xs
xsm
sm
md
lg

"บ๊วย-เชษฐวุฒิ" เปิดใจ ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย! หลังครอบครัวแตกแยก ผ่าน "บันเทิง 108"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ข่าวรายการ "บันเทิง 108"
 
 
"บ๊วย-เชษฐวุฒิ" เปิดใจ ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย!
หลังครอบครัวแตกแยก ผ่าน "บันเทิง 108"

เคยเป็นหนึ่งหนุ่มที่มีชีวิตคู่ที่หลายๆ คนอิจฉาสำหรับหนุ่ม “บ๊วย-เชษฐวุฒิ” กับนางแบบสาวสวย “ตุ๊ก-ชนกวนันท์” แต่จู่ๆ ภาพแฟมมิลี่แมนที่หลายคนคิดก็พังทลายไปในพริบตา เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับการประกาศแยกทางกันกับสาว “ตุ๊ก” ทั้งที่เพิ่งคลอดลูกชายคนเล็กได้ไม่นาน โดยก่อนหน้านี้หนุ่ม “บ๊วย” ก็แทบจะไม่เคยอธิบายถึงสาเหตุของการหย่าร้างแบบชัดเจนเลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวการประกาศขายบ้าน ขายรถรวมไปถึงค่าเลี้ยงดูที่หนุ่ม “บ๊วย” ไม่ยอมส่งเสียสาว “ตุ๊ก” และลูกอีกสองคน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ วันนี้ทางทีมงาน “บันเทิง108” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 ได้มีโอกาสเปิดใจหนุ่ม “บ๊วย” เป็นครั้งแรกแบบหมดเปลือก ไปฟังสาเหตุของหนี้สินพร้อมภาระที่ต้องแบกรับ รวมไปถึงชีวิตปัจจุบันและจะมีการแต่งงานครั้งที่สองรึเปล่า

เล่าให้ฟังหน่อยว่าชีวิตช่วงที่มีปัญหาเป็นยังไงบ้าง
"บอกก่อนว่าช่วงนั้นแย่มาก ย้อนไป 3 ปีที่แล้ว งานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดผลพวงมาจากที่เราไม่มีความสุข และงานที่เราทำคือเอนเตอร์เทนคนอื่นและเราทำไม่ได้ ค่าใช้จ่ายสูง ค่าใช้จ่ายลูกเดือนละ แปดหมื่น ผ่อนบ้านแสนนึง ผ่อนรถยุโรป สี่หมื่น มอไซด์ 2 คันรวมสองหมื่น ค่าโอดีสี่ล้าน เฉพาะดอกอย่างเดียวก็สี่หมื่น เพราะไม่มีผลต้น บัตรเครดิต ทำประกัน สามแสนแล้วก็ต้องมานั่งจ่ายดอกสามหมื่นต่อเดือน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือนอีก รวมๆ แล้วเดือนละสองแสนกว่าบาท ประมาณสองแสนห้าสองแสนหกขึ้นไป มันกลายเป็นว่าเรามานั่งจ่ายดอก อย่างเดียว มีคนโทรมาทวงหนี้ มีธนาคารโทรมา ทวงค่ารถ ทวงหนี้เยอะแยะ เราเครียดมาก คือวนอยู่แต่ในหัวหาทางออกไม่เจอ โทษคนอื่น กับสื่อเราก็โทษ ไม่เข้าใจเราเลย “ตุ๊ก” เองเราก็โทษ เป็นเพราะ “ตุ๊ก” ที่ทำให้เป็นแบบนี้ แต่โชคดีที่ไม่มีหนี้ นอกระบบเพราะยังหมุนไหวอยู่"

เริ่มแก้ปัญหาและจัดการเรื่องเงินยังไง
"อย่างแรกเคลียร์ตัวเองก่อน มีอะไรบ้างที่เกินจำเป็น ที่สามารถลดได้ ก็มีประกาศขายบ้าน ขายรถ สรุป “ตุ๊ก” ก็มาซื้อเอง การขายบ้านให้ “ตุ๊ก” เป็นคนเต็มใจเอง ไม่มีใครบังคับ เพราะผมก็บอกว่า “ตุ๊ก” ต้องผ่อนเองนะ มันหนักนะแต่คนก็มาด่าหาว่าเราเอาภาระไปให้ “ตุ๊ก” แต่ผมก็ยังดูแลลูกอยู่ เรื่องค่าใช้จ่าย มีคนมาด่าโน้นนี้นั้น ไม่มีใครเข้าใจแต่ไม่เป็นไร ผมเข้าใจตัวผมเอง ว่าผมทำอะไรบ้าง บางเดือนก็หมุนไม่ทัน บางเดือนก็เอาค่าโอดีไปจ่าย ให้ลูกก่อน แต่ตอนนี้ผ่านไปปีกว่าๆค่าโอดีลดลงเป็นหลักล้านละครับ ผมเชื่อว่าเร็วๆนี้จะเหลือ 2ล้าน อย่างรถก็เหลือจากผ่อน 4 หมื่น เหลือเป็น 2 หมื่น บ้านก็ไม่ต้องผ่อนละ ตอนนั้นที่มันทำไม่ได้เพราะอัตราการใช้ชีวิตของผมเยอะ หน้าตาทางสังคมเยอะ ต้องดูดีตลอดเวลา เคยเครียดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย จบปัญหา ตายไปเลย จะได้จบปัญหา มีคนด่าเยอะใช่ว่ามีความสุขนะ แต่การที่ผมล้มเหลวในชีวิตครั้งนั้นมันดีนะ ผมมองว่าเป็นของขวัญในชีวิต"

คิดจะกลับไปคืนดีกับตุ๊กบ้างมั๊ย
"ผมก็ถามตัวเองนะ ไม่ใช่ไม่คิด ทำไงจะกลับไปคืนดีกับ “ตุ๊ก” ดีมั้ย คิดถึงลูก ถ้าเราอยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาก็คงดี แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นชัดเจน คือ ผมอยู่อย่างนี้ดีกว่า ผมมีความสุข การที่ผมอยู่กับ “ตุ๊ก” ในสถานะแบบนี้ผมมีความสุขมาก เดี๋ยวพูดแบบนี้ก็จะมีผลกระทบกับ “ตุ๊ก” อีก เอาเป็นว่า “ตุ๊ก” เค้าก็ดีในแบบของเค้า เพียงแต่ผมไม่เหมาะจะกลับไปเป็นสามีภรรยากับ “ตุ๊ก” อีกแล้ว ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ปากของใครหรอกนะ อยู่ที่หูของเรามากกว่า ขอบคุณทุกคำด่าจริงๆ ล่าสุดผมเจอคนมาพูดว่า พี่เลวอย่างงั้นอย่างงี้ อันนี้นะผมสะอึกเลย ผมอยากบอกเลยว่า อยากดูแลลูกมาก แต่ทำไม่ได้ บางคนมาเม้นในไอจีใช้คำว่าผมใจหมาแต่หมามันดีนะไปว่ามันทำไม ด่าผมเถอะครับ ไม่มีปัญหาครับผมอยู่ได้ ผมก็ยังกินข้าวได้ปกติดี"

มองอนาคตชีวิตคู่ไว้ยังไง มีคนเข้ามารึยัง
"มีครับ ผมไม่ได้ระบุสถานะอะไรทั้งนั้น แต่ผมไม่ขอพูดเรื่องความรัก พูดไปก็ไปกระทบคนบางคนอยู่ดี ผมต้องการความรัก ถามว่าคิดเรื่องแต่งงานอีกครั้งมั้ย คิดครับ ถ้าเรามีความสุขก็ต้องประกาศให้คนรู้ คนจะมาไม่มาก็เรื่องของเค้า ถ้าเหมาะสมผมก็แต่ง แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเมื่อไหร่ผมมีภาพภาพหนึ่งที่ผมเซฟไว้ในโทรศัพท์ ผมชอบมาก คือภาพคุณฟลุค(เกริกพล)กะโบ(ชญาดา)ไปเที่ยวกะแฟนของกันละกันและลูก ก็อยู่ได้ ในสิ่งสุดท้ายที่ผมจะขอคือ อนุญาติให้ผมเป็นแบบนี้เถอะครับ อนุญาติให้ผมตัดสินใจชีวิตผมเองเถอะครับ ถามว่ามีความสุขไหม ผมมีความสุขมาก ผมจะทำให้ภาพนี้เกิดขึ้น ครอบครับ 2 ครอบครัวเที่ยวด้วยกันได้ ใครจะว่าผมยังไงก็ได้ ผมไม่ขอตอบว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี ผมไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้ว่าผมทำอะไรบ้าง สุดท้ายแล้วการกระทำสำคัญกว่าคำพูด"

ติดตามชมรายการ “บันเทิง108” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00น และ เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.05 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางwww.thaich8.com
"กรุง-ศรีวิไล" เผย เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้! "คนจะตายก็ต้องตาย ไม่วันนี้ก็วันข้างหน้า"
"กรุง-ศรีวิไล" เผย เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้! "คนจะตายก็ต้องตาย ไม่วันนี้ก็วันข้างหน้า"
เมื่อพูดถึงดารานักแสดงรุ่นเก๋าที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีและมีผลงานบ้างตามหน้าจอโทรทัศน์ แน่นอน ต้องมีชื่อนักแสดงท่านนี้ ติดโผลอยู่ด้วย “กรุง-ศรีวิไล” หรือ “อาเอ็ด” ยังคงคาแร็กเตอร์ทั้งน้ำเสียง และทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นที่จดจำของประชาชน ซึ่งตอนนี้ “อาเอ็ด” อายุ 67 ปีแล้ว ร่างกายภายนอกยังดูแข็งแรงยิ่งกว่าหนุ่มสาวสมัยนี้อีก แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะยิ้มไม่ออกซะแล้วเพราะเจ้าตัวได้เล่าให้เราฟังว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้ไปตรวจร่างกายมาโดนแพทย์ระบุว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็น “โรคมะเร็งลำไส้”
กำลังโหลดความคิดเห็น