xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 12

เช้าวันใหม่ น้ำค้าง แย้ ถวายเครื่องเซ่นให้กับศาลพระภูมิหน้าโรงแรมควีนโรส ทั้งคู่พนมมือ
“ท่านพระภูมิเจ้าขา ลูกอยากจะขอให้ท่านช่วยเปลี่ยนใจลูกพี่ตะวันให้อยู่ที่นี่ต่อไปด้วยเถิ้ด สาธุ” น้ำค้างมองแย้อย่างไม่มั่นใจ “พี่แย้ ท่านพระภูมิจะช่วยเราได้จริงๆ เหรอ”
“เราต้องเอาทุกอย่าง ทำทุกทางที่จะให้พี่ตะวันอยู่ต่อ เล่นของก็ต้องทำ” แย้มุ่งมั่นมาก น้ำค้างฮึด
“ใช่ เราจะไม่ท้อ เราจะไม่ถอย ถ้าพี่ตะวันจะกลับไร่ ก็ต้องกลับไปพร้อมพี่โรสเท่านั้น”
“กิฟต์มีไฟว์”
ทั้งคู่ตีมือกันอย่างมุ่งมั่น
“เลิกฝันได้แล้ว”
น้ำค้าง แย้ ฝันค้าง หันขวับมองตะวันที่เดินเข้ามาวางพวงมาลัยที่ศาล
“โธ่ พี่ตะวัน”
“แล้วถ้าไม่เชื่อก็ตัดพี่ตัดน้องกันไปเลย เรื่องของพี่กับโรสมันจบลงแล้ว อย่าพยายามอีก”
ตะวันเดินหันหลังออกไป แย้ น้ำค้าง มองตามอย่างเป็นห่วง

ภายในห้องทำงานณรงค์ ณรงค์มีสีหน้าเครียดๆ ขณะคุยโทรศัพท์กับชาญ ยุนอาที่อยู่ข้างๆ ก็เครียดเหมือนกัน
“ห๊า เอ็งจะให้ข้ายืดงานแต่งออกไป ตะวันจะได้อยู่ต่องั้นเหรอ”
“โอ้วโน้วๆ พระจะสึก ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง คนจะแต่งงานกัน ห้ามไม่ได้นะคะ”
ณรงค์ส่ายหน้าอย่างหนักใจ
“แผนนี้ท่าจะไม่เวิร์ก มีแผนใหม่มั้ยวะ” โรสรินผลักประตูเข้ามา “ห๊า ถ้ายืดไม่ได้ก็ล้มงานแต่งแล้วจัดใหม่” ณรงค์ ยุนอาชะงักที่โรสรินพรวดเข้ามาได้ยินพอดี “แค่นี้นะ เดี๋ยวค่อยปรึกษากัน...มีอะไรลูก”
ณรงค์หันมาถามโรสริน เธอส่ายหน้าเมื่อรู้ว่าปู่ยังไม่เลิกความพยายาม
“โรสจะมาบอกว่า ถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องให้นายตะวันไปไหนทั้งนั้นค่ะ” ณรงค์ ยุนอา มองหน้ากันอึ้ง ยิ้มอย่างดีใจ “เพราะถ้าจบงานนี้เมื่อไหร่ แล้วโรสยังเห็นนายตะวันอยู่ที่นี่ โรสจะเป็นฝ่ายออกไปจากควีนโรสเอง ชัดเจนนะคะ”
ณรงค์ ยุนอา หุบยิ้มแทบไม่ทัน

ที่ไร่ตะวัน ชาญหน้าเครียด อึ่ง อาทิตย์ บีบนวดให้
“ปู่ครับ หมดหวังแล้วใช่ไหมครับ”
“ไม่หรอก เราต้องมีความหวังสิ พี่ตูน บอดี้แสลม เคยกล่าวไว้ว่า…”
“จ้ำม่ำเสียจริงนะน้องเอ๋ย ไม่เคยเห็นใครจ้ำม่ำเท่า” ชาญร้องจริงจัง
“ไม่ใช่ นั่นมันชาย เมืองสิงห์ พี่ตูนเคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตเริ่มต้นที่คำว่าฝ่าฟัน ขอเพียงใจเรา เท่านั้นไม่หวั่นไหว” อึ่งบอก
“ใช่ ใจเราต้องไม่หวั่นไหว เราต้องมีความหวัง”
“เฮ้”
พลันรถตำรวจขับเข้ามาจอด ตำรวจสองนายลงจากรถ ทุกคนหันมองสงสัยๆ

ชาญคุยกับตำรวจสีหน้าเครียด ห่างไปอีกมุมหนึ่ง อึ่ง อาทิตย์ แอบมองดูอยู่
“ไม่มีใครอยู่ที่ฟาร์มไอ้เดชาเลยเหรอ”
“คาดว่าคงหนีคดีจนต้องหนีไปกบดานกันหมด ถ้าปู่ชาญมีเบาะแสความเคลื่อนไหวของเดชา รบกวนแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ”
“ยินดีครับ ผมจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้”
“ถ้างั้นผมขอตัวไปสอบถามคนงานไร่ตะวันก่อน เผื่อว่าใครจะมีเบาะแสเพิ่มเติม”
“เชิญครับ อยู่แปลงกุหลาบโน่น เดี๋ยวผมตามไป”
ตำรวจสองนายเดินออกไป ชาญเครียดจัด อึ่ง อาทิตย์ รีบวิ่งไปเกาะขาชาญ
“มีอะไรเหรอคะปู่”
“เดชามันโดนตำรวจตามล่า”
“คราวนี้คนไม่ดีจะได้เข้าคุกซะที” อาทิตย์บอก
ชาญมีสีหน้าหนักใจขึ้นมา
“เดชามันแค้นตะวันเป็นทุนเดิม แล้วที่มันหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ มันต้องโทษว่าเป็นความผิดของตะวันแน่ๆ”
“แล้วพี่ตะวันจะปลอดภัยมั้ยครับ”
อึ่ง อาทิตย์ หน้าเครียด
“กรุงเทพมันกว้างกว่าบ้านเราเยอะ ไอ้เดชามันไม่มีทางรู้หรอกว่าตะวันอยู่ที่ไหน”

ในตรอกแคบๆ แห่งหนึ่ง ข้างทางมีร้านข้าวแกง และรถเข็นกาแฟโบราณ เดชาเดินเข้ามาในตรอก เดชาสวมแว่นดำใส่หมวก เดินก้มหน้าคุยโทรศัพท์มือถือ
“ดี ตอนนี้กบดานไว้ แล้วบอกไอ้แหลมด้วยว่าอย่าเพิ่งโงหัวออกมาจนกว่าฉันจะสั่ง แล้วไม่จำเป็นอย่าติดต่อกลับมา ถ้าตำรวจแกะรอยได้ พวกเราไม่มีวันรอด”
เดชาตัดสายทิ้ง แล้วต้องชะงักที่ข้างหน้าคือตำรวจสายตรวจนั่งกินกาแฟโบราณกันอยู่ เดชาจะเดินหันหลังหนีแต่มีชายคนหนึ่งเข็นกล่อง เข็นลังผ่านเข้ามาเฉี่ยวชนเดชา โทรศัพท์เดชาตกพื้น แต่ไม่แตก ชายคนนั้นเดินหนีไปเลย เดชาจะก้มลงเก็บมือถือ แต่ทว่าตำรวจเก็บให้ก่อน ตำรวจยื่นโทรศัพท์มือถือให้เดชา
“ขอบคุณครับ”

เดชาก้มหน้ารับ แล้วรีบเดินหนีออกไป ที่หน้าเดชามีเหงื่อผุดพราวเต็มหน้าถอนใจอย่างโล่งอก เดชาเดินขึ้นแมนชั่นเก่าๆ โทรมๆ ที่อยู่บริเวณนั้น

เดชาเดินมาตามทางเดินของแมนชั่น มีหนูวิ่งผ่านหน้าเดชาไป เขาคำรามในคอ
“รังหนูชัดๆ นี่เหรอวะ ที่อยู่ของเสี่ยเดชา”
พลันเสียงหวีดร้องของผู้หญิงดังขึ้น
“อย่า ฉันกลัวแล้ว”
เดชาหันขวับมองเห็นผัวเมียทะเลาะกันที่หน้าห้อง คนเป็นเมียไหว้ผัวอยู่ น้ำตานองหน้าที่ปากมีเลือดซิบ
“อีผู้หญิงมักง่าย มึงนอกใจกู”
“ฉันสาบานนะพี่ ผู้ชายมายุ่งกับฉันเอง แต่ฉันไม่ยุ่งด้วย”
“กูไม่เชื่อ!กูจะฆ่ามึงให้ตาย”
ผัวบีบคอเมีย เมียหายใจไม่ออก ตาเหลือก เดชาพรวดเข้ามาชกหน้าผัวกระเด็นไป เดชาคร่อมร่างผัวไว้ แล้วชกหน้าผัวไม่ยั้งเป็นสิบๆ หมัด จนผัวหน้าแหกเลือดเต็มหน้า
“อย่า อย่าทำผัวฉัน พอแล้ว”
เดชากระชากผัวขึ้นมาอัดกับกำแพงอย่างโมโห
“แกรักเมียแกมั้ย” ผัวไม่ตอบ เดชาตะคอก “ฉันถามว่ารักมั้ย”
“รัก”
“แล้วแกทำร้ายคนที่แกรักทำไม ทำไมไม่ไปฆ่าไอ้คนที่มันทำร้ายแก สำหรับฉัน คนที่เรารักถูกเสมอ ไอ้หน้าตัวเมีย ถ้าแกซ้อมเมียอีก แกตาย”
เดชาชกผัวล้มลงสลบ เมียเข้าไปประคองอย่างงงๆ กับท่าทางของเดชา แล้วเดชาก็เดินออกไปอย่างฉุนเฉียว

ที่ระเบียงห้องพัก เดชาเหม่อมองไปที่ดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยแววตาของความแค้น และความเจ็บช้ำ
“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เลือดมันต้องล้างด้วยเลือด ในเมื่อแกทำร้ายฉัน แกต้องโดนเอาคืนไอ้ตะวัน” ตะวันลับขอบฟ้า “อีกไม่นาน ฉันจะดับตะวันให้หายไปตลอดกาล”
เสียงโทรศัพท์มือถือของเดชาดังขึ้น เดชากดรับ
“ว่าไง” เดชาอึ้ง ดวงตาเบิกโพลง “แน่ใจใช่มั้ยว่าเป็นมัน”
เดชายิ้มร้าย เวลาที่เขารอคอยคืบคลานเข้ามา

ถนนฝั่งตรงข้ามโรงแรมควีนโรส นักสืบยืนอยู่ข้างรถ คุยโทรศัพท์มือถือกับเดชา
“คนที่คุณให้ผมสืบ ตรงกับรายชื่อเช็กอินที่โรงแรมหรูนี่ ถ้าผมมีหลักฐานยืนยันว่านายตะวันอยู่ที่นี่จริงๆ ผมจะรีบติดต่อกลับทันที”
นักสืบเข้าไปในรถ เห็นกล้องDSLพร้อมเลนส์ซูมขนาดใหญ่วางอยู่ที่เบาะ นักสืบยิ้มร้ายๆ

คืนนั้น หลังโรงแรมควีนโรส ตะวัน แย้ และพนักงานส่งดอกไม้ช่วยกันยกดอกไม้ลงจากหลังรถกระบะ ตะวันยกลังดอกไม้พลางสั่งโรสรินกับแย้ไปด้วย
“คืนนี้เราต้องช่วยกันประดับตกแต่งดอกไม้ด้วยนะ จะมีงานหมั้นช่วงเช้า แต่งเย็น เสร็จงาน กลับทันที” น้ำค้างสีหน้าครุ่นคิด “คิดอะไรอยู่”
“คิดว่าทำยังไงถึงจะทำให้พี่ตะวันอยู่ต่อได้”
“เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงกันซะที”
น้ำค้างขวางตะวันไว้ จ้องตาตะวัน
“แล้วพี่ตะวันยอมรับได้จริงๆ เหรอ ที่ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีคนที่เรารักอยู่ข้างๆ”
“อย่าพูดเรื่องนี้อีก พี่ไม่อยากฟัง”
ตะวันขนดอกไม้ลงจากรถ อย่างไม่สนใจน้ำค้างเลย น้ำค้าง แย้ หันมองหน้ากันอย่างท้อๆ

นักสืบยังซุ่มอยู่ในรถ ส่องกล้องซูมไปยังจุดต่างๆ ของโรงแรม นักสืบส่ายกล้องซูมไปทั่วๆ ชักถอดใจ
“ออกมาสิ ออกมา มัวแต่หลบอยู่ในห้องทำไม”
นักสืบส่ายกล้องไปมุมหนึ่งก็ชะงักเมื่อเห็นตะวัน น้ำค้าง แย้ ช่วยกันเข็นลังดอกไม้ไปที่ลิฟต์ขนของหลังโรงแรม
“ใช่รึเปล่าวะ” นักสืบหยิบมือถือมากดดูรูปตะวันในมือถือ “ชัดเลย”
นักสืบซูมเลนส์เต็มที่แล้วรัวชัตเตอร์ถี่ยิบ

ในซอยแห่งหนึ่ง ที่ลับตา เดชารับรูปจากนักสืบหยิบมาดูทีละใบๆ รูปถ่ายเห็นเป็นภาพตะวันอย่างชัดเจน“ผมเช็กแล้วนะ คนในรูปเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้โดยยังไม่มีกำหนดออก”
เดชายิ้มร้ายมุมปาก ยื่นซองสีน้ำตาลให้นักสืบ
“หมดหน้าที่ของคุณแล้ว”
นักสืบเปิดซองออกดู เห็นแบงก์พันปึกใหญ่อยู่ข้างใน นักสืบยิ้มพอใจ แล้วเดินออกไป เดชามองรูปตะวันแล้วยิ้มร้ายอย่างสะใจ

“แกจะต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำ ไอ้ตะวัน”

ภายในห้องบอลรูมจัดงานแต่ง ตะวันอยู่คนเดียวในห้องกำลังจัดดอกไม้สำหรับพิธีหมั้นที่จะมีในตอนเช้า
ตะวันชักหงุดหงิดที่แย้กับน้ำค้างไม่มาช่วย กดโทรศัพท์โทรหาน้ำค้าง น้ำค้างไม่รับ
“บอกให้มาช่วยก็ไม่มา โทรไปก็ไม่รับ” พลันเสียงประตูห้องเปิดเข้ามา “กว่าจะเสด็จมาได้ มัวไปทำอะไรอยู่”
ตะวันหันไปก็อึ้ง เพราะคนที่เดินเข้ามาคือโรสริน โรสรินก็อึ้งๆ ที่เห็นตะวันอยู่คนเดียว
“คนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด”

ขณะนั้นคืนอื่นๆ อยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม ณรงค์กำชับกับทุกคนอย่างจริงจัง
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามให้ทุกคนไปช่วยโรสกับตะวันเด็ดขาด ฉันอยากให้สองคนนั้น อยู่ตามลำพังอีกครั้ง แล้วสองคนนั้นต้องช่วยกันฟันฝ่าปัญหาไปให้ได้”
“กู๊ดไอเดียค่ะท่านประทาน”
“กู๊ดไอเดียแปลว่าอะไร รู้จักแต่” แย้ทำมือ ชูให้ยุนอา “ไอเลิฟยู”
น้ำค้างกระทุ้งศอกใส่แย้เบาๆ
“พี่แย้ ใช่เวลามั้ย! ให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันก็ดีนะคะปู่ณรงค์ แต่ว่า งานจะเสร็จเหรอคะ”
“ต้องเสร็จสิ ปู่เชื่อในตัวตะวัน แม้ตัวคนเดียวตะวันก็จะทำสำเร็จ” ณรงค์ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง “ตอนนี้ก็แค่ลุ้นว่าสองคนนั้นจะปรับความเข้าใจกันได้มั้ย”

ในห้องบอลรูมจัดงานแต่ง ตะวัน โรสริน ยังมองหน้ากันอึ้งๆ อย่างคนที่มีเรื่องคาใจกัน
“งานแค่นี้ผมทำเองได้ คุณไม่ต้องช่วยหรอก”
โรสรินตัดสินใจเดินไปที่พุ่มดอกไม้ที่ตะวันจัดอยู่ก่อนหน้า โรสรินลงมือประดับตกแต่งดอกไม้ พูดลอยๆ ไม่มองหน้าตะวัน
“มันเป็นความรับผิดชอบของฉันเหมือนกัน”
ตะวันถอนใจกับความอึมครึมในอารมณ์ที่เกิดขึ้น เขาเดินไปจัดดอกไม้อีกพุ่มหนึ่งใกล้ๆ กัน แล้วหันมองโรสริน เห็นว่าเธอจัดดอกไม้ไม่สวยเหมือนที่ออกแบบไว้ ตะวันหมดความอดทน เดินเข้าไปหา
“คุณโรส ช่วยดูแบบที่ผมเขียนด้วย คุณทำผิดแบบ” โรสรินไม่สน จัดดอกไม้ตามที่ใจชอบ “คุณ ถ้าอยากให้งานเสร็จ เชื่อผมเถอะ” โรสรินไม่สนใจ จัดดอกไม้อย่างดื้อรั้น “หยุดเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เชื่อผม ก็ไม่ต้องทำแล้ว ผมทำเอง”
โรสรินมองหน้าตะวันนิ่งๆ
“ฉันไม่อยากเชื่อนาย”
“คุณกลับมาเป็นคนไม่มีเหตุผลอีกแล้ว”
“อยากได้เหตุผลเหรอ เพราะฉันไม่อยากเชื่อนายไง การที่ฉันเชื่อนายคือความผิดพลาดของชีวิต นายทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญของนาย แต่สุดท้ายความจริงที่ได้คือการหลอกลวง” ตะวันช้ำมาก ไม่อยากจะตอบโต้อีกแล้ว
“เถียงอีกสิว่าไม่จริง โกหกฉันอีกสิว่าฉันเข้าใจผิด”
ตะวันเงียบไม่ตอบโต้
“ระวังเข็มแทงมือ ผมต้องทำงาน ไม่มีเวลามาดูแลคุณ”
ตะวันบอกอย่างเป็นห่วงแล้วหันไปจัดพุ่มดอกไม้ของตัวเองต่อ โรสรินมองเขาอย่างอึ้งๆ ไป ไม่คิดว่าตะวันจะเป็นห่วง
“นายไม่ว่า ไม่เถียงอะไรฉันเลยเหรอ” โรสรินเหม่อ เข็มที่พุ่มดอกไม้แทงมือเข้าให้ “โอ๊ย”
โรสรินจับที่มือเห็นเลือดไหลออกมา ตะวันหันมองห่วงๆ ถอนใจ ประมาณ พูดยังไม่ทันขาดคำ

ตะวันเปิดกล่องยา แล้วหยิบพลาสเตอร์กับแอลกอฮอล์ออกมา
“ฉันทำเองได้”
“คุณทำไม่ถนัดหรอก ผมช่วยเอง” ตะวันเช็ดแผลให้โรสริน ค่อยๆ พันพลาสเตอร์ให้อย่างเบามือ “ถ้าคุณเชื่อผมสักนิด” ตะวันมองตาสื่อความหมาย “คุณก็จะไม่เจ็บ” ตะวัน โรสริน มองกันตกอยู่ในภวังค์ แต่ก็กลั้นความรู้สึกห่วงหาของตัวเองไว้ “ผมหมายถึงเจ็บตัวน่ะ”
โรสรินหยิบแบบพุ่มดอกไม้ของตะวันมาดู
“จะว่าไปพุ่มดอกไม้ที่นายออกแบบก็สวยดี ฉันเชื่อนาย ฉันจัดดอกไม้ตามแบบของนายก็ได้” ตะวันยิ้ม อย่างน้อยโรสรินก็อ่อนลง “แค่เรื่องงานเท่านั้น เรื่องอื่นไม่เชื่อ”
โรสรินหันไปจัดพุ่มดอกไม้ต่อ ตะวันแอบมองโรสริน ถอนใจมองอย่างท้อๆ

มุมลับตาในซอยละแวกแมนชั่นที่เดชาพักอาศัย เดชายื่นซองสีน้ำตาลให้มือปืน มือปืนหยิบรูปตะวันในซองออกมาดู หยิบเงินปึกใหญ่มามอง แล้วยัดเก็บที่เดิม
“ฉันอยากให้มันตายไวที่สุด”
“เวลาเตรียมตัวน้อย ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย แต่ถ้าเสี่ยต้องการก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ต้องจ่ายแพงขึ้น”
“เสร็จงานแล้วมาเอาเงินครึ่งที่เหลือ ฉันจะเพิ่มให้อีกเท่าหนึ่ง”
“ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหา ครับเสี่ย”
“แล้วอย่าให้ตำรวจดมกลิ่นได้ ไม่งั้นคนที่จะเป็นศพ คือพวกแกสองคน”

มือปืนรับคำแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไป เดชายิ้มอย่างโหดเหี้ยม

เช้าวันใหม่ ในห้องพักตะวัน น้ำค้าง แย้ หน้าจ๋อยๆ ตะวันถอดเสื้อออกจากราวแขวนในตู้ โยนลงบนเตียง เตรียมจะเก็บใส่กระเป๋า
“พี่ตะวันหายโกรธเถอะ เมื่อคืนน้ำค้างกับพี่แย้ไม่ได้อู้นะ แต่ปู่ณรงค์อยากให้พี่ตะวันกับพี่โรส ทำงานกันสองต่อสอง”
น้ำค้างบอก ตะวันพยายามไม่สนใจ มองว่าไร้สาระ
“ช่างมันเหอะ เก็บเสื้อผ้า ข้าวของเตรียมตัวกลับได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่ฉุกละหุก”
แย้ดึงน้ำค้างออกมา กระซิบเบาๆ
“ทำไงดีน้ำค้าง ต่อให้เอาช้างมาฉุดพี่ตะวันก็ไปแน่”
น้ำค้างสีหน้าครุ่นคิดๆ สักพักก็คิดออก สีหน้าจริงจัง
“รู้แล้วว่าจะทำยังไง”
น้ำค้างมั่นใจว่าวิธีนี้ต้องสำเร็จแน่ๆ

พีระอยู่ที่ออฟฟิศ นั่งอยู่หน้าคอมพ์เห็นแฟ้มเอกสารวางกองเป็นตั้ง พีระคุยโทรศัพท์กับน้ำค้าง สีหน้าแปลกใจ
“ตะวันกลับไร่พรุ่งนี้ แล้วยังไง ฉันต้องจุดพลุฉลองใช่มั้ย ขอโทษทีฉันไม่ว่าง วันนี้ฉันงานยุ่งมาก อ้อ ตะวันมันไปซะได้ก็ดี จะได้มีก้างขวางคอฉันกับโรส”
น้ำค้างคุยโทรศัพท์กับพีระ โดยมีแย้อยู่ข้างๆ
“แต่นายเป็นตัวการและต้นเหตุทำให้พี่ตะวันกับพี่โรสเค้าเข้าใจผิดกัน นายต้องรับผิดชอบ มันเป็นความผิดของนาย”
พีระส่ายหน้าเซ็งๆ
“น้ำค้าง ฉันไม่ได้ทำงานมูลนิธิ จะได้เที่ยวช่วยเหลือเห็นใจใคร อีกอย่างถ้าคนเค้าไม่อยากจะคืนดีกัน เทวดาที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ ทำความเข้าใจ แล้วยอมรับความจริงซะ”
น้ำค้างชักมีอารมณ์ขึ้นมา
“ถ้างั้นนายยอมรับความจริงได้แล้ว ว่าพี่โรสเค้าไม่มีวันรักนาย” น้ำค้างลุ้นฟังคำตอบ “ว่าไง นายตัดใจได้แล้วรึยัง”
พีระสะอึก รู้สึกโดนแทงใจดำ
“ทำไมต้องตัดใจ ตัดสายทิ้งง่ายกว่า”

พีระวางหูกะทันหัน น้ำค้างไม่ทันได้ตั้งตัว
“โธ่เอ๊ย พึ่งอะไรไม่ได้เลย”
“ไปขอให้นายพีช่วย แล้วเค้าจะช่วยเหรอ พี่ตะวันกลับไร่ เค้าได้ตีปีกพั่บๆ น่ะสิ ที่ไม่มีกว้างขวางคอชิ้นโต” แย้บอก น้ำค้างสีหน้าครุ่นคิดตาม
“พี่แย้คิดว่านายพีเค้าจะไม่มีวันเลิกรักพี่โรสเหรอ”
“ถูกต้อง ถ้าเค้าเลิกรักนะ เอาขี้หมามาละเลงหน้าพี่ได้เลย จริงจริ๊ง”
น้ำค้างสีหน้าสลดลง
“คนอะไรเจ็บไม่รู้จักจำ บัวใต้คอนกรีตจริงๆ”
“อ้าว แล้วนี่จะใส่อารมณ์ทำไม ใช่เรื่องของเราที่ไหน” แย้จ้องตาน้ำค้าง น้ำค้างหลบสายตา “มีกลิ่นแปลกๆ นะเนี่ย ทำเหมือนหวงนายพียังไงไม่รู้”
น้ำค้างตีแย้เบาๆ
“จะบ้าเหรอพี่แย้ ถ้าหวงนายพี ฉันหวงพี่ดีกว่า ไปเลย ไปช่วยพี่ตะวันทำงานกันได้แล้ว”
น้ำค้างลากแย้ออกไป

พีระนั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“งานรุมสุมหัวแบบนี้ก็ดี จะได้ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น”
อุษาวดีเปิดประตูเข้ามา แต่งตัวแต่งหน้าสวย
“อุษาไปควีนโรสนะคะ พี่พีดูงานคนเดียวได้ใช่มั้ย”
“ไม่ได้ ฉันนัดมิสเตอร์ฟิลิปส์ให้มาดีลงานวันนี้”
“วันนี้”
“เออ! แล้วแกก็ต้องจบงานนี้ให้ได้ เพราะมันเป็นโปรเจ็กต์ของแก แล้วอย่าคิดว่าจะออกไปไหนได้จนกว่าจะเสร็จงาน”
“พี่เลื่อนนัดทำไมไม่บอกกันก่อน อุษาอยากไปช่วยงานคุณตะวัน”
พีระลุกขึ้นอย่างมีอารมณ์
“เลิกบ้าผู้ชายซะที”
“พี่ไม่มีสิทธิ์มาสอนอุษา พี่บ้ารักยัยโรสมากแค่ไหนลืมแล้วเหรอ แล้วเป็นการบ้าที่งี่เง่าที่สุด เพราะยัยโรสไม่สนใจพี่เลย ไม่เหมือนอุษากับคุณตะวัน ที่เราจะมีอนาคตร่วมกัน”
พีระแค่นหัวเราะออกมาอย่างกวนๆ
“เหรอ ถามเค้ารึยัง เค้ากำลังจะกลับไร่แล้วไม่มาเหยียบกรุงเทพฯ อีก”
“หมายความว่าไง”
“เฮ้อ ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดอย่างเดียว แต่ความรัก” พีระจิ้มหัวอุษาวดี “มันทำให้คนโง่งี่เง่า ปัญญาอ่อน เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้”
อุษาวดีอึ้งที่รู้ว่าตะวันจะไม่อยู่ที่กรุงเทพอีกแล้ว

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 12 (ต่อ)

ส่วนที่โรงแรมควีนโรส เจ้าบ่าว เจ้าสาว อยู่ในชุดไทย กำลังขอบคุณโรสรินกับตะวันอยู่ในห้องรับรอง
“ขอบคุณ คุณโรสกับคุณตะวันมากนะครับ ที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่ผมกับแฟนมีความสุขที่สุดในชีวิต”
“อย่าลืมนะคะ ถ้าคุณตะวันหรือว่าคุณโรสมีข่าวดี เราอยากไปร่วมแสดงความยินดีด้วย”
“อาจจะได้ไปงานของคุณตะวันก่อนนะคะ ได้ข่าวช่วงนี้หัวใจสดใสอยู่ด้วย”
โรสรินบอกแล้วเดินหนีออกไปเลย ตะวันได้แต่ส่ายหน้า
“ผมขอตัวไปดูแลเรื่องดอกไม้ที่จะประดับในงานคืนนี้ก่อนนะครับ”
ตะวันจะเดินออกไป เจ้าบ่าวเดินเข้าไปหาตะวัน
“คุณตะวัน ขอเวลาเดี๋ยวนะครับ”

ตะวันกับเจ้าบ่าวแยกมาคุยกันอีกมุมหนึ่ง ตะวันมองหน้าเจ้าบ่าวอย่างแปลกใจ เจ้าบ่าวยื่นแผ่นกระดาษให้
ตะวันมองกระดาษเป็นชุดนักร้องแบบเอลวิส เพลสลีย์
“เซอร์ไพร์สเหรอครับ”
เจ้าบ่าวอ้อนวอน
“ครับ ผมอยากให้คุณตะวันช่วยหาชุดแบบนี้ให้ผมหน่อย แฟนผมเค้าชอบเพลงเก่ามาก ผมอยากแต่งตัวเป็นนักร้องในยุคนั้นเซอร์ไพร์สแฟนผมและแขกร่วมงานน่ะครับ” เจ้าบ่าวมองตาตะวันอย่างขอร้องสุดๆ “นะครับ ช่วยหน่อยนะครับ ผมขอร้อง”
“เพื่อนผมเปิดร้านเสื้อ น่าจะพอช่วยได้ ผมจะพยายามนะครับ”
“เรื่องนี้ต้องเป็นความลับนะครับ สำคัญมากๆ มีแค่ผมกับคุณที่รู้เรื่องนี้ สัญญานะครับ”
“ได้ครับ ผมสัญญา”
เจ้าบ่าวยิ้มออกมาอย่างดีใจสุดๆ
มือปืนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่แถวนั้น มันลดหนังสือพิมพ์ลงแล้วจ้องมองไปทางตะวัน มือปืนยิ้มร้ายออกมา

ภายในมุมลับตา มือปืนคุยโทรศัพท์กับมือปืนอีกคน
“เจอตัวเหยื่อแล้ว มันกำลังจะออกไปนอกโรงแรม คอยตามประกบได้เลย”
มือปืนวางสายไป ยิ้มเหี้ยม

ขณะนั้นน้ำค้าง แย้ กำลังช่วยกันประดับพุ่มดอกไม้หน้างานแต่งงาน ทั้งสองคนมองตะวันอย่างแปลกใจ
“ไปธุระ”
“ใช่ จัดพุ่มด้านหน้าเสร็จแล้ว ไปแต่งที่หลังเวทีด้วย พี่จะรีบกลับมาช่วย เราจะได้เสร็จงานกันซะที”
โรสรินเดินออกมา เห็นตะวันท่าทางมีพิรุธเหมือนมีความลับบางอย่าง เธอจึงหลบมุมแอบมอง
“ธุระอะไรทำไมต้องรีบร้อนไปตอนนี้ด้วยล่ะ” น้ำค้างถามอย่างแปลกใจ
“งานที่คาไว้ยังไม่เสร็จเลยนะลูกพี่” แย้บอก
“พี่จะรีบมาก็แล้วกัน แต่ถ้าใครถามว่าพี่ไปไหน บอกว่าไม่รู้ เข้าใจมั้ย”
แล้วตะวันก็เดินออกไปเลย โรสรินหันมองไปทางตะวัน ครุ่นคิด สักพักอารมณ์โกรธก็พวยพุ่งออกมาในใจจนปรากฏทางสีหน้า

ตะวันเดินมาที่ลานจอดรถ
“รีบไปไหน งานเสร็จแล้วเหรอ”
ตะวันชะงัก หันมา
“คุณมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องสนใจผมหรอก”
“ฉันแค่อยากเตือนสตินาย ไม่ใช่หลงผู้หญิงจนทิ้งการทิ้งงาน ไหนบอกจะรับผิดชอบให้ดีที่สุดไง ลมปากนายมันเชื่อไม่ได้เลยจริงๆ”
ตะวันพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
“ผมไม่ได้ทำตัวอย่างที่คุณกล่าวหาแน่”
“โกหก”

“ถึงผมจะไปหาคุณอุษาจริงๆ คุณจะแคร์อะไร ในเมื่อคุณมีคนอื่นอยู่แล้ว” โรสรินชะงัก พูดอะไรไม่ออก เพราะเคยประชดตะวัน เรื่องที่ตัวเองคบกับกิตติทัต “แต่คุณสบายใจได้ครับ ผมเห็นงานมาก่อนเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะไม่อย่างนั้น ผมไม่ทนอยู่จนที่นี่จนกว่างานจะเสร็จงานหรอก”
ตะวันเดินไปที่รถ กำลังจะขึ้นรถ
“มีความสุขสมกับอุษาจนพอใจแล้ว ก็รีบกลับมารับผิดชอบงาน เข้าใจมั้ย”
“ผมว่าคุณพูดไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”
“ฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อนาย” ตะวันคว้าข้อมือโรสรินเลย “ทำอะไร ปล่อยนะ”
“ถ้าไม่เชื่อ ก็ไปดูให้เห็นกับตา”
ตะวันจูงมือโรสริน เปิดประตูจกแล้วดันตัวเธอเข้ารถ
“นี่นาย อย่านะ ปล่อยฉัน ปล่อย”
“สงสัยนักไม่ใช่เหรอ ไปกับผมนี่แหล่ะ” ตะวันปิดประตูรถแล้วเดินไปขึ้นฝั่งคนขับ “ถ้าไม่เชื่อใจ ผมก็จะทำให้เห็น แล้วถ้าความจริงปรากฏ รบกวนเปลี่ยนมุมมองใหม่ด้วย คุณโรสริน”
โรสรินเบ้หน้าให้ อย่างยังไม่เชื่อตะวัน ตะวันขับรถออกไปเลย

รถตะวันขับออกนอกโรงแรมไป มือปืนสองคนที่ซุ่มอยู่หน้าโรงแรม พอรถตะวันขับผ่านไป มันก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามทันที
ตะวันขับรถอยู่ โรสรินหันมองออกนอกหน้าต่างรถ ไม่คุยด้วย
“ว่าที่เจ้าบ่าวเค้าอยากเซอร์ไพร์สแฟนเค้า เค้าอยากให้ผมช่วย ผมก็ช่วย ผมไม่ได้ทิ้งงานไปหาผู้หญิงที่ไหนแน่ๆ” โรสรินทำหูทวนลม ไม่สนใจ ตะวันมองแล้วถอนใจ “ถามอะไรหน่อยสิ” โรสรินยังไม่หันมามองหน้า “คุณรู้สึกยังไงที่เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”
โรสรินชะงัก
“เฉยๆ”
“คุณเกลียดผม”
“ฉันให้อภัยนายมากกว่า แต่ถ้าจะให้สนิทกันเหมือนเดิม ก็คงไม่ใช่ นายมีคนใหม่แล้วนี่ เอ่อ ฉันหมายถึง นายมีคนรักใหม่แล้วนี่”
“สรุปว่า คุณไม่เสียใจที่ผมจะจากไป”
“ใช่ ถามทำไม” โรสรินยังปากแข็ง
“ถามให้ชัดเจนว่า เราต่างก็รู้สึกเหมือนกันจริงๆ”
บรรยากาศในรถมาคุขึ้นมาสุดๆ
“กลิ่นในรถไม่ค่อยดี ฉันไม่อยากอยู่แล้ว ปล่อยฉันลง” ตะวันหันมองกระจกข้างเห็นมือปืนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา ตะวันเหล่มองกระจกข้างจนโรสรินสงสัย “ข้างหลังมีอะไร”
“อย่าหันไปมอง ผมว่ามันมีอะไรแปลกๆ”
ตะวันตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าซอย สักพักมือปืนขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามติดเข้ามา

ตะวันขับรถอย่างเร็วสายตามองกระจกหลังตลอด ตะวันเห็นมือปืนยังขี่รถตามมา
“ว่าไง ตกลงมีอะไร ใครตามมางั้นเหรอ”
“ผมไม่รู้ รู้แค่ว่าเราคงมีปัญหาแล้วล่ะ”
“อาจจะบังเอิญก็ได้ ฉันกับนายไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครสักหน่อย”
“คุณน่ะไม่ แต่ผมน่ะมีแน่ๆ”
“จอดข้างทาง จอดสิ ดูว่ามันตามมาจริงๆ รึเปล่า” ตะวันตัดสินใจชะลอรถเข้าข้างทาง มือปืนทำท่าจะขับแซงออกไป “นายคิดมาก เห็นมั้ยว่าเค้าไม่ได้ตามมา”
ตะวันยังไม่ไว้ใจตามองไปที่มือปืนที่กำลังจะขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไป แต่ทว่า มือปืนคนซ้อนท้าย ชักปืนขึ้นมา
“เฮ้ย คุณ ก้มลง”
โรสรินหันไปเห็นมือปืนเล็งปืนเข้ามา เธอก้มลงหลบทันที ตะวันเหยียบคันเร่ง มือปืนยิงเปรี้ยง! เปรี้ยง กระจกแตกกระจาย

ตะวันขับรถพุ่งออกไป มอเตอร์ไซค์ขับตามติด

โรสรินกำลังตระหนก ตะวันขับรถหนีเต็มที่
“พวกมันต้องการอะไร”
“ชีวิตผม”
“ห๊ะ” โรสรินหันมองกระจกหลังเห็นมือปืนขี่เข้ามาใกล้ “ระวัง”
มือปืนยิงเปรี้ยง เปรี้ยง โดนยางรถยนต์ ยางรถแบนลงทันที ตะวันขับรถไปต่อไม่ได้ มือปืนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาใกล้ขึ้น
“ทำตามที่ผมสั่ง ก้มหลบไว้”
โรสรินตัดสินใจก้มหลบตามที่ตะวันสั่ง มือปืนตามเข้ามาจะยิงประกบ ตะวันตัดสินใจเปิดประตูรถออก รถมอเตอร์ไซค์ล้มกลิ้งทันที
“ลงจากรถ”
โรสรินลงจากรถ ตะวันรีบเข้าไปหาโรสรินแล้วจูงมือพาโรสรินวิ่งหนีไป มือปืนทั้งสองล้มกลิ้งที่พื้น เห็นมอเตอร์ไซค์ล้อเบี้ยวผิดรูป
“ตามไปเร็ว”
มือปืนทั้งสองวิ่งตามตะวันกับโรสรินไป

มือปืนสองคนสอดส่องสายตามองหาตะวัน แต่หาไม่เจอ
“หายไปไหนวะ”
“ฉันเห็นมันวิ่งมาทางนี้”
มือปืนทั้งสองเดินค้นหาตะวันกับโรสริน
“มันคงอยู่แถวๆ นี้ ตามหาตัวให้เจอ”
ที่กองลังกระดาษเก่าๆ ตะวันกับโรสแอบอยู่ ตะวันส่งสัญญาณไม่ให้โรสรินส่งเสียงใดๆ มือปืนสองคนไม่เห็นตะวันกับโรสรินก็กำลังจะเดินออกไป โรสรินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก!
แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของตะวันก็ดังขึ้นมา ตะวัน โรสริน ช็อกไป ตะวันรีบตัดสายทิ้ง มือปืนสองคนที่กำลังจะเดินผ่านไปถึงกับชะงัก หันปลายกระบอกปืนไปทางเสียงที่ได้ยิน มือปืนสองคนยิ้มให้กันอย่างเหี้ยมๆ
ตะวันบีบมือโรสรินแน่น โรสรินรู้สึกกลัวขึ้นมาโอบกอดตะวันไว้ ตะวันมองโรสรินด้วยสายตาที่บอกว่า “ผมไม่มีวันทิ้งคุณเด็ดขาด”

ที่ออฟฟิศพีระ อุษาวดีกดโทรศัพท์ออกหาตะวัน เห็นชื่อและรูปของตะวันปรากฏบนมือถือ แต่ปรากฏว่าโทรไม่ติด
“ตัดสายทิ้งทำไมนะ หรือว่าจะอยู่กับยัยโรส” พีระเดินมาหาจากด้านหลัง อุษาวดีกดโทรหาตะวันอีก “รับสิคะคุณตะวัน” พีระคว้าโทรศัพท์มือถืออุษาวดีมาถือไว้ “พี่พี เอาคืนมานะ”
อุษาวดีคว้ามือถือคืนมาจนได้
“มิสเตอร์ฟิลิปส์รอคุยงานอยู่ แต่แกแอบมาโทรหาผู้ชาย รีบไปคุยงานเดี๋ยวนี้ แกนี่ชักจะเหลวไหลใหญ่แล้วนะ”
“นี่ บอกกี่ครั้งแล้วว่าพี่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนอุษา”
“ฉันมีสิทธิ์ เพราะแกทำให้ฉันเห็นว่าเมื่อก่อนฉันมันทำตัวทุเรศแค่ไหน วันๆ เอาแต่อยากได้โรซี่มาเป็นแฟน ทิ้งการทิ้งงาน ทิ้งความรับผิดชอบทุกอย่าง สุดท้ายฉันก็เป็นแค่ไอ้ไม่เอาไหนคนนึงที่ไม่มีใครต้องการ” อุษาวดีทำท่าไม่อยากจะฟัง พีระจับบ่าอุษาวดีไว้ มองตาจริงจัง “ฉันถึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้โรซี่เห็น ถึงวันนี้โรซี่จะมองไม่เห็นแต่สักวันความดีของฉันมันต้องเข้าตาเธอ แล้วถ้าแกยังทำตัวไม่มีค่าไล่ตามผู้ชายอยู่แบบนี้ แกไม่มีวันได้ใจเค้าหรอก”
“อุษามีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องพิสูจน์ แล้วเลิกสั่งเลิกสอนอุษาซะที ไม่อยากฟัง เบื่อ”
อุษาวดีกระฟัดกระเฟียดเดินออกไปเลย พีระถอนใจมองอย่างอ่อนใจ

ตะวัน โรสริน ยังคงหลบอยู่ที่เดิม มือปืนทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ ตะวันคว้าเก้าอี้ไม้ผุๆ พังๆ ที่คนเอามาทิ้ง มาถือไว้ มือปืนหนึ่งตรงเข้ามาเล็งปืนใส่ ตะวันฟาดเก้าอี้เข้าเต็มหน้ามือปืน มือปืนหน้าหงายไป มือปืนอีกคนจะยิงตะวัน ตะวันเขวี้ยงเก้าอี้ใส่ แล้วพรวดเข้าไปถีบมือปืนกระเด็น มือปืนคนแรกลุกขึ้นได้จะยิงตะวัน
“ระวัง”
โรสรินตะโกนบอก มือปืนยิงปืนเข้าใส่เปรี้ยง! ตะวันหลบได้ แล้วถีบมือปืน จนปืนกระเด็นหลุดมือ มือปืนอีกคนจะยิงตะวัน โรสรินคว้าเก้าอี้ฟาดใส่หน้ามือปืนสิ้นท่า มึนตึบ
ตะวันปราดเข้าไปชกมือปืนที่เหลือ ตะวันคร่อมตัวมือปืนได้ก็ชกใส่ใบหน้าหลายหมัด
“ใครจ้างแกมา บอกฉัน”
“ไม่”
ตะวันชกอีกหลายหมัด
“ฉันถามว่า ใคร”
มือปืนส่ายหน้า ตะวันชกอีก
“บอกมาสิ ไม่งั้นนายจะโดนชกจนตายนะ” โรสรินบอก

ตะวันกลั้นใจชกมือปืนอีกครั้ง จนแทบจะใจอ่อน มือปืนเลือดเต็มหน้า ตะวันเงื้อหมัด
“บอกมาซะทีซิวะ ใครจ้างแก”
“ยอมแล้วๆ เสี่ยเดชา เสี่ยเดชาจ้างฉันมา”
ตะวัน โรสริน หันมองกันอย่างช็อกๆ
“เดชา”
ตะวันเผลอ มือปืนลุกขึ้นได้โอกาสคว้ามีดที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา โรสรินหันไปเห็นเข้า ด้วยสัญชาติญาณ และความรักที่มีให้กับตะวัน เธอปราดเข้าไปขวางตะวันไว้
“อย่า”
ตะวันเห็นโรสรินขวางตัวเองไว้ และมือปืนกำลังจะแทงมีดเข้ามา ตะวันจับตัวโรสรินเบี่ยงหลบ จนตัวเองโดนแทงเข้าไปหนึ่งแผล
“ไม่”
โรสรินหวีดร้อง มือปืนชักมีดออกมาตัวตะวัน แล้วจะแทงอีกแผล
“ตาย”

จังหวะนั้นมีชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเข้ามา
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยเรียกตำรวจด้วย ไอ้นี่มันเป็นมือปืน ช่วยด้วยค่ะ”
มือปืนชะงัก ตะวันรวบรวมกำลังถีบมือปืนกระเด็นไป แล้วคว้าปืนที่พื้นมาเล็งมือปืน
“ตำรวจ โทรเรียกตำรวจเร็ว” ชาวบ้านบอกกัน
มือปืนเห็นท่าไม่ดีรีบเผ่นหนีไปกับมือปืนอีกคน ตะวันทนพิษบาดแผลไม่ไหวทรุดลงคุกเข่าที่พื้น โรสรินเข้าไปประคองไว้แทบไม่ทัน มือของโรสรินจับที่แผลของตะวันพอดี เห็นเลือดไหลทะลักออกมา โรสรินอึ้ง ห่วงมาก
“อดทนไว้ นายอย่าเป็นอะไรนะ”
ตะวันอาการแย่มาก
“โรส คุณอย่าบอกใครว่าเดชามันล้างแค้นผม ผมไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง”
“ตอนนี้ห่วงตัวเองก่อนเถอะ แข็งใจไว้ อดทนไว้นะตะวัน”

ตะวันอาการแย่มาก โรสรินปิดบาดแผลไว้ให้ เธอล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเบอร์โทรออก โรสรินคุมสติไม่ค่อยอยู่ ห่วงตะวันมาก
“ทัต ตะวันบาดเจ็บ เลือดไหลเต็มเลย ทัตต้องช่วยตะวันนะ ทัตช่วยตะวันด้วยนะ”

ตะวันนอนสลบอยู่บนเตียงรถเข็น พยาบาลและบุรุษพยาบาล ช่วยเข็นเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน โรสรินตามติดข้างๆ ตะวัน ห่วงเขามากๆ ตะวันโดนเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน กิตติทัตรีบวิ่งเข้ามา
“โรส มันเกิดอะไรขึ้น ตะวันมีเรื่องกับใคร”
โรสรินนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ตะวันยังไม่หมดสติ
“อย่าบอกใครว่าเดชามันล้างแค้นผม ผมไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง”
กิตติทัตรอฟังคำตอบจากโรสริน
“พวกอันธพาลมันหาเรื่องตะวัน ทัตช่วยตะวันให้ได้นะ ตะวันต้องไม่ตายนะทัต ช่วยตะวันให้ได้”
“ทำใจให้สบาย” กิตติทัตตบบ่าปลอบ “คุณตะวันต้องปลอดภัย”
แล้วกิตติทัตก็เข้าห้องฉุกเฉินไป โรสรินห่วงตะวันมากๆ น้ำตาคลอตลอดเวลา
“อย่าตายนะตะวัน นายจะตายไม่ได้นะ”

ในซอยแคบและเปลี่ยว ละแวกที่พักเดชา เดชาอัดมือปืนทั้งสองคนกระเด็นติดกำแพงแล้วชักปืนขึ้นมาจ่อมือปืนทั้งสองคน
“ไอ้โง่ แค่นี้ก็พลาด”
“ถึงมันไม่ตายคาที่ แต่มันก็ไม่น่ารอดหรอก ผมแทงมันกับมือ”
“ตำรวจไม่ได้กลิ่นเราแน่ เสี่ยไม่ต้องกลัว”
มือปทนบอกอย่างกลัวๆ เดชาถีบมือปืนทั้งสองระบายอารมณ์อย่างโมโห
“ไสหัวไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ฆ่าพวกแกตาย ไป๊” มือปืนทั้งสองรีบหนีออกไปอย่างกลัวๆ เดชากำหมัดอย่างแค้นสุดๆ “ไอ้ตะวัน แกต้องตายด้วยมือของฉัน”

คืนนั้นที่หน้าห้องจัดงานแต่ง น้ำค้าง ณรงค์ แย้ ยุนอา ยืนเครียดอยู่หน้างานแต่ง สีหน้าทุกคนมีความกังวล ยุนอากดโทรศัพท์หาโรสริน ขณะที่แย้กดโทรศัพท์หาตะวัน
“โทรหาคุณโรสไม่ติดเลยค่ะ”
“ลูกพี่ไม่รับสายเลยครับ”
“หายไปไหนกัน นี่มันชักยังไงแล้วนะ”
“ปกติพี่ตะวันไม่ใช่คนทิ้งงานกลางคันแบบนี้เลยนะคะ หายไปไหนก็ไม่บอก แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ งานเรียบร้อยดี น้ำค้างกับพี่แย้ จัดการเรื่องการตกแต่งดอกไม้บนเวทีเสร็จแล้ว”
เจ้าบ่าวเดินเข้ามาหา
“คุณตะวันยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”
“มีธุระอะไรกับพี่ตะวันรึเปล่าคะ” เจ้าบ่าวหน้าเครียด
“พอดีผมรบกวนให้คุณตะวันไปทำบางอย่างเพื่อเซอร์ไพร์สแฟนผมน่ะครับ แต่ผมว่ามันนานจนผิดปกติแล้วยังไงผมเข้าไปในงานก่อนนะครับ ถ้าคุณตะวันมาแล้ว รบกวนเรียกผมด้วย”
“ค่ะ ได้ค่ะ”
เจ้าบ่าวเดินออกไป สักพักเสียงโทรศัพท์ของณรงค์ดังขึ้น ณรงค์มองหน้าจอ
“ยัยโรส” ณรงค์รีบกดรับ “โรส หนูอยู่ที่ไหนลูก”

โรสรินอยู่หน้าห้องฉุกเฉินขณะคุยโทรศัพท์กับณรงค์ สีหน้าและอาการยังตระหนกตกใจอยู่
“โรสอยู่โรงพยาบาลค่ะปู่ พอดีว่าตะวันโดนพวกอันธพาลหาเรื่อง แล้วพลาดโดนทำร้ายบาดเจ็บ”

ณรงค์ตกใจจนทุกคนตกใจตามไปด้วย
“ตะวันบาดเจ็บ แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า”
“ตอนนี้ตะวันอยู่กับหมอกิตติทัตแล้ว ทุกคนไม่ต้องห่วง เดี๋ยวโรสจะดูแลนายตะวันเอง แต่ไม่ต้องบอกปู่ชาญนะคะ จะพากันเป็นห่วงเปล่าๆ”
“ถ้ามีอะไรให้ปู่ช่วยก็โทรมาได้ตลอด แล้วรายงานอาการของตะวันเรื่อยๆ นะลูก ฝากตะวันด้วยนะลูกนะ” ณงค์วางสาย
ทุกคนมีสีหน้าห่วงตะวันมาก
“น้ำค้างกับพี่แย้ไปเยี่ยมพี่ตะวันนะคะ”
“ไว้พ้นคืนนี้ก่อนก็ได้ ตะวันถึงมือหมอแล้ว คงไม่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะ และโรสก็ดูแลอย่างใกล้ชิด บางทีความห่วงใยกันในครั้งนี้อาจจะทำให้ทั้งสองคืนดีกัน”
น้ำค้างห่วงตะวันมาก กลัวว่าจะเป็นอันตรายหนัก
“ขอให้เรื่องร้าย กลายเป็นดีนะพี่ตะวัน”

โรสรินยังเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วง สักพักกิตติทัตเดินออกมา เธอเข้าไปหาทันที
“ตะวันเป็นยังไงบ้าง”
“พ้นขีดอันตรายแล้ว” โรสรินถอนใจออกมาอย่างโล่งอก “โชคดีที่เฉี่ยวจุดสำคัญไปนิดเดียว ไม่งั้นคงมีข่าวเศร้าแน่”
“เดี๋ยวทัตช่วยเช็คหัวใจโรสด้วยนะ ไม่รู้จะหัวใจวายเมื่อไหร่ ลุ้นจะตายอยู่แล้ว”
กิตติทัตมองโรสริน เห็นเธอดูห่วงตะวันมากๆ คิดว่าโรสรินยังรู้สึกพิเศษกับตะวันอย่างแน่นอน
“ทัตให้ตะวันพักฟื้นห้องพิเศษ แล้วถ้าโรสจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้คุณตะวันก็ตามสบาย”
“ก็ได้ ไม่ได้อยากดูแลนักหรอก”
“เดี๋ยวพาไปรักษาปากดีกว่า ช่วงนี้รู้สึกจะปากแข็งบ่อย”
“นี่ อย่าแซวมั่วนะ”
“ทัตไปดูเคสอื่นก่อนนะ ถ้ามีปัญหาอะไร โทรหาทัตได้ตลอด24 ชั่วโมง”
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตนายตะวัน”
กิตติทัตยิ้มให้ รู้ทันทีว่าโรสรินยังรักตะวันอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

ภายในห้องผู้ป่วย ตะวันนอนหลับอยู่บนเตียง โรสรินนั่งอยู่ข้างเตียง มองอย่างเป็นห่วง เธอเอานิ้วสะกิดๆ ตะวัน
“ตายรึยัง หลับนานเกินไปแล้วนะ ยังไม่ตายใช่มั้ย”
ตะวันยังคงไม่รู้สึกตัว โรสรินค่อยๆ กุมมือตะวันไว้ ตะวันรู้สึกตัวแล้วแอบเหล่มองโรสรินนิดๆ ตะวันตัดสินใจแกล้งหลับต่อ เพราะอยากรับรู้ความรู้สึกของโรสริน
“ตะวัน ฉันรู้ว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวอะไร แทนที่จะเอาเวลามาเกลียด โกรธ ทะเลาะและไม่เข้าใจกัน ต้องเปลี่ยนมาเป็นให้อภัย เข้าใจ และเชื่อใจ” โรสรินน้ำตาซึมๆ จนกระทั่งไหลอาบแก้ม “แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันหึงนาย ฉันหวงนาย ฉันโกรธที่ในหัวใจนายไม่ได้มีแค่ฉัน นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงนายตะวัน”

โรสรินฟุบลงที่เตียงระบายอารมณ์ที่อัดอั้นคาใจ ตะวันหันมองโรสริน คาดไม่ถึงว่าจะได้รับรู้ความรู้สึกของเธอ
“นายมันคนใจร้าย ฉันยังไม่เคยหักหลังนายเลย”
“คุณก็ใจร้าย คุณโกหกผม เรื่องที่คุณคบกับหมอทัต”
โรสรินชะงักที่ตะวันฟื้นขึ้นมา เธอรีบเช็ดน้ำตาออก
“นึกว่าตายแล้วซะอีก แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันโกหก”
“ผมรู้ ถ้าคุณรักหมอทัต คุณคงไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อผม คุณไม่เคยลืมผม ผมยังอยู่ในหัวใจของคุณ” ตะวันจับมือโรสริน เธอมองตาเขา “โรสริน คุณรักผม คุณยังรักผมอยู่”
โรสรินพูดอะไรไม่ออก การกระทำของเธอมันตอบทุกอย่างหมดแล้ว
“ปล่อยมือฉัน ปล่อยสิ”

“ไม่ จนกว่าคุณจะบอกว่าคุณรักผม”

ตะวันลุกขึ้นจากเตียง แล้วกอดโรสรินเลย โรสรินแทบไม่มีแรงขัดขืน
“ปล่อยฉัน นายตะวัน ปล่อย”
“บอกผมสิ ผมอยากได้ยินจากปากคุณ ไม่ใช่คิดไปเองฝ่ายเดียว”
โรสรินหมดแรง ระทวยที่ตกอยู่ในอ้อมกอดตะวัน
“ปล่อยฉันนะ”
“ถ้าไม่ตอบ ก็จะกอดไปถึงเช้า”
โรสรินยังปล่อยให้ตะวันกอดอยู่ ตะวันกอดโรสรินแน่นขึ้น โรสรินเผลอความรู้สึกโอบสัมผัสแผ่นหลังของตะวัน ทั้งสองคนรับรู้ถึงไออุ่นที่ส่งถึงกันและกัน
พลันเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น กิตติทัตผลักประตูเข้ามา ตะวันปล่อยโรสรินออกจากอ้อมกอด
“ฟื้นไวนะครับคุณตะวัน”

กิตติทัตเช็กอาการไข้ของตะวัน แล้วเช็กน้ำเกลือให้
“พรุ่งนี้ก็ออกได้แล้วนะครับคุณตะวัน”
“ขอบคุณครับหมอ”
กิตติทัตยังไม่หายสงสัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ผมถามหน่อยสิ ปกติคุณตะวันไม่ใช่คนใจร้อน นอกจากนายเดชา ผมก็ไม่เห็นว่าคุณตะวันจะมีเรื่องมีราวกับใคร”
โรสรินรีบแก้ตัวแทนให้
“อันธพาลพวกนั้นมันเข้าใจผิดว่าตะวันเป็นศัตรู อธิบายแล้วก็ไม่เชื่อจะฆ่าตะวันให้ได้ โชคดีที่รอด”
“เล่นถึงชีวิตขนาดนี้ ผมว่าแจ้งความดีกว่า พยาน หลักฐานก็พอจะมี คงตามจับได้ไม่ยาก ผมพอจะรู้จักตำรวจอยู่บ้าง เดี๋ยวให้ช่วยอีกแรง”
“อย่าเลยครับ ผมไม่อยากยุ่งยาก ให้มันจบไปเถอะ”
“ไม่ได้นะครับ เกิดพวกมันกลับมาเล่นงานคุณอีก คุณอาจจะโดนหนักมากกว่านี้”

โรสรินกับตะวันเงียบไปอึดใจ แล้วตะวันก็ทำเป็นเห็นด้วย
“จะว่าไปคุณหมอก็พูดถูก ถ้ายังไงผมจะจัดการเองเรื่องนี้เอง เพราะว่าผมก็พอจะรู้จักตำรวจอยู่เหมือนกัน ขอบคุณนะครับ”
โรสรินมองตะวันสงสัย
“งั้นถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกมานะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” ตะวันพยักหน้า “ผมขอตัว โรส ดูแลคุณตะวันให้ดีนะ ว่าแต่ คุณหนูโรสดูแลใครเป็นรึเปล่าเนี่ย” กิตติทัตยิ้มแซว
“รีบไปทำงานเลยไป เดี๋ยวเจอเหวี่ยงหรอก” กิตติทัตยิ้มๆ แล้วเดินออกไป โรสรินรีบหันไปทางตะวัน “ถ้านายแจ้งความ แล้วเดชารู้เข้า ฉันว่าเค้าต้องส่งคนมาจัดการนายอีกแน่ๆ”
“ที่ผมบอกหมอทัตว่าจะแจ้งความ เพื่อให้หมอทัตไม่สงสัย และได้ไม่เซ้าซี้ต่อ”
โรสรินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“จริงอย่างที่นายพูด”
“คุณกลับไปพักที่บ้านเถอะ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว”
“ไม่ บอกแล้วไงว่าจะอยู่ดูแลนายเอง อยากได้อะไร ขอให้บอก นี่เป็นช่วงนาทีของนายเลยนะ” ตะวันอมยิ้ม
“บอกแล้วคุณจะทำให้คนป่วยที่น่าสงสารคนนี้รึเปล่า”
ตะวันส่งสายตาอ้อน
“ถ้าไม่ยากจนเกินไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร”
ตะวันยิ้มอย่างมีคำตอบในใจว่าจะขอให้โรสรินช่วยอะไร

ตะวัน โรสริน นั่งบนดาดฟ้าบรรยากาศสวยๆ ดวงดาวประกายแสงพริบพราว
“คนดื้อ แทนที่จะพักผ่อน ดันมาขอขึ้นมาที่ดาดฟ้า”
“ผมอยากอยู่ตามลำพังกับคุณ” ตะวันมองตาโรสริน
โรสรินแทบจะหวั่นไหวไปกับสายตาอันแสนหวานของตะวัน
“นายต้องการผิดคนรึเปล่า ถ้าอยากให้อุษาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้นะ นายอาจจะมีความสุขมากกว่านี้”
“เลิกพูดถึงคนอื่นเถอะ เวลานี้ มีแค่เรา”
“เหรอ ถ้าขนาดอุษายังเป็นคนอื่นแล้วฉันล่ะเป็นใคร”

ตะวันมองตาโรสรินสื่อความหมาย
“คนที่ผมรัก”
โรสรินอึ้งไป
“ตะวัน นาย”
“ผมยืนยันว่าผมพูดความจริง ผมเหนื่อยที่จะต้องฝืนความรู้สึกของตัวเอง ผมเบื่อกับความไม่เข้าใจกันของเรา ผมอึดอัดกับการประชดประชันที่มีแต่ทำให้ใจเราเจ็บปวด คุณโรส เราต่างก็รู้ใจกันดีว่า เรารู้สึกต่อกันยังไงใช่มั้ย” โรสรินยังพูดอะไรไม่ออก “คุณบอกเองว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาว วันนี้ผมเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แล้วเราจะเสียเวลากับการทำให้เราไม่มีความสุขทำไม”
“ตะวัน นายต้องการอะไรกันแน่”
“ต้องการคำยืนยันจากคุณ แค่คุณบอกว่าคุณรักผม ผมต้องการแค่นั้น”
ตะวันมองตาอย่างอ้อนวอนขอคำตอบ
“แล้ว เออ มาลัย”

“ผมสาบานตรงนี้เลยว่าผมกับมาลัยไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ถ้าผมโกหก ขอให้ผมตาย...”

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 12 (ต่อ)

โรสรินรีบเอามือปิดปากตะวัน

“หยุด ฉันจะเชื่อนาย” ตะวันยิ้ม “แต่นายต้องพิสูจน์ตัวเองให้ฉันเห็น”
“จะให้พิสูจน์ไปตลอดชีวิตก็ยังได้” โรสรินเขิน “ตกลงจะบอกผมมาได้ยังว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม”
โรสรินพูดอะไรไม่ออก เพราะอายมาก
“ฉัน ฉัน”
ตะวันมองโรสรินห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่ โดนแรงดึงดูดโถมหน้าเข้าไปประทับรอยจูบที่ริมฝีปากนุ่มของโรสริน เธออึ้งมาก ตะวันถอนหน้าออกมา อย่างห้ามใจตัวเอง
“ผมขอโทษ ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้”
“จูบฉันอีกครั้งได้มั้ย”
ตะวันอึ้ง คาดไม่ถึง
“คุณโรส”
“ฉันไม่อยากให้มันเป็นแค่ความไม่ตั้งใจ ฉันอยากรู้ว่านายจูบฉัน เพราะนายรักฉัน ได้มั้ยตะ...”
ตะวันจูบโรสรินอีกครั้งอย่างแผ่วเบา ตะวันลูบใบหน้าโรสรินอย่างปรารถนา
“ผมรักคุณ คุณโรส แล้วคุณล่ะ”
โรสรินยิ้มเขิน ไม่กล้าเอ่ยคำว่ารักออกไป เธอรู้สึกดีมาก กระซิบข้างหูเขา
“ถ้าไม่รู้ก็ไปหาหญ้ากินได้แล้ว”
โรสรินยิ้มให้อย่างน่ารัก ตะวันมองอย่างสุขใจ

กิตติทัตเดินเข้ามาในห้องพักตะวันแล้วก็ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นโรสรินกับตะวันอยู่ในห้อง
“อ้าว หายไปไหนกันเนี่ย”

ตะวัน โรสริน นั่งกุมมือกันอยู่บนดาดฟ้าของโรงพยาบาล ตะวันเอามือกุมที่แผลสีหน้าเจ็บปวด
“โอเคมั้ย”
“ไม่เป็นไร ไกลหัวใจ”
“ตะวัน ถ้าเดชาต้องการให้นายตายจริงๆ แต่นายรอดมาได้ เค้าจะหยุดเหรอ”
“ผมคิดว่าไม่ ยิ่งตอนนี้ที่มันใกล้จะหมดอำนาจ โดนตำรวจตามล่า มันยิ่งต้องกำจัดผมให้หายแค้น”
“แล้วนายจะทำยังไง”
“ระวังตัวให้มาก และหาทางให้มันไปชดใช้กรรมในคุก”
โรสรินน้ำตาคลอ
“ฉันไม่อยากให้นายตาย”
“ผมก็ไม่อยากจากคุณไป”
ตะวันโอบโรสริน เธอซบไหล่เขา ทั้งสองรู้สึกรักและอบอุ่นหัวใจ กิตติทัตเดินเข้ามาเห็นภาพตรงหน้าถึงกับยิ้มน้อยๆ ออกมา

ตะวัน โรสรินหันขวับเขยิบตัวห่างออกจากกัน กิตติทัตอมยิ้มกรุ่มกริ่ม
“พยาบาลบอกว่าเห็นโรสกับคุณตะวันขึ้นมาที่นี่ แต่ผมว่าคุณตะวันกลับไปพักผ่อนแล้วทานยาจะดีกว่านะครับ” ตะวันพยักหน้าให้แล้วเดินสวนกิตติทัตลงไป โรสรินจะเดินตามไปอีกคน ก้มหน้าไม่มองหน้ากิตติทัต เหมือนคนมีความลับ “เดี๋ยวโรส” โรสรินชะงัก หลบตากิตติทัต “ทัตเข้าใจไม่ผิดใช่มั้ย โรสกับคุณตะวันปรับความเข้าใจกันได้แล้วใช่มั้ย เลิกปากแข็งได้แล้ว บอกมาเถอะ”
พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของกิตติทัตดังขึ้น โรสรินได้โอกาสเดินหนีไปเลย กิตติทัตหยิบโทรศัพท์มองหน้าจอ เห็นเบอร์และรูป “อุษาวดี” โชว์ที่หน้าจอ เขาชั่งใจก่อนตัดสินใจกดรับ
“ครับคุณอุษา”

อุษาวดีอยู่ที่ออฟฟิศ ขณะคุยโทรศัพท์กับกิตติทัต
“อุษาติดต่อคุณตะวันไม่ได้เลย คุณหมอพอจะรู้มั้ยคุณตะวันอยู่ที่ไหน ห๊า คุณตะวันบาดเจ็บ”
“แต่ปลอดภัยแล้ว คุณไม่ต้องห่วง แล้วอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ คุณตะวันขอไว้”
อุษาวดีเป็นห่วงตะวันมาก
“อุษาจะไปเยี่ยมเดี๋ยวนี้ หะ ไม่ต้อง ทำไม!ทำไมอุษาจะไปเยี่ยมคุณตะวันไม่ได้”
กิตติทัตบอกกับอุษาวดีอย่างใจเย็น
“พรุ่งนี้คุณตะวันก็ออกแล้ว อีกอย่างคุณตะวันก็มีคนคอยดูแลอยู่แล้วด้วย ผมว่าถ้าคุณมา คุณเองจะเป็นฝ่ายลำบากใจเปล่าๆ”
อุษาวดีหึงปรี๊ดขึ้นมาทันที
“โรสใช่มั้ย ยัยโรสอยู่กับคุณตะวันใช่มั้ย นี่มันหน้าที่ของอุษา ยัยโรสไม่มีสิทธิ์”
“คุณอุษาครับ ผมรู้ดีว่าคุณรู้สึกยังไงกับคุณตะวัน แต่ ผมอยากให้คุณเผื่อใจไว้บ้าง มันอาจจะช่วยให้คุณเจ็บน้อยลง”
อุษาวดียังอึ้งอยู่
“หมายความว่ายังไง ทำไมอุษาต้องเผื่อใจ หมอไปรู้อะไรมา คุณตะวันกับยัยโรสไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่มีทางเป็นด้วย”
“ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีแล้วนะครับ ผมขอตัวก่อนนะ” กิตติทัตวางสายไป
“เดี๋ยวก่อนหมอ หมอคะ โธ่เอ๊ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” อุษาวดีเกิดความหวั่นใจขึ้นมา
“อยู่ๆ จะไปคืนดีกับยัยโรสได้ยังไง ไม่ ฉันไม่ยอม ฉันยอมไม่ได้หรอก”

เช้าวันใหม่ ห้องพักตะวันที่โรงแรมควีนโรส น้ำค้างยื่นยาให้ตะวันกิน ทุกคนมองอย่างเป็นห่วง
“ปู่ใจหายใจคว่ำหมดเลยรู้มั้ย” ณรงค์บอก
“โชคดีที่พวกอันธพาลมันแทงไม่แม่น ผมถึงไม่เป็นอะไร”
“ยังจะขำออกอีกนะ” โรสรินต่อว่าตะวัน
แย้สีหน้าเศร้าทำท่าจะร้องไห้
“พี่แย้ พี่ตะวันปลอดภัยแล้ว จะร้องไห้ทำไม”
“ก็พี่ตะวันเสร็จงาน พี่ตะวันก็จะกลับ พี่เสียใจนี่นาที่พี่ต้องพรากจากยุนอาของพี่” แย้เกาะแขนยุนอา “กลับไร่ด้วยกันเหอะ”
ยุนอาแกะแขนแย้ออก
“ขอคิดดูก่อนสักชาตินึงได้มั้ย”
“โธ่ คนน่ารักมักใจร้าย”
“พี่ตะวันจะกลับเลยรึเปล่าคะ”

ทุกคนหันมองหน้าตะวันอย่างอยากรู้คำตอบ
“พี่ยังกลับไม่ได้หรอก พี่ยังไม่เสร็จงาน” ตะวันบอก
ทุกคนมองอย่างแปลกใจ
“ยังไม่เสร็จเหรอ ก็เจ้าบ่าว เจ้าสาว เขาแต่งกันเสร็จแล้ว ป่านนี้เค้าปั๊มลูกกันแล้วด้วย” ณรงค์บอก ตะวันแอบขยิบตาส่งซิกให้โรสริน
“พอดีคุณโรสอยากให้ผมช่วยดูแลงานอีเว้นท์ของโรงแรมสักระยะหนึ่ง”
“หะ”

ทุกคนหันขวับมองโรสริน โรสรินแทบตั้งตัวไม่ทัน แต่เก็ท และรับมุขตะวันทัน
“ใช่ๆ พอดีว่างานแต่งที่ผ่านไปได้รับคำชื่นชมมาก แล้วนายตะวันก็มีส่วนสำคัญกับงานนี้ โรสยังหาทีมงานที่ถูกใจไม่ได้ ก็เลยให้ตะวันช่วยไปก่อน”
ณรงค์ แย้ น้ำค้าง ยุนอา มองหน้ากันอย่างดีใจ
“พี่ตะวันเปลี่ยนใจอยู่ต่อ” น้ำค้างพูดกับตะวัน
“ใช่”
“หนูยอมให้ตะวันทำงานที่นี่” ณรงค์พูดกับโรสริน
“ค่ะปู่”
ทุกคนดีใจมาก
“เย้”
ตะวัน โรสริน แอบยิ้มให้กัน

โรสรินหยิกตะวันเข้าให้เมื่ออยู่กันตามลำพัง
“โอ๊ย คุณ ผมเจ็บอยู่นะ”
“ไม่เตี๊ยมกันก่อนเลยนะ ฉันเกือบรับมุขไม่ทัน”
ตะวันเขยิบไปใกล้ๆ
“ก็ผมอยากรู้ว่าคุณยังอยากให้ผมอยู่ใกล้ๆ รึเปล่า”
โรสรินยิ้มเขิน แต่ทำเป็นเก็บอาการ
“แล้วคราวนี้รู้รึยังล่ะ”
“ชัดเจนแล้วครับ คุณโรส คุณเชื่อใจผมแล้วใช่มั้ยว่าผมไม่มีใคร แล้วใครที่อยู่ในใจผมทุกเวลา”
“ฉันว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด”
“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าความสุขของผมคือคุณ”
โรสรินยิ้มให้ตะวัน อย่างรอให้ถึงวันนั้นไวๆ
“เหรอ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ” ตะวันครุ่นคิดแล้วยิ้มให้โรสริน พลันจับมือเธอไว้ โรสรินมองอย่างอึ้งๆ ตะวันจูงมือโรสรินเดินออกไปเลย “ตะวัน นายจะทำอะไร นี่นายจะพาฉันไปไหน”

น้ำค้าง แย้ แอบมองโรสรินกับตะวันอยู่อีกมุมหนึ่งเห็นตะวันจูงมือโรสรินออกไปแต่ไม่ได้ยินว่าทั้งคู่พูดอะไรกัน
น้ำค้างกับแย้ หันมองหน้ากันอย่างสงสัยๆ
“ชัดเลย ยิ้มกรุ้มกริ่มให้กันด้วย แถมคุณโรสยอมให้ลูกพี่จูงมืออีกต่างหาก”
“ไปดีกันตอนไหนเนี่ย แต่ก็ดีแล้ว น้ำค้างดีใจจังเลยพี่แย้”
“พยายามให้รักกันแทบตายไม่สำเร็จ แต่ไปแอบดีกันเฉยเลย”
“นั่นสิ เราทำทุกอย่างเพื่อให้คนสองคนรักกัน แต่เราลืมไปรึเปล่าว่า ความรักบางครั้งก็ไม่ต้องใช้ความพยายามนะ”
“งั้น เราบอกข่าวดี ให้กับคนที่พยายามลุ้นให้คืนดีกันดีกว่า”

ชาญร้องออกมาอย่างดีใจ
“เฮ้ย จริงเหรอ” ชาญคุยโทรศัพท์กับน้ำค้าง สีหน้าดีใจ อึ่ง อาทิตย์ ประกบฟังอยู่ข้างๆ “ไอ้ตะวันมันยอมอยู่ต่อ แถมหนูโรสก็ไม่ให้มันไปไหน ไชโย๊”
“โห่ฮิ๊ว” อึ่งกับอาทิตย์รับพร้อมกัน
“เออๆ จะไปดีกันตอนไหนก็ไม่สำคัญ ไอ้ที่มันสำคัญก็คือ เอ็งสองคนต้องทำให้คู่นี้เขาดีกันต่อไป อย่าให้มารทั้งหลายมาทำให้แตกคอกัน เข้าใจมั้ย เออ มีข่าวอะไรคืบหน้าก็รายงานมาตลอดๆ โอเคๆ” ชาญวางสายไป “เฮ้ย เด็กๆ ตีมือกันหน่อยเว้ยเฮ้ย” ชาญ อาทิตย์ อึ่ง ตีมือกันอย่างดีใจ “ลุ้นมานาน ในที่สุดก็หายเคืองกันซะที”
“แต่มันจะท่าดีทีเหลวรึเปล่าปู่ ลุ้นพี่นางฟ้ากับพี่ตะวัน เหนื๊อย เหนื่อย”
“จะชักใบให้เรือเสียทำไม” ชาญเขกหัวอึ่งเบาๆ
“ใช่ เราต้องไม่หมดหวัง เหมือนที่ปู่ชาญไม่เคยหมดหวังนะ”
“ถูกต้อง จำไว้ อย่าทิ้งความฝัน เพียงเพราะรู้สึกว่ามันไกล ถ้าไม่ลองเดินไปแล้วจะรู้ได้ไงว่าไกลจริง”

ชาญ อึ่ง อาทิตย์ สีหน้าลุ้นมีความหวังสุดๆ

“ฝากบอกคุณปู่ด้วย ว่าวันนี้ฉันกับนายตะวันไม่อยู่ที่โรงแรม”
รถของตะวันขับพุ่งเข้ามาเห็นว่าสองข้างทางร่มรื่นสวยงาม รถขับผ่านป้ายบอกทางไป “อ.ชะอำ” ภายในรถ โรสรินคุยโทรศัพท์อยู่กับยุนอา ส่วนตะวันขับรถ
“เดี๋ยวนะยุนอา” โรสรินหันไปถามตะวัน “บอกฉันมาได้แล้วว่านายจะพาฉันไปไหน ไปทำอะไร”
“ผมมีเรื่องให้คุณช่วย”
“ช่วยเรื่อง”
ตะวันหันไปยิ้มหล่อๆ ให้โรสริน
“ช่วยทำให้ผมมีความสุข ได้มั้ยครับคุณโรส”
โรสรินตกอยู่ในภวังค์ อึ้งปนเขิน

ยุนอากำลังแต่งหน้าอยู่ คุยโทรศัพท์สมอล์ทอล์กกับโรสรินไปด้วย
“ตกลงจะให้บอกท่านประธานว่าคุณโรสไปไหน ทำอะไรคะ”
โรสรินบอกยุนอา ทั้งที่ยังตกอยู่ในภวังค์
“ตะวันขอให้ฉันช่วยทำให้เขามีความสุข”
ยุนอากำลังแต่งหน้าอยู่ พอได้ยินก็อึ้งช็อกไป วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง มือที่ทาปากอยู่ทาพลาดไปเลอะแก้มเป็นเส้นยาว
“คุณโรสไปทำให้คุณตะวันมีความสุข ว้าว นี่เค้าจะทำอะไรกันบ้างนะ บ้าจัง ฉันเขิลล์จังเลย”

บรรยากาศความสวยงามของทะเลชะอำ ตะวัน โรสรินนั่งเล่นที่บังกะโล ทั้งสองมองทะเลสวยงามสงบเงียบและสวยงามตรงหน้า
“ผมจำไม่ได้ว่าผมมาทะเลครั้งที่เท่าไหร่ แต่มาทุกครั้ง ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ทะเล ท้องฟ้า หาดทราย ไม่เคยเปลี่ยน แต่วันนี้ มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป” ตะวันจับมือ มองตาโรสริน “ผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมคนรักกันต้องมาทะเล แต่วันนี้ผมรู้แล้ว” โรสรินมองตาตะวัน อย่างไม่สามารถหันเหสายตาไปจากใบหน้าเขาได้เลย “ความรักทำให้ทะเลดูสวยงามและโรแมนติกกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น”
ตะวันจูบมือโรสริน เธอประทับใจเลยทำเป็นแซว
“นายกำลังทำให้ทะเลที่นี่เน่าแล้วนะ รู้ตัวมั้ย”
“ผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าผมมีความสุขที่หัวใจของคุณมีผมอยู่ในนั้น”
“ขี้ตู่” โรสรินเขินมาก
“ก็คนมันรักสุดๆ นี่นา” ตะวันกุมมือมองตา “ที่ผ่านมาชีวิตของผมอยู่กับงาน ความสุขเดียวของผมคือ
งาน แต่ตอนนี้ความสุขของผมคือคุณ แล้วคุณล่ะโรส ผมคือความสุขของคุณรึเปล่า”
โรสรินกระชับมือตะวันแล้วก็ยิ้ม
“นายตะวัน นายคือความสุขของฉัน”
ตะวันกับโรสรินยิ้มอย่างรู้สึกดีดีต่อกัน แล้วทั้งคู่ก็โผกอดกัน

ตะวันกับโรสรินเดินจูงมือกันมาตามชายหาด ทั้งคู่ยิ้มเขินให้กัน มือกุมกันแน่น ตะวันกอดคอโรสริน เธอโอบเอวเขา สองคนแนบชิดกันมาก
โรสรินชี้ชวนให้ตะวันชมโน่นชมนี่ พอเขาหันไป เธอยื่นนิ้วไปใกล้ๆ แก้มเขา เขาหันมาโดนนิ้วเธอจิ้มหน้าเต็มๆ โรสรินหัวเราะชอบใจ ตะวันหรี่ตามองเอาเรื่อง โรสรินรีบผละออกแล้ววิ่งหนี ตะวันวิ่งไล่ไปตามชายหาด
โรสรินหนีตะวันไม่พ้น ตะวันรวบตัวโรสรินอุ้มลงทะเล สองคนสาดน้ำใส่กันเป็นที่สนุกสนาน
ตะวันเอาดอกไม้ทัดหูให้โรสริน เธอเอาดอกไม้ทัดหูให้เขา ตะวันแกล้งทำท่าสาว โรสรินหัวเราะชอบใจ ทำให้ตะวันหัวเราะตามไปด้วย ตะวันจับหัวโรสรินด้วยความรัก

ที่ฝักบัวปล่อยน้ำออกมาเป็นสาย ตะวันกับโรสรินยืนล้างตัวด้วยกัน
“ทรายติดเต็มผมคุณเลย” ตะวันบอก
โรสรินเอามือลูบผม แต่ไม่หมด ตะวันยื่นมือไปช่วยปัดทรายออกจากผมโรสริน โรสรินหันมาเห็นผมตะวันก็มีทรายเหมือนกัน
“ผมนายก็เปื้อนทรายเหมือนกัน”
โรสรินช่วยปัดทรายออกจากผมให้ตะวัน และแล้วทั้งสองคนก็ตกอยู่ในภวังค์ ต่างฝ่ายต่างนิ่งงัน ใจเต้นแรง ค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าหากัน แล้วทันใดนั้นน้ำฝักบัวหยุด! ตะวันกับโรสรินชะงักเงยหน้ามอง
“น้ำหยุด”
“หยุดได้ไง”
ตะวันเข้ามาหมุนที่เปิดปิดน้ำ หมุนไปหมุนมา น้ำพุ่งลงมาใส่หัวตะวันเต็มๆ โรสรินหัวเราะชอบ ตะวันปาดน้ำออกจากหน้า

ตะวันกับโรสรินเดินตัวเปียกออกมา แล้วโรสรินก็นึกขึ้นมาได้
“เฮ้ย” ตะวันหยุดเดินหันไป “เพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาด้วย แล้วเราจะเอาเสื้อผ้าที่ไหนเปลี่ยน”
“จริงด้วย ผมลืมสนิท ถ้างั้นต้องเอาเสื้อไปอบให้แห้งก่อน แล้วค่อยออกไปหาซื้อเสื้อผ้ากัน”
“แล้วระหว่างรอเสื้อแห้งจะใส่อะไร”
ตะวันมองหน้าโรสริน

ตะวันกับโรสรินอยู่ในชุดเสื้อคลุม สองคนดูเก้อๆ เขินๆ ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาข้างกัน สองคนรู้สึกแปลกๆ แล้วทั้งคู่ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน
“เออ” ชะงัก เขิน “คุณพูดก่อน // นายพูดก่อน”
ตะวันกับโรสรินหัวเราะ แล้วตะวันก็ผายมือให้โรสริน
“ฉันแค่จะบอกว่าใส่แบบนี้แล้วมัน เออ มันรู้สึกแปลกๆ”
“นั่นสินะ ไม่รู้เมื่อไหร่เสื้อจะแห้ง”
“เนอะ”
ตะวันกับโรสรินหันหน้าไปทางอื่น รู้สึกขัดเขินมาก แล้วมือก็เผลอมาแตะกัน สองคนหันขวับมามองหน้ากันเหมือนมีกระแสไฟช๊อต แล้วตะวันก็เผลอมองเสื้อโรสรินเพราะคอกว้าง โรสรินนิ่วหน้าว่าตะวันมองอะไร พอก้มมองก็เห็นเสื้อคอกว้าง เธอตกใจรีบขยับเสื้อ ตะวันรู้ตัว
“เออ คือ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจจะมอง ผม” ตะวันรีบลุกขึ้นยืน “ผมออกไปรอข้างนอกดีกว่า”

ตะวันเดินออกไป โรสรินพ่นลมหายใจออกมาปาก รู้สึกใจเต้นระรัวมาก

ตะวันออกมานอกที่พัก ยืนพ่นลมหายใจออกมาเช่นกัน 
 
“ไอ้ตะวันเอ๊ย แกมองอะไรของแก”
ตะวันถอนใจ แต่ก็อดใจที่จะหันไปมองโรสรินไม่ได้ ตะวันค่อยๆ หันไป โรสรินเองก็ค่อยๆ หันไปมองตะวัน แล้วสองคนก็หันมาป๊ะหน้ากัน ก่อนจะตกใจรีบหันขวับไปทางอื่น แล้วก็พากันอมยิ้มอย่างรู้สึกดีมากๆ

ที่โรงแรมควีนโรส พีระอยู่ตรงหน้ายุนอา สีหน้าประหลาดใจ
“โรซี่ไม่อยู่?”
“เด้”
“ไปไหน”
“ยุนอาไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าไปกับคุณตะวัน” พีระตกใจ
“ไปกับตะวัน”
“ค่ะ” นึกได้ว่าไม่ควรบอก ยุนอารีบปิดปาก “อุ๊บ ยุนอาไม่ควรพูด”
พีระกระชากไหล่ยุนอาเข้ามา
“พูดน่ะดีแล้ว โรซี่ไปไหนกับนายตะวัน”
“ไม่รู้”
“ไม่เชื่อ เธอรู้ แต่เธอไม่ยอมบอกฉันใช่มั๊ย ใช่มั๊ยยุนอา” พีระเขย่าไหล่ไม่หยุด ยุนอาเสียงสั่นตามแรงเขย่า
“ยุนอาไม่รู้จริงๆ ค่ะ คุณโรสบอกแค่ว่า ตะวันขอให้ฉันช่วยทำให้เขามีความสุข”
พีระตาเหลือก กลืนน้ำลายเอื๊อก สีหน้ากังวลใจอย่างแรง

น้ำค้างเดินมาตามทาง แต่ต้องหยุดกึกเพราะเจอพีระเดินหน้าเอาเรื่องเข้ามาหา
“กำลังอยากเจออยู่พอดี”
“คิดถึงฉันเหรอ” น้ำค้างทำหน้ายียวน
“คนอย่างฉันไม่มีทางคิดถึงยัยตัวแสบอย่างเธอหรอก” น้ำค้างไม่พอใจ “พี่ชายเธอ พาโรซี่ไปที่ไหน”
“แน่ใจนะว่าอยากรู้” พีระพยักหน้า “ถ้ารู้แล้วก็อย่าร้องไห้แหละกัน ฟังให้ดี” น้ำค้างตะโกนใส่หูพีระ “ พี่ตะวันพาพี่โรสไปพรีฮันนีมูนที่ทะเล หวานเวอร์ จนน้ำทะเลจืดไปเลยล่ะ”
พีระทั้งอึ้งทั้งหูแทบบอด
“เธอโกหก เธอหลอกฉัน”
“ไม่ได้หลอก ถ้าไม่เชื่อ โทรไปถามพี่โรสเองสิ” พีระนิ่ง “คนไม่รัก ก็ยังจะไปตื้ออยู่ได้ นายนี่มันโง่จริงๆ”
คำพูดของน้ำค้างกระแทกใจพีระเต็มๆ ทำเอาพีระพูดไม่ออก น้ำค้างรู้ตัวว่าพูดแรง
“ใช่ ฉันมันโง่ แต่ฉันก็ยอมที่จะโง่ ถ้ามันทำให้โรซี่หันมามองฉันซักครั้ง”
พีระพูดจบก็หันหลังเดินออกไป ทิ้งให้น้ำค้างยืนอึ้งอยู่กับที่

ตะวันกับโรสรินเดินอยู่ที่ตลาดนัดด้วยกัน
“ร้านขายเสื้ออยู่ตรงนั้น”
ตะวันกับโรสรินเดินไปที่ร้านขายเสื้อ เห็นว่าเป็นร้านขายเสื้อคู่รัก คนขายหันมา
“สวัสดีครับ ชอบแบบไหน เลือกได้เลย ทุกแบบมีสองไซส์ สำหรับคู่เลิฟคร๊าบ” ตะวันกับโรสรินเขินๆ คนขายแซว “อายกันขนาดนี้ ถ้าให้เดาต้องเพิ่งเป็นแฟนกันแน่นอน ชิมิ”
“ครับ” ตะวันโอบไหล่โรสริน “เราสองคนเพิ่งคบกัน”
โรสรินอายหน้าแดง
“เหมาะสมกันที่สุด คนหนึ่งหล่อ คนหนึ่งสวย ลูกเกิดมาคงจะน่าร๊อคอ่ะ” ตะวันกับโรสรินเอาแต่ยิ้ม “ถ้าให้แนะนำ น้องสองคนต้องลายนี้”
คนขายหันไปหยิบเสื้อ ตะวันกับโรสรินมองอย่างอยากรู้

เสื้อยืดตะวันกับโรสรินเป็นลายเขียนว่า “ช้างเท้าหน้า” กับ “ควาญช้าง” ตะวันกระชับมือโรสรินแน่น สองคนมองหน้าและยิ้มให้กันอย่างมีความสุขมาก สองคนเดินกันไปตามทางที่สวยงาม

คืนนั้นที่หน้ารีสอร์ทริมทะเล ตะวันยืนกอดโรสรินจากข้างหลัง สองคนสีหน้ามีความสุขมาก
“ผมมีความสุขจัง คุณมีความสุขมั้ย”
“อื้อ ตั้งแต่พ่อแม่ฉันเสีย ก็มีวันนี้ ที่ทำให้ฉันจำได้ว่าความสุขมันหน้าตาเป็นยังไง”
“แล้วหน้าตามันเป็นยังไง”
โรสรินหันมาจับหน้าตะวัน
“หน้าตาก็เหมือนนายไงล่ะ” ตะวันยิ้มออกมาด้วยความดีใจ โรสรินยังจับหน้าตะวันไม่ปล่อย “นายตะวัน ฉันอยากรู้ว่านายรักฉันเพราะอะไร”
“ผมตอบคุณไม่ได้หรอกว่าผมรักคุณเพราะอะไร เพราะมันมีเป็นร้อยเป็นพันคำตอบ ผมชอบเสียงเพราะๆ ของคุณ ผมชอบรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใส ผมชอบความเย่อหยิ่งถือตัวแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน ผมชอบทัศนคติของคุณที่ไม่คิดจะยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ผมเคยไม่ชอบคุณ แต่วินาทีนี้ผมรักทุกสิ่งทุกอย่างในตัวคุณ นั่นแหล่ะคือเหตุผลของผม แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลเลยถ้าคุณจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่ผมรัก ผมอยากอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตของผมครับโรสริน”

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 12 (ต่อ)

โรสรินยิ้มปลื้ม น้ำตารื้นด้วยความซาบซึ้งและเขิน

“ฉันไม่คิดว่านายจะหวานได้ขนาดนี้”
“ที่หวานได้ขนาดนี้ก็เพราะใครล่ะ” โรสริน ตะวัน มองกันอย่างรักกันสุดหัวใจ “ผมมีบางอย่างจะให้คุณ” โรสรินนิ่วหน้า ทั้งคู่ต่างปล่อยมือจากหน้าของกันและกัน ตะวันหยิบแหวนทองคำขาวออกมาจากกระเป๋ากางเกง “เป็นผู้หญิงของผมนะโรสริน” โรสรินมองหน้าตะวันอย่างคาดไม่ถึง “ถ้าคุณพร้อมและมั่นใจในตัวผม คุณค่อยให้คำตอบผมก็ได้ แต่ตอนนี้ผมขอใช้แหวนวงนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกที่เรามีให้แก่กัน”
ตะวันบรรจงสวมแหวนให้โรสรินที่นิ้วนางข้างซ้าย เธอร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตันพูดอะไรไม่ออก ทั้งสองคนกอดกันด้วยความรักในบรรยากาศแสนโรแมนติก
“คืนนี้ เรานอนด้วยกันนะครับ” โรสรินชะงัก รีบผละออกมามองหน้าตะวัน ตะวันนึกได้ว่าพูดไม่ครบ “ผมหมายถึง คืนนี้เรานอนดูดาวด้วยกันนะครับ”
โรสรินโล่งอก แล้วก็ยิ้มให้ตะวัน
โรสรินนอนอยู่ในอ้อมกอดของตะวัน นอนมองดูดาวด้วยกันอย่างสุขหัวใจ

เช้าวันใหม่ที่แมนชั่นเดชา เดชามีสีหน้าเต็มไปด้วยความแค้น ขณะล้างทำความสะอาดปืน สักพักเดชาประกอบกลับคืนอย่างคล่องแคล่วชำนาญ เขายกปืนขึ้นมาเล็ง หรี่ตาร้ายกาจ

ห้องพักตะวันที่โรงแรมควีนโรส ตะวันเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมเข้ามา น้ำค้าง แย้ เดินตามอย่างอยากรู้
“หายไปทะเลด้วยกันทั้งคืน ไปทำอะไรกันอ่ะ บอกกันมั่งสิ” แย้สะกิดถามตะวัน
“แฮปปี้เอนดิ้งมั้ยคะพี่ตะวัน”
“เอาเป็นว่า รู้แค่พี่กับคุณโรสปรับความเข้าใจกันได้แล้วก็พอ”
“เย้ๆ”
น้ำค้าง แย้ ตีมือกันอย่างดีใจ
“ออกไปข้างนอกได้แล้วไป พี่จะแต่งตัว”

ตะวันดันตัวน้ำค้าง แย้ ที่กำลังดีใจกันอยู่ออกไป ตะวันเดินไปเช็ดผมหน้ากระจก พลันจับที่บาดแผล รอยยิ้มที่มีอยู่ก็จางลงเมื่อนึกถึงคำพูดของมือปืน
ตะวันกลั้นใจชกมือปืนอีกครั้ง จนแทบจะใจอ่อน มือปืนเลือดเต็มหน้า ตะวันเงื้อหมัดจะชกอีก
“บอกมาซะทีซิวะ ใครจ้างแก”
“ยอมแล้วๆ เสี่ยเดชา เสี่ยเดชาจ้างฉันมา”
ตะวัน โรสริน หันมองกันอย่างช็อกๆ
“เดชา”
ตะวันเผลอ มือปืนลุกขึ้น ได้โอกาสคว้ามีดที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา โรสรินหันไปเห็นเข้า ด้วยสัญชาติญาณเธอปราดเข้าไปขวางตะวันไว้
“อย่า”
ตะวันเห็นโรสรินขวางตัวเองไว้ และมือปืนกำลังจะแทงมีดเข้ามา เขาจับตัวโรสรินเบี่ยงหลบจนตัวเองโดนแทงเข้าไปหนึ่งแผล
ปัจจุบัน สีหน้าตะวันมีความกังวลขึ้นมา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาชาญ
“ปู่ครับ”

ที่ไร่ตะวัน ชาญกำลังฉีดปุ๋ยให้ดอกไม้อยู่ พลางคุยโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี
“ว่าไงไอ้หลาน น้ำค้างบอกข่าวดีที่เอ็งกับหนูโรสเข้าใจและไม่โกรธกันแล้วนะ แล้วตอนนี้หัวใจเป็นไงบ้างวะ ชุ่มชื่นดีใช่มั้ย”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับ ผมอยากรู้ว่าตอนนี้เดชามันอยู่ที่ไหน”
“ทำไมวะ มีอะไรรึเปล่า มันทำอะไรเอ็ง”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากรู้ความเคลื่อนไหวของมันเฉยๆ”
ชาญมีสีหน้าเครียดขึ้นมา
“ไม่กี่วันก่อนตำรวจก็เพิ่งมาถามหาเบาะแส ตอนนี้มันและพรรคพวกหนีไปกบดานกันหมด ปู่ยังกังวลเลยว่ามันจะไปหาแก แต่คงไม่มีปัญญาทำอะไรได้หรอก”
สีหน้าตะวันมีความกังวลและความเป็นห่วงขึ้นมา
“ยังไงปู่ก็ระวังตัวด้วยนะครับ ไอ้นี่มันหมาบ้า มันแค้นพวกเราเป็นทุนอยู่แล้ว ไม่รู้จะกลับมาแว้งกัดเมื่อไหร่”

น้ำค้าง แย้ นั่งเล่นอยู่ที่สวนของโรงแรม แย้กินแฮมเบอร์เกอร์ไป พูดไปด้วย
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“น้ำค้างก็ไม่อยากกลับเหมือนกันเหรอ ฮั่นแน๊ อย่าบอกนะว่าแอบปิ๊งหนุ่มกรุงเทพเข้าให้”
น้ำค้างตีแย้
“บ้าเหรอพี่แย้”
“โอ๊ย เจ็บ ทำไมต้องทำร้ายร่างกายด้วยเนี่ย”
“ก็ทำให้รู้ไงว่าไม่ได้แอบปิ๊งใคร ถ้าสถานการณ์หัวใจของพี่ตะวันสดใสสวยงามเมื่อไหร่ก็คงกลับแล้วล่ะ”
“จะว่าไป ใช้เวลานาทีให้คุ้มค่าดีกว่า พี่ไปจีบคุณยุนอาเค้าก่อนนะ”
“แหม จะจีบผู้หญิงน่ะไปลดหุ่น เสริมหล่อให้เท่ๆ ก่อนดีมั้ย พี่แย้”
“แหม สมัยนี้คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นตุ๊ดหมดแล้ว เสียเวลา ไปดีกว่า บ๊าย บาย”
แย้รีบเดินออกไป น้ำค้างมองตามขำๆ แล้วก็นึกถึงพีระขึ้นมา
“ป่านนี้นายนั่นจะเป็นยังไงบ้าง” ที่มุมหนึ่งพีระเดินผ่านไป น้ำค้างหันไปเห็นก็อึ้ง “พีระ”
พีระหันมาเห็นน้ำค้าง ทั้งสองคนต่างหยุดมองหน้ากัน พีระเดินมาตรงหน้าน้ำค้าง น้ำค้างระแวง ถอยหลังอย่างระวังตัว
“ว่างกินข้าวเป็นเพื่อนฉันมั้ย”

น้ำค้างมองพีระสงสัย

ภายในร้านอาหาร อาหารไทยดูน่าอร่อยวางเต็มโต๊ะ พีระนั่งก้มหน้า ซึมเศร้า
“ชวนฉันมากินข้าว แล้วทำไมถึงไม่กิน”
“ที่นัดเธอออกมาเพราะฉันมีบางอย่าง อยากบอกให้เธอรู้ว่า หากจะเฝ้ารอรักจากคนอื่น โดยที่ไม่รู้จักรักตัวเอง แล้วเราจะค้นหารักแท้ได้จากที่ไหน”
“เหย ก็คิดได้นี่”
“ฉันรักตัวเองมากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องรักโรซี่น้อยลง เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่มีวันล้มเลิกเรื่องโรซี่เด็ดขาด”
“แต่พี่ตะวันกับพี่โรสคืนดีกันแล้ว”
พีระนิ่งอึ้ง
“โรสซี่เป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ฉันรัก ฉันทำหน้าที่ของฉันอย่างซื่อสัตย์ ฉันเอาใจโรซี่ ตามใจโรซี่ ทำทุกอย่างได้เพื่อโรซี่ เพราะมันคือหน้าที่ของฉัน” พีระถอนใจออกมาอย่างมีความท้อ “หน้าที่ ที่ฉันอยากทำไปตลอดชีวิต แม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่เคยได้ใจโรซี่ บางทีมันก็อดท้อไม่ได้ ที่ในสายตาโรซี่มีคนอื่นที่พิเศษมากกว่าฉัน”
น้ำค้างอึ้ง
“ถึงฉันจะไม่อยากให้นายลงเอยกับพี่โรส แต่ฉันก็ชื่นชมในความมุ่งมั่นของนาย”
“ฉันก็ชื่นชมเธอในฐานะแม่ยกนายตะวันเหมือนกัน”
“ไม่ต้องมาแขวะ” พีระยังซึมอยู่ น้ำค้างอยากรู้ความในใจของเขา “ถามอะไรหน่อยสิ นายไม่มีวันเปลี่ยนใจจริงๆ ใช่มั้ย”

น้ำค้างมองลุ้นๆ อยากรู้ว่าพีระจะตอบอะไร พีระนิ่งคิดสักพัก
“ไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่คนเราลองได้รักแล้ว เลิกรักได้ด้วยเหรอ”
“ทำไมไม่คิดว่า จุดจบอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับโอกาสที่จะพบใครสักคนกับความรักครั้งใหม่”
“ไม่รู้สิ ตอนนี้ยังไม่คิดจริงๆ” พีระก้มหน้าจ๋อยๆ ซึมๆ “ฉันว่าเรากินข้าวกันเถอะ”
พีระเงยหน้าขึ้นมาก็ตกใจ ที่เห็นน้ำค้างเอาถั่วฝักยาวในจานผักเอามาทำเป็นเขี้ยวยาวๆ
“แบร่” พีระหลุดขำ
“อะไรของเธอเนี่ย”
น้ำค้างเอาถั่วออก
“เห็นนายเครียด ก็อยากให้ขำ เดี๋ยวพาลกินอะไรไม่ลง”
“ขอบใจนะ อย่างน้อยก็ทำให้ฉันยิ้มออก”
น้ำค้างยิ้มให้ แล้วพีระกับน้ำค้างก็กินข้าวกัน แต่น้ำค้างแอบซึมๆ ไปเหมือนกันที่พีระยังยืนยันไม่เปลี่ยนใจไปจากโรสริน

พีระ น้ำค้าง เดินกลับมาที่รถ
“ขอบใจอีกครั้ง ที่วันนี้ทำให้ฉันเครียด แต่ก็ยังใจดีทำให้ยิ้มออกมาได้” พีระบอก
“ขอบใจที่อุตส่าห์เลี้ยงข้าวนะ”
“ขอบใจนะ ที่ถึงเราจะไม่ถูกกันเท่าไหร่ แต่ยังไงฉันก็ดีใจที่มีเธอเป็นเพื่อน”
“ขอบใจที่ให้เกียรตินั้นละกัน”
“ฉันขอบใจที่”
“โอ๊ย พอแล้ว พอ ขอบใจอะไรนักหนา”
“ไม่ขอบใจแล้วก็ได้ แต่ขอโทษที่เธอต้องกลับเองนะ พอดีนึกได้ว่ามีประชุมด้วย”
“หะ”
“บาย”
พีระขึ้นรถ แล้วขับออกไปเลย น้ำค้างยืนเหวอ
“อ้าว เฮ้ย นี่ทิ้งกันแบบนี้เลยเหรอ” น้ำค้างถอนใจเซ็งๆ มองรถพีระที่ขับออกไปไกล “เมื่อไหร่นายจะเลิกลงแข่งเกมหัวใจ ที่ไม่มีวันชนะซะที”

รถแท็กซี่ขับเข้ามาจอดถนนด้านหน้าของโรงแรมควีนโรส เดชาลงจากรถ เขาใส่แจ๊กเก็ต สวมแว่นดำ สวมหมวกพรางหน้า เดชายิ้มเหี้ยม หมายมั่นปั้นมือจะปิดบัญชีแค้นกับตะวันด้วยตนเอง

ภายในโรงแรมควีนโรส ที่ห้องทำงานห้องหนึ่ง โรสรินเอารูปคู่เธอกับตะวันที่ไปทะเลด้วยกันมาวางบนโต๊ะทำงานตะวัน สีหน้าปลาบปลื้มมากๆ โดยไม่รู้ว่ายุนอาย่องมาจากข้างหลัง เห็นรูปคู่ก็อมยิ้มกรุ่มกริ่ม
“น่าอิจฉาคนมีความรัก” โรสรินหันมาเอียงอาย “ไม่ปฏิเสธ แสดงว่ายอมรับ”
โรสรินตีแขนยุนอา
“พูดบ้าๆ”
ยุนอาเห็นแหวน จับมือโรสรินหมับ
“อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด แหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย นี่มันแหวนหมั้นชัดๆ ว้าวว้าว”
โรสรินเขิน ดึงมือออก
“ฉันไม่คุยกับเธอแล้วยุนอา ไปทำงานดีกว่า”
โรสรินเดินยิ้มเขินออกไป ยุนอาหันไปมองตามก่อนจะเอามือตัวเองขึ้นมาดู
“อยากได้แหวนมาใส่บ้างอะไรบ้าง”
ยุนอาหน้าตาเพ้อฝัน

ตะวันกำลังตัดแต่งพุ่มไม้อยู่ในสวนของโรงแรม ได้ยินและรู้สึกเหมือนคนเดินมาด้านหลัง ตะวันยิ้มนึกว่าเป็นโรสริน
“เห็นมันยาวแล้ว อดไม่ได้ที่จะเล็มออกซะหน่อย คิดถึงผมเหรอครับโรส”
ตะวันหันมา อึ้ง ที่คนที่มาหาคืออุษาวดี
“ทำไมคุณตะวันใจร้ายแบบนี้ หายไปไหนมา ติดต่อก็ไม่ได้ อุษารู้แล้วนะคะว่าคุณโดนพวกอันธพาลทำร้าย ทำไมไม่บอกอุษาเลย อุษาเป็นห่วงคุณมากนะคะ”
“คือมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ”
“เล็กสำหรับคุณ แต่มันใหญ่ในความรู้สึกของอุษานะคะ”

อุษาวดีน้ำตาคลออย่างน้อยใจ

โรสรินเดินตามหาตะวันเข้ามาแล้วสะดุดสายตาชะงักอึ้งไป ที่เห็นตะวันอยู่ใกล้ชิดกับอุษาวดี
“คุณไม่เห็นอุษาสำคัญกับชีวิตคุณเลยเหรอคะ อุษาดีไม่พอสำหรับคุณตรงไหน อุษาจริงใจกับคุณน้อยกว่าคนอื่นหรือไง คุณถึงไม่เห็นค่าของอุษาเลย”
ตะวันสงสารอุษาวดี ใช้มือเช็ดน้ำตาให้
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ” โรสรินทนเห็นภาพตรงหน้าไม่ไหว เดินหนีออกไปเลย เป็นจังหวะเดียวกับที่ตะวันหันไปเห็นโรสรินเดินเร็วออกไป “คุณโรส”
ตะวันจะเดินตามโรสรินไป แต่อุษาวดีรั้งตัวตะวันไว้
“ไม่ต้องตามไปหรอกค่ะ อุษามาชวนคุณไปทานข้าว ไปด้วยกันนะคะ”
“ปล่อยผมครับ คุณอุษา ปล่อยผม”
ตะวันแกะมืออุษาวดีออกแล้วรีบตามโรสรินไป
“ตะวัน คุณตะวัน ทำไมถึงได้แคร์ยัยโรสขึ้นมาซะเฉยๆ โธ่เอ๊ย”
อุษาวดีเจ็บใจสุดๆ ที่ตะวันผละไปหาโรสริน

โรสรินกำลังจี๊ดส์ ได้แต่เดินพร่ำบอกกับตัวเอง พร้อมกับมองแหวนในมือ
“เข้าใจผิด เราเข้าใจผิด คิดไปเอง เค้าไม่ได้รักกันชอบกัน เราต้องเชื่อใจตะวันสิ เราต้องไม่หวั่นไหว เราต้องไม่คิดไปเอง โรส หนักแน่นไว้ หนักแน่นไว้ยัยโรส” โรสรินเดินก้มหน้าก้มตาเดินชนเข้ากับใครคนหนึ่ง เธอล้มลง กำลังจี๊ดส์เลย “นี่ฉันไม่มองทางหรือว่าคุณไม่ระวังเนี่ย”
โรสรินลุกขึ้นมาก็อึ้งเพราะเห็นคนที่เธอเดินชนชัดๆ เขาคือเดชานั่นเอง โรสริน เดชามองหน้ากันอย่างช็อกๆ ไม่คิดว่าจะได้เจอกัน
“เดชา”
“คุณโรส”

ทางเดินอีกมุมหนึ่ง ตะวันเดินเข้ามาตามหาโรสริน หันมองไปรอบๆ ไม่เห็นโรสรินอยู่บริเวณนั้น
“เห็นคุณโรสรึเปล่าครับ”
ตะวันถามพนักงานโรงแรม พนักงานส่ายหน้า ตะวันเดินตามหาโรสรินต่อ

โรสริน เดชา ยังมองกันอึ้งๆ
“คุณโรส คุณมาทำอะไรที่นี่”
“มันไม่สำคัญเท่านายมาทำอะไรที่นี่หรอก”
“หมายความว่ายังไง”
“ฉันจะเรียกตำรวจมาจับนายเดี๋ยวนี้ ถ้านายยังไม่รีบออกไป”
“คุณรู้อะไรงั้นเหรอ”
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่านายจะโหดเหี้ยมถึงขั้นฆ่าคนได้ เสียดายที่ฉันคิดจะให้โอกาสเป็นเพื่อนกับนาย แต่มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว ไปซะเดชา อย่ายุ่งกับตะวันอีก”
เดชาเดินเข้าไปประชิดตัวโรสริน
“ผมปล่อยให้มันรอดไม่ได้ มันทำลายชีวิตผม”
โรสรินชักกลัว
“ฉันเตือนนายแล้วนะ อยากถูกจับรึไง”
“เอาสิ ถ้าคิดว่าจับผมแล้วตะวันมันจะรอด ผมมีลูกน้องมากมายที่จะเป็นมือเป็นเท้าหรือแม้แต่แพะรับบาปแทนผม” โรสรินอึ้งๆ ไป “มีอย่างเดียวเท่านั้นที่ตะวันมันจะรอด ก็คือ ผมให้อภัยและไว้ชีวิตมัน แต่ผมขอบอกไว้เลยว่า มันจะไม่มีวันนั้น”
เดชาเลิกเสื้อขึ้นโชว์ปืนที่อยู่ในซอง โรสรินมองตาเดชาก็รู้ทันทีว่าเขาพูดจริงทำจริงแน่
“ไปกับฉัน” โรสรินจับมือเดชา
“อย่าคิดไม่ซื่อกับผม ผมเตือนคุณแล้วนะ”

“ถ้านายยังเห็นว่าฉันยังมีความหมายกับชีวิตนาย ออกไปกับฉันเดี๋ยวนี้ ฉันมีข้อเสนอบางอย่าง อยากจะให้นายพิจารณา”

อุษาวดีเดินมองซ้าย ขวา ตามหาตะวันออกมาหน้าโรงแรม
 
“หายไปไหนนะ” อุษาวดีหันมองไปรอบๆ ก็ต้องชะงักที่เห็นโรสรินกับเดชาเดินไปที่รถหรูของโรสรินที่จอดอยู่
“นั่นมัน ยัยโรสนี่ มากับใคร”
อุษาวดีมองเห็นแต่ด้านหลัง ไม่รู้ว่าเป็นเดชา อุษาวดีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน โรสรินและเดชาเข้าไปในรถ แล้วโรสรินก็ขับรถออกไปอย่างเร็ว สักพักตะวันเดินเข้ามา มองซ้ายขวาหาโรสริน แต่กลับเจออุษาวดีแทน
“คุณอุษา เห็นคุณโรสมั้ยครับ”
อุษาวดีแอบยิ้มออกมาอย่างสะใจ

ตะวันกำลังเลื่อนดูภาพโรสรินกับเดชา (เห็นเดชาไม่ชัด) กำลังขึ้นรถและออกไปพร้อมกัน
“ใครไปกับคุณโรส แล้วคนที่คุณโรสออกไปด้วยเค้ามีการบังคับคุณโรสรึเปล่า”
“ไม่นี่คะ แต่แปลกจัง ไม่เคยโรสไปไหนมาไหนกับคนแปลกหน้า แถมเป็นผู้ชายอีกต่างหาก”
ตะวันรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออก ตะวันรอฟัง ปรากฏว่าโรสรินปิดเครื่อง
“ติดต่อไม่ได้”
อุษาวดีแกล้งยั่วให้เข้าใจโรสรินผิด
“มีความลับอะไรน๊า ถึงต้องปิดมือถือ อุษาว่ามันแปลกๆ นะคะ”
ตะวันชักเครียดกดโทรศัพท์หาโรสรินอีกแต่ก็ติดต่อไม่ได้ อุษาวดีแอบยิ้มออกมาอย่างสะใจ

โรสรินพาเดชามานั่งคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เดชาจิบกาแฟ ถอนใจ มองไปทางอื่น
“ถ้านายต้องการเงินและที่อยู่ที่ปลอดภัยจากสายตาของตำรวจ แค่นายรับปากกับฉันว่านายจะไม่ฆ่าตะวัน นายจะได้ทุกอย่าง เดชา ยุติเรื่องนี้เถอะนะ ฉันขอร้อง”
เดชาตบโต๊ะปังจนโรสรินตกใจ
“มันชี้ช่องให้ตำรวจมาจับผม มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตผม คุณจะให้ผมยอมง่ายๆ งั้นเหรอ”
“แต่ตะวันตายแล้วนายได้อะไร มีแต่จะสร้างคดีเพิ่ม”
“ดูห่วงใยมันเหลือเกินนะคุณโรส หรือว่าคุณได้กับมันแล้ว”
“หยาบคาย”

โรสรินจะตบหน้าเดชา เดชาไวกว่าคว้าข้อมือโรสรินไว้ แล้วบีบแน่น!
“ฉันเจ็บ”
เดชาปล่อยมือออก
“ขอโทษ ผมไม่ตั้งใจทำให้คุณเจ็บ”
โรสรินยังอ้อนวอนต่อ
“ต้องให้ตะวันตายเหรอ ความแค้นที่ฝังรากในใจนายมันถึงจะหายไป ต้องแลกด้วยชีวิตเท่านั้นเหรอเดชา มันมีทางอื่นเลยใช่มั้ย”
โรสรินตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ เดชารู้สึกเจ็บปวดมากที่โรสรินห่วงใยตะวันมาก
“ผมไม่ฆ่ามันก็ได้”
โรสรินยิ้มออกมา
“ขอบใจมาก ขอบใจนายมาก นายต้องการอะไร บอกฉันมาได้เลย ฉันจะพยายามเอามาให้นายได้ทุกอย่าง”
“ผมต้องการให้คุณคบกับผม อย่างคนรักกัน”
“หะ คนรักกัน”
“ถ้าคุณยอม ผมจะปล่อยตะวันไป แต่ถ้าคุณไม่ยอม ผมสัญญาว่าผมจะทำทุกอย่าง ทำทุกหนทางเพื่อไม่ให้มันได้หายใจอีกต่อไป ว่าไง คุณโรสริน คุณจะเลือกแบบไหน”

โรสรินอึ้งสุดชีวิตกับเงื่อนไขที่เดชาหยิบยื่นให้
 
จบตอนที่ 12 
กำลังโหลดความคิดเห็น...