xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 6

อานนท์กลืนน้ำลาย นั่งมองสุชาดาผมยาวสยายสวย ก้มหน้าซ่อมเครื่องเรือ มีรอยเปื้อนที่หน้านิดหน่อย เขามองเพลิน
 
สุชาดาหันมามอง อานนท์ยังไม่รู้สึกตัว เธอแปลกใจในพฤติกรรมของเขา พลางส่ายหัวแบบน่าเบื่อ ครู่หนึ่งได้ยินเสียงอานนท์ก็หัวเราะออกมา เธอมองเขาตาเขียว ทำให้เขายิ่งหัวเราะมากขึ้นไปอีกจนเธอทนไม่ไหว
"นี่คุณ มีอะไรน่าขำนักหนาฮึ นั่งหัวเราะอยู่ได้"
อานนท์พยายามหยุดหัวเราะ
"ก็ขำตัวเองน่ะซิ"
"หมายความว่ายังไง ขำตัวเอง คุณนี่เพื้ยนจริงๆ นะ มีอย่างที่ไหนขำตัวเอง"
"จะไม่ให้ขันตัวเองได้ยังไง ในเมื่อผมไม่เคยมองว่าคุณจะเป็นผู้หญิงได้ขนาดนี้เลย"
สุชาดาหันมามองเอาเรื่อง
"อ้าว...แล้วคุณมองฉันยังไง พูดแปลกๆ"
อานนท์พยายามไม่หัวเราะยังจ้องมองหน้าเธอแล้วพิจารณาอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจพูด
"ผมคิดว่าคุณนะมีร่างกายเป็นผู้หญิง แต่จิตใจอยากเป็นผู้ชายมากกว่า"
เธอทั้งโกธรทั้งตกใจ
"หรือว่าคุณเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ"
"คิดอะไรบ้าๆ"
"จะไม่ให้ผมคิดได้ยังไง ทำท่าเป็นผู้หญิงอย่างที่เขาเป็นกันซะที่ไหน...แต่งตัวก็เหมือนผู้ชาย กิริยามารยาทก็ไม่เหมือนผู้หญิงซักนิด"
"คุณก็เลยสรุปเอาเอง ก็นั้นและซิ คุณคงเคยเห็นเคยเจอแต่ผู้หญิงประเภทเดินไปกรีดกรายไปน่ะซิ...ฉันมันคนสวน คนบ้านนอก...จะไปเดินสะดิ้งเหมือนสาวชาวกรุงได้ยังไง"
อานนท์หยุดหัวเราะมองสุชาดายิ้มๆ เธอก็ค่อยหายหน้าบึ้งก้มหน้าแก้เครื่องเรือ
"นี่สุ...หันมานี่แน่ะ..จะบอกอะไรให้"
สุถามห้วนๆ
"อะไร"
"อย่าเพิ่งยุ่งกับเรื่องเรือเลยน่า...ประเดี๋ยวผมจะช่วยแก้เครื่องเรือให้ อย่าลืมว่าผมเป็นเอ็นจิเนียร์นา...มานั่งกินขนมนี่กันดีกว่า"
อานนท์กินขนมอีก
"อร่อยจริงๆ นะ"
อานนท์ยิ้มอย่างเอาใจ สุชาดามองตอบอานนท์หน้าค่อยๆหายบึ้ง

อานนท์เอาไม้พายยันเรือเข้ากับตลิ่ง แล้วเอาเชือกไปผูกกับต้นไม้แถวๆ นั้นไว้ เดินกลับมานั่งในเรือ สุชาดามองอานนท์อย่างขำๆ อานนท์รินน้ำชาใส่ถ้วยให้
"เรามากินน้ำชากันก่อนดีกว่า...ขนมเค้กอันเล็กๆ ของคุณอร่อยมากทีเดียว...ทำที่ไหน"
เธอจิบน้ำชา หน้าหายบึ้ง แต่ไม่ตอบคำถาม เขาถามซ้ำ
"ผมพูดจริงๆนะ ว่าอร่อยมาก ทำจากไหนละครับ ผมจะซื้อไปฝากคุณพ่อคุณแม่"
เธอมองให้แน่ใจว่า เขาถามด้วยความจริงใจหรือไม่ เห็นเขาหยิบขนมเค้กเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
"ทำที่บ้าน..จูเหลียงคนเก่าแก่ของเราทำได้ทั้งอาหารจีน อาหารฝรั่งเศส บาร์เก็ต กับ เค้กพวกนี้เค้าก็ทำเอง"
อานนท์ยิ้ม
"ช่างวิเศษจริงๆ ถึงว่าบ้านคุณถึงมีอาหารอร่อยๆ ให้ทานทุกวัน"
สุชาดาพูดอวด
"จูเหลียงเป็นถึงหัวหน้ากุ๊กในไซง่อนเชียวนะ"
อานนท์ค่อยๆเอาผ้าเช็ดมือจะไปเช็ดรอยเปื้อนที่ใบหน้าของสุชาดา เธอตกใจหันหน้าหนี
"ทำอะไรนะ"
"ก็หน้าคุณเปื้อนนะซิ"
สุชาดาดึงผ้าจากมือเขาไปเช็ดที่หน้าตัวเองแต่เช็ดผิดที่ อานนท์ชี้ให้ดูว่าเปื้อนตรงไหน เขามองใบหน้าที่สวยงามของเธอแล้วก็ตกตะลึงนิดหนึ่ง เธอเองก็มองหน้าเขาเหมือนกัน เธอรู้ตัวหันหน้าหนีอย่างเขินๆ อานนท์เองก็รู้สึกเขิน เธอโยนผ้าคืนให้
"ช่างใหญ่...หน้าตาเลอะหมด"
"เรือตุ๊กๆ ลำนี้มันเคยซ่อมง่ายนี่นา"
อานนท์เดินไปดูเครื่องเรือ แต่ก็หันมาคุยต่อ
"คุณอยู่ในสวนอย่างนี้เบื่อไหม"
"ไม่เบื่อ...ชอบมากซะอีก"
"แล้วเข้ากรุงเทพบ่อยไหม"
"ไม่บ่อย มีธุระก็ไป ไม่มีก็อยู่ในสวน เรามีทุกอย่างที่ต้องการที่นี่…จะไปกรุงเทพทำไม"
"เคยเข้าไปดูหนัง ดูละครบ้างมั้ย"
"แม่ชอบดูละคร...ไปดูบ่อยมาก...ถามทำไม"
"ถามเพราะอยากรู้น่ะซี่ ใช้ชีวิตเก็บตัวอยู่อย่างนี้เสียดายแย่...เพื่อนฝูงก็ไม่มี"
สุชาดาหัวเราะ
"เพื่อนเหรอ" สุชาดาหันไปตะโกน "ไอ้เล็ก...ไอ้เล็ก"
อานนท์ทำหน้างง
"เรียกใคร"
สักพัก... เล็กชาวบ้านพุงใหญ่มีหนวดเดินมา
"มาทำไมไอ้สุ"
"ไปขอกล้วยตากแม่แกมาให้กินหน่อย"
เล็กทำหน้างง
"แค่อยากกินกล้วยตาก ก็ต้องตะโกนซะลั่นคลอง" เล็กบอก
เล็กเดินกลับไป อานนท์ที่กำลังซ่อมเครื่องหันมาหัวเราะแจ่มใส
"คนแถวนี้เป็นเพื่อนของเราหมด...เราเป็นผู้ที่มีเพื่อนมากกว่าใครๆ ทั้งสิ้น ลองบอกว่าอยากได้อะไรสิ"

เล็กเดินกลับมา ถือกระด้งตากกล้วยตากมาเหวี่ยงเบาๆ ให้อานนท์ อานนท์รับแทนไม่ทัน..
"พอกินไม๊"
"พอจ้ะ...ขอบใจน" สุชาดาบอก
เล็กเดินกลับไปพูด "เออ" ไม่เหลียวหลัง
อานนท์สตาร์ทเครื่องเรือ เรือก็ติดโดยง่าย สุชาดายิ้ม อานนท์หยิบกล้วยตากในกระด้งขึ้นมากินด้วยสีหน้ายิ้มมีความสุข..

อานนท์ขับเรือมาเทียบที่ท่าเรียบ แล้วหันไปยิ้มกับสุ
"บอกแล้วว่าผมขับได้ เห็นฝีมือไหมล่ะ"
"เก่ง…แต่เรือนี่มันขับง่าย ถ้าเป็นเรือลำใหญ่คงต้องหัดอีกนาน"
"ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยหัดผมให้ขับได้ไห"
"จะหัดไปทำไม...อีกไม่นานงานคุณก็เสร็จแล้ว"
อานนท์ยิ้มแจ่มใสมองหน้าเธอนิดหนึ่ง
"ถึงงานผมจะเสร็จแล้ว...ผมก็จะขออนุญาตนายตวันมาที่นี่บ่อยๆ ว่าแต่คุณจะว่าอะไรมั้ย"
"นั่นมันเรื่องของคุณ...ไม่เกี่ยวกับฉันนี่"
ลุงชาวบ้านที่เคยทักอานนท์ กับ โสภณเข้ามาหา ยกมือไหว้สุชาดา
"นายสุมาซะเย็น"
สุชาดาหันไปยิ้มกับลุง อานนท์ลงจากเรือยืนอยู่ที่ท่าน้ำ
"เป็นไงลุง...หายไปซะนานเลย"
"คือ…ฉันกับแม่ไอ้หนูจะขอไปทำกะลาต่อได้ไหมนาย"
"เอาสิจ้ะ...ตอนนี้งานเยอะ มาช่วยกันหน่อยก็ดีลุง มาพรุ่งนี้เลยก็ได้"
ลุงดีใจยิ้มฟันดำ
"พรุ่งนี้ไปตะเช้าเลยจ้ะ"
ลุงยกมือไหว้แล้วเดินไป อานนท์มองสุชาดาด้วยสีหน้าชื่นชมจนเธอนึกเขิน รีบพูดแก้เก้อ
"พรุ่งนี้จะมารับเวลาเดิม"
"จะกลับเลยเหรอครับ"
"จะให้อยู่ทำไมล่ะ...กว่าฉันจะกลับถึงบ้านกับเรือนี่น่ะคงจะค่ำแหล่ะ...แน่ใจนะว่าซ่อมแล้วมันจะไม่เกเรกลางทางน่ะ"
"รับรองคุณถึงบ้านโดยปลอดภัยแน่นอน...พรุ่งนี้เช้าผมจะมารอคุณที่นี่นะ"

สุชาดายิ้มๆไม่ตอบ ขับเรือออกไป อานนท์มองตามอย่างพอใจ

นงลักษณ์กำลังแกะสลักหอมใหญ่ให้เป็นรูปดอกไม้ มีสมใจคอยช่วย ตระกลนั่งอยู่ใกล้ๆ พยายามแกะสลักหอมใหญ่ลูกเล็กๆ คอยเช็ดน้ำตาไปเรื่อย นงลักษณ์ กับ สายใจมองแล้วก็พากันยิ้ม

"เอาแกว่งในน้ำเกลือเสียหน่อยสิคะ...จะได้ไม่แสบตา"
ตระกลกระพริบตา
"ผมจะลืมตาไม่ขึ้นแล้วครับ"

นงลักษณ์หัวเราะ
"พอแล้วค่ะ...เดี๋ยวฉันกับสายใจทำเองดีกว่า"
ตระกลส่งหอมใหญ่ที่แกะอยู่ให้นงลักษณ์ มือโดนกันโดยบังเอิญ นงลักษณ์รีบหดมือกลับ
"ขอโทษครับ"
นงลักษณ์ยิ้มอายๆ สายใจแอบยิ้ม
"ไม่เป็นไรค่ะ...คุณตระกลไปนั่งเล่นดีกว่าค่ะ"
"ผมนั่งดูอยู่ที่นี่ก็ได้ครับ เพลินดี ไม่คิดว่าจะทำยากอย่างนี้"
เสียงรถอานนท์แล่นเข้ามา นงลักษณ์ กับตระกลหันไปมอง
"คุณนนท์มา...สายใจไปเตรียมตั้งโต๊ะและรีบไปตามสิรีมาทานข้าวได้แล้ว"
สายใจลุกออกไป ตระกลลุกขึ้นยืนคอย อานนท์เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมาก ครั้นเห็นตระกลก็แปลกใจเล็กน้อย
"อ้าว...ตระกลอยู่นี่เอง ไม่เห็นรถนาย"
ตระกลชี้มือไปบ้านสมร
"จอดอยู่บ้านโน่น"
อานนท์หันไปหานงลักษณ์
"ทำอะไรอยู่จ๊ะ...หิวข้าวจังเลย"
นงลักษณ์รีบลุกขึ้น
"จะตั้งโต๊ะในสองนาทีนี้ละค่ะ"
อานนท์หันมาทางตระกล
"นายเตรียมเครื่องดื่มนะ...ขอไปชำระร่างกายก่อน"
ตระกลมองอานนท์ยิ้มๆ
"วันนี้อารมณ์ดีจริงนะ"
"มีเรื่องประหลาดใจนิดหน่อย"
"ประหลาดใจอีกแล้วเหรอ"
อานนท์ยิ้มสนุก

ที่โต๊ะอาหาร ผ่านเวลาจนทานกันใกล้เสร็จแล้ว อานนท์นั่งดื่มเครื่องดื่มกับตระกล นงลักษณ์ กับ สิรี ซึ่งดูหน้าเครียดๆ ฟังทั้งสองคุยกัน ตระกลหัวเราะชอบใจเมื่อฟังเรื่องทั้งหมด
"ฉันอยากเห็นหน้านายตอนนั้นจริงๆ"
"ตอนไหนล่ะ"
"ก็ตอนที่นายเห็นสุเค้าถอดหมวกออกน่ะสิ"
อานนท์ทำหน้าเห็นด้วย
"ต้องบอกว่าช็อกไปเลย"
"แล้วนายว่าเค้าสวยไหมล่ะ"
อานนท์ทำท่านึก
"เค้าไม่ใช่ผู้หญิงสวยจัดอย่างวนิดา...แต่เค้าสวยแบบสวยน่ารัก...ดูดีไปหมด"

ตระกลมองหน้ากับนงลักษณ์
"เอาอีกแล้ว อย่าบอกนะว่าตอนนี้ติดใจเค้าแล้ว"
อานนท์โบกไม้โบกมือ
"ยังไม่ถึงขนาดนั้นตระกล...สุน่ะ..เป็นผู้หญิงที่อวดดีที่สุด พูดจาก็ห้วนๆ ไม่อ่อนหวานเลย...ไม่มีคุณสมบัติผู้หญิงในอุดมคติของกันเลยละ"
"สู้คุณวนิดาไม่ได้...รายนั้นหวานน้ำตาลสู้ไม่ได้" นงลักษณ์บอก
อานนท์หัวเราะ
"นั้นสิ...วนิดาน่ะอ่อนหวานน่ารัก...แต่สุนี่กิริยามารยาทก็แข็งๆ...ไม่มีลีลาท่าทางจริตจะก้านเอาซะเลย"
"ไม่ดีเหรอคะ น้องว่าอย่างนี้สิคะดี ดูคบง่าย"
อานนท์ทำท่าคิด
"ไม่รู้สิ"
"ถ้าอย่างนั้นสุคนนี้ก็ไม่ค่อยสวยสิ กิริยาก็ไม่น่าดู และไม่ใช่สเปกนาย ไม่สนใจใช่ไหม"
อานนท์รีบเถียง
"ใครบอก...เค้าเป็นผู้หญิงที่ไม่ซ้ำแบบใครนั่นแหล่ะที่น่าสนใจ เห็นครั้งเดียวจะต้องจำได้...ไอ้คำพูดกวนๆ ของเค้ามันก็ทำให้กันสนุกดีเหมือนกัน...เหมือนได้ลับสมองตลอดเวลาไง"
ตระกลหันไปหัวเราะกับนงลักษณ์
"สรุปว่าเค้าไม่ใช่ทอมบอยไม่เต็มเต็งอย่างที่นายเคยพูด กลายเป็นสาวสวยน่ารักแถมฉลาดไปซะแล้ว"
"ใช่…นั้นสิ...มันน่าแปลกใจไหมล่ะตระกล"
ตระกลยิ้มๆ หันไปเห็นสิรีนั่งเครียดๆ
"ไม่ค่อยสบายหรือเปล่าหลานสิรี...เหมือนเหนื่อยๆ นะ"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ...แค่เบื่อๆ นิดหน่อย" สิรีบอก
"เบื่ออะไรล่ะ...อยากจะเล่าให้เราฟังก็ได้นะ จะได้ช่วยกันคิด"
นงลักษณ์มองหน้าสิรี
"อยากไปคุยกับเราบนบ้านไหม"
สิรีถอนใจ
"ไม่มีอะไรมากหรอก ปริศนาน่ะซิ มาคุยกับคุณแม่เรื่องเพื่อนอาวิรัช ใครก็ไม่รู้ เค้าอยากให้เราไปทานข้าวกับเขา"
"ก็ดีนี่...เพื่อนคุณวิรัชเหรอ...ชื่ออะไร"
สิรีพยายามนึก
"จำไม่ได้..แต่...ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนอาวิรัชคนนี้เค้าอยากชวนไปทานข้าวจริงๆ หรือว่าปริศนาเจ้ากี้เจ้าการไปเอง ปริศนาก็รบเร้าจะให้ไปซะให้ได้ เราไม่อยากไปหรอก"
"ปริศนาเค้าคงหวังดีมากกว่า แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ไม่มีอะไรที่น่าเกลียดนี่นา"
สิรีสะบัดผม
"มันน่าเบื่อค่ะอาตระกล...ทำไมแม่กับปริศนาต้องเดือดร้อนที่สิรีไม่มีคู่ ผู้หญิงอยู่เป็นโสดมันน่ารังเกียจหรือไงคะ"
"สิรี...คุณยังไม่แก่ขนาดที่จะคิดเป็นโอลเมทต์หรอกนะ" อานนท์บอก

สิรีมองอานนท์ตาเขียว
"คุณอานนท์...ถ้าคิดจะเป็นเพื่อนกับฉันอย่าพูดคำนี้อีกนะคะ"
สิรีค้อน อานนท์หน้าเหรอหรา...

ตระกลพาสิรีเดินกลับบ้าน สิรีหน้างอเพราะคำพูดอานนท์ ตระกลหัวเราะชอบใจ
"สิรีก็อย่าคิดมาก...เจ้านนท์เค้าไม่ได้พูดว่าสักหน่อย"
"ก็สิรีไม่ชอบคำนี้นี่คะ...โอลด์เมทต์ ฟังแล้วหดหู่"
"นี่…เราน่ะอายุยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น…คำนี้เค้าใช้กับผู้หญิงอายุมากๆ ที่ไม่คิดจะแต่งงานแล้วต่างหาก จะไปคิดว่าเค้าหมายถึงเราได้ยังไง"
"ดีนะที่สิรีไม่หลวมตัวไปคิดชอบนายอานนท์...ไม่งั้นคงได้ตีกันวันละแปดหน"
ตระกลยิ้มๆ
"ก็เหมือนที่ปริศนาว่า ...เธอต้องได้คู่ครองที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่อย่างคุณโกศล"
สิรีทำหน้าย่น
"ปริศนาชอบทำเป็นรู้ดี"
"น้องหวังดีนะ... สิรีต้องฟังคนอื่นบ้าง อาว่าทุกคนหวังดีทั้งนั้น แม้แต่พ่อนนท์"
สิรียิ้มๆ

"ทราบค่ะ...แต่เรื่องอย่างนี้ถ้ายุ่งกันมากไป ก็อดรำคาญไม่ได้ นงลักษณ์ซะอีก...เค้าไม่ค่อยพูดเรื่องพวกนี้เลย..ฮึ..จะคอยดูซิว่านายอานนท์จะได้แฟนแบบไหนกัน"
 
อ่านต่อหน้า 2

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 6 (ต่อ)

เช้าวันใหม่ อานนท์อ่านหนังสือพิมพ์ยืนคอยอยู่ที่ท่าเรือ ตาคอยมองเรือที่จะวิ่งมา สักครู่อานนท์หรี่ตามองไกลออกไป เรือยนต์ลำหนึ่งแล่นมาในแม่น้ำ คนขับใส่หมวกแก็ปเหมือนหมวกที่สุชาดาเคยใส่
 
เขายิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว รีบเก็บหนังสือเดินไปที่ท่าน้ำ แต่พอเรือเข้ามาจอดอานนท์ก็ต้องผิดหวัง เพราะคนที่ขับเรือมาคือ โสภณ พอเรือมาเทียบ อานนท์ก็รีบก้าวขึ้นเรือ โสภณหันมาคุยอย่างยิ้มแย้มเหมือนเคย
"รอนานหรือเปล่าครับ...วันนี้คุณนนท์มาเร็ว"
"วันนี้ออกมาแต่เช้ากว่าทุกวันครับ...ก็เลยมาถึงเร็ว อากาศตอนเช้าๆ ที่นี่ดีมาก"
โสภณยิ้ม
"ฟังเหมือนคุณนนท์จะติดใจที่นี่แล้วนะครับ"
อานนท์ยิ้มอาย ไม่ตอบว่าอะไร โสขับเรือออกไป...

ในโรงเครื่องจักร อานนท์กับทีมงานทำงาน แต่เขาอดมองออกมาด้านนอกบ่อยๆ ไม่ได้, อานนท์เดินคุยกับโสภณ บริเวณทางเดินในสวนมะพร้าว มีคนงานหลายคนเดินไปมา อานนท์ไม่ค่อยได้ฟังโสคุย คอยมองหาแต่สุชาดา, มุมท่าเรือคลองน้ำวน อานนท์มาหยุดยืนดูเรือตุ๊กๆ ลำที่นั่งไปกับสุชาดาซึ่งจอดอยู่ที่ท่าน้ำ แต่ไม่เห็นเธอ เขาสีหน้าเศร้าๆนิดหน่อย มีเดินเข้ามาหาและพูดกับอานนท์ อานนท์พยักหน้า มีเดินกลับไป...

อานนท์เดินเข้ามาในบ้านตวัน ได้ยินเสียงเพลง I adore you ของ Albert Lynch & Edmundo Ros เปิดอยู่ จูเหลียงกับเด็กรับใช้ กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ในห้องอาหาร อานนท์เดินไปที่เครื่องเล่นจานเสียงที่เปิดเพลงอยู่ โสภณเดินออกมา
"อ้าวคุณอานนท์....มานานหรือยัง"
"เพิ่งมาถึงครับ...เพลงเพราะดีนะครับ ผมไม่เคยได้ยิน"
"เป็นเพลงโปรดของนายตวันครับ"
"ความหมายก็ดีนะครับ...ทุกข์จากการพลัดพรากจากรัก แสนจะทรมาน"
"เชิญนั่งครับคุณนนท์"
โสภณเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร อานนท์รีรอมองหาสุชาดา
"นายตวันไม่อยู่หรือครับ"
"วันนี้นายไปค้างบ้านงานบุญที่อยุธยาครับ"
"แล้วคุณสุล่ะครับ"
โสภณหันไปมอง
"อ้าว…ผมนึกว่าเค้ามาแล้ว ช่างเค้าเถอะ .รายนั้นเอาแน่ไม่ได้ บางทีก็ทานที่กระท่อมโสภณ"
แม่บ้านเริ่มเสิร์ฟอาหาร อานนท์พยายามยิ้มรับรู้ เริ่มลงมืออาหารอย่างเงียบๆ...

เวลาต่อเนื่องมา อานนท์เดินมาตามทางจะไปที่กระท่อมโสภณ แต่ไปไม่ถูก เดินวนไปมาจนรู้สึกหงุดหงิด
"ไปทางไหนนะ"
อานนท์พยายามหาทางที่จะไปกระท่อมโสภณ สนมเดินถือของผ่านมาจำอานนท์ได้ ก็ยิ้มให้
"นายช่าง...หลงทางเหรอจ้ะ"
อานนท์ดีใจ
"ไม่ได้หลงหรอกครับ...ผมหาทางไปกระท่อมโสภณไม่เจอ"
สนมรู้ทัน
"นายช่างจะไปที่นั่นทำไมจ้ะ"
อานนท์อึกอัก
"เอ้อ…ก็ว่าจะไปดูอะไรหน่อย"
"ที่นั่นไม่มีอะไรเสียหรอกจ้ะ...ไม่มีอะไรให้ซ่อม..มีแต่ต้นไม้"
อานนท์ยิ้มไม่รู้จะพูดยังไงดี สนมเห็นท่าทางอานนท์ก็ลองถาม
"หรือนายช่างจะไปหาคุณสุ"
"เอ้อ…ใช่ครับ"
"คุณสุไม่ได้อยู่ที่นั่นหรอก"
"แต่เมื่อกี้โสบอกว่าสุอยู่ที่กระท่อมโสภณ"
สนมโบกมือ
"คุณโสไม่รู้เรื่อง"
สนมมองหน้าอานนท์ ที่ทำท่าเหมือนร้อนใจ
"ไปซิ...ฉันจะพาไปหาคุณสุเอง"
อานนท์ดีใจ...

สนมพาอานนท์เดินมาที่ลานเพลิน ซึ่งเป็นลานหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว อานนท์ตื่นตาตื่นใจ มีชาวบ้านหลายคนมารวมกันทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว บ้างก็กำลังทำไม้กวาดก้านมะพร้าว, ทำมะพร้าวตากแห้ง
"เป็นความคิดนายตวัน กับคุณสุ ทีแรกก็กะจะช่วยชาวบ้านให้มีรายได้ ไปๆ มาๆ ขายดิบขายดี...เลย
ขยายงานขยายคนไปเรื่อย"
"เรียกว่าไม่ต้องมีอะไรเหลือทิ้ง"
"พวกชาวบ้านพากันได้เงินลืมตาอ้าปากไปตามๆ กัน… ของที่ทำนี่ขายได้นายตวันไม่เอากำไรซั้กบาท...แบ่งชาวบ้านหมด"
สนมพาอานนท์เดินมาที่โรงทำกะลา สุนั่งอยู่ท่ามกลางชาวบ้านที่ช่วยกันขัดกะลาหลายคน
"นี่โรงงานคุณสุเขา ฉันแกล้งเรียกโรงงานสังกะสี เพราะเมื่อก่อนหลังคามุงสังกะสี แต่พอนั่งไปๆ มันร้อน คุณสุก็เลยคิดเอาก้านมะพร้าวมาทำหลังคา...แน่นหนา ฝนไม่รั่วด้วยนา"
สุชาดาเงยหน้ามองเห็นอานนท์มากันสนม ก็เดินออกมาหา
"มาทำอะไรแถวนี้คะนายช่างใหญ่"
"จะมาดูว่าโรงงานสังกะสีมีอะไรให้นายช่างช่วยไหม"
สุชาดามองสนมที่ยิ้มๆ
"กลัวนายช่างจะเบื่อก็เลยชวนมาเที่ยว...ฉันไปละนะ...ตามีมันรอจะให้ไปช่วยตอนกิ่งกุหลาบ"
สนมเดินกลับไป...
"ผมไม่เห็นคุณไปทานข้าว ก็เลยเดินตามหา เจอคนเมื่อกี้"
"สนม"
"เค้าชื่อสนมเหรอ...ใจดีนะ เค้าเลยพามาหาคุณ"
สุเดินกลับไปนั่งทำงานต่อ อานนท์เดินตามเข้าไป
"วันนี้ฉันยุ่ง...ไม่มีเวลาไปทะเลาะกับใครหรอก...นัดชาวบ้านไว้แต่เช้า"
อานนท์มองไปรอบๆ เห็นลุงที่เจอที่ท่าเรียบ นั่งขัดกะลาอยู่ก็เดินเข้าไปหา
"เป็นไงบ้างลุง...ขัดกะลาเอาไปทำอะไรน่ะ"
ลุงยิ้มฟันดำ
"ผมก็ไม่รู้...เห็นนายว่าเอาไปทำซอ"
อานนท์หันไปมองสุชาดา
"ลุงเค้าขัดกะลาตาเดียว สำหรับไปทำซออู้ ซอด้วง...ได้กี่หัวแล้วลุง"
"หลายใบแล้วนาย"
"กะลาตาเดียวที่เอาไปทำเครื่องดนตรี...ต้องให้คนที่ชำนาญขัดต้องใช้เวลาเก็บผิวให้สม่ำเสมอ...ลุงหมานนี่ แกขัดเก่งที่หนึ่ง เสียอย่างเดียว ชอบไปเล่นโป จริงไหมล่ะลุง"
สุชาดายิ้มใจดี ลุงก็อายยิ้มหวาน
"เลิกแล้วครับนาย"
"พูดยังงี้ทุกที"

ชาวบ้านพากันหัวเราะสนุกสนาน อานนท์มองสุชาดาด้วยสายตาชื่นชม...

สุชาดาพาอานนท์มาดูกลุ่มชาวบ้านที่กำลังขัดกะลาทำเครื่องใช้ อานนท์เดินดูอย่างสนใจ

"กว่าจะเป็นทัพพีมาให้ใช้นี่ยากเหมือนกันนะ" อานนท์บอก
"แรกๆ ก็เหมือนจะยาก...ทำไปๆ พอคุ้นก็ง่ายไปเอง พวกของใช้ในบ้านนี่โดยมากทำถวายวัด...ถ้าชาวบ้านเค้าอยากเอาไปขายก็แล้วแต่เค้า"
"มารวมกันทำแบบนี้ขายได้เงินก็เอามาแบ่งกัน"
"ใช่…บางทีก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่แม่จะมีคนช่วยคุมคนงานเรียกว่า ต้องคอยอธิบายให้เค้ารู้บ่อยๆ ปัญหาก็ค่อยๆ ลดไป ตอนนี้กำลังคิดอยากจะเอากะลามาทำอย่างอื่นอีก...นอกจากทำแต่ของใช้"
"ผมเคยเห็นที่ฮาวายเค้าเอามาตัดเป็นรูปสัตว์ เป็นปลาดาวเป็นดอกไม้…เอามาห้อยคอ"
สุชาดานึกตามที่อานนท์พูด...ยิ้มพอใจมาก
"แหม…ดีจริง ทำไมฉันคิดไม่ถึงนะ เออ ถ้าฉันจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เอามาเพนท์เป็นรูปสวยๆ..ฉันจะเอามาร้อยเป็นเข็มขัดเป็นสายสร้อย...แม้แต่เอามาทำเป็นโมบาย ทำได้สารพัดอย่างเลย"
"ถ้างั้นผมจะทำเครื่องสำหรับตัดกะลาให้คุณ"
สุชาดาหันมาเถียง แต่ก็ยิ้มพราวบนหน้า
"ไม่ได้หรอกเดี๋ยวชาวบ้านไม่มีอะไรทำ"
"ก็ให้ชาวบ้านทำอีกส่วนหนึ่งที่ต้องเป็น hand made อย่างทาสี...ร้อยลูกปัด"
สุชาดาลืมตัวหันมาพยักเพยิดยิ้มแย้มกับอานนท์อย่างมีความสุขมาก อานนท์มองสุเธออย่างรู้สึกพอใจ
มาก
"ผมรู้แล้ว...ว่าอะไรทำให้คุณมีความสุข"
สุชาดารู้สึกตัวเขิน
"อย่าบอกนะว่ากะลาทำให้ฉันมีความสุข"
"งานของคุณ...งานของคุณทำให้คุณมีความสุข"
สุชาดาตาเป็นประกาย
"รู้ไหมทำไม"
เธอมองอานนท์
"เพราะมันทำให้ชาวบ้านที่นี่มีชีวิตดีขึ้น...แล้วคุณก็ได้ใช้สมองคิดโน่นคิดนี่แล้วทำออกมาได้"
เธออมยิ้มอย่างสุขใจกับคำพูดอานนท์ มองอานนท์อย่างที่ไม่เคยมองมาก่อน
"คุณรู้ดีกว่าตัวฉันเองอีกหรือ...คุณอานนท์"
อานนท์ยิ้มสุขใจ
"เปล่าหรอก...ผมก็แค่รู้ใจคุณเท่านั้น"
"ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้คุณดูอีกอย่างหนึ่ง...ถ้าคุณรู้ว่าฉันอยากทำอะไร ฉันจะยอมรับว่าคุณรู้ใจฉัน"
อานนท์ยิ้ม...

สุชาดาพาอานนท์เดินผ่านสวนมะพร้าว มีคนงานกำลังเก็บมะพร้าวหลายคน และบางคนเก็บใบมะพร้าวรวบรวมไว้ อานนท์เดินเข้าไปใต้ต้นมะพร้าว สุชาดาดึงแขนเสื้ออานนท์ให้เดินห่างออกมา
"อย่าเดินใกล้ใต้ต้นมะพร้าว ลูกมันจะตกลงมาใส่หัว"
พอเธอดึงเขาเดินห่างออกมา ก็มีลูกมะพร้าวหล่นลงมาแถวนั้นพอดี อานนท์มองอย่างตกใจ
"โอ้…ถ้าคุณไม่ดึงผมออกมาหัวผมแบะแน่ๆ เลย"
อานนท์ยิ้มแห้งๆ สุมองเป็นเรื่องปกติ
"อันตรายมาก...คนงานที่มาใหม่ๆ จะปล่อยให้ทำงานเองไม่ได้เลย...ต้องมีคนเก่าคอยเป็นพี่เลี้ยงคอยบอกวิธีที่จะทำงานที่นี่ให้ปลอดภัย"
อานนท์มองอย่างทึ่งๆ
"แล้วเคยมีคนโดนมะพร้าวตกใส่หัวมั้ยครับ"
"มีบ้าง เมื่อก่อนมีบ่อย แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว"
"มันหมดอายุหรือครับถึงได้ร่วงลงมา"
สุชาดามองอานนท์แบบผู้ไม่รู้ประสีประสา
"ที่ร่วงส่วนมากเป็นมะพร้าวแก่ แต่บางลูกก็ถูกแมลงกิน"
"มะพร้าวนี้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นเลยเหรอครับ"
"คุณมาที่นี่บ่อยๆ จะได้เห็นการแปรรูปมะพร้าวที่เราทำ คือนอกจากจะทำน้ำมันมะพร้าว ส่วนอื่นๆ เช่นใบ ต้น แม้แต่ราก เราก็เอามาทำประโยชน์ได้หมด นายตวันเป็นคนคิดที่จะทำโน่นทำนี่...เอาชาวบ้านแถวๆ นี้มาหัดทำงานฝีมือ"
"นายตวันนี่เก่งจริงๆ นะครับ ไม่นึกเลยว่าจะมีคนไทยที่สามารถทำงานขนาดนี้ได้ที่วังน้ำวนนี่ ผมรู้สึกทึ่งจริงๆ ทำมานานหรือยังครับ"
"คนที่มาเริ่มทำที่นี่คือ ลุงคนโตของฉัน พอท่านตาย นายตวันก็เลยต้องมาจัดการต่อ"
"แปลว่านายตวันเป็นคนมาทำให้ที่นี่เจริญขนาดนี้"
สุพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

สุชาดาพาอานนท์มายืนดูต้นมะพร้าวที่โค่นลงมาวางเรียงเป็นท่อนๆ อานนท์มองอย่างงงๆ
"ต้นมะพร้าว"
สุมองอานนท์อย่างท้าทาย
"ใช่…ต้นมะพร้าว ทายซิว่าฉันฝันไว้ว่าอยากเอาไปทำอะไร"
อานนท์มองต้นมะพร้าวแล้วพยายามคิด
"อืมม์...พี่ชายคุณบอกผมว่าคุณจบอินทีเรีย"
สุชาดาตาโต
"ถ้างั้นยกเลิก โสบอกคุณซะแล้วอย่างนี้คุณก็เดาถูกสิ"
"ก็ไม่แน่ว่าผมจะเดาถูก ให้ผมเดาต่อนะ สนุก"
สุชาดาพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
"ก็ได้"
"คุณจะเอาต้นมะพร้าวพวกนี้ ไปทำ..."
สุพยายามไม่ให้อานนท์รู้ว่าลุ้นคำพูดอานนท์อยู่
"สมุนไพร"
สุชาดาทำตาเขียว
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเล่นเลย... ฉันรู้หรอกว่าคุณเดาถูก แล้วว่าฉันอยากหาวิธีเอาต้นมะพร้าวนี่ไปทำเฟอร์นิเจอร์"
อานนท์ทำหน้าเจ้าเล่ห์
"แหย่คุณนี่ไม่สนุกเลยนะ โอเค...ไม้ เอ้ย...ต้นมะพร้าวนี้ดูๆ มันก็แข็งแรงดี แต่มันไม่ยึดเหนี่ยวมากพอเหมือนไม้อย่างอื่นเขา"
"ถ้าคุณคิดวิธีเอาต้นมะพร้าวมาทำให้มันมีความยึดเหนี่ยวหนาแน่นอย่างไม้สักได้ ฉันจะให้รางวัลคุณ"
"ขึ้นอยู่ที่ว่ารางวัลน่าสนใจแค่ไหน"
"น่าจะน่าสนใจมาก"
"ต้องบอกก่อนซิว่ารางวัลเป็นอะไร"
"ตอนนี้ยังนึกไม่ออก...ถ้าคิดได้เมื่อไหร่จะบอกให้รู้ก็แล้วกัน"
อานนท์หัวเราะ
"ถ้าอย่างนั้นผมจะมาคอยฟังทุกวันได้ไหม"
"เรื่องของคุณ...กลับไปทำงานของคุณได้แล้ว...ฉันจะได้ทำของฉันบ้าง...มีคุณมาคอยกวนนี่ฉันเสียงานหมด"
สุชาดาหันหลังเดินกลับไป อานนท์ยืนยิ้มมองสุชาดาที่เดินไป

อานนท์เดินผิวปากกลับมาที่โรงเก็บเครื่องจักรอย่างแจ่มใส ตรงเข้ามาทำงานอย่างมีสมาธิ ลูกน้องทั้ง 4 คนมองหน้ากันยิ้มๆ แล้วหันมามองอานนท์จนเขารู้สึก พออานนท์หันไปมองก็พากันหัวเราะ
ลูกน้อง 1บอก"วันนี้พี่อารมณ์ดีนะครับ"
อานนท์พยายามทำหน้าเคร่งขรึม
"ไม่ดีเหรอไง...อารมณ์ดีงานจะได้ออกมาดี"

อานนท์หันไปทำงานต่อพร้อมกับผิวปากในเพลงถนัดมีความสุข...ลูกน้องมองหน้ากันยิ้มๆ แล้วทำงานกันต่อ
 
อ่านต่อหน้า 3

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 6 (ต่อ)

วันใหม่ ในห้องรับแขกบ้านวนิดา จะมีประภา วนิดา โกศล แม่โกศล นั่งคุยกันอยู่

ประภาบอก
"วันนี้ดีใจจริงๆ ที่คุณพี่พาหลานมารู้จักกัน"
"ตั้งใจจะมาตั้งนานแล้ว...แต่โกศลเค้ายุ่งมาก...นี่อีกไม่นานก็คงจะต้องไปประจำที่โตเกียว" แม่โกศลบอก
ประภาตื่นเต้น
"เพิ่งกลับจากอเมริกาไม่นาน...จะไปญี่ปุ่นอีกแล้วเหรอ แล้วจะต้องไปประจำที่นั่นกี่ปีล่ะ"
"ประมาณสี่ปีครับ"
"แหมดีจริง"
ประภาหันมาเป็นเชิงถามวนิดาที่นั่งแบบไม่ยินดียินร้าย
"หนูดายังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลยใช่มั้ยจ๊ะ"
"ยังไม่เคยไปค่ะ" วนิดาบอก
"วันนี้พี่มาก็จะมาคุยเรื่องโกศลกับหนูดานี่ละ...เราคนกันเองไม่ต้องอ้อมค้อมหรอกนะ...โกศลน่ะอนาคตจะขึ้นเป็นฑูตเชียวนะ...ธรรมเนียมปฏิบัติส่วนใหญ่ถ้าจะไปประจำต่างประเทศก็ต้องมีภรรยาเสียก่อน…พี่ก็เห็นแต่หนูดานี่ละที่เหมาะสมคู่ควรกับโกศล"
ประภา แม่เลี้ยงวนิดายิ้มแป้น
"ขอบพระคุณ คุณพี่มากค่ะที่ให้เกียรติ แต่น้องขอเวลาปรึกษากับหนูดาก่อนนะคะ"
"ดีจ้ะ...ถ้าหนูดาเห็นด้วย พี่จะได้จัดพิธีมาสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นเป็นราว...วันนี้ก็มาคุยทาบทามกันไว้ก่อน"
คุณแม่หันไปทางโกศล
"โกศล..ถ้ามีเวลามาพาน้องไปเที่ยว ไปทานข้าวกันบ้างซิลูก...จะได้รู้จักกันมากขึ้น"
โกศลยิ้มอย่างมีมารยาท
"ได้ครับ"
โกศลหันไปยิ้ม วนิดายิ้มตอบอย่างมารยาทดีเหมือนกัน

ประภายืนในสนามหน้าบ้าน หลังจากที่ส่งแขกกลับแล้ว
"เป็นไงลูก...หนูดา ป้าว่าคุณโกศลนี่น่าสนใจมากนะ"
วนิดายิ้มๆ
"ค่ะ…หน้าตาก็ดีอยู่"
"อะไรดีอยู่...ดีมากเลยจ้ะ ข้อสำคัญหน้าที่การงานน่ะดีมาก ดีกว่านายอานนท์ซะอีก"
วนิดาค้อนประภา
"เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกค่ะ"
"แล้วเรื่องไหนสำคัญจ้ะ"
วนิดาทำท่าคิด
"คนจะแต่งงานกัน พอเจอหน้ากันมันน่าจะรู้สึก สะดุดใจกันบ้าง แต่หนูรู้สึกเฉยๆ หนูว่าคุณโกศลก็รู้สึกกับหนูเหมือนกัน"
"เรื่องนั้นน่ะไม่สำคัญหรอก ขอให้เป็นคนดี อยู่กันไปก็รักกันไปเอง อย่างที่คุณป้าพูดน่ะแหล่ะ ออกไปเที่ยวกับพี่เค้าบ้างพอได้เห็นนิสัยใจคอกัน หนูดาอาจจะชอบก็ได้นะ"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีค่ะ"
"ผู้หญิงน่ะสำคัญที่สามี ถ้าได้สามีดีเชิดหน้าชูตา วงศ์ตระกูลก็ไม่อาย....ถ้าหนูดาได้แต่งงานกับคุณโกศล ป้าก็จะหายห่วง"
วนิดาเงียบไม่ตอบ
"หนูดา....หนูยังตัดใจจากนายอานนท์ไม่ได้ใช่ไหม"
วนิดาถอนใจ
"ไม่รู้สิคะ...แต่ที่แน่ๆ หนูยังไม่นึกชอบคุณโกศล"
"โอกาศดีๆ มันไม่มีมาบ่อยๆ นะ…ถ้าหนูยังไม่ตัดสินใจ คุณโกศลเค้าก็คงไม่รอหนูหรอก ผู้หญิงดีๆ มีเยอะไป ยังไงๆ เค้าก็ต้องแต่งงาน หนูคิดให้ดีๆ นะ"
ประภาเดินกลับไป วนิดาใช้ความคิด...

คนขับรถบ้านวนิดานำรถเข้ามาจอด วนิดาเดินลงมาด้วยสีหน้ามีความหวัง
แพทริคกำลังคุยกับวิศวกรที่โต๊ะประชุมเขียนแบบ....วนิดาเดินเข้ามาจะเดินไปที่ห้องทำงานอานนท์แพทริคยืนมอง เดินไปหา
"ขอโทษครับ"
วนิดาหันมา แพทริคยิ้มให้
"คุณจะมาหาอานนท์ใช่ไหมครับ"
"ใช่ค่ะ"
"เค้าไม่อยู่หรอกครับ"
วนิดาทำหน้าผิดหวัง
"อ้าว…เค้าไปไหนคะ...ฉันโทรมาตั้งหลายครั้งคนที่รับสายก็บอกว่าคุณนนท์ไม่อยู่...ฉันเลยอยากมาดูเอง"
"อานนท์ไปติดตั้งเครื่องจักร...คงอีกหลายวันกว่าจะมาทำงาน"
"ไปติดตั้งที่ไหนคะ"
"ที่เมืองนนท์....ต้องนั่งเรือไปอีกไกลครับ"
แพทริคหันไปถามพนักงาน
"ณรงค์…คุณอานนท์ไปติดตั้งเครื่องจักรที่ไหนนะ"
"ที่คลองน้ำวนครับ"
วนิดาย้ำพึมพำ "คลองน้ำวน"

อานนท์กำลังพยายามติดตั้งเครื่องจักรกับลูกน้อง พอยกมอเตอร์ขึ้นไปได้ทุกคนก็โล่งใจ
ลูกน้อง 2 บอก "ของเยอรมันนี่หนักจริงๆ"
"นี่แค่ส่วนเดียวนะ...ยังมีอีกสองส่วน"
ลูกน้อง 1ถาม
"พี่จะยกเวลาไหนครับ...ผมจะได้กินข้าวเรียกแรงไว้ให้เต็มที่"
อานนท์หัวเราะ
"น่าจะเป็นคืนนี้"
ลูกน้องทั้ง 2 โพล่งพร้อมกัน "คืนนี้"

ในเวลากลางคืน อานนท์กับลูกน้องกำลังยกเครื่องยนต์เครื่องใหญ่ลงติดตั้ง เนื้อตัวมอมแมม ทั้งหมดทำงานอย่างขมักเข้มน ที่ประตูทางเข้า สองพี่น้องยืนมองการทำงานของทีมช่างอยู่

ยามเช้า อานนท์นอนหลับอยู่บนเตียงเหล็กที่มีมุ้งคลุมอยู่ ลูกน้องแยกย้ายกันนอนข้างๆ ยังไม่มี
ใครตื่น
ต่อมา อานนท์กับทีมช่างเดินออกมาจากห้องพัก ทั้งสี่คนมองไปที่ประตูอย่างตกตะลึงอ้าปากค้าง อานนท์หันไปมองเห็นสุชาดายืนอยู่...เธอยังแต่งตัวเหมือนผู้ชาย แต่วันนี้ปล่อยผมยาวสยายสวยงาม เธอยิ้มให้ อานนท์รีบเดินออกไปด้วยสีหน้าดีใจมาก
ลูกน้อง 1 "อะไรวะนั่น...เกิดอะไรขึ้นน่ะ"
ลูกน้อง 2 "ใครวะบอกมาได้ว่าเป็นทอมบอย"
ลูกน้อง 3 "ก็เอ็งไง"
ลูกน้อง 1 "ไม่ใช่โว้ย...พวกแกเห็นหน้าพี่นนท์หรือเปล่า...หน้าบานเชียว"
ลูกน้อง 2 "เค้าเรียกดีใจจนหน้าบาน"
ลูกน้อง 3 "ดักแด้กลายเป็นผีเสื้อแสนสวย"

ลูกน้อง 1 "นั่นสิ...สมกับที่พี่นนท์พูดละ...ที่นี่มีเรื่องให้แปลกใจเสมอ"

อานนท์เดินมากับสุชาดาตามทางเดินในสวน อานนท์สีหน้ามีความสุขมาก

"ฉันมีอะไรจะอวดคุณ"
"อะไรน้อ...ให้ผมเดานะ"
"ลองเดาดูสิ"
"คุณคิดทำเฟอร์นิเจอร์ไม้มะพร้าวได้แล้ว"
สุชาดามองอานนท์อย่างล้อเลียน
"ฉันยังไม่เก่งขนาดนั้นหรอก"
"ไม่ใช่เหรอ เอ...อะไรน้า"
สุชาดาเดินไปใกล้ใต้ต้นมะพร้าว อานนท์ดึงออกมา มะพร้าวก็หล่นลงมาพอดี สุชาดามองหน้ากับอานนท์อย่างเสียวไส้
"เกือบไปแนะ...ดีนะที่คุณดึงฉันออกมา"
อานนท์ยิ้มภูมิใจ
"อยู่กับผมปลอดภัยหายห่วง"
"แหม…รีบยกตัวเองเชียวนะ ว่าแล้ว ความจริงฉันไม่เคยเผลอไปเดินใต้ต้นมะพร้าวเลยนะ"
อานนท์พูดอย่างล้อเลียน
"ผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้ผมมักจะลืมตัวไปชั่วขณะทุกคน"
สุชาดาค้อน
"อ๋อ…คุณนี่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงมากสินะ"
"ผมพูดเล่น...ผมอยากจะบอกคุณว่า...เวลาผมอยู่ใกล้คุณน่ะผมอยากจะลืมทุกอย่างต่างหาก"
เธอฟาดแขนอานนท์แล้วเดินหนีไป
"พูดเล่นมากไปแล้ว"
สุชาดาเดินหนีไป อานนท์ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วรีบเดินตามไป...

หน้ากระท่อมโสภณ มีโต๊ะน้ำชาจัดสวยๆ กับเก้าอี้สองที่ อานนท์กับสุชาดานั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชานั้น อานนท์มองขนมสวยๆ ที่จัดไว้บนโต๊ะอย่างสนใจ
"นี่ไงที่ฉันจะอวดคุณ...ขนมทุกอย่างทำจากมะพร้าว"
"ไม่น่าเชื่อ...ทำได้หลายอย่างขนาดนี้เลยเหรอ"
"ลองชิมพายมะพร้าวอ่อนนี่ดูสิคุณ"
สุชาดาตักขนมใส่จาน อานนท์หยิบทานด้วยสีหน้าพอใจ
"อร่อยมาก..หอมน้ำมะพร้าว ถ้าน้องสาวผมมาเห็นคงดีใจจนเนื้อเต้น"
"น้องสาวคุณชอบทานขนมเหรอ"
"ทั้งชอบทำ และ ชอบทาน"
"คุณจะชวนเค้ามาเที่ยวบ้างก็ได้นี่"
อานนท์ยิ้ม
"เค้าไม่ค่อยว่าง เค้ามีร้านตัดเสื้อ มีลูกค้ามาตัดเสื้อมาก กลับมาบ้านแล้วก็ยังต้องเอามาทำ"
"แปลว่าน้องสาวคุณเป็นคนขยันมาก"
"คุณก็ขยัน...อันที่จริงผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนขยันเท่าคุณ"
สุชาดาพยายามไม่เขิน
"แม่ฉันสิขยันกว่าฉันหลายเท่า"
อานนท์หัวเราะทานขนมไปเรื่อย สนมเอาชามาเสิร์ฟ อานนท์หันไปยิ้มให้
"จริงของคุณ...นี่ขนมอะไรอร่อยจัง"
"ขนมบุหงาบุดะ"
"บุหงาบุดะ ชื่อเพราะจริงๆ...ใครเป็นคนทำ"
"หนมเป็นคนทำ" สุชาดาบอก
อานนท์ตาโตอย่างนึกไม่ถึง
"สนม…ทำขนมเก่งมาก มีตั้งหลายอย่างที่ผมไม่เคยรู้จัก คนที่นี่เค้ากินอะไรกันนะ ถึงได้เก่งกันอย่างนี้"
สุชาดา กับ สนม พูดขึ้นมาพร้อมกัน
"มะพร้าว"
"โอ้โห...ความเห็นเป็นเสียงเดียวขนาดนี้...ผมต้องทำกินบ้างละครับ"
อานนท์หัวเราะสนุกสนาน รีบจิ้มขนมที่มีมะพร้าวโรยอยู่กินหลายอัน

วนิดาแต่งชุดเดินทาง กำลังจะออกจากบ้าน ประภาเดินเข้ามาสีหน้าแปลกใจ
"หนูดา...จะไปไหนลูก"
วนิดาหันไปมอง
"หนูจะไปเมืองนนท์ค่ะ"
"ไปเมืองนนท์...ไปทำไม"
วนิดาไม่ตอบ ประภาเริ่มทำหน้าเป็นทุกข์
"หนูดา...ตอบป้าซิลูก"
"หนูจะไปหาคุณนนท์ค่ะ...จะไปพูดกับเค้าให้รู้เรื่อง"
ประภาตกใจ
"หนูดา...ป้าไม่ให้ไป"
"อย่าห้ามหนูเลยค่ะ...หนูตัดสินใจแล้ว"
วนิดามุ่งมั่น

วนิดาลงจากรถที่ท่าเรียบมองไปรอบๆอย่างไม่คุ้นเคย หันไปสั่งคนรถ
"เธอไปถามชาวบ้านทีซิ...จะไปคลองน้ำวน...ไปยังไง คนที่บริษัทคุณนนท์เค้าบอกให้มาหาเรือพาไปที่นี่"
"ครับ"
คนรถเดินไปพูดกับชาวบ้านแถวท่าเรือ วนิดามองรอบๆด้วยสีหน้าดูถูกพลางบ่นกับตัวเอง
"มาทำงานที่ดีกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้"
คนรถเดินกลับมา
"ต้องจ้างเรือให้เค้าไปส่ง...จะให้ผมว่าเรือเลยไหมครับ"
"เค้าไปส่งได้ใช่ไหม...ดีเลย..ลองถามเค้าดูซิว่าพอจะรู้ไหมว่ามีพวกนายช่างมาติดตั้งเครื่องจักรที่คลองน้ำวน"
"คนรถเดินกลับไปคุยกับชาวบ้านสักครู่ก็เดินกลับมา
"เค้าบอกว่ามีคนจากกรุงเทพหลายคนมาทำเครื่องจักรอยู่ที่สวนมะพร้าวคลองน้ำวน"
วนิดาดีใจ
"ใช่คุณนนท์แน่ๆ"
วนิดามุ่งมั่นเต็มที่

วนิดาจะเดินไปลงเรือ ก่อนจะหันไปสั่งคนรถ
"รอฉันอยู่ที่นี่นะ หาอะไรทำไปก็แล้วกัน ฉันจะกลับเย็นๆอย่าไปไหนล่ะ อ้อ...แล้วถ้าเห็นฉันมากับคุณนนท์ก็ขับรถกลับไปเลยนะ ไม่ต้องเข้ามาพูดกับฉัน รู้เรื่องไหม"
คนรถรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
"ครับ"

วนิดาลงเรืออย่างทุลักทุเลร้องโวยวาย
"จับเรือไว้ดีๆสิ…ทำไมมันโคลงอย่างนี้ล่ะ"
คนขับเรือยื่นมือจะให้ แต่วนิดาไม่ยอมจับจึงเซก้นกระแทกลงไป คนขับเรือหางยาวขับออกไปอย่างเร็ว ส่วนคนขับรถมองตามด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

คนขับเรือที่พาวนิดามาจอดที่ท่าคลองน้ำวน ทรงผมวนิดากระเซิงเพราะแรงลมที่นั่งเรือมาเธฮไม่รู้ตัวคนขับเรือหันไปเห็นก็สะดุ้งหัวเราะฟันดำ วนิดามองไม่พอใจ
"หัวเราะอะไรของแก...ที่นี่เหรอคลองน้ำวน"
คนขับเรือยังขำอยู่

"ที่นี่ละจ้ะ"
 
อ่านต่อหน้า 4

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 6 (ต่อ)

วนิดาพยายามตะเกียกตะกายจะขึ้นฝั่งก็ปีนไม่ไหว คนขับเรือต้องช่วยดันขึ้นไป วนิดาสะดุ้งไม่พอใจที่คนขับเรือมาโดนตัว หันไปตวาด

"อะไรของแก...มาดันก้นชั้นทำไม..ไอ้บ้า"
"อ้าว…ก็เห็นขึ้นไม่ไหว ฉันก็ช่วยดันให้ไงจ้ะ"
"ไอ้พวกป่าเถื่อน แกรออยู่ที่นี่ละ ทะลึ่งมากนักฉันจะไม่ให้เงินแก"
วนิดาขึ้นมาที่ท่าเรือ ชาวบ้านแถวนั้นพากันมองผมที่กระเซิงของวนิดา วนิดายิ้มๆเพราะ
คิดว่าชาวบ้านชื่นชมในความสวย

วนิดาเดินมาตามทางเดิน ชาวบ้านที่เดินผ่านมาเห็นก็อดยิ้มไม่ได้
"แหม…คนที่นี่เป็นมิตรดีจริง...มีแต่คนยิ้มให้"
หญิงคนงานกระเดียดกระจาดเดินมาเห็นหัววนิดาก็หัวเราะชอบใจ วนิดายิ้มด้วยเพราะคิดว่าเค้าชอบ
"ป้าจ้ะ...ป้ารู้ไหมพวกช่างที่มาทำเครื่องจักรที่นี่เค้าอยู่ไหน"
จังหวะนั้น มีเดินผ่านมา หญิงคนนั้นเรียกไว้
"ไอ้มี..ไอ้มี...ยายหัวฟูนี่มาถามเรื่องนายช่างแน่ะ"
วนิดาเอามือจับผมตัวถึงได้ตกใจ เมื่อรู้ว่าผมยุ่งมาก พยายามเอามือลูบๆผมแล้วรีบหันไปพูดกับมี
"เอ้อ…ฉันจะมาหาคุณอานนท์ที่มาทำเครืองจักรจ้ะ"
มียิ้มพยักหน้ามี
"อ๋อ…นายช่างใหญ่ อยู่ที่โรงเครื่องจักร"
วนิดาดีใจมาก
"ช่วยพาฉันไปหาหน่อยนะ"

อานนท์กินขนมอย่างเอร็ดอร่อย สุชาดากับสนมนั่งมองดูอย่างขบขัน อานนท์จนท้องแน่นไปหมด จึงวางขนมลงอย่างเสียดาย

มีพาวนิดาเดินมาที่โรงเก็บเครื่องจักร ลูกน้องอานนท์ 3 คนกำลังทำงานอยู่
"นายช่างใหญ่ทำอยู่ที่นี่แหล่ะ" มีบอก
มีเดินกลับไป วนิดาเดินเข้าไปในโรงเก็บเครื่องจักรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่งเสียงกระแอ
"คุณนนท์คะ"
บรรดาช่างพากันหันมามอง วนิดามองไม่พบอานนท์
"ฉันมาหาคุณนนท์จ้ะ"
เหล่าช่างพากันมองหน้า ต่างก็พยายามยิ้มแย้มที่เห็นสาวสวย...
"พี่นนท์ไม่อยู่ครับ"
วนิดาทำหน้าผิดหวัง
"อ้าว…ก็คนเมื่อกี้บอกว่าคุณนนท์อยู่ที่นี่ไง"
"แต่ตอนนี้ไม่อยู่ที่นี่ครับ...อาจจะไปเดินดูอะไรแถวๆนี้ นั่งคอยก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่นนท์คงมา"

วนิดาสีหน้าไม่ค่อยพอใจ
"คุณซักคนช่วยไปตามคุณนนท์ให้ฉันหน่อยสิ"
ลูกน้องพากันมองหน้ากัน

ลูกน้อง1ของอานนท์เดินมาที่บ้านตวัน เจอโสภณเดินมาพอดีโสเห็นลูกน้องอานนท์ก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง
"อ้าว…อยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ"
ลูกน้อง1บอก "เปล่าหรอกครับ....จะมาตามหาพี่นนท์"
โสภณทำท่าคิด
"เอ…ผมก็ยังไม่พบคุณนนท์เลย มีปัญหาเรื่องเครื่องจักรหรือเปล่าครับ"
"เครื่องจักรไม่มีปัญหาหรอกครับแต่ผมกลัวจะมีปัญหาอย่างอื่น"
ลูกน้อง1 ทำเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ โสภณมองยิ้มๆนึกสงสัย
"ผมพอจะช่วยได้ไหมครับ"
"คือตอนนี้มีคนจากกรุงเทพมาหาพี่นนท์ครับ"
"อาจจะมีเรื่องด่วนละมังครับ เชิญแขกคุณนนท์มานั่งพักที่นี่ก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวผมจะให้คนไปตามหาคุณนนท์ให้"
"ดีเหมือนกันครับ...ที่โรงเก็บเครื่องจักรมันไม่เหมาะที่ผู้หญิงสวยๆจะไปนั่งรอ"
โสภณรู้สึกแปลกใจลูกน้อง1เดินกลับไป ตวันเดินออกมา
"มีอะไรหรือเปล่าโส...ช่างเค้ามาว่าอะไร"
"เค้ามาตามหาคุณนนท์ครับ...มีผู้หญิงจากกรุงเทพมาหาคุณนนท์ ผมเลยให้ไปบอกให้มานั่งพักที่นี่ดีกว่า"
ตวันแปลกใจ

อานนท์เดินเข้ามาในโรงเก็บเครื่องจักร มีสุชาดาเดินตามมาด้วย ลูกน้องก็รีรายงาน
ลูกน้อง1บอก
"พี่นนท์ครับ...มีผู้หญิงมาหาพี่"
อานนท์งง สุชาดายิ้มๆ
"ผู้หญิง...ใครกัน"
"ผมก็ไม่กล้าถามชื่อครับ...แต่ตอนนี้คุณโสให้ไปนั่งรอพี่ที่บ้านนายตวัน"
อานนท์หันไปมองหน้าสุชาดา
"มามองฉันทำไมล่ะ...รีบไปหาคนที่มารอคุณซิ"
"ไปด้วยกันสิสุ"
สุหัวเราะ
"คุณไปเถอะ ฉันจะกลับไปทำงาน ไหนล่ะแผ่นเหล็กที่คุณไม่ใช้แล้วจะยกให้ฉัน"
อานนท์ชี้ให้ดุแผ่นเหล็กที่วางพิงไว้
“นี่ไง...ผมว่าขนาดมันน่าจะพอดีกับช่องที่จะปิดกันไม่ให้ขุยมะพร้าวหล่นลงมา”

สุชาดาพยักหน้าพอใจ
“น่าจะใช้ได้ ฉันจะให้คนมายกไปเลยนะ ขอบใจมาก”
เธอเดินออกไปอานนท์คิดนิดหนึ่งรีบตามออกไป ลูกน้องพากันยิ้ม
ลูกน้อง1บอก “รถไฟชนกันดังโครมละวา”
ลูกน้อง2 บอก“พี่นนท์นี่น่าอิจฉาจริงๆโว้ย”
ลูกน้องพากันหัวเราะสนุก

สุชาดารีบเดินจะกลับไปยังลานเพลิน อานนท์รีบเดินตามมา
"สุ….สุ"
สุหยุดเดินหันไปมองอานนท์
"มีอะไร"
"ผมอยากให้คุณไปกับผม"
สุชาดาทำหน้าแปลกใจ
"ไปไหน...ไปเจอคนที่มาหาคุณน่ะเหรอ"
"ใช่..."
สุชาดาหัวเราะ
"จะให้ฉันไปทำไม...ฉันไม่ได้รู้จักเขาซักหน่อย"
"ผมก็อยากให้คุณรู้จักด้วยไง"
"จะให้ฉันไปรู้จักทำไม...คุณไปพบคนเดียวดีกว่า จะได้คุยกันสะดวกๆ ฉันเป็นคนอื่น ไม่อยากยุ่ง"
"ก็เพราะคุณไม่ใช่คนอื่นน่ะซิ"
อานนท์พูดแล้วก็เขินตัวเอง...สุชาดายิ้มๆ
"คุณนี่คิดอะไรตลกๆ ไปก็ได้ แต่แค่ไปทักทายเดี๋ยวเดียวนะ เพราะฉันต้องรีบกลับไปทำงาน"

อานนท์ยิ้มดีใจ

อานนท์เดินเข้ามาในบ้านนายตวัน มีสุชาดาเดินตามมาด้วย วนิดากำลังนั่งทานของว่างอย่างอร่อยอยู่ที่มุมหนึ่ง พออานนท์เห็นวนิดาก็ตกใจ

"วนิดา"
วนิดาหันมาเห็นอานนท์ก็ดีใจมาก
"คุณนนท์"
วนิดารีบถลามาหา สุชาดาเห็นท่าทางวนิดาแล้วก็เดินไปอีกทางหนึ่ง
"คุณนนท์...ในที่สุดดาก็ได้เจอคุณ"
อานนท์ยังไม่หายแปลกใจ
"คุณมาทำอะไรที่นี่"
"ก็มาหาคุณน่ะสิคะ...ดามีเรื่องสำคัญมากที่ต้องพูดกับคุณนนท์ให้ได้"
อานนท์นึกขึ้นได้ ผละจากวนิดารีบเดินมาเรียกสุชาดา วนิดามองตามไม่พอใจ
"สุ…สุ"

สุหันมาอานนท์รีบเดินมาหา
"เพื่อนผมน่ะ...เค้ามีเรื่องสำคัญรีบด่วน วนิดา...นี่สุครับ...นี่วนิดาเพื่อนผม"
อานนท์เน้นคำว่าเพื่อนจนสุชาดายิ้มๆ
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...เชิญตามสบายนะคะ
"คุณสุเป็นนายจ้างของผม"
สุชาดาหัวเราะ
"ไม่ใช่หรอกค่ะ แม่ของฉันต่างหาก เดี๋ยวกลางวันเชิญคุณวนิดาอยู่ทานอาหารกับเราด้วยซิคะ"
"วนิดาคงไม่อยู่นานหรอกครับ...ใช่ไหมวนิดา"
วนิดายิ้มใจเย็นเดินมาก
"ด้วยความยินดีค่ะ...ดิฉันก็อยากชิมฝีมือชาวสวนเหมือนกัน แต่ขนมพวกนั้นก็อร่อยนะคะ...ไปหาซื้อมา
จากไหน"
"ไม่ได้ไปซื้อที่ไหนหรอกวนิดา...ที่นี่ทำเองทั้งนั้น"
วนิดาเลิกคิ้วแปลกใจอย่างไม่ค่อยเชื่อ
"เหรอคะ...แหม มิน่า...คุณนนท์ถึงได้ติดอกติดใจจนไม่ค่อยกลับบ้าน"
สุชาดามองวนิดาด้วยสายตายิ้มอย่างตลกกับท่าทางวนิดา อานนท์มองวนิดาที มองสุชาดาทีอย่างคนหายใจไม่ทั่วท้อง

เวลาต่อมา ทุกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารที่จัดอย่างสวย โสภณส่งขนมปังให้วนิดา
"ขนมปังหน่อยไหมครับ แบบที่ผสมโรสแมรี่อร่อยนะครับ"
วนิดารับมา สีหน้ามีแต่ความงง
"ขอบคุณค่ะ"
วนิดาคีบขนมปังใส่จานเล็กของตัวไว้ ตวันมองวนิดายิ้มๆ
"ดีจริงที่มีคนมาทานข้าวด้วยกัน ทำให้บ้านหายเหงาไปเลย"
วนิดามองตวันอย่างอายๆ
"ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มากระทันหันไปหน่อย"
"ไม่เป็นไรครับ...คุณนนท์บอกว่าที่นี่มีแต่เรื่องแปลกใจ มีคนอื่นมาทำให้เราแปลกใจบ้างผมว่าดีมาก" โสภณบอก
วนิดายิ้มเก้อๆ
"วนิดาเป็นเพื่อนกับผมนานแล้วครับ...รู้จักกันที่บ้านท่านทูตดีซี ผมเรียนปีสุดท้ายแต่วนิดาเพิ่งไป...พอกลับมาก็ได้มาเจอกัน"
อานนท์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า วนิดาเป็นแค่เพื่อน วนิดานึกน้อยใจและกลัวเสียฟอร์ม
"เรามีเพื่อนกลุ่มเดียวกันค่ะ...มักจะไปเจอกันที่สโมสรบ่อยๆแต่หลังๆนี่คุณนนท์หายไปเพื่อนๆก็เลยคิดถึง"

ตวันหันไปยิ้มกับอานนท์
"งานที่นี่ดึงเวลาคุณอานนท์ไปซะหมด...แต่อีกไม่นานก็จะเสร็จแล้วใช่ไหมคะ"
"ไม่น่าเกินสองอาทิตย์หรอกครับ"

สุชาดาฟังคนโน้นคนนี้คุย ไม่ค่อยทานอะไร จูเหลียงกับแม่บ้านคนอื่นพากันเอาอาหารมาเสิร์ฟ วนิดามองอย่างตกใจ
"เป็ดอบส้ม...แหม...ที่นี่ทำเป็ดอบส้มเป็นด้วยเหรอคะ...แต่ต้องขอชิมก่อนว่ารสชาติจะใช่หรือเปล่า"
โสภณมองหน้ากับสุชาดา อานนท์มองวนิดาเป็นเชิงตำหนิ...
"ลองชิมสิคะ"
วนิดากินแล้วก็พยายามเก็บอาการที่อร่อยมาก...
"ก็…ใช้ได้ค่ะ"
"อะไรใช้ได้วนิดา...ผมว่าอร่อยกว่าที่นอร์มังดีอีกนะ"
สุชาดาเขี่ยอาหารในจาน ไม่ค่อยทาน อานนท์มองอย่างเป็นห่วง วนิดาที่กำลังกินอย่างอร่อยสังเกตุ
เห็น
"ทำไมไม่ทานล่ะครับ...คนทำงานหนักอย่างคุณต้องทานเยอะๆ"
สุชาดายิ้มๆ
"ขอบคุณที่หวังดีนะคะ"
"เค้าไม่ค่อยชอบทานข้าวหรอกครับ...ชอบทานขนม" โสภณบอก
"ไม่เหมือนโสนี่...ชอบกินทั้งข้าวทั้งขนม"
"ใช่แล้ว"
"เหมือนผมเลย...ผมว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ผมอ้วนขึ้นแล้วนา"
อานนท์หันไปหัวเราะกับโสภณ วนิดาน้อยใจเหมือนตัวเองเป็นคนนอก เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของตวัน
"คุณมาถึงที่นี่คงมีธุระสำคัญใช่ไหมคะ"
"จริงสิวนิดา...คุณมีธุระสำคัญอะไรจะพูดกับผมเหร" อานนท์ถาม
วนิดามองหน้าอานนท์รู้สึกได้ว่า เขาไม่ให้ความสำคัญกับเธอนัก
"พูดได้เลยนะ....ผมไม่มีความลับอะไรที่ต้องปิดบังอยู่แล้ว"
วนิดาเก็บอาการน้อยใจ พยายามหาเรื่องพูดเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียฟอร์ม
"เอ้อ…คือฉันอยากมาปรึกษาคุณ...เรื่อง..."
วนิดาพูดไม่ออก อานนท์รอฟัง แต่ก็ไม่วายหันไปยิ้มกับสุชาดา ตวันได้แต่เฝ้ามอง
"คือ…ฉันจะหมั้น"
อานนท์ทำหน้าดีใจมาก จนวนิดายิ่งรู้สึกแย่
"ไชโย…วนิดา…เป็นข่าวดีมากจริงๆ"
โสภณยกแก้วไวน์ชู ตวันสังเกตเห็นว่า วนิดาหน้าเสียจนต้องหันหน้าหนี
"ขอแสดงความยินดีด้วยครับ"
"ใช่คุณโกศลที่คุณพูดถึงคนนั้นหรือเปล่า อย่าบอกนะว่าเป็นคุณโกศลเลขาทูตที่เพิ่งมาจากดีซี"
วนิดาพยักหน้ารับ
"ใช่ค่ะ...คุณนนท์รู้จักใช่ไหมคะ ฉันถึงอยากมาปรึกษาว่าคุณโกศลคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง"
สีหน้าอานนท์เป็นงานเป็นการ
"สบายใจได้เลยวนิดา...คุณโกศลคนนี้เป็นคนดีมาก ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่โน่น ก็รู้จักคบหากับคุณโกศลตลอด....ผมดีใจที่เค้าจะมาแต่งงานกับคุณ"
สุชาดาพยายามสังเกตุท่าทางวนิดา เช่นเดียวกับตวัน
"ขอบคุณค่ะ...ถ้าคุณนนท์รับรองอย่างนี้ฉันก็ดีใจ"
อานนท์หันไปยิ้มกับสุชาดา ตวันยกแก้วไวน์ขึ้นชู
"ขอแสดงความยินดีด้วย...ขอให้คุณได้พบกับความสุขที่แท้จริง"
วนิดาหน้าเสียแต่ก็ต้องจำใจยิ้มรับเมื่อทุกคนยกแก้วไวน์ขึ้นชูเพื่อดื่มอวยพรให้เธอ...

อานนท์ และโสภณเดินมาส่งวนิดาที่ท่าเรือ
"ผมว่าให้เรือรับจ้างกลับไปเลยดีกว่า...เดี๋ยวผมเอาเรือไปส่งที่ท่าเรียบเอง"
วนิดาสีหน้าเศร้าหมอง
"อย่าให้ฉันต้องรบกวนเลยค่ะ...ฉันให้เรือเค้ารอ แล้วฉันก็ต้องกลับของฉันเอง"
วนิดาพูดอย่างประชดประชัน
"โสไม่ต้องห่วงวนิดาหรอก...เค้าเป็นผู้หญิงเก่ง..ถ้าแต่งงานไปเค้าจะเป็นดูแลคุณโกศลแน่ๆ"
วนิดาเอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว มองอานนท์ตาเขียว
"คุณนนท์ควรจะบอกคุณโกศลให้ดูแลฉันมากกว่ามาบอกให้ฉันดูแลคุณอานนท์ไม่ใช่เหรอคะ"
อานนท์ไม่รู้ว่าวนิดาประชดประชัน แต่โสภณเริ่มรู้สึกผิดปรกติ
"นี่วนิดา...คุณโกศลน่ะเคยผิดหวังความรักมาแล้วเมื่อตอนที่อยู่ดีซี...คุณอย่าไปทำให้คุณโกศลผิดหวังอีกล่ะ"
"แล้วคุณไม่กลัวดาผิดหวังบ้างเหรอคะคุณนนท์"
อานนท์หัวเราะ
"อย่างคุณไม่มีวันผิดหวังหรอกวนิดา ถึงไม่มีคุณโกศล คุณก็ยังมีนายมนัส นายวินัย นายอะไรต่อมิอะไรที่มาห้อมล้อมคุณอยู่ทุกวัน"
วนิดาหันหน้าหนีเพราะน้ำตาจะหยด
"คุณนนท์ไม่เคยรู้ใจฉันเลย...ลาก่อนค่ะ"
วนิดาก้าวลงเรือเอามือยึดกับเรือของคนขับเรืออย่างลืมความหยิ่ง อานนท์ยืนมองเรือของวนิดาที่แล่นออกไป
"ผมว่าคุณวนิดาดูไม่ค่อยมีความสุขนะครับ"
อานนท์พยักหน้า
"วนิดาเป็นคนดูยากครับ...ผมคิดว่าเค้าโชคดีที่จะได้แต่งงานกับคุณโกศลแล้วละครับ"

อานนท์ยิ้มๆ…
 
อ่านต่อตอนที่ 7
กำลังโหลดความคิดเห็น...