xs
sm
md
lg

คิวบิก ตอนที่ 5

เผยแพร่:

คิวบิก ตอนที่ 5

เวลาเย็นจวนค่ำ คนขับรถแท๊กซี่คันหนึ่งขับรถมาแล่นมาตามทาง โดยที่ด้านหลังมีฤทัยนาคเอาปืนจ่อหัวอยู่ ส่วนหลินหลานเซ่อนอนหายใจรวยรินใกล้หมดสติอยู่เบาะด้านข้าง

“ไปให้มันเร็วกว่านี้ได้มั้ย”
“ชั้นว่าเธอเลิกจ่อปืนชั้นได้แล้ว เดี๋ยวมันลั่นขึ้นมา ถึงยังไงชั้นจะพาเธอไปถึงโรงพยาบาลแน่”
“คุณพูดจริงนะ”
“จริงสิ ชั้นไม่ใจดำพอที่จะปล่อยให้คนตายหรอก แล้วตอนนี้ชั้นว่า เธอควรจะดูเค้ามากกว่านะ เพราะเค้าหลับไปแล้ว”
ฤทัยนาคหันขวับมามองข้างๆ พบว่าหลินหลานเซ่อหลับคอพับหมดสติไปแล้วจริงๆ จึงหันมาเขย่าตัวเรียกสติ
“หลินหลานเซ่อ...หลินหลานเซ่อ...นายได้ยินชั้นมั้ย”
หลินหลานเซ่อนิ่งไม่ไหวติง เด็กสาวตกใจเขย่าอีก
“ไม่นะ นายต้องไม่ตายนะ ตื่นสิ หลินหลานเซ่อ ตื่น”
คนขับเหลือบมองทางกระจกมองหลัง เห็นฤทัยนาคพยายามเรียกเขย่าเป็นการใหญ่
“หลินหลานเซ่อ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
สุดท้ายฤทัยนาคตบเผียะเข้าที่ใบหน้า แต่หลินหลานเซ่อยังคงหลับนิ่งอย่างเก่า ฤทัยนาคฟาดอีกหลายเผียะ
“ตื่นสิ ชั้นบอกให้นายตื่น หลินหลานเซ่อ นายต้องตื่นนะนายจะตายไม่ได้นะ”
ฤทัยนาคใจเสีย แต่ไม่หยุด เงื้อมือจะตบอีก คราวนี้หลินหลานเซ่อหายใจหอบลึก ปรือตาขึ้นมามอง แต่เห็นใบหน้าฤทัยนาคพร่าเลือนเต็มทน
“ฤทัยนาค”
“สัญญากับชั้นนะว่านายจะไม่หลับ เราจะถึงโรงพยาบาลแล้วทนอีกนิด”
หลินหลานเซ่อพยายามฝืนความเจ็บปวดทั้งปวง พยักหน้าให้ ฤทัยนาคมองยิ้มทั้งน้ำตา
“นายต้องไม่ตายนะ เข้าใจมั้ย”
หลินหลานเซ่อมองฤทัยนาคที่พยายามช่วยชีวิตตนไว้อย่างซาบซึ้ง


ในห้องฝ่าตัด บรรยากาศชุลมุน ฝาครอบออกซิเจนเสียบเข้าที่ปากหลินหลานเซ่อ หมอ และพยาบาบาลเข้ามารุมที่เตียง พยาบาลดึงเสื้อหลินหลานเซ่อออก ขณะที่มาฟัยหนุ่มสำลักเลือด

ฤทัยนาคเดินวนไปวนมาที่หน้ากห้องผ่าตัด เป็นห่วงมาก ขณะหยิบโทรศัพท์มือถือหลินหลานเซ่อขึ้นมาดูอย่างชั่งใจ
“หรือว่าเราควรจะโทร.บอกจงซิน”
แต่จำเหตุการณ์และคำพูดหลินหลานเซ่อที่กำชับหนักแน่น ตอนอยู่ในรถได้
“จำไว้นะ อย่าโทรหาจงซินรอจนกว่าเค้าจะโทร.มาหาเธอเอง”
“แต่ว่า...”
“ให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชั้น”
“ชั้นไม่เข้าใจ”
“มีคนต้องการโค่นอำนาจชั้น”
ฤทัยนาคครุ่นคิด “ใครกันนะที่ต้องการโค่นอำนาจเค้า”

ภายในห้องพักห้องหนึ่งในบ้านซานกุ้ย โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในนั้น มีมือใครคนหนึ่งเข้ามาหยิบกด
“ว่าไป ทุกอย่างเรียบร้อยมั้ย”
ฉินฝูนอนอยู่บนเตียงในคลินิกเถื่อน ให้หมอเถื่อนทำแผลที่ถูกยิง คุยสายอยู่
“มันหนีไปได้ครับ
เมื่อชายคนนั้นหันหน้ามา พบว่าเป็นหย่งเหวิน
“หมายความว่าหลินหลานเซ่อยังไม่ตายงั้นหรือ”
“ครับนาย นี่ผมก็เกือบเอาตัวไม่รอด”
“นี่แกอยู่ไหน”
“ผมอยู่คลินิกให้หมอเอากระสุนปืนออกอยู่”
“สรุปว่าแกทำงานพลาด”
“ใจเย็นก่อนครับนาย ผมขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง”
“จะแก้ตัวยังไง”
“ผมจะตามไปโรงพยาบาล ไปฆ่าไอ้หลินหลานเซ่อด้วยมือผม”
“งั้นก็รีบเลย ถ้าไม่สำเร็จแกรู้นะว่าแกก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไปเหมือนกัน”
“ครับนาย”
หย่งเหวินตาแข็งกร้าว ปิดโทรศัพท์อย่างโกรธแค้น
“บัดซบ กะอีแค่คนๆ เดียวยังฆ่าไม่ได้”

หลินหลานเซ่อผ่าตัดเสร็จ เวลานี้นอนพักอยู่ในห้องพิเศษ เห็นมีขวดน้ำเกลือและขวดเลือด หมอแลพพยาบาลกำลังดูอาการ ฤทัยนาคยืนมอง หมอหันมาถาม
“ตอนนี้เค้าปลอดภัยดีแล้ว คุณจะให้เราเรียกตำรวจมาอารักขามั้ย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”
“ถ้าต้องการอะไรก็บอกพยาบาล”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะหมอ”
หมอและพยาบาลออกไป ฤทัยนาคเดินเข้ามาที่เตียงมองหลินหลานเซ่อที่หลับสนิทจึงเอื้อมมือมาแตะมือเขา
“โชคดีนะที่นายไม่ตาย”

ใกล้มืดเต็มที เพ่ยอิงปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ โวยวายขึ้นมา
“นี่หลินหลานเซ่อหายหัวไปไหนตั้งหลายชั่วโมง”
“นั่นน่ะสิ นี่มันหกโมงกว่าแล้วนะ” ซานกุ้ยว่า
เพ่ยอิงตั้งข้อสังเกต “หรือจะเกิดเรื่องอะไรกับหลินหลานเซ่อ”
จงซินนิ่งฟัง
ซานกุ้ยบอกค้าน “คงไม่หรอก เพราะถ้าเกิดเรื่องหลินหลานเซ่อก็ต้องโทร.หาจงซิน”
“นอกซะจากว่าถูกยิงตายเลยยังไม่ทันหยิบโทรศัพท์”
จงซินมองเพ่ยอิงอย่างไม่ค่อยชอบใจ
“เออ ท่านซาน ถ้าหลินหลานเซ่อเป็นอะไรไปตอนนี้ ท่านกับผมใครจะขึ้นเป็นหัวหน้า”
“ก็ต้องชั้นน่ะสิ”
“แต่ผมก็มีสิทธิ์ขึ้นเป็นหัวหน้าได้นะ”
“แต่ชั้นมีอาวุโสสูงกว่าแก”
“แต่ผมเป็นคนรุ่นใหม่ ยุคนี้มันเป็นยุคดิจิตอล ผมจะพาองค์กรไปข้างหน้าได้ดีกว่า”
จงซินขัดขึ้น “เอาล่ะครับ คุณเพ่ยอิง ผมว่าเราอย่าเถียงกันเลย เพราะคุณหลินหลานเซ่อยังไม่เป็นอะไร เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอปิดการประชุมแค่นี้นะครับ”
ซานกุ้ยลุกขึ้น “ถ้าหลินหลานเซ่อกลับมา ให้โทร.หาชั้นด้วย”
ซานกุ้ยลุกเดินออกไป เพ่ยอิงลุกตามบอกจงซินท่าทางยียวน
“แต่ชั้นว่านายควรจะรีบเช็คข่าวนะ เพราะหลินหลานเซ่อขาดการติดต่อหลายชั่วโมงแล้ว บางทีอาจจะไปสวรรค์แล้วก็ได้”
เห็นเพ่ยอิงเดินออกไปลับตัวแล้ว จงซินจึงกดโทรศัพท์


ตอนนี้ใกล้มืดมากแล้ว เสียงมือถือของหลินหลานเซ่อดังขึ้น ฤทัยนาคสะดุ้ง มองเบอร์เห็นชื่อจงซิน จึงรีบกดรับ
“ฮัลโหล...จงซิน”
จงซินอยู่ในห้องประชุมคุยสาย
“คุณหลินอยู่ไหน”
“หลินหลานเซ่อถูกยิง” ฤทัยนาค
จงซินตกใจ “ว่าไงนะ”
“แต่ตอนนี้เค้าปลอดภัยแล้วอยู่โรงพยาบาล”
“โรงพยาบาลอะไร”
“ม่งจ๋าย”
“เอาล่ะ เธอฟังให้ดีนะ เธออยู่กับคุณหลินห้ามใครเข้าออกห้องคุณหลินเด็ดขาด อีกไม่เกินสิบห้านาทีชั้นจะไป
“ได้ รีบมาหน่อยแล้วกัน”
จงซินเดินรีบรุดออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
ฤทัยนาควางสายหันมามองมาเฟียหนุ่ม เห็นเขากำลังหลับ จึงเดินเข้ามาหยุดมองจับมือ
“ชั้นสัญญานะ ชั้นจะไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายนาย” ฤมทัยนาคมองหน้าเขาแล้วชะงัก “เอ๊ะ แล้วถ้ามือปืนมันตามมาฆ่าเค้าที่โรง พยา บาลเราจะทำยังไง เราคนเดียว เราจะช่วยเค้าได้ไง”
ฤทัยนาคเดินไปเดินมา ครุ่นคิดอย่างกลัดกลุ้ม

จริงดังที่ฤทัยนาคกังวล เวลานี้ฉินฝูใส่หมวกพรางหน้าก้าวเข้ามาในล็อบบี้โรงพยาบาล เดินตรงไปหาพยาบาลที่เคาน์เตอร์
“หลินหลานเซ่ออยู่ห้องไหนหรือครับ”
“เอ่อ...” พยาบาลลังเลจะไม่บอก
ฉินฝูบอกมาดขรึมไร้พิรุธ “ผมเป็นพี่ชายเค้า ได้ข่าวว่าเค้าบาดเจ็บ”
“อ๋อ ชั้น 3 ห้อง 308 ค่ะ”

ฤทัยนาคเดินมาหยุดหน้าห้องพิเศษ พูดกับตัวเอง
“ใช่ เราควรจะบอกพยาบาลให้ย้ายห้องดีกว่า” พลางหันมาบอกหลินหลานเซ่อที่ยังหลับอยู่ “นายอยู่นี่ก่อนนะ แป๊บเดียว ชั้นจะรีบไปบอกพยาบาลขอให้เค้าเปลี่ยนห้อง”
ฤทัยนาคหันวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูลง

ด้านฉินฝูกดลิฟต์ ยืนรอ ลิฟต์เปิดออก โดยมีฤทัยนาคยืนอยู่ในนั้น ฉินฝูมองจ้อง ฤทัยนาคยืนอึ้ง จำได้ ฉินฝูมอง
ฤทัยนาคทำหน้านิ่ง ก้าวออกมาจากลิฟต์ สวนกับฉินฝูที่ก้าวเข้าไป ลิฟต์ปิดลง ฤทัยนาคมองกลับไปที่ฉินฝูท่าทีตื่นตระหนัก
“หรือว่าไอ้นี่จะเป็นมือปืน ทำไงดี” เด็กสาวมองซ้ายแลขวา “เราต้องไปช่วยหลินหลานเซ่อก่อน”
ฤทัยนาคหันหลังวิ่งกลับไปที่บันได

ตัวเลขในลิฟท์วิ่งขึ้นมาที่เลขสอง ลิฟต์เปิดออก เห็นมีเตียงคนไข้กับบุรุษพยาบาลรอลิฟต์อยู่
บุรุษพยาบาลเข้ามากดล็อกลิฟต์
“ขอโทษครับ”
ฤทัยนาควิ่งขึ้นบันไดมาถึงชั้นสองแล้ว
ส่วนในลิฟต์ บุรุษพยาบาลเข็นคนเตียงคนไข้เข้าลิฟต์มา พอลิฟต์จะปิด พยาบาลวิ่งตามหลังเข้ามา
“เดี๋ยวค่ะ ไปด้วยคน”
ฉินฝูมองเหตุการณ์อย่างหงุดหงิด
ฤทัยนาควิ่งหอบขึ้นบันไดมาถึงชั้นสามเลี้ยวตรงไปที่ห้องหลินหลานเซ่ออย่างรีบเร่ง
ลิฟต์ชั้น 3 เปิดออก ฉินฝูขยับจะเดินออก บุรุษพยาบาลบอกก่อน
“เดี๋ยวครับ ขอคนไข้ออกก่อนครับ”
พยาบาลออกมายืนขวางทางช่วยเข็นรถคนไข้ ฉินฝูมองอย่างโมโหแต่เก็บอาการ

ฤทัยนาคเข็นเตียงหลินหลานเซ่อออกมาจากห้องพุ่งเลี้ยวไปตามทาง
ฉินฝูเดินออกจากลิฟต์ มองป้ายบอกทาง เห็นป้ายห้อง 308 จึงเดินเลี้ยวตรงไปตามทาง
ฝ่ายฤทัยนาคเข็นเตียงหลินหลานเซ่อมาแล้วเลี้ยวเข้าห้องว่าง ปิดประตูทันที ในจังหวะที่ฉินฝูเดินเลี้ยวเข้ามาตามทาง
ฤทัยนาคอยู่ในห้องว่าง แลเห็นเงาฉินฝูเดินผ่านประตูไป
“ไอ้นี่แน่เลย”

ฉินฝูเปิดประตูห้องพิเศษเข้ามากระชากปืนจะยิง พบว่าในห้องว่างเปล่าแถมไม่มีเตียง เดินไปเปิดประตูห้องน้ำ ก็ไม่มีใคร
“มันอยู่ห้องไหนกันแน่วะเนี่ย” ฉินฝูเดินออกอย่างหงุดหงิด

ฉินฝูเดินออกจากห้องพิเศษ มองซ้ายแลขวา แล้วเดินไปเปิดประตูห้องคนไข้ตรงข้าม เจอคนแก่นอนอยู่บนเตียง
“ขอโทษครับ” ฉินฝูปิดประตู เดินไปอีกห้องเปิดประตูเข้าไป ภายในเป็นห้องว่างไม่มีคนไข้

ฤทัยนาคพาหลินหลานเซ่อมาหลบในห้องว่างอีกห้อง มองลุ้นไปที่ประตู พร้อมกับกดโทรศัพท์หาจงซิน แต่แบตดันหมด
“ไอ้บ้าเอ๊ย แบตหมดอีก โธ่เว้ย”

ด้านฉินฝูเดินไปเปิดประตูอีกห้อง เปิดเข้าไปมีคนไข้นอนอยู่รีบบอก “ขอโทษครับ”

ฤทัยนาคมองซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่อย่างหวาดกลัว เดินไปมาเครียดหนัก
“ทำไงดี มันต้องหาเราเจอแน่เลย” เด็กสาวมองมายังมาเฟียที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง “หลินหลานเซ่อบอกชั้นทีสิ ว่าทำไงดี”
สุดท้ายฤทัยนาคมองเห็นเก้าอี้ในห้อง วิ่งไปยกเก้าอี้ดันประตูไว้ก่อน
ฉินฝูเดินมาหยุดหน้าห้องที่สองคนอยู่ กำลูกบิดประตูหมุน ฤทัยนาคมองจ้องอย่างตกใจ ฉินฝูขยับหมุนลูกบิดอีก แต่ลูกบิดหมุนไม่ไป
ฉินฝูถอยหลังออกมามองซ้ายขวาไม่มีใคร ยกขาถีบประตูเปรี้ยงเข้าไป ประตูเปิดเข้ามา เก้าอี้กระเด็นกระดอน ฤทัยนาคยืนขวางเตียงหลินหลานเซ่อไว้อย่างปกป้อง
“อย่านะ”
“นึกว่าจะหนีพ้นหรือ”
“ถ้าแกจะฆ่าหลินหลานเซ่อ แกต้องข้ามศพชั้นไปก่อน”
ฉินฝูยกปืนจ่อจะยิงฤทัยนาค เตรียมลั่นไก

จังหวะนี้ จงซินวิ่งเข้ามาตรงระเบียงทางเดินชั้นสาม มองซ้ายมองขวา แล้วเห็นฉินฝูยกปืนเล็งยืนอยู่หน้าห้อง ไวเท่าความคิด จงซินยิงใส่ฉินฝูเปรี้ยง แต่กระสุนเฉียดไป ฉินฝูหลบทัน
ฤทัยนาครีบวิ่งไปที่เตียงหลินหลานเซ่อ
ฉินฝูหันกลับไปที่จงซินยิงสู้ จงซินหลบ ฉินฝูหันมาจะยิงใส่หลินหลานเซ่อ แต่นาคเข็นเตียงพุ่งใส่จังๆ ฉินฝูผงะถอยไปชนอีกห้องฝั่งตรงข้าม
จงซินตามเข้ามายิงใส่ฉินฝู แต่ฉินฝูหลบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว จงซินไล่ยิงตาม ฉินฝูกระโดดหนีลงระเบียง จงซินไล่ตามยิง เห็นฉินฝูหนีไปได้
จงซินวิ่งกลับมาหาฤทัยนาค ถามเร็วรี่ “คุณหลินปลอดภัยรึเปล่า ฤทัยนาค”
“ปลอดภัย...จงซิน
“หือม์”
“ชั้นจะเป็นลม”
พูดได้เท่านั้นฤทัยนาคร่วงล้มลง จงซินรับไว้ได้ทัน
“ฤทัยนาค”

จงซินมองสองคนไปมา หมอ พยาบาล ตลอดจนคนไข้และญาติห้องข้างๆ วิ่งขึ้นมาดูเหตุการณ์อย่างตื่นตระหนกตกใจ

อ่านต่อตอนต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...