xs
xsm
sm
md
lg

“หมอเพื่อน” สุดปลื้มรับบทหมอแพรขวัญ ใน “อ้อมกอดเขมราฐ”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ด้วยคำจำกัดความที่บอกว่า อ้อมกอดที่ไหน ก็ไม่อบอุ่นเท่า “ที่นี่”.. "อ้อมกอดเขมราฐ" ผลงานสุดโรแมนติกของ 6 นักแสดงรุ่นใหม่มาแรง “กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา” , “หมอเพื่อน-กอบกุลยา” (รองนางสาวไทยอันดับ 1 ปี 2552), “เต๋า-ภูศิลป์” (ศิลปินหนุ่มสังกัด แกรมมี่ โกลด์), “ฟลุค-ธีรภัทร” (นักแสดงหนุ่มฮอตฮิตจาก พี่ชาย My Bromance), “น้อง-พุดทะสอน” (สาวน้อยจากเพื่อนบ้านริมฝั่งโขง), “ปาล์มมี่-นันทริยา”

หมอเพื่อน คุณหมอคนสวย แพทย์สาวเจ้าของเกียรตินิยมอันดับสอง จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมตำแหน่งรองนางสาวไทยอันดับหนึ่งปี 2552 เล่าถึงบทบาทของตัวเองในหนังครั้งนี้ว่า

“ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณที่ได้หยิบยื่นโอกาสนี้ให้เพื่อนค่ะ เพื่อนรู้สึกภูมิใจและดีใจมากๆ ที่ได้เป็นหนึ่งใน อ้อมกอดเขมราฐ ซึ่งเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด งานครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ในอีกรูปแบบที่เราไม่เคยเจอ ไม่เคยมีประสบการณ์ หรือไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในวิชาชีพแพทย์ นอกจากยังเป็นความรักความอบอุ่น ความสนุกที่ลงตัว ตอนลงกองถ่ายทำหนังกัน ทีมงานน่ารัก มากๆค่ะ พี่ๆทุกๆฝ่ายทุกๆส่วน นักแสดงด้วยกันก็ยิ่งน่ารัก ทั้งพี่กอล์ฟ,น้อง พุดทะสอน , น้องปาล์มมี่, น้องฟลุ้ค, น้องเต๋า ภูศิลป์ ที่สำคัญรวมทั้งสถานที่ถ่ายทำ,วิว และธรรมชาติ อำเภอเขมราฐเป็นเมืองที่สวยงาม น่าอยู่มากๆค่ะ ไปถ่ายแต่ละครั้งเหมือนได้ไปอีกเมืองๆ หนึ่ง หลุดพ้นจากความวุ่นวายของเมือง ซึ่งทำเอาหลงรักเขมราฐแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยค่ะ ตัวเพื่อนเองก็เลยอยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความรู้สึกแบบเดียวกันกับเราในโรงภาพยนตร์เช่นกันค่ะ”

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นทุกครั้งเวลาที่มีคำถามว่าทำไมถึงมาประกวดนางสาวไทย เพื่อนมักจะตอบกรรมการเสมอว่า “การได้ลงประกวดก็เพื่อให้เพื่อน ได้มีโอกาสได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมในมุมที่กว้างขึ้นคะ และถ้าโอกาสที่เพื่อนได้รับในครั้งนี้จะทำให้น้องๆ แพทย์จบใหม่ หันมาให้ความสำคัญกับการใช้ทุนที่ชนบทด้วยความรัก ไม่ว่าจะเป็นรักในวิชาชีพ,รักในธรรมชาติ และรักในอุดมการณ์ที่ทรงคุณค่า นั่นคงจะเป็นความสำเร็จสูงสุดของมงกุฎที่ประดับบนสายสะพายรองนางสาวไทยของเพื่อน ที่ได้ทำเพื่อวิชาชีพของแพทย์ที่เพื่อนรักค่ะ แล้วก็ทำให้เพื่อนได้มีประสบการณ์ใหม่ในชีวิต กับการที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหนังรัก-โรแมนติกเรื่องนี้ พูดแบบเปิดอกยอมรับเลยว่าแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะตอนแรกที่ทีมงานติดต่อมา ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ได้ยินคร่าว ๆ แค่ว่าจะให้เราแสดงหนัง เพื่อนเองก็ตอบปฏิเสธไปก่อนเลยค่ะ คิดในใจว่า ไม่น่าจะไหวนะคะพี่ คงไม่ใช่เพื่อนแน่ๆ (หัวเราะ) แต่ทีมงานก็พยายามแล้ว พยายามอีก จนถึงกับฝากบทภาพยนตร์เอาไว้ให้เพื่อนอ่านดูก่อน ซึ่งพอว่างเว้นจากงานอื่นๆพอเพื่อนได้อ่านก็รู้สึกทันทีว่าความเป็นหมอแพรขวัญ ที่ตัวเราเองสัมผัสได้ มันทำให้เพื่อนปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เพื่อนต้องรีบโทรกลับไปคุยกับ พี่หมอฤทธ ผู้กำกับ และความที่ตัวแพรขวัญเองก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีความมุ่งมั่น ซึ่งน้อยคนนักที่จะเลือกใช้ทุนในชนบท โดยเฉพาะคนที่มีทางเลือกที่เพียบพร้อม และหลากหลายอย่าง "หมอแพรขวัญ" ในเรื่อง การตัดสินใจของแพรขวัญทำให้นึกถึงวินาทีที่ได้ตำแหน่งรองนางสาวไทยเหมือนกัน มันช่างไม่ต่างกันเลย เพราะในตอนนั้นเพื่อนเองก็เลือกที่จะใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชนแถบชนบท เพราะเพื่อนชอบในความเป็นธรรมชาติ ความน่ารักของคนในพื้นที่ ที่เป็นอยู่แบบพี่ๆน้องๆ พึ่งพาอาศัย เกื้อกูลกัน และการเป็นหมอคนเดียวของโรงพยาบาล เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าที่สุดของหมอหนึ่งคนที่ต้องได้ลอง และสัมผัสสักครั้งในชีวิตค่ะ ดังนั้น แพรขวัญ จึงเป็นตัวแทนของคนเมืองที่มองเมืองอีสานอย่างงดงาม เช่นเดียวกันกับที่เราอยากเป็นตัวแทนของหมอที่ได้แสดงให้ใครๆ เห็นว่า บ้านเกิดของเรานั้นงดงามเพียงใด และการเป็นหมอชนบทก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีที่สุด ที่หมอจบใหม่อย่างเราไม่ควรพลาดค่ะ คาแรกเตอร์ที่มีความใกล้เคียงกับตัวตนของเราอยู่พอสมควร “แพรขวัญ" เป็นแพทย์จบใหม่ที่มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตเพื่อสังคม มีความคิดเป็นของตัวเอง นอกจากการที่ยังมีฐานะดี,เป็นคนกรุงเทพ และจบจากมหาวิทยาลัยรัฐที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของประเทศ ตลอดจนยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี,ตั้งใจทำงาน,อ่อนหวาน แต่ไม่ชอบแสดงออก แต่ต้องคอยเก็บเอาไว้เพราะความที่ตนมีอาชีพเป็นแพทย์ หากบางเวลาก็แสดงออกถึงความน่ารัก,มีอารมณ์ขัน อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นที่เก็บเอาไว้ในใจ ในความต้องการที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และมีความสุขใจในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของเงินทอง ในที่สุดเธอก็ตกหลุม ได้หลงรักในความเป็นชนบท และชื่นชมในสุนทรีของธรรมชาติที่ไม่ยึดติดกับวัตถุ แม้ว่าทางบ้านจะมีกิจการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โตอยู่ในกรุงเทพก็ตามทีคะ” การทำหน้าที่เป็นนักแสดงครั้งนี้ เพื่อนอยากบอกว่า อ้อมกอดเขมราฐ ถือว่าเป็นการแสดงครั้งสำคัญ เปิดกล้องวันแรกนี่ไหว้พระประมาณ 30 กว่ารอบ เพราะกลัวจะทำให้นักแสดง และทีมงานทุกคนต้องล่าช้าเพราะเรา สมาธิๆ ท่องไว้ตลอด ติดปากเลย คงเพราะความที่ไม่เคยชินกับบทบาทที่ต้องเล่นเป็นอีกคนหนึ่ง แถมยังไม่เคยถ่ายกับกล้องหนังตัวใหญ่ ๆ ที่ผ่านมาเคยเห็นแต่ตอนดูทีวีว่าเขาทำกันยังไง แต่บรรยากาศรอบข้าง สถานที่จริง บทประพันธ์ และผู้กำกับ พี่หมอริทก็ทำให้เพื่อนเข้าใจความเป็นตัวตนของแพรขวัญมากขึ้น เบาขึ้น สบายขึ้น ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอบคุณองค์ประกอบทุก ๆ อย่างที่ช่วยทำให้เพื่อน กลายเป็นแพรขวัญในวันนี้ได้ในที่สุดค่ะ เป็นกำลังใจให้เพื่อนด้วยนะคะ” หมอเพื่อนกล่าวทิ้งท้าย












กำลังโหลดความคิดเห็น...