใบหน้าหลับใหลของรวิปรียากำลังหลับ ทั้งรัก เอ็นดู อุ่นใจ เขาค่อยๆยื่นหน้าไปใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะสัมผัสริมฝีปากรวิปรียา
แต่แล้ว.. รวิปรียาก็ขยับตัวจะตื่น เทวาจึงรีบผละออกแล้วแกล้งปิดตาลงเหมือนหลับอยู่
รวิปรียาตื่นมาเห็นเทวาก็นึกว่าเขายังหลับอยู่ เธอมองสำรวจใบหน้าเทวา เอามือแตะหน้าผาก
“ดีขึ้นแล้วนี่ ไข้ลดลงแล้ว”
รวิปรียามองใบหน้าที่กำลังหลับของเทวาใกล้ๆบ้าง แล้วนึกหมั่นเขี้ยวแกล้งยื่นนิ้วเข้าไปจิ้มหน้าผาก แต่เทวายังทำเฉย เธอพึมพำเบาๆ
“ตอนนอนหลับก็ดูไม่มีพิษสงอะไรนี่” เธอเอานิ้วจิ้มแก้มหยอกๆ “พอป่วยขึ้นมาล่ะก็ซ่าไม่ออกเชียวนะ”
ทันใดนั้นเสียงข้อความโทรศัพท์เทวาก็ดังขึ้น รวิปรียาอดไม่ได้ต้องแอบยื่นหน้าข้ามตัวเทวาไปมองที่หน้าจอ
ที่หน้าจอขึ้นโชว์ข้อความจากเพชรพริ้ง “morning ค่ะ ตื่นหรือยังเอ่ย คิดถึงนะคะ”
“เพชรพริ้ง”
เทวาพลิกตัวมาป่ายมือจะไปคว้าโทรศัพท์ทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แต่รวิปรียามือไวกว่าคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก่อน อ่านข้อความอย่างหมั่นไส้
“morning ค่ะ ตื่นหรือยังเอ่ย คิดถึงนะคะ” แล้วเธอก็เบะปากใส่
เธอคิดจะแกล้งเพชรพริ้ง จึงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาจากโต๊ะหัวเตียง เอนลงไปนอนข้างเทวา หยิบมือเทวาอย่างเบาๆ ให้มาโอบตัวเธอแล้วถ่ายรูปเซลฟี่คู่กัน
เทวายังคงทำเป็นหลับ ส่วนรวิปรียาทำสีหน้ายิ้มยั่วโมโหเพชรพริ้ง กดชัตเตอร์ถ่ายให้ดูเหมือนแนบชิดกันหลายๆภาพ แล้วกดส่งรูปให้เพชรพริ้ง

เพชรพริ้งกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก พอเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดัง เธอก็รีบกดดู เห็นภาพถ่ายคู่ของเทวากับรวิปรียาแล้วของขึ้นทันที
“แอร๊ย.... นังรวิ... อีบ้า” แล้วกระแทกโทรศัพท์ลงด้วยความคับแค้นใจ

เมื่อรวิปรียาสนุกพอแล้วก็จะลุกขึ้นจากเตียงนอน แต่มือของเทวากลับโอบตัวรวิปรียาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“คิดจะลักหลับผมเหรอ”
รวิปรียาตาค้างตกใจ เพิ่งรู้ว่าเทวาตื่นแล้ว เธออ้ำอึ้งตอบไม่ถูก
“คุณ... นี่คุณไม่ได้หลับอยู่เหรอ”
“เปล่า”
รวิปรียาตกใจ อับอายขึ้นมาเมื่อรู้ว่าเทวารู้สึกตัวอยู่ตลอด เธอขยับจะลุกหนีแต่เทวาก็กอดไว้แน่น
“ทำไม ไม่ชอบอยู่แบบนี้เหรอ เมื่อกี๊เห็นยังชอบอยู่เลย”
“คือ.. ฉัน” เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง “ปล่อยได้แล้ว คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวาน ฉันจะไปหาอะไรมาให้คุณกิน”
เทวาน้ำเสียงออดอ้อนจริงจัง “อย่าเพิ่งไปสิ อยู่กับผมแบบนี้อีกสักพักได้ไหม”
มือเทวายังกอดรวิปรียาไว้ รวิปรียาปรียาใจอ่อนปล่อยตัวลงนอนหันหลังให้เทวานอนโอบเธออยู่อย่างนั้น รวิปรียาแอบก้มหน้าเพื่อไม่ให้เทวาเห็นว่าเธอกำลังอมยิ้ม

ต่อมา รวิปรียามาที่โต๊ะอาหาร ดารินกับตะวันนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันก่อนแล้ว
“พี่เทวาเป็นไงบ้างคะพี่รวิ”
“ยังตัวรุมๆอยู่ค่ะ แต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว”
“ดีนะคะเนี่ยที่มีพี่รวิมาคอยดูแล เพราะปกติเวลาพี่เทวาไม่ค่อยสบายชอบทำตัวหงุดหงิดจนไม่มีใครเข้าหน้าติดเลยล่ะค่ะ นี่เขาหงุดหงิดใส่พี่หรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกค่ะ ส่วนใหญ่ก็หลับไม่ค่อยรู้สึกตัว” รวิปรียานึกได้จึงถือโอกาสถามดาริน “ เออ คุณรินคะ พี่สาวของคุณรินที่อยู่อเมริกานี่ชื่ออะไรนะคะ”
“อ๋อ พี่ดาน่ะค่ะ ดาวิกา”
“ดา...” พึมพำกับตัวเองในใจ ...เพ้อถึงน้องสาวนี่เอง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
แม่บ้านเข้ามาพอดี
“ข้าวต้มเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะคุณรวิ จะให้ยกขึ้นไปเลยไหม”
“เดี๋ยวฉันยกไปเองจ้ะ”
ดารินแอบยิ้มพอใจที่รวิปรียาจะดูแลเทวาด้วยตัวเอง
“คุณแม่ขา ตะวันอยากไปดูคุณพ่อด้วย” ตะวันบอก
“จะดีหรือตะวัน เดี๋ยวก็ติดไข้หวัดกันพอดี”
“แต่ตะวันไม่ได้เจอคุณพ่อตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ ขอไปดูนิดเดียว”
ตะวันเข้าไปอ้อนรวิปรียา ทำนิ้วมือโชว์ว่านิดเดียวจริงๆ “แค่นิ๊ดเดียวได้ไหมคะ คุณแม่”
“ก็ได้ค่ะ แต่ต้องรับปากว่าจะคุยกับคุณพ่ออยู่ห่างๆเท่านั้น โอเคไหมคะ”

“ค่ะ”

รวิปรียากับตะวันเข้ามาในห้อง รวิปรียาถือถาดข้าวต้มมาด้วย ตะวันเห็นเทวาก็ดีใจ จะเข้ามาหา

“คุณพ่อขา”
“อ๊ะๆๆ อย่าเข้ามาใกล้ เดี๋ยวติดไข้หวัดพ่อนะ”
ตะวันหยุดอยู่ห่างๆ “คุณแม่เอาข้าวต้มมาให้คุณพ่อค่ะ”
รวิปรียาเอาข้าวต้มมาวางไว้ให้ที่โต๊ะข้างเตียง
“นี่ค่ะ รีบทานนะคะเดี๋ยวจะหายร้อน”
เทวาพยักหน้ารับเฉยๆ จนตะวันส่งเสียงขึ้น
“คุณพ่อคะ คุณพ่อเคยสอนตะวันว่า เวลามีคนให้ของเรา เราก็ต้องขอบคุณด้วยสิคะ”
เทวาทำตามด้วยการหันไปพูดกับรวิปรียา “ขอบคุณ”
ตะวันทำเป็นถอนใจบ่นๆ “พูดไม่เพราะเล๊ย”
“ขอบคุณครับ” แล้วหันมาหาตะวัน “แบบนี้พอใจหรือยัง ลูก”
“ดีมากค่ะ”
รวิปรียาแอบขำ ที่เทวาแพ้ทางลูกสาว
“ไปเถอะค่ะตะวัน คุณพ่อจะได้ทานข้าว”
“อ้าว แล้วคุณแม่ไม่ป้อนข้าวคุณพ่อหรือคะ”
“หืม..”
“ก็ตอนตะวันไม่สบาย ยังต้องให้คุณพ่อหรือพี่จ๊ะเอ๋ป้อนข้าวเลย”
“แต่คุณพ่อเขาโตแล้ว กินเองได้แล้วล่ะค่ะ”
“ถ้าคุณแม่ไม่ป้อน.. มา.. ตะวันจะป้อนคุณพ่อเอง” ตะวันทำท่าจะเข้าไปหาเทวา
รวิปรียาปรามๆ “ตะวัน ไม่ได้ค่ะ บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวติดหวัดคุณพ่อ”
“ถ้าไม่อยากให้ตะวันติดหวัด คุณแม่ก็ต้องป้อนคุณพ่อสิคะ แล้วตะวันจะนั่งดูอยู่ห่างๆตรงนี้”
รวิปรียาจำเป็นต้องยอม เข้าไปหยิบชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วนั่งลงข้างๆ จะป้อนข้าวใส่ปากเทวาแบบให้จบๆไป
“มันร้อนนะคุณ”
“ต้องเป่าด้วยค่ะคุณแม่” ตะวันทำท่าเป่าปากให้ดู “แบบนี้ค่ะ”
รวิปรียาจึงต้องยอมทำตาม เป่าข้าวต้มที่อยู่ในช้อน ป้อนใส่ปากให้เทวา เทวากินข้าวไปก็มองรวิปรียาไม่วางตา
ตะวันมองอยู่อย่างชอบใจ

มุมหนึ่งของบ้านนิรมิต นิมมานกำลังโทรศัพท์รอสายจากรริศา ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงรรศิรับสาย
“ริศาพูดค่ะ”
“คุณริศา ผมนิมมานครับ ไม่รู้ว่าผมโทร.มาเร็วเกินไปหรือเปล่า แต่..เย็นนี้คุณว่างไหมครับ”
นิมมานยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

เย็นวันนั้น รริศาส่งถุงเสื้อให้นิมมานที่นั่งอยู่ตรงข้ามที่โต๊ะอาหาร
“นี่ค่ะ เสื้อของคุณ ริศาส่งซักแห้งให้เรียบร้อยแล้ว”
"ขอบคุณครับ"
"ขอบคุณคุณนิมมานอีกครั้งนะคะ ถ้าวันนั้นคุณไม่ช่วยไว้ ริศาคงไม่กล้าไปยืนในงานทั้งกระโปรงขาดๆหรอกค่ะ"
"แต่ผมอยากขอบคุณอุบัติเหตุวันนั้นมากกว่า เพราะถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น ผมคงไม่ได้รู้จักกับคุณ"
รริศาเขิน
"รู้ไหมคะว่า ตอนที่เพื่อนๆ ที่ออฟฟิศเขาเห็นคุณนิมมานที่งาน เขากรี๊ดกร๊าดคุณนิมมานกันใหญ่เลยค่ะ ถึงแม้จะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ"
"ชมซะผมเขินเลยนะเนี่ย"
"ริศาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาสได้มากินข้าวกับคุณแบบนี้" เธอยิ้มมีความสุข
"ผมก็เหมือนกัน เป็นฝันที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมแต่งงานมาเลย"
"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ คุณนิมมานไม่มีความสุขที่ได้แต่งงานหรือคะ"
"ทุกข์ใจมากกว่าครับ แต่อย่าไปพูดถึงมันเลย คุยเรื่องอื่นดีว่า งานที่บริษัทคุณริศาเป็นไงบ้างครับ คุณริศาทำงานด้านไหน" เขาเริ่มพยายามเข้าแผน
"ริศาเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงิน ดูแลเรื่องบัญชี รายรับรายจ่ายทั้งหมดของบริษัทน่ะค่ะ"
"อ๋อ ดูแลเรื่องการเงินนั่นเอง เขาว่ากันว่าสาวบัญชีการเงินนี่เคี่ยวมาก จริงหรือเปล่าครับ"
รริศาหัวเราะ "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"แต่ยังไงคุณต้องรู้ตัวเลขทั้งหมดของบริษัท และต้องคอยควบคุมเรื่องการใช้จ่าย น่าจะเป็นงานที่เครียดพอดูนะครับ"
"ก็เครียดค่ะ แต่ริศาชินแล้ว"
นิมมานทำยิ้มให้ แต่ในใจหวังจะใช้ประโยชน์จากรริศาให้ได้มากที่สุด

ต่อมา รถของนิมมานแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูอาคารคอนโดของรริศา
ภายในรถ นิมมานขับรถมาส่ง รริศาปลดเข็มขัดนิรภัย
"ขอบคุณมากนะคะ"
นิมมานยิ้มให้ รริศาจะเปิดประตูลงจากรถ แต่นิมมานเอื้อมมือไปจับมือรริศาไว้ก่อน
"เดี๋ยวครับ"
รริศาชะงัก มองมือนิมมานที่กุมมือเธออยู่เขินๆ
"เราจะเจอกันอีกได้ไหมครับริศา"
"ค่ะ"
"แล้วผมจะโทร.หานะ"
รริศาอมยิ้มมีความสุขก่อนจะลงจากรถไป สายตานิมมานเปลี่ยนจากอ่อนโยนใจดี ไปเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยแผนการ

เทวาดึงปรอทวัดไข้ออกจากปากแล้วส่งให้รวิปรียารับไปดูอุณหภูมิ
"ไข้ลดแล้ว สีหน้าท่าทางคุณก็ดีขึ้นแล้ว กินยาแล้วก็นอนซะ"
รวิปรียาส่งถ้วยใส่ยากับน้ำให้เทวา เทวากินยาแล้วดื่มน้ำตาม รวิปรียายืนรอดูจนเทวากินยาเสร็จ ก็ทำท่าจะเดินออกจากห้องไป
"แล้วคุณจะไปไหน"
"จะไปนอนห้องโน้นค่ะ"
"แล้วคุณจะทิ้งผมไว้คนเดียวเนี่ยนะ ผมยังไม่หายดี เกิดพิษไข้กำเริบขึ้นมากลางดึก ผมจะทำยังไง" เขาจับมือรวิปรียาไว้ "คืนนี้คุณนอนข้างๆผมอีกได้ไหม"
รวิปรียาเขิน จะดึงมือออก แต่เทวาดึงมือไว้
"ไม่ต้องกอดผมเหมือนเมื่อคืนก็ได้"
รวิปรียาอาย "นี่คุณ !"
"จะได้หายเร็วๆไง ผมป่วยอยู่นะ ไม่มีแรงทำอะไรคุณหรอกน่า"
"จะบ้าเหรอ"
"ผมสัญญา ผมจะไม่สัมผัสโดนตัวคุณเลย"

รวิปรียามองใบหน้าอ้อนๆ ของเทวาแล้วใจอ่อน

รวิปรียานอนกอดอกหันหลังให้เทวา ระวังตัวอยู่บนเตียง
 
ถัดไปเป็นเทวาที่นอนหันข้างมองรวิปรียายิ้มๆ
รวิปรียาพยายามไม่หันไปมองเทวา ขณะชวนคุย
"เมื่อคืนก่อน คุณเพ้อด้วยนะคะ"
"เหรอ เพ้อถึงคุณหรือเปล่า"
"เพ้อถึงคุณดา น้องสาวคุณน่ะค่ะ"
เทวาหุบยิ้มทันที อาการเปลี่ยนไป
"ท่าทางคุณจะเป็นห่วงเธอมากนะคะ"
"ใช่ ผมห่วงเขามาก" เขาลองแยบถาม "คุณเคยรู้จักดามาก่อนหรือเปล่า"
รวิปรียาส่ายหน้า "อย่าว่าแต่คุณดาเลย ตัวคุณ ฉันเองก็เพิ่งรู้จัก"
"งั้นคุณรู้จัก...." เขาจะพูดว่าพศิน แต่ยั้งปากไว้ แล้วเปลี่ยนใจ
รวิปรียาเหลียวหน้ามา "ใครคะ คุณจะถามถึงใคร"
"ช่างเถอะ ผมยังไม่อยากรู้คำตอบตอนนี้"
เทวาพลิกตัวหันหลังหนี เพื่อปิดบังแววตาที่กำลังสับสนและกังวลใจ กลัวคำตอบ รวิปปรียามองหลังเทวาสงสัย

เช้าวันใหม่ เทวาลืมตาตื่นขึ้นมา หันไปมองหารวิปรียา แต่เธอไม่อยู่บนเตียงแล้ว

ที่อเมริกา ตอนหัวค่ำ เพชรแท้เข้ามาในห้องสมุด สายตามองหาดาวิกา
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบๆ ไม่ค่อยมีคน เขาเห็นดาวิกาเดินหายเข้าไปในช่องระหว่างชั้นหนังสือ
เธอกำลังเลือกหาหนังสือที่ต้องการ พอถึงจุดหนึ่งเธอก็หยุด หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดดู พอจะเก็บหนังสือเข้าที่ก็เห็นเพชรแท้โผล่หน้ามาที่อีกฝั่งหนึ่งของชั้นหนังสือ
ดาวิกาเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น แต่เพชรแท้เข้ามาดักหน้าไว้
"เราต้องคุยกัน"
ดาวิกาไม่พูด แต่จะเดินเลี่ยงไปทางอื่น เพชรแท้เข้าไปดักทางไว้อีก
"ทำไมคุณต้องหลบหน้าผม"
"เปล่านี่คะ"
"ถ้าไม่หลบหน้า ทำไมสองสามวันนี้คุณไม่รับโทรศัพท์ผม"
"คือ..ดา"
"ผมมาตามหาคุณที่นี่ทุกวันคุณรู้หรือเปล่า คุณทำแบบนี้ผมไม่สบายใจนะดา"
"ถ้าคุณอยากจะสบายใจก็เลิกตามหาดาสิคะ ถ้าจะให้ดีก็เลิกโทร.หาดาได้แล้ว"
ดาวิกาหันหลังจะหนีไปอีก แต่เพชรแท้จับมือดาวิกาเพื่อรั้งไว้
"ผมเลิกโทร.ไม่ได้ เพราะผมเป็นห่วงคุณ"
ดาวิกาหันมาเห็นสายตาจริงใจของเพชรแท้ก็ใจอ่อน

เพชรแท้กำลังพยายามคาดคั้นดาวิกา โดยดาวิกายืนหันหลังให้
"ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่ผ่านมาระหว่างเราสองคนนี่ผมคิดไปเองใช่ไหม"
"ก็คงจะอย่างนั้น ถ้าที่ผ่านมาดาทำให้คุณเข้าใจผิด ดาก็ขอโทษด้วย"
"พูดแบบนี้หมายความว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย"
ดาวิกาตอบไม่เต็มเสียง "ค่ะ"
เพชรแท้เดินไปจับไหล่ดาวิกาให้หันมามองเขา
"มองหน้าผมสิ แล้วพูดอีกครั้งว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย"
ดาวิกาเสียงดังใส่ "คุณอย่าคาดคั้นดานักได้ไหม"
เพชรแท้ใส่อารมณ์กลับบ้าง
"ที่ผมต้องคาดคั้นเพราะผมต้องรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แล้วอะไรที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ ถึงคุณจะเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผมยังพอรับมือได้ แต่ถ้าคุณปิดกั้นความรู้สึกตัวเองกับผม คุณไม่เปิดใจให้ผม แล้วผมจะช่วยคุณได้ยังไง"
ดาวิกาหลบตาเพชรแท้ ตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างในแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

ทางบ้านบริรักษ์ รวิปรียาวางจานใส่ขนมปังและไข่เจียว ใช้ซอสมะเขือเทศวาดรูปหน้ายิ้มบนไข่ ดูน่ารักๆ แล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าตะวัน
"นี่จ้ะ ขนมปังนุ่มๆ กับไข่เจียวของตะวัน"
ตะวันทำตาโต ตบมือชอบใจ
"ว้าว น่ารักจังค่ะ"
ที่โต๊ะอาหาร มีบรมกับดารินนั่งอยู่ด้วยแล้ว
"น่ารักแล้วก็อร่อยด้วย เพราะแม่ทำเองสุดฝีมือเลย"
ตะวันหันไปกอดแน่น "ตะวันรักคุณแม่ที่สุดเลย"
รวิปรียากอดกลับแล้วหอมแก้มอย่างรักใคร่ ดารินเห็นว่าน่าเอ็นดูจึงยกโทรศัพท์ถ่ายภาพเก็บไว้
"แหมๆๆ พอมีคุณแม่มาเอาใจล่ะก็ ลืมอารินคนนี้เลยนะ"
เทวาเข้ามาสมทบที่โต๊ะอาหารพอดี บรมมองหน้าเทวาที่แต่งตัวสบายๆ ไม่ไปทำงาน
"สีหน้าดูดีขึ้นเยอะนี่เทวา นี่ได้ยาดีหรือคนดูแลดีกันแน่" บรมว่าพลาง หันไปหารวิปรียา
"ขอบใจมากนะหนูรวิ ที่ช่วยดูแลเทวาเป็นอย่างดี"
รวิปรียาแค่ยิ้มรับ
"ไม่ใช่แค่ดูดีนะคะคุณพ่อ แต่สีหน้าแบบนี้ สดชื่นซะยิ่งกว่าตอนไม่ป่วยอีก" ดารินบอก
"อือจริง งั้นต่อไปนี้ก็นอนอยู่ห้องเดียวกันไปเรื่อยๆนะ เทวา อย่าให้พ่อรู้ว่าแกโยกย้ายไปนอนห้องพักแขกอีก"
รวิปรียาเขินจนทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ทำเฉยๆ
"คุณพ่อ... คุณพ่อดูนี่สิคะ" ตะวันโชว์จานไข่เจียวให้ดู
"โอ้โห อาหารเช้าของตะวันน่ากินจริงๆ จะแบ่งพ่อไหมเนี่ย"
ตะวันดึงจานกลับ "ไม่ได้ค่ะนี่ของตะวัน คุณแม่รวิทำให้ค่ะ"
เทวาหันไปมองรวิปรียายิ้มๆ ทุกคนหัวเราะขำท่าทางตะวัน

เพชรแท้กับดาวิกายังคงยืนประจัญหน้ากันอยู่ในห้องที่อพาร์ทเม้นท์
"คุณกลับไปได้แล้วล่ะค่ะ"
เพชรแท้ทำเป็นยอมแพ้
"ได้.. ถ้าคุณอยากให้จบกันแบบนี้ ผมก็จะไป ต่อไปนี้ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก"
เพชรแท้ปล่อยมือจากดาวิกา หันหลังจะออกไป แต่ดาวิการู้สึกใจหายขึ้นมา จึงร้องเรียกไว้
"เดี๋ยวก่อน ! ถ้าคุณอยากจะฟังนัก ก็ได้ ดาจะบอก ที่ดาเป็นแบบนี้เพราะดาเคยผิดหวังกับความรัก ดาไม่อยากรักใครอีกแล้ว ความรักมันทำให้ดาเจ็บปวด มันทำลายชีวิตดาและเกือบทำลายชีวิตลูกของดาด้วย"
เพชรแท้ตกใจ คาดไม่ถึง "ลูก...?"
"ใช่ค่ะ ดามีลูกแล้ว ดาทิ้งเขาแล้วเอาตัวรอดมาอยู่ที่นี่คนเดียว ดามันเป็นแม่ที่เห็นแก่ตัว เป็นผู้หญิงที่แม้แต่ลูกตัวเองก็ยังรังเกียจ พูดแบบนี้แล้วคุณเข้าใจหรือยังว่าทำไม"
เพชรแท้งงอยู่ ไม่ทันตั้งตัว "ดา... คือ..."
"นี่ไงคะ ความจริง! ความจริงที่คุณอยากจะรู้นักหนา รับไม่ได้ใช่ไหม รับไม่ได้ก็กลับไป แล้วก็เลิกตามตื๊อดาได้แล้ว"
ดาวิกาหันหลังไม่มองเพชรแท้ เดินไปที่โต๊ะซึ่งมีโทรศัพท์เธอวางอยู่
ก่อนที่เพชรแท้จะพูดอะไร เสียงข้อความไลน์ในโทรศัพท์ดาวิกาก็ดังขึ้น แจ้งว่าได้รับภาพถ่ายจากดาริน ดาวิกากดเปิดดู
หน้าจอ เป็นภาพตะวันกับรวิปรียาถ่ายคู่กัน รวิปรียาตะวันกอดกันอย่างสนิทสนม
ความเครียดและโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในหัวดาวิกา เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
"ไม่นะ มันต้องไม่เป็นแบบนี้ ไม่!" เธอเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง กรีดร้อง!
สิ้นเสียงกรี๊ด ดาวิกาก็ล้มพับลงกับพื้น สลบไป เพชรแท้ตกใจ
"ดา!" เขารีบเข้าไปประคอง "คุณดา คุณเป็นอะไร ดา"
เพชรแท้หยิบโทรศัพท์ดาวิกาขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้ว่าภาพอะไรที่ทำให้ดาวิกาคลั่งขึ้นมา แต่โทรศัพท์ก็ดับไปเสียแล้ว พอกดเปิดก็เข้ารหัสล็อค
 
เพชรแท้หันกลับไปมองดาวิกาอย่างห่วงใย

เพชรพริ้งเดินเข้ามาในบริษัท BR Construction ตรงมาที่ห้องทำงานของเทวา
 
เมฆาเห็นเพชรพริ้งเสียก่อนจึงเข้ามาทัก
"คุณพริ้ง มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"พริ้งมาหาคุณเทวาน่ะค่ะ.. เอ่อ.. มีธุระเรื่องงานน่ะค่ะ โทรหาคุณเทวาตั้งหลายครั้งแต่ไม่รับสายเลย"
"คุณเทวาเขาป่วยน่ะครับ ไม่ได้มาทำงานสองวันแล้ว"
"คุณเทวาป่วย เป็นอะไรมากไหมคะ"
"แค่ไข้หวัดน่ะครับ ตอนนี้คุณรวิคงดูแลอยู่แล้ว"
เพชรพริ้งครุ่นคิดว่าเป็นเวลาที่เธอควรทำอะไรบางอย่าง

ด้านอเมริกา ... ดาวิกานอนหลับ ดวงตาปิดสนิทอยู่บนเตียงนอน โดยมีเพชรแท้นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง
เพชรแท้นั่งนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับดาวิกา
เมื่อทั้งคู่เจอกันครั้งแรก เพชรแท้ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ตอนดาวิการ้องไห้
และเมื่อเพชรแท้ถลันเข้าห้องไป แล้วต้องช็อกกับภาพที่เห็น
ร่างดาวิกานอนฟุบอยู่กับพื้นหายใจแผ่วเบา ที่ข้อมือมีเลือดอาบ เพชรแท้เข้ามาช้อนร่างพลางเรียกชื่อ
"คุณดา...คุณดา ลืมตาสิ"
จนถึง
"เดี๋ยวก่อน ! ถ้าคุณอยากจะฟังนัก ก็ได้ ดาจะบอก ที่ดาเป็นแบบนี้เพราะดาเคยผิดหวังกับความรัก ดาไม่อยากรักใครอีกแล้ว ความรักมันทำให้ดาเจ็บปวด มันทำลายชีวิตดาและเกือบทำลายชีวิตลูกของดาด้วย"
เพชรแท้ตกใจ "ลูก...?"
เพชรแท้มองดาวิกาที่กำลังหลับใหล ชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรต่อ ...

บ้านบริรักษ์ ตอนเย็น
ดารินนั่งเล่นมือถืออยู่ที่โซฟา บริเวณห้องรับแขก ตะวันและจ๊ะเอ๋เล่นอยู่ใกล้ๆ เด็กรับใช้เดินนำแขกบางคนเข้ามาในบ้าน
"คุณรินคะ มีแขกมาพบค่ะ"
ดารินหันมามอง เห็นนิมมานก้าวเข้ามาหยุดยืน ถือถุงกะดาษมาด้วย
ดารินแปลกใจ และตกใจ
"คุณนิมมาน ! คุณต้องการอะไร ถ้าคิดจะมาหาเรื่องพี่เทวาอีกล่ะก็ ฉันจะแจ้งตำรวจ"
จ๊ะเอ๋รู้งานรีบวิ่งหายไปทางด้านในบ้าน
"ใจเย็นๆครับคุณดาริน ผมมาดี ไม่ได้มาหาเรื่อง ผมมาหารวิ"
"แต่ฉันว่าพี่รวิคงไม่อยากพบคุณ"
นิมมานไม่ต่อความกับดาริน เขามองตะวันที่ยืนอยู่ข้างๆดาริน แล้วเข้ามาหานั่งลงคุยด้วยอย่างใจดี
"หนูชื่อตะวันใช่ไหมคะ อาเป็นเพื่อนของคุณแม่หนู วันนี้อาเอาตุ๊กตามาฝากด้วยนะ นี่ไงสวยไหม" เขาเอาตุ๊กตาออกมาจากถุงกระดาษให้ตะวัน
ตะวันยังยืนรีๆรอๆ ดารินรีบเข้ามากันตะวันออก ดึงตุ๊กตามาถือไว้แทน ไม่ไว้ใจสุดๆ
"ขอบคุณ แต่คุณกลับไปได้แล้ว"
จ๊ะเอ๋กลับมาพอดีพร้อมบรม เทวา และรวิปรียา ทุกคนต่างแปลกใจ
"นิมมาน"
บรมถาม "เด็กไปบอกว่าคุณนิมมานมา คุณมีธุระอะไร"
"ที่ผมมาวันนี้ เพราะผม.. ต้องการมาขอโทษคุณเทวา ... ขอโทษที่ผมเคยทำร้ายคุณเมื่อวันก่อน ผมใจร้อนไปหน่อย"
เทวามองนิมมานอย่างหยั่งเชิง
"แล้วผมก็ขอโทษคุณบรมด้วยครับ" เขายกมือไหว้ขอโทษ "ที่มาทำตัวก้าวร้าวหยาบคายจนคุณบรมไม่สบายใจ วันนั้นผมควบคุมตัวเองไม่อยู่จริงๆ"
"เอ่อ.. ถ้าคุณสำนึกผิดจริงแล้ว ก็ไม่เป็นไร ให้มันแล้วกันไปก็แล้วกัน"
ทุกคนงงกับท่าทีสุภาพแบบใหม่ของนิมมาน
เทวายังไม่ไว้ใจ
"คุณมีแผนอะไร คุณนิมมาน"
"อย่าเข้าใจผิดสิครับ ที่ผมมาขอโทษเพราะผมรู้ตัวแล้วว่าผมผิด แล้วผมก็มาในฐานะเพื่อนของรวิ แต่ถ้าคุณไม่ต้อนรับก็ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวกลับก่อน"
"เชิญ"
บรมปรามๆ "เทวา"
นิมมานทำยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร แต่ทุกคนยังคงไม่ไว้ใจ ก่อนไปเขาหันมาส่งยิ้มให้รวิปรียา
 
แต่เธอนิ่ง และตัดสินใจเดินตามนิมมานออกไป

นิมมานแยกตัวมาคุยกับรวิปรียาสองต่อสอง

"ขอบคุณนะคะนิมมาน ที่แสดงความจริงใจของคุณด้วยการมาขอโทษทุกคนถึงที่นี่"
"ผมบอกรวิแล้วไงว่า ต่อไปนี้ผมจะเป็นเพื่อนที่ดีของรวิ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้รวิสบายใจ"
"ถ้าคุณมาในฐานะเพื่อน รวิก็ยินดีต้อนรับค่ะ"
เทวาเดินตามออกมาดู เห็นรวิปรียาคุยอยู่กับนิมมานจึงยืนดูอยู่ห่างๆ นิมมานเหลือบตามองเห็นเทวามา
"ผมขอโทษนะรวิ สำหรับทุกอย่างที่ผมเคยทำไม่ดีไว้กับคุณและคุณเทวา" นิมมานวางแผนให้เทวาเห็น ด้วยการดึงรวิปรียาเข้ามากอด "ผมดีใจที่รวิให้โอกาส ขอบคุณมากจริงๆ"
รวิปรียาตกใจ แต่นิมมานกอดไว้แน่น สายตาที่มองเทวาดูเหมือนท้าทาย เป็นเจ้าของ ทางด้านเทวาไม่พอใจ
รวิปรียาขืนตัวออกจากนิมมาน แล้วมองตามสายตานิมมานไปเห็นเทวายืนอยู่ รวิปรียาตกใจ หน้าเสียเล็กน้อย

เย็นนั้น ในห้องนอน เทวาหันมาพูดกับรวิปรียา ใส่อารมณ์
"คุณเป็นคนเรียกนิมมานให้มาที่นี่หรือ"
ทั้งคู่คุยกันอยู่ในห้อง
"เปล่าค่ะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะมา"
"ก่อนจะทำอะไรๆ ในบ้านผม คุณควรมีความเกรงใจสามีอย่างผมบ้าง"
"มันไม่ใช่แบบที่คุณเห็นนะคะ"
"ต่อไปนี้ ห้ามคุณไปเจอนิมมานอีก"
รวิปรียาไม่พอใจที่โดนบังคับโดยไม่ฟังเหตุผล
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตฉัน"
"ผมพูดเพราะเป็นห่วงคุณ ผมไม่ไว้ใจนิมมาน"
"นิมมานเขาก็ขอโทษคุณแล้ว แต่คุณเองยังเจ้าคิดเจ้าแค้นเขาไม่เลิก คุณ ไม่ใช่เจ้าชีวิตฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคุณ"
"ใช่ ผมรู้ดี ว่าที่คุณแต่งงานกับผมก็เพื่อเอาชนะเพชรพริ้งเท่านั้น คุณไม่ได้รักผมเลยด้วยซ้ำ"
"คุณเองก็ไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับฉัน และคุณ…ก็ไม่ได้รักฉันเหมือนกัน"
รวิปรียาหันหลังเดินออกไป เทวามองตามเศร้าๆ ที่รวิปรียาไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของเขาเลย

บรรยากาศในห้องนอนดาวิกา
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นใคร เธอถอนใจเศร้าๆ
"นี่เขาคงไปแล้วจริงๆ"
แต่แล้ว.. เพชรแท้ก็เข้ามาในห้องนอนพร้อมแก้วใส่น้ำส้ม
"อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับดา"
ดาวิกาแปลกใจ "นี่คุณยังอยู่อีกหรือคะ"
"เห็นผมอยู่ตรงหน้านี้แล้วยังจะถามอีกหรือครับ"
ดาวิกาพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง
"คุณหลับไปตั้งนานจนผมกังวลเลยนะเนี่ย คุณหิวไหม นี่ผมคั้นน้ำส้มไว้ให้"
"คุณอยู่เฝ้าดาตลอดเลยหรือคะ"
เพชรแท้พยักหน้าตอบ "คุณดื่มน้ำส้มก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปหาอะไรให้ทาน"
ดาวิการับแก้วน้ำส้มจากเพชรแท้ไปดื่ม มองเพชรแท้อย่างซาบซึ้งใจ เห็นถึงความจริงใจของเพชรแท้

ผ่านเวลา ... ดาวิกาดื่มน้ำหลังจากที่กินข้าวต้มไปเสร็จแล้ว เพชรแท้นั่งอยู่ตรงข้าม
"ขอบคุณมากนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนดาทั้งคืน แล้วยังทำข้าวต้มให้ดาอีก แต่ที่จริง... คุณไม่ต้องพยายามทำดีกับดาขนาดนี้ก็ได้"
"ผมทำเพราะผมอยากทำ ไม่ได้ต้องใช้ความพยายามอะไร และที่ผมอยู่ที่นี่ทั้งคืนก็เพื่อจะรอฟังคำตอบจากคุณ ว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผมจริงๆ"
"คุณเพชร... ดาก็บอกคุณไปแล้วนี่คะว่าดา..."
เพชรแท้เข้ามายืนข้างโต๊ะข้างๆดาวิกา
"คุณมีลูกแล้ว แล้วยังไงครับ คุณคิดว่าพอคุณพูดแบบนั้นแล้วผมจะเผ่นหนีคุณไปทันทีงั้นเหรอ คุณประเมินความจริงใจของผมต่ำไปมากเลยนะ คุณรู้ไหม"
ดาวิกาอึ้งไป
"คนทุกคนมีอดีต มีเรื่องที่เราไม่อยากรับรู้ ไม่อยากจดจำ ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะต้องการจะหนีให้ไกลจากเรื่องพวกนั้น คุณเองก็คงเหมือนกัน และเมื่อเราอยู่ที่นี่แล้ว เราก็ควรจะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่"
"เริ่มต้นใหม่เพื่อที่จะเจ็บปวดอีกน่ะเหรอคะ"
ดาวิกาลุกขึ้น จะเดินหนีกลับเข้าห้องนอน เพชรแท้ส่งเสียงรั้งไว้
"แล้วการที่คุณจมอยู่กับอดีต มันทำให้คุณมีความสุขขึ้นหรือเปล่าล่ะ คุณก็ยังเจ็บปวดเหมือนเดิมอยู่ดี"
"คุณไม่มีวันเข้าใจ คุณไม่รู้หรอกว่าดาผ่านอะไรมาบ้าง"
"ใช่ ผมไม่รู้ และผมก็ไม่สนใจว่าอดีตของคุณจะเป็นยังไง ผมสนใจแค่วันนี้ ตอนนี้ วินาทีนี้ ผมอยากรู้แค่ว่า คุณพร้อมไหมที่จะเริ่มต้นใหม่กับผม"
ดาวิกายืนเงียบ ทั้งคู่มองหน้ากัน เพชรแท้ส่งมือออกไปให้ดาวิกาจับ ดาวิกามองมือนั้นอย่างชั่งใจ แล้วตัดสินใจยื่นมือไปจับมือเพชรแท้ เพชรแท้ดึงดาวิกาเข้ามากอด
"ต่อไปนี้เราจะไม่ขุดคุ้ยเรื่องอดีตของกันและกัน ผมจะไม่ถามคำถามอะไรที่จะทำให้คุณไม่สบายใจอีก เราจะทิ้งอดีตไว้ข้างหลังแล้วจับมือไปด้วยกันนะดา"
ทั้งคู่ยืนกอดกัน เพชรแท้จริงใจ ดาวิกาหลับตาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ มือดาวิกากอดเพชรแท้แน่นขึ้น ...
 
ทั้ง 2 คนกอดกัน

ตอนเย็น เพชรพริ้งยืนเชิดอยู่กลางบ้าน ในมือมีตะกร้าสำหรับเยี่ยมคนป่วยมาด้วย

"ฉันรู้มาว่าคุณเทวาไม่สบาย เลยจะมาเยี่ยม คุณเทวาอยู่ไหน"
รวิปรียายืนขวางอยู่ตรงหน้า
"สามีฉันเขาพักผ่อนอยู่ ไม่พร้อมให้ใครมาเยี่ยมตอนนี้"
"แต่ฉันเป็นคนพิเศษของคุณเทวา ทำไมจะเยี่ยมไม่ได้"
"ผู้หญิงที่เป็นแค่ของเล่นสนุกชั่วครั้งชั่วคราว เขาไม่เรียกว่าพิเศษหรอก"
เพชรพริ้งหันไปเสียงดังใส่จ๊ะเอ๋แทน
"นี่เธอ ห้องนอนคุณเทวาอยู่ไหน ฉันจะขึ้นไปเยี่ยมคุณเทวา"
"ห๊ะ..."
"อยากได้สามีฉันมากจนไม่รู้จักคำว่ายางอายเลยหรือพริ้ง บ้านนี้ไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ถ้าอยากเยี่ยมก็กลับมาวันหลังตอนที่คุณเทวาเขาพร้อมจะรับแขกแล้ว"
ขณะที่กำลังถกเถียงกัน เทวาก็โผล่ออกมายืนที่ระเบียงชั้นสอง ส่งเสียงลงมา
"ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว เชิญคุณพริ้งขึ้นมาได้เลยครับ"
เพชรพริ้งเบะปากใส่รวิปรียาประมาณว่าวันนี้เธอชนะ แล้วกระแทกไหล่รวิปรียาขึ้นไปชั้นสอง รวิปรียาหน้าเสีย

เพชรพริ้งวางตะกร้าเยี่ยมไข้ลงบนโต๊ะในห้อง แล้วเข้ามากระเง้ากระงอด
"พริ้งเอาของมาเยี่ยมคุณเทวาด้วยนะคะ เนี่ย.. พอได้ยินว่าคุณป่วยพริ้งก็เป็นห่วงจนต้องรีบมาเลยล่ะค่ะ"
เทวาพยายามตัดบท
" ผมไม่เป็นไรมากหรอกครับ นี่ก็ใกล้จะหายแล้ว"
"จริงๆแล้ว คุณน่าจะโทร.บอกพริ้งสักคำ พริ้งจะได้มาเยี่ยมเร็วกว่านี้ หรือไม่ก็มาดูแลคุณด้วยตัวเอง"
"ไม่เป็นไรครับ ก่อนหน้าคุณพริ้งจะมา คุณนิมมานเขาก็เพิ่งกลับไป"
"อะไรนะคะ นิมมานมาที่นี่ เขากล้าขนาดนั้นเลยหรือคะ ... เขาก็คงกำลังพยายามประกาศตัวว่าเขาเป็นเจ้าของรวิน่ะค่ะ เพราะเขาเพิ่งบอกพริ้งเมื่อเร็วๆนี้เองว่าจะหย่ากับพริ้งให้เร็วที่สุดจะได้เข้าหารวิได้อย่างเต็มตัว นี่รวิเองก็คงรอเวลาที่จะหย่าขาดจากคุณอยู่เหมือนกัน"
เทวาคิดในใจ "อยากจะหย่าเพื่อไปอยู่กับนิมมานงั้นเหรอ"
เทวายิ่งฟังยิ่งไม่พอใจ รู้สึกต้องกวนใจรวิปรียาให้ได้
"เย็นนี้คุณพริ้งมีธุระที่ไหนหรือเปล่าครับ"

จ๊ะเอ๋กำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้พร้อมสำหรับมื้ออาหารเย็น ดาริน รวิปรียา ตะวันเดินเข้ามา
"คุณพ่อล่ะจ๊ะเอ๋ ออกไปตีกอล์ฟตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่กลับอีกเหรอ" ดารินถาม
"ยังค่ะ แต่คุณผู้ชายโทรมาบอกว่าวันนี้จะไม่กลับมาทานข้าวเย็นที่บ้าน ให้ทุกคนทานกันไปก่อนได้เลยค่ะ"
ยังไม่ทันได้นั่ง ทุกคนก็เห็นเพชรพริ้งกำลังควงแขนเทวามาอย่างสนิทสนม ดารินแปลกใจ
"พริ้งขอร่วมโต๊ะด้วยคนนะคะคุณดาริน"
เพชรพริ้งจงใจไม่พูดกับรวิปรียา ยื่นหน้าไปหาตะวันซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะอาหาร
"สวัสดีค่ะ ชื่ออะไรคะ"
ตะวันไม่ตอบ
"อาชื่อพริ้งนะคะ วันนี้อาขอกินข้าวด้วยคนนะคะ"
เพชรพริ้งจะไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง แต่เสียงเล็กๆของตะวันท้วงขึ้น
"ตรงนั้นที่คุณแม่ค่ะ"
เพชรพริ้งเริ่มไม่พอใจ แต่ทำยิ้มร่าต่อหน้าเทวา
"งั้นอานั่งตรงนี้ได้ไหม" เธอจะไปนั่งอีกที่เก้าอี้อีกตัวนึงใกล้ๆตะวัน
"ไม่ได้ค่ะ ตะวันไม่ชอบกลิ่นน้ำหอม มันเหม็น" ตะวันทำเป็นย่นจมูก
ดารินกับจ๊ะเอ๋แอบยิ้มชอบใจ เทวาช่วยแก้สถานการณ์ให้
"มานั่งตรงนี้ก็ได้ครับคุณพริ้ง"
เทวาขยับเก้าอี้ที่ว่างตัวหนึ่งให้เพชรพริ้งนั่ง เพชรพริ้งเข้าไปนั่ง
"ขอบคุณค่ะ หนูตะวันนี่น่ารักเหมือนพ่อเลยนะคะ"
ดารินเบ้ปาก จ๊ะเอ๋ทำท่าขย้อนอยากจะอาเจียน
ดารินทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอลุกขึ้นแล้วเข้ามาคว้าแขนเทวาออกไปด้วยกันทันที เพชรพริ้งได้ทีหันมาหาเรื่องจิกกัดรวิปรียา
"หนูตะวันคะ รวิน่ะก็เป็นแค่แม่เลี้ยง ไม่จำเป็นต้องเรียกแม่ก็ได้ค่ะ"
ตะวันตอบห้วนๆ "แต่ตะวันอยากเรียก"
"พูดกับผู้ใหญ่ไม่มีหางเสียงแบบนี้ แม่เลี้ยงเขาไม่ได้สอนเหรอคะ"
"ฉันสอนให้ตะวันรู้จักสุภาพกับคนที่ควรสุภาพด้วยเท่านั้น"
จ๊ะเอ๋ช่วยเสริมผสมโรง
"ส่วนพวกสิงสาราสัตว์ เช่นชะนี อีเห็น หรือบ่างช่างยุ คุณตะวันไม่จำเป็นต้องพูดเพราะด้วยหรอกค่ะ"

เพชรพริ้งตาขวางหันขวับไปมองจ๊ะเอ๋ แต่จ๊ะเอ๋ลอยหน้าลอยตาใส่

ดารินลากแขนเทวามาคุยกันที่มุมหนึ่ง แล้วต่อว่าทันที

"นี่มันอะไรกันคะพี่เทวา"
"คุณพริ้งเขามาเยี่ยมพี่ พี่ก็เลยเชิญให้เขาอยู่ทานข้าวเย็นที่บ้านด้วยกัน"
"แต่พี่รวิกับยัยพริ้งนั่นเขาไม่ถูกกัน"
"นั่นมันไม่ใช่ธุระของพี่"
"พี่เทวา! ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ก่อนหน้านี้พี่พยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขา นี่พอได้เขามาแล้ว แทนที่จะเชิดชูทนุถนอมเขา พี่กลับลากเขาลงมาให้คนอื่นย่ำยีเล่น นี่พี่เป็นอะไร ต้องให้รินพาไปเช็คสมองหน่อยไหม"
"เธอไม่เข้าใจหรอก"
"ใช่ รินไม่เข้าใจ งั้นพี่ก็บอกมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
เทวาไม่ตอบแต่เดินเลี่ยงกลับเข้าบ้านไป ดารินร้องเรียกตามหลังอย่างขัดใจ
"พี่เทวา!"

ต่อมา ... ทุกคนนั่งรอบโต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีอาหารวางไว้พร้อมสรรพแล้ว บรรยากาศชวนอึดอัด
"ทานเยอะๆนะครับคุณพริ้ง แม่ครัวบ้านนี้ทำอาหารอร่อยมาก"
"จริงเหรอคะ แหม..ถ้าชิมแล้วพริ้งเกิดติดใจขึ้นมา จะทำยังไงดีล่ะคะเนี่ย"
"ก็มาทานบ่อยๆสิครับ บ้านนี้ยินดีต้อนรับอยู่แล้ว"
"แล้วรวิล่ะ จะต้อนรับญาติคนนี้หรือเปล่า"
"รวิเขาใจกว้าง ขนาดเพื่อนเก่าของเขา เขายังต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีได้ แล้วทำไมเขาจะต้อนรับคุณด้วยไม่ได้"
รวิปรียาไม่สนใจใคร หันมาดูแลตะวัน
"วันนี้แม่ทำปลานึ่งให้ตะวันด้วยนะคะ กินปลาเยอะๆ จะได้ฉลาดๆ"
"ใช่ แล้วผู้หญิงฉลาดน่ะ เขาไม่มาคอยตามจับสามีคนอื่นถึงที่บ้านหรอก มีแต่ผู้หญิงโง่ๆ เท่านั้นแหละที่ไม่มีสำนึกว่าอะไรควรหรือไม่ควร โง่ซะจนแม้แต่คำว่ายางอายก็ยังสะกดไม่เป็น" ดารินบอก
"ยางอายแปลว่าอะไรคะอาริน"
"ก็แปลว่า"
เทวาปราม ไม่ให้พูดเยอะไปกว่านี้ "ยัยริน!"
รวิปรียารำคาญเทวาจนหมดความอดทน เธอรวบช้อนแล้วลุกขึ้น
"อะไรกัน ยังไม่ได้กินเลยนี่รวิ อิ่มแล้วเหรอ"
รวิปรียาไม่ได้โต้ตอบ แต่จะลุกออกจากโต๊ะ
"พี่รวิอยู่แถวนี้แล้วคงรู้สึกพะอืดพะอมจนกินไม่ลง รินก็กินไม่ลงเหมือนกัน รู้สึกเหมือนได้กลิ่นน้ำเน่าแถวนี้" ดารินลุกขึ้นบ้าง
"ตะวันก็ไม่กินเหมือนกันค่ะ"
ตะวันลุกขึ้นตามดารินไป สามสาวเดินตามกันออกไป ก่อนไปดารินยังส่งเสียงเข้ามาให้เทวาได้ยิน
"บรรยากาศแถวนี้มันไม่เจริญหูเจริญตาเอาซะเลย งั้นเราสามคนไปหาอะไรๆ อร่อยๆนอกบ้านกินกันดีกว่านะคะพี่รวิ"
เพชรพริ้งยิ้มเยาะๆสะใจ เทวาหน้ายุ่งที่ดารินกับตะวันก็พลอยเข้าข้างรวิปรียากันหมด

นิมมานพารริศามาถึงหน้าร้านรองเท้าในห้างฯ ตอนกลางคืน
"ไหนว่าจะไปดูหนังกันไงคะ ทำไมพาริศามาที่นี่"
“ผมจะมาช่วยคุณริศาเลือกรองเท้า”
“รองเท้า? แต่ริศายังไม่ได้อยากได้รองเท้าคู่ใหม่ซะหน่อย”
“แต่ผมอยากซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้คุณ”
นิมมานดึงมือรริศาเข้าไปในร้าน มองไปรอบๆ แล้วชี้ให้พนักงานหยิบรองเท้าส้นสูงให้ดู
“ขอลองคู่นั้นหน่อยครับ”
“แต่คุณนิมมานคะ ปกติริศาไม่ใส่รองเท้าสูงแบบนี้”
พนักงานเอารองเท้ามาวางให้รริศาลองสวม
“ดูแล้วไซส์น่าจะพอดีนะครับ ลองดูก่อนสิ”
รริศายอมลองสวมรองเท้าอย่างว่าง่าย แล้วยืนมองกระจก นิมมานมายืนมองทางด้านหลัง ยื่นตัวมาพูดใกล้ๆ
“ผมชอบผู้หญิงใส่รองเท้าสวยๆ เพราะทำให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่”
รริศาเขิน

รริศากำลังยืนดูสร้อยเพชรเส้นเล็กๆ อยู่ตรงหน้าตู้โชว์กระจก นิมมานตามเข้ามาหา
“ชอบหรือครับ”
“ค่ะ แต่ดูไปอย่างนั้นเองค่ะ มันแพง แล้วก็ไม่รู้จะใส่ไปไหน”
รริศาเดินดูของต่อไป นิมมานมองตามรริศาแล้วก้มมองสร้อยในตู้

วันใหม่ บรมนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องทำงานใน BR Construction เทวานั่งอยู่ด้วย เมฆายืนรายงานอยู่
“เรื่องที่ไซต์งาน Wood Land ผมสืบมาได้ว่า นายวิทย์หัวหน้าคนงานเป็นคนปลุกปั่นพวกคนงานทั้งหมด ไม่กี่วันก่อนมีการโอนเงินก้อนใหญ่เข้าในบัญชีของเขาด้วย”
“งั้นนายวิทย์น่าจะได้รับการจ้างวานมาจากใครสักคน” บรมบอก
“คนที่น่าสงสัยมีอยู่ไม่กี่รายหรอกครับคุณพ่อ”
“พ่อก็พอจะเดาออก”
“ตอนนี้พวกนั้นพยายามจะเล่นงานเราให้ได้ทุกทาง คุณพ่อคิดว่าเราควรจะทำยังไงครับ”
“ตอนนี้เรายังเสียหายไม่มาก รอดูท่าทีไปก่อน”
เมฆาผงกศีรษะรับคำแล้วออกจากห้องไป พอเมฆาคล้อยหลังบรมก็หันมาคุยกับเทวาจริงจัง
“เทวา”
“ครับคุณพ่อ”
“ยัยรินบอกพ่อว่าเมื่อวานแกชวนเพชรพริ้งมากินข้าวที่บ้านเรา”
“ครับ”
“แกคิดจะทำอะไรของแก ใครๆเขาก็ดูออกว่าหนูรวิกับเพชรพริ้งเขาไม่ถูกกัน แล้วผู้หญิงคนนั้นก็จ้องจะจับแกตาเป็นมัน แล้วแกจะทำให้หนูรวิเขาลำบากใจทำไม”
เทวาเงียบ ไม่มีคำแก้ตัว
“ตอนนี้แกไม่ใช่หนุ่มโสดแล้ว จะทำอะไรก็นึกถึงจิตใจรวิปรียาบ้าง อย่าคิดว่าพอแต่งงานได้เขามาเป็นภรรยาแล้วจะทิ้งขว้างยังไงก็ได้ ระดับหนูรวิเองก็ใช่ว่าจะไม่มีทางไป ถ้าขืนแกยังทำแบบนี้ สักวันแกจะเสียหนูรวิไป”
เทวานิ่งฟังเหมือนยอมรับผิดแต่โดยดี เริ่มได้คิดตามที่บรมพูด

ต่อมา เทวาเดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน ครุ่นคิดเรื่องที่บรมเพิ่งจะพูดกับเขา ท่าทางเขากำลังรอคอย
ใครบางคน
สักพักจ๊ะเอ๋ก็จูงมือตะวันในชุดนักเรียนกลับมาถึงบ้าน เทวาดีใจ
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อ วันนี้คุณพ่อกลับเร็วจัง”
“พ่อมารอรับลูกไง” พลางชะเง้อมองหารวิปรียา “แล้วคุณแม่ล่ะ”
“คุณรวิไม่อยู่ค่ะ วันนี้จ๊ะเอ๋เป็นคนไปรับคุณตะวันค่ะ เพราะเมื่อเช้าตอนคุณรวิจะออกจากบ้าน เธอขนกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปด้วย แล้วสั่งไว้ว่าจะไม่กลับบ้านสองสามวันค่ะ”
“เขาไปไหน”
“จ๊ะเอ๋ก็ไม่ทราบค่ะ”

เทวากังวลใจ

เทวาขับรถเข้ามาในบริเวณบริษัทสยามเอ็นจิเนียริ่ง แล้วเข้าจอดรถที่มุมหนึ่ง

ยังไม่ทันที่จะลงจากรถ ก็เห็นภาพรวิปรียาเดินออกมาจากอาคาร พร้อมกับเลขา เทวาจึงหยุดดูท่าทีก่อน
รวิปรียากำลังสั่งงาน
“ฉันคงไม่ได้เข้ามาสักสองสามวัน มีอะไรก็รับเรื่องแทนไปก่อน แต่ถ้าเป็นเรื่องด่วนก็โทรเข้ามือถือก็ได้”
“ค่ะ”
รวิปรียาเดินจากอาคารตรงไปที่ยังรถของเธอที่จอดอยู่ แล้วขับออกไป
เทวาจะออกรถตามไป แต่ทันใด ก็มีมือใครบางคนเคาะกระจกด้านข้าง เทวาหันไปมอง เป็นเพชรพริ้งนั่นเอง
“เทวาคะ พอพริ้งเห็นว่าเป็นรถคุณก็รีบมาหาเลย คุณเทวามาที่นี่ทำไมคะ หรือว่ามาหาพริ้ง”
“คือผม.. “ สายตามองไปทางรถรวิปรียาซึ่งเคลื่อนออกจากบริษัทไป
เพชรพริ้งรู้ทัน
“มาหารวิหรือคะ เขาก็คงจะรีบเลิกงานออกไปหานิมมานเหมือนเคยนั่นแหละ”
“ผมต้องรีบไปแล้ว วันหลังค่อยคุณกันนะครับคุณพริ้ง”
เทวาขับรถตามรถของรวิปรียาออกไปทันที เพชรพริ้งได้แต่มองตามแล้วหงุดหงิด
“โอ๊ย”

รถของรวิปรียาแล่นอยู่บนถนนใหญ่กลางกรุงเทพ
ภายในรถ รวิปรียากำลังขับรถขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ก็ดังอย่างต่อเนื่อง เธอปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์ เห็นชื่อเทวาโทรเข้ามา แต่ทำเป็นไม่รับซะอย่างนั้น

ในรถของเทวา เขากำลังขับรถขณะใส่หูฟังเพื่อโทรหารวิปรียาไปด้วย ผ่านกระจกหน้ารถออกไปเห็นท้ายรถของรวิปรียา
“จะไปไหนของเขา ไม่ยอมรับสายอีกต่างหาก” เทวากดวางสาย
จู่ๆเขาก็นึกถึงคำพูดของจ๊ะเอ๋
จ๊ะเอ๋บอกเทวาว่ารวิปรียาจะไม่อยู่บ้าน2-3วัน
นึกถึงภาพที่นิมมานกอดรวิปรียาที่บ้านบริรักษ์
เทวาเห็นรวิปรียากอดกับนิมมานในงานแต่งงานนิมมาน รวิปรียาบอกว่าเธอจะรอนิมมานจนกว่าเขาจะเป็นอิสระจากเพชรพริ้ง
“หรือว่า.. จะนัดกับนิมมานจริงๆ”

รวิปรียาขับรถออกนอกเขตกรุงเทพ ผ่านป้ายบอกทาง
รถของเทวาตามหลังรถของรวิปรียา มาห่างๆ ผ่านป้ายบอกทางอันเดียวกัน
“นี่นัดกันออกนอกเมืองเลยเหรอ” เทวาเริ่มโกรธ

เทวาขับรถตามรวิปรียาออกมาจนถึงถนนนอกเมืองสายหนึ่ง เขาจี้เข้าไปใกล้ขึ้น แล้วบีบแตรให้รวิปรียาจอด
รวิปรียามองกระจกส่องหลัง เห็นรถของเทวาตามมาติดๆ
รวิปรียาแปลกใจ “คุณเทวา นี่ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
เสียงแตรจากรถของเทวาดังขึ้นอีก แต่รวิปรียาไม่หยุดรถ
“อะไรของเขา”
เมื่อเทวาเห็นรวิปรียาไม่หยุดรถ จึงขับแซงขึ้นมาปาดหน้ารถรวิปรียาแล้วจอดเอี๊ยดดักหน้า รวิปรียาจำเป็นต้องหยุดรถตาม เทวาลงจากรถมาเดินตรงมาหาที่รถ รวิปรียาเองก็เปิดประตูลงจากรถโกรธๆ
“เล่นบ้าอะไรของคุณ”
“ผมมาพาคุณกลับบ้าน”
เทวาเข้ามาคว้ามือรวิปรียาจะพาไปด้วยกัน
“ฉันจะกลับเมื่อฉันอยากกลับ คุณจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาเนี่ย”
เทวาไม่ฟัง แถมยังเข้าไปดับเครื่องรถรวิปรียาดึงกุญแจออก
“คุณเทวา ปล่อยนะ นี่คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ”
“แล้วคุณล่ะเป็นอะไร มีสามีอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน ยังกล้านัดแนะกับแฟนเก่าไปค้างอ้างแรมกัน”
“ไปกันใหญ่แล้ว แต่ถึงฉันไปกับเขาจริงมันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ”
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“ไม่! หยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาทำพฤติกรรมเป็นเจ้าข้าวเจ้าของป่าเถื่อนแบบนี้ ฉันไม่ชอบ”
“ งั้นคงชอบพฤติกรรมแบบลักกินขโมยกินแบบนิมมานงั้นสิ”
เทวาลากตัวรวิปรียาไปที่รถเขา แต่รวิปรียาสะบัดมือหลุด แล้วตบเทวาฉาดใหญ่ จะเดินกลับรถ แต่เทวาเข้ามาดึงตัวไว้ให้หันมาแล้วจูบรุนแรง รวิปรียาดิ้นขัดขืนผลักเทวาออกแต่เทวาตะครุบตัวไว้ได้
รวิปรียายิ่งดิ้น เทวาทั้งดึงรั้งกอดรัดแล้วสุดท้ายก็อุ้มรวิปรียาขึ้นมาเพื่อตัดปัญหา
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย.. คุณมันบ้าไปแล้ว”
เทวาอุ้มรวิปรียามาใส่รถของเขา จับนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับและดึงเข็มขัดนิรภัยมาสวมทันที รวิปรียาทำท่าจะปลดออก แต่เทวาทำหน้าดุเตือน
“จะนั่งดีๆ หรือต้องให้ผมจูบอีก”
รวิรียาผงะหนี เอามือปิดปาก
“ไม่ว่าคุณจะหนีลงไปสักกี่รอบ ผมก็จะไปลากคุณกลับมาอยู่ดี ไม่เชื่อก็ลองดู”
เทวาเดินอ้อมไปนั่งตรงที่คนขับ รวิปรียาฮึดฮัดฟึดฟัดไม่พอใจแต่จะลงไปก็ไม่กล้า พอเทวาปิดประตูรถแล้วเธอก็โพล่งขึ้น
“ฉันไม่ได้จะไปหานิมมาน”
“แล้วคุณจะไปไหน”
“ฉันมีนัด นัดที่สำคัญมากด้วย แบบนี้จะปล่อยฉันไปได้หรือยัง”
“ยัง คุณจะไปไหนผมจะพาไปเอง นัดสำคัญที่ว่าเนี่ย ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณนัดกับใคร”
เทวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
เทวารอสายสักพัก แล้วสั่งการ “เมฆา ช่วยมาจัดการเรื่องรถของรวิด้วย”

รถของเทวาเคลื่อนออกจากบริเวณนั้นไป

อ่านต่อตอนที่ 15

#ใจลวง #thaich8 #ละครออนไลน์
กำลังโหลดความคิดเห็น