xs
xsm
sm
md
lg

เรือนกาหลง ตอนที่ 1

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เรือนกาหลง ตอนที่ 1

ป้ายชื่อของหมู่บ้าน “บ้านบัวสี” ซึ่งติดอยู่บริเวณถนนทางเข้าใกล้กับบึงบัว และทุ่งนาเขียวขจี ตัวป้ายทำด้วยไม้ค่อนข้างเก่า คำว่า “สี” เลือนราง เพราะป้ายนี้ติดมานานแล้ว

ในบึงบัวขนาดใหญ่เวลานั้น แลเห็นดอกบัวเบ่งบานสวยงาม กาหลงหญิงงามแห่งบ้านบัวสี พายเรืออยู่ท่ามกลางดงดอกบัว เธอเอื้อมมือไปเด็ดมาได้หนึ่งดอก มองไปยังดอกบัวอีกดอกที่สวยมาก เธอรีบพายไปที่ดอกบัวดอกนั้น...ใครคนหนึ่งมองไปยังเรือของเธอ

ขณะเดียวกัน แม่กลอย แม่ของกาหลงวิ่งมาหน้าบ้าน ตะโกนเรียก
“กาหลง กาหลง”
แม่กลอยขึ้นไปบนเรือน ร้องเรียกหาลูกสาว
“นังกาหลง เอ็งอยู่ไหน”
กาเหว่า ลูกชายคนเล็กวิ่งเข้ามาขวางแล้วจุ๊ปากให้แม่กลอยเบาเสียง
“แม่กลอย...จุ๊ๆ”
“ไอ้กาเหว่า จุ๊ๆ...เป็นลูกคนรึลูกจิ้งจก”
“แม่เป็นจิ้งจก ฉันก็เป็นลูกจิ้งจกจ้ะ” กาเหว่าแลบลิ้นพร้อมทำเสียงจิ้งจก “จก...จก”
แม่กลอยเขกหัว
“มะเหงกสิ...เดี๋ยวแม่ไล่ส่ง พี่สาวเอ็งอยู่ไหน”
“เบาๆสิแม่ พี่กาหลงนอนหลับไม่สบายตัว”
กาเหว่าชี้ไปที่มุมหนึ่ง ผู้หญิงนอนหันหลังให้มีผ้าห่มคลุมตัวไว้
“กูไม่เชื่อ”
แม่กลอยเดินตรงไปยังร่างผู้หญิงที่นอนอยู่ จะดึงผ้าห่มออก กาเหว่าร้องห้าม
“แม่อย่า”
แม่กลอยกระชากผ้าห่ม จำปาเพื่อนสนิทกาหลง ดีดตัวขึ้นมายกมือไหว้ แม่กลอยหน้าตื่น
“นังจำปา”
“สวัสดีจ้ะน้ากลอย”
“เอ็งสมรู้ตบตาข้า บอกมานังลูกไม่รักดีซ่อนอยู่หลืบไหน”
กาเหว่าและจำปาเอามือปิดปากไม่ยอมบอก...ทันใดนั้นเสียงชบา ลูกสาวคนรองดังขึ้น
“ฉันรู้จ้ะแม่”
ชบาเข้ามา กาเหว่าไม่พอใจ
“พี่ชบาอย่าบอก”
จำปาพูดซ้อนกับกาเหว่า
“อย่าบอก”
ชบาไม่สนบอกแม่กลอยทันที
“พี่กาหลงหนีไปบึงบัว”
แม่กลอยตกใจและโกรธ
“มันยังกล้าไปที่นั่นอีก”

กาหลงพายเรือมาถึงดอกบัวที่ต้องการ สายตาใครคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ คืบคลานเข้าไปใกล้เรือ
กาหลงเอื้อมมือไปเด็ด ทันใดนั้นเองมือหนึ่งโผล่จากน้ำจับข้อมือเธอไว้แน่น กาหลงตกใจร้องลั่น
“ว้าย”
กาหลงพยายามดิ้นให้หลุด แต่มือนั้นจับแขนไว้มั่น เธอพยายามจะแกะมือนั้นออกแต่แล้วมือนั้นก็ดึงร่างเธอตกลงไปในน้ำ...กาหลงตกลงมาใต้น้ำมองไปไม่เห็นใคร เธอตกใจจะว่ายขึ้นไปที่ผิวน้ำเท้าจะถีบน้ำขึ้นไปมือหนึ่งมาคว้าข้อเท้าไว้ กาหลงตกใจดิ้นถีบหนี แต่ดิ้นไม่หลุด เธอหันกลับไปมองว่ามือนั้นเป็นมือใคร เธอตกใจนิ่งอึ้ง ไม้โผล่หน้ามายิ้มให้ กาหลงเปลี่ยนอารมณ์จากความกลัวเป็นยิ้มดีใจ เมื่อเห็นคนรัก ไม้ว่ายน้ำเข้ามาหากอดรัดจะจูบ กาหลงผลักว่ายผุดขึ้นไปเหนือน้ำ...

แม่กลอยเร่งฝีเท้าลงจากบ้าน กาเหว่าและจำปาพยายามกันท่าไว้ ไม่ให้ตามกาหลง
“แม่ไม่ต้องไปตามหรอกจ้ะ...”
ขาดคำกาเหว่าพลาดตกบันไดหัวคะมำ จำปาเข้าขวาง
“กาหลงไม่ได้ไปหาใคร...มันไปเก็บดอกบัวบูชาพระ”
ชบาเข้ามาฟ้อง
“ไม่จริง...พี่กาหลงแล่นไปพบพี่ไม้”
จำปากับกาเหว่าหันไปดุชบา
“บอกทำไม”
แม่กลอยไม่พอใจ
“หนักเกินไปล่ะไอ้ไม้...กล้าหยามหน้าข้า”
แม่กลอยมุ่งตรงไปยังบึงบัวทันที...ชบายิ้มเย้ยพอใจ จำปาและกาเหว่ากังวลใจ...

กาหลงผุดขึ้นมาเหนือน้ำ...ด้านหลังเป็นดอกบัวสวยงาม ไม้ผุดตามมาจ้องมอง กาหลงผลัก
“พี่ไม้...”
ไม้ยิ้มให้
“จ๋า...”
“เล่นพิเรนท์ ฉันขวัญหนีดีฝ่อหมดกัน”
ไม้เข้ามาปลอบใจ
“รักดอกจึงหยอกเล่น ขวัญเอ๋ยขวัญมา เจ้าอยู่ในอกพี่ไม้ ใช่ใครอื่น...ตัวสั่นเทียว มาม๊ะ พี่จะเรียกขวัญคืนให้”
ไม้จะหอมแก้ม กาหลงผลักออก
“ปล่อยนะ...เล่นอะไรพันนี้”
กาหลงว่ายน้ำหนีไป ไม้จึงครวญกลอนจีบ
“บัวกลางบึง ฤาตรึงใจเท่านวลน้อง”
กาหลงจะว่ายน้ำหนีได้ยินกลอน ก็ยิ้มพอใจ แสร้งว่ายน้ำหนีไปหลบหลังดอกบัว ไม้ไม่เห็นว่ายน้ำ เอื้อนเอ่ยกลอนตามหา
“พี่หมายปอง ครองรักสมัครสมาน”
กาหลงได้ฟัง ก็ยิ้มพอใจ ว่ายน้ำหนีไปอีกทาง ไม้ว่ายตามหา
“อยากคู่ชิด สนิทเชื้อแม่บัวบาน”
กาหลงยิ้มพอใจ รอฟังกลอนของไม้ปิดจบ...แต่แปลกใจที่ไม่ได้ยินบทกลอน มองไปก็ไม่เห็นเขา เธอเริ่มเอะใจมองหา ทันใดนั้น ไม้ผุดขึ้นจากน้ำมาโผล่ตรงหน้า กาหลงอึ้งยิ้มดีใจ
“ขอนงคราญ...รับรัก...” ไม้จ้องมองซึ้งใจ “พี่สักครา...”
ไม้ยื่นดอกบัวตูมจากใต้น้ำมอบให้เป็นดอกไม้แทนใจ...กาหลงรับมา ไม้เข้าไปหอมแก้ม กาหลงยิ้มตอบ ไม้จะหอมอีก กาหลงยันไว้
“พอเถอะพี่...ฉันออกจะช้ำหมดแล้ว”
“ถ้าพี่ไม่ได้หอม...พี่คงต้องช้ำตรอมใจตาย”
ไม้จะหอม กาหลงจับหน้าไว้
“จูบกาหลงรึจะพออิ่ม...ฉันมิหลงเชื่อคำหวานพ่อพระเอกยี่เก”
กาหลงผลักหน้าแล้วว่ายน้ำหนีไป
“กลับมาก่อน แม่บัวบานของไอ้ไม้”
ไม้ว่ายน้ำตามไป

กาหลงถือดอกบัววิ่งหนีไม้ มาบริเวณต้นไทรแล้วหันหลังไปบอก
“ฉันต้องกลับแล้วล่ะ เดี๋ยวแม่จับได้”
กาหลงวิ่งไปชนกับใครคนหนึ่ง เธอมองอย่างตกใจ
“พี่โชติ”
โชตินักเลงหัวไม้ ลูกชายของช่วง ผู้ใหญ่บ้านยืนยิ้ม โดยมีสมุนอยู่ด้านหลัง สามคน คือ สิง มั่น ขาบ...
“วิ่งหนีใครมา ไม่ต้องกลัว พี่โชติจะปกป้องน้องกาหลงเอง”
โชติเข้ามากอด กาหลงดิ้นหนีแต่สู้แรงไม่ได้ โชติจะหอมแก้ม ไม้เข้ามาผลักโชติออก
“อย่ามายุ่งกับคนรักข้า”
โชติยิ้มเย้ย
“กาหลงเป็นคนรักเอ็ง แต่กำลังจะเป็นเมียข้า”
ไม้ไม่พอใจ
“ไอ้โชติ”
กาหลงจ้องหน้าโชติ
“ให้นรกมาไปสูบทีเดียว...ฉันไม่แต่งกับพี่ ฉันรักอยู่กับพี่ไม้”
โชติดึงดอกบัวจากมือกาหลง
“นี่คงเป็นของรักแทนใจ”
โชติทิ้งดอกบัวลงพื้น...ไม้และกาหลงไม่พอใจ โชติเอาเท้าเหยียบขยี้ดอกบัวเย้ยไม้
“ใจเอ็งต้องแตกสลายใต้ตีนข้า...ฮะฮาฮ่า”
มั่นกับขาบพากันร้องเย้ย
“โอ๊ย...เจ็บไปถึงทรวง”
พวกสิง มั่นและขาบหัวเราะผสมโรงกับโชติ ไม้ทนไม่ได้ พุ่งเข้าต่อย โชติเซถลาเลือดกบปาก
“เอ็ง”
“อย่ามาหยามความรักของข้า”
โชติส่งสายตาให้สมุน สิงพุ่งเข้ามาต่อยไม้ พวกมั่นและขาบเข้ามารุม กาหลงตกใจ

“พี่ไม้”

จำปากับกาเหว่าวิ่งมาที่วัด โขงกับจอกเพื่อนสนิมไม้กำลังเช็ดบาตรพระ

“พี่โขง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” จำปารีบบอกโขง
โขงโผเข้ากอดจำปา
“น้องจำปาของพี่...มีอะไรจ้ะ”
จอกต่อว่าโขง
“พับผ่าสิไม่ใช่เวลาพรอดรัก...ไอ้กาเหว่ามีเหตุอะไร”
กาเหว่าบอกจอกด้วยความเหนื่อยหอบ
“พี่จอก...ฟะฟังฉันนะ...คือว่า...ว่า...”
โขงและจอกรอฟังลุ้นตัวโก่ง...
“ว่า...ว่า...”
กาเหว่าเหนื่อยหอบ
“พะพี่...พี่...”
“พี่ไม้ถูกพวกไอ้โชติเล่นงาน” จำปาโพล่งออกมา
“ปัดโธ่...เรื่องแค่นี้เอง...” โขงกับจอกนึกได้ ตกใจ “เฮ้ย...พี่ไม้”

พวกสิงเข้าเล่นงาน ไม้สู้ไม่กลัว กาหลงเป็นห่วง
“พี่ไม้ระวัง”
สิง มั่น และขาบ เข้ามาต่อย ไม้ใช้เชิงมวยเล่นงานสิง มั่น และขาบ แต่ละคนกระเด็นออกไป โชติโมโห
“เข้าไปรุมมันสิวะ”
พวกสิง มั่นและขาบเข้าไปพร้อมกันเล่นงานจนไม้ตั้งรับไม่ทัน ไม้ถูกเล่นงานเซล้มลงกับพื้น กาหลงเป็นห่วง
“พี่เป็นยังไงบ้าง”
“กาหลง...เจ้ารักพี่รึเปล่าแม่บัวบานของพี่”
พวกสิงเข้ามาเล่นงานไม้ กาหลงเป็นห่วง
“ถามอะไรตอนนี้ เอาตัวให้รอดก่อน”
“บอกพี่มาสิ กาหลงคิดยังไงกับพี่”
พวกสิงเข้าเล่นงาน ไม้ตั้งรับ เซล้มลงกองกับพื้น กาหลงตะโกนออกไป
“ฉันรักพี่จ้ะ...”
“แรงรักมันคักคึกได้ใจ ไอ้ไม้สู้ตายเพื่อกาหลง”
ไม้เหมือนได้น้ำทิพย์ชโลม มีพลังขึ้นมา เตะต่อยเล่นงานพวกสิงร้องโอดโอย โชติไม่พอใจพุ่งเข้ามาต่อย ไม้ไม่ทันตั้งตัวเสียท่า โชติเหนือกว่า

จอกกับโขงวิ่งนำ จำปาและกาเหว่าวิ่งตามหลัง ทุกคนรีบวิ่งตามไป...จอกตะโกนลั่น
“พี่ไม้ไม่ต้องกลัว ไอ้จอกมาช่วยแล้ว”
จอกวิ่งตะโกนแต่สะดุดคันนาล้มหน้าคะมำตกลงไปในบ่อโคลน โขงและกาเหว่าวิ่งตามหลังก็สะดุดเสียหลักล้มลงไปทับจอกในบ่อโคลน ทุกคนเปียกโคลนทั้งตัว จำปาเห็นแล้วเอือมระอาที่ไม่ได้เรื่องรีบวิ่งนำไป...โขง จอกและกาเหว่าจะลุกจากปลักควายก็ดึงตัวกันล้มไปมา...

โชติเข้าเล่นงาน ไม้ลุกขึ้นสู้สุดท้ายเก่งกว่าโชติ ไม้จะเข้าไปซ้ำง้างหวัดจะต่อย แต่เสียงแม่กลอยดังขึ้นเสียก่อน
“หยุดเดี๋ยวนี้”
ไม้ค้างหมัดไว้หันไปมอง...เจอแม่กลอยเข้ามาห้าม โชติฉวยจังหวะทีเผลอต่อยไม้กลับเซล้มลง กาหลงเข้าไปประคองดูแลไม้
“พี่ไม้”
แม่กลอยเข้าไปดึงตัวกาหลงออกจากไม้
“ข้าสั่งนักหนา ห้ามคบหากับไอ้อันธพาล”
“น้ากลอยจ้ะ...ฉันไม่ได้ก่อเรื่อง” ไม้พยายามจะอธิบาย
“ข้ารู้สันดานเอ็งดี เอ็งเรียนมวยหวังจะวางตัวเป็นนักเลง คอยห่มเขงคนอื่น”
“ไม่ใช่จ้ะ...ฉันเรียนมวยไว้ป้องกันตัวและปกป้องกาหลง”
“อย่าริเอาลูกสาวข้ามาอ้าง”
“พี่ไม้พูดจริงจ้ะแม่” กาหลงมองหน้าโชติ “พี่โชติ ถ้าพี่เป็นนักเลงพอ พูดความสัตย์กับแม่ว่าพี่ข่มเหงน้ำใจฉัน”
โชติมองหน้าอึกอัก
“ไม่เช่นนั้น พี่ก็สาบานต่อหน้าศาลเจ้าแม่ไทรงาม ว่าพี่บริสุทธิ์ใจหากพี่พูดปด...ขอให้ฉิบหายตายในสามวันเจ็ดวัน”
โชติมองไปยังศาลเจ้าแม่ไทรงามที่อยู่ใต้ต้นไทรรู้สึกหวั่นกลัว
“เอาซี” กาหลงท้า
แม่กลอยรีบห้ามไว้
“พ่อโชติไม่ต้องสาบาน”
กาหลงผิดหวังมาก
“แม่ไม่เชื่อฉัน”
“ข้านี่แหล่ะสั่งให้พ่อโชติมารับเอ็งกลับเรือน” แม่กลอยมองข่มไม้ “ข้าไม่ไว้ใจมัน”
ไม้เดินเข้ามาหาแม่กลอย สายตาวิงวอนขอความเห็นใจ
“น้ากลอยจ๊ะ...ฉันทำผิดอะไรนักหนา น้าถึง...”
แม่กลอยสวนขึ้น
“ไม่ต้องทำเสียงออดอ้อนออเซอะ...ข้าไม่ใช่แม่ยกยี่เก...จำใส่กะโหลกเอ็งไว้ อย่ามายุ่งกับลูกสาวข้าอีก”
ไม้ผิดหวังเสียใจ กาหลงสงสารไม้ แม่กลอยหันมาดุลูกสาว
“นังกาหลง กลับบ้าน”
แม่กลอยเดินกลับไป กาหลงจำต้องตามแม่ไป...โชติเย้ยไม้
“เสียดายไม่ทันรู้ดำรู้แดง...แม่กลอยมาห้ามเสียก่อน ปะกันคราหน้าข้าจะเอาเลือดหัวเอ็งออก”
โชติข่มไม้แล้วเดินออกไปพวกสิงตามไปสวนทางกับพวกโขงที่เข้ามาหาไม้ พวกมั่นและขาบเดินนำไป เจอหน้าพวกโขง จอกและกาเหว่า ตกใจร้องลั่น เพราะทุกคนอยู่ในสภาพเลอะโคลนทั้งหน้า โผล่แค่ดวงตา
“ผี”
“คนเว้ย”
พวกโขงปาดโคลนที่หน้าตัวเอง ไปป้ายหน้าพวกมั่น พวกมั่นรีบวิ่งตามโชติไป โขงและจำปาเดินเข้าไปเห็นสภาพไม้แล้วต่างนึกสงสาร

ไม้เศร้าเสียใจที่ถูกกีดกันความรัก

เมื่อกลับมาถึงบ้าน กาหลงพยายามอธิบายบอกแม่

“แม่จ๋า...แม่เข้าใจพี่ไม้ผิด”
แม่กลอยสวนขึ้น
“เอ็งไม่ต้องพูด ข้ารู้ดีว่ามันไม่ได้ก่อเรื่อง”
กาหลงแปลกใจ
“แต่แม่เข้าข้างพี่โชติ”
“เอ็งก็รู้ว่าโชติเป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้าน ครั้นพ่อเอ็งตายไป ก็ได้พ่อผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ ข้าไม่อยากหักหน้ามัน...จำต้องติติงไอ้ไม้แทน”
“ฉันดีใจที่แม่เข้าใจพี่ไม้...แล้วแม่จะยอมรับพี่ไม้มาเป็น...”
กาหลงจะพูดเรื่องแต่งงานกับไม้ แม่กลอยรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เอ็งตกน้ำเปียกปอนหมดแล้ว ไปอาบน้ำผลัดผ้าเสีย”
“จ้ะแม่...”
กาหลงเดินเข้าไปในห้อง แม่กลอยมองตาม คิดอะไรบางอย่าง

ไม้ผิดหวังที่ถูกกีดกันในรัก...โขงเข้ามาเกาะไหล่ปลอบใจ
“ถอดใจเถอะพี่ ชาติที่แล้วคงไม่ได้ทำบุญร่วมกันมา”
“ตัดใจจากกาหลง แล้วหาหญิงงามมาดามหัวใจ” จอกแนะ
จำปาเสนอตัว
“ฉันจักเลิกราพี่โขง ยอมเป็นเมียพี่เอง”
โขงตกใจและน้อยใจ
“จำปา”
จำปาเข้าไปยืนเคียงข้างโขงทันที ไม้ยังคงหน้าเศร้า จอกเป็นห่วงหันไปบอกกาเหว่า
“ไอ้กาเหว่า อีกไม่นานเอ็งมีศักดิ์เป็นน้องเมียพี่ไม้ ไปปลอบใจว่าที่พี่เขยเสีย”
กาเหว่ายืนอึ้งไม่รู้จะพูดอะไร จอก โขงและจำปาพยักหน้าให้เข้าไป กาเหว่าเดินเข้าไปกระโดดตบบ่าไม้เพื่อปลอบใจ...
“พี่ไม้มิต้องทุกข์ใจดอก...แม้นพี่จะเป็นเด็กวัด... จ๊นจน...แต่ใจพี่ใหญ่”
จอก โขงและจำปายิ้มพอใจที่กาเหว่าพูดจาดี
“ส่วนไอ้พี่โชติมันมีอะไรรึ..บ้านหลังใหญ่ เงินทองสิบกองฟาง...สู้ยังไงพี่ก็แพ้”
พวกจอกอึ้งไม่พอใจ
“เฮ้ย”
ไม้ได้ยินก็ยิ่งเสียใจเดินหนีออกไป...กาเหว่างงๆ
“ฉันพูดอะไรผิดดอก”
จอกตบหัวกาเหว่า
“ยังมีน้ำหน้ามาถามดอก”
ทุกคนมองไปที่ไม้เดินออกไปอย่างเป็นห่วง

กาหลงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ จะเดินออกไปจากห้องผลักประตูแต่เปิดไม่ได้ เธอแปลกใจลองผลักอีกครั้งแล้วก็ต้องตกใจรู้ทันทีว่าโดนจับขัง
“แม่...ขังฉันไว้ทำไม”
แม่กลอยเดินเข้ามายืนหน้าประตูที่มีโซ่คล้องล๊อคประตูไว้
“ข้าไม่มีวันปล่อยให้เอ็งไปหาไอ้ไม้อีก”
“แม่บอกว่าแม่เข้าใจพี่ไม้”
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะรับมันเป็นเขยนี่หว่า...ลูกเขยข้าต้องเป็นลูกมหาเศรษฐีอย่างพ่อโชติ ไม่ใช่เด็กกำพร้ากินข้าวก้นบาตร อย่างมัน”
ไม้ยืนฟังอยู่ใต้ถุนเรือน สะเทือนใจที่ได้ยินคำพูดนี้ กาหลงตะโกนลั่น
“แม่...ปล่อยฉันไป”
แม่กลอยยิ้มเย้ยแล้วเดินออกไป กาหลงทุบประตู เสียใจที่ถูกขังไว้ ทรุดตัวร้องไห้...ไม้เสียใจที่แม่กลอยปิดกั้นทุกหนทาง

ไม้เดินเศร้าสร้อยเข้ามานั่งกราบพระประธานในโบสถ์ ชายหนุ่มร้องไห้น้ำตาตกแล้วปาดคราบน้ำตา นั่งพนมมือไหว้พระ
“ข้าแต่หลวงพ่อ...ข้ารักกาหลงจับจิตจับใจ ข้าไม่ขออื่นขอไกล หากข้ากับกาหลงมีวาสนาต่อกัน ขอให้หลวงพ่อดลใจให้ แม่กลอยยกยอเห็นงาม รับข้าเป็นเขยด้วยเถิด”
ไม้พนมมือยกมือไหว้ท่วมหัว ทันใดนั้นมีเสียงดังเปรี้ยงจากด้านหลังองค์พระประธาน ไม้ตื่นเต้นดีใจมาก
“หลวงพ่อรับคำขอจากข้าแล้ว”
พุดจีบลูกเศรษฐีเพื่อนกาหลง ถือพานออกมาจากด้านหลังองค์พระยิ้มแหยๆ
“ฉันขอโทษจ้ะพี่”
ไม้แปลกใจ
“พุดจีบ...”

กาหลงถูกขังอยู่ในห้องทรุดตัวร้องไห้ หญิงสาวคิดอะไรบางอย่างแล้วปาดน้ำตา
“ฉันไม่ยอมให้แม่ข่มเหงน้ำใจฉัน”
กาหลงคิดทำอะไรบางอย่าง

ภายในโบสถ์...พุดจีบถือพานเดินเข้ามาหาไม้ที่หน้าพระประธาน...
“ฉันทำพานตกเสียงดังขัดคำอธิษฐานของพี่ ฉันขอโทษอีกครั้งนะจ๊ะ”
ไม้สงสัย
“พุดจีบเข้าไปทำอะไรหลังพระประธานรึ”
“ฉันไปติดแผ่นทองที่หลังองค์พระจ้ะ”
“แปลกคน...ใครๆก็อยากติดทองหน้าพระกันทั้งนั้น”
พุดจีบยิ้มบางๆ
“ทำความดีใยต้องให้ใครเห็น แค่เราได้ทำเราก็มีความสุขใจ”
ไม้แหย่พุดจีบ
“คิดอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรมิเคยเปลี่ยน...ระวังดอก...แอบๆซ่อนๆ หลงรักใครไม่แสดงตัว พาลจะเสียของ...”
พุดจีบมองหน้าไม้...รู้สึกสะเทือนหัวใจ เพราะเธอแอบรักไม้มานานแล้ว
“เอ...รึพุดจีบหลงรักใคร” ไม้จับแขนพุดจีบ
พุดจีบจะเดินหนีไป ไม้เข้ามาจับมือไว้มั่น”
“วานบอกเถิด พี่จะเป็นพ่อสื่อพ่อชักนำพารักมาให้พุดจีบเอง”
พุดจีบจ้องมอง ไม้ยืนมองรอฟังคำตอบ...พุดจีบได้สติ เอามือไม้ออก แล้วรีบขอตัวกลับ”
“ฉันยังมิมีความรัก ฉันกลับเรือนล่ะจ้ะ”
พุดจีบรีบเดินออกไป ไม้มองตาม แล้วหวนคิดถึงเรื่องกาหลง
“กาหลง....ป่านนี้เอ็งจะเป็นอย่างไร”

ชบาปลดโซ่หน้าห้องกาหลง ปลดอย่างช้าๆ กาเหว่าถือถาดใส่ข้าวยืนมองอยู่อย่างไม่พอใจ
“ปลดโซ่เร็วๆสิ พี่กาหลงหิวข้าวท้องกิ่วแล้ว”
“ขัดคำสั่งแม่ไม่เว้นวาย น่าจะปล่อยให้ตายนัก”
แม่กลอยเดินเข้ามา ต่อว่าชบา
“มันยังตายไม่ได้ ต้องแต่งงานกับพ่อโชติ เอาทรัพย์สมบัติมาให้ข้า...” แม่กลอยเร่งชบา “เปิดเร็วๆ”
ชบาปลดโซ่ เปิดประตูออก กาเหว่ารีบเข้าไปในห้อง
“พี่กาหลง ฉันเอาข้าวมาให้แล้วจ้ะ” กาเหว่ามองตรงไป..อึ้งตกใจ “มะ..มะ..แม่...”
แม่กลอยและชบาเข้ามาในห้อง ยืนมองตกใจ เมื่อเห็นว่าไม้กระดานที่พื้นถูกงัดออก เป็นช่องใหญ่พอที่กาหลงจะหนีออกไปได้
“นังกาหลง!”

ทุกคนตกใจที่กาหลงงัดฝาบ้านวิ่งหนีไป

ไม้นั่งเศร้าอยู่มุมหนึ่งของทุ่งนา กาหลงวิ่งเข้ามาตะโกนเรียก

“พี่ไม้”
ไม้หันไปเห็น ลุกขึ้นยืน
“กาหลง”
ไม้และกาหลงวิ่งเข้าหากัน...ทั้งสองโผเข้ากอดกันกลม....ไม้ดีใจมาก ถามเสียงสั่น...
“กาหลงออกมาได้อย่างไร”
“ฉันไม่ยอมให้แม่กักขังหัวใจ บังคับให้ฉันแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก...”
กาหลงเล่าเรื่องที่ผ่านมา...เธอใช้มีดที่มีอยู่ในห้องงัดลงไปที่แผ่นไม้กระดานที่พื้นห้อง ด้วยความพยายาม จนงัดไม้ออกมาได้ช่องใหญ่ แล้วหย่อนตัวลงจากห้อง ลงไปยังพื้นใต้ถุนบ้าน...
ไม้ฟังแล้วกังวลใจเป็นห่วงกาหลง...
“กาหลงทำอย่างนี้...แม่กลอยคงเจ็บใจ...”
“ฉันไม่มีหนทางใด นอกเสียทำให้แม่รู้ว่า ฉันรักพี่ ฉันรักพี่ไม้หมดหัวใจ”
กาหลงพูดบอกทั้งน้ำตา ไม้ซาบซึ้งใจ ดึงตัวกาหลงเข้ามากอด...น้ำตาซึม...
“ข้าก็รักเอ็ง...”
ทั้งสองกอดกันกลม...ด้วยความรักที่ต้องเผชิญกับอุปสรรค
“พี่ไม้...ใจฉันมันขุ่นเหมือนกวนตม...ฉันไม่อยากถูกขังถูกบังคับอีกแล้ว...”
“พี่จะไปสู่ขอกาหลงเสียให้รู้รอด !” ไม้บอกอย่างตัดสินใจ
“แม่ไม่มีวันยอมรับพี่...”
“เอ็งวานบอกพี่ต้องทำอย่างไง เราถึงจะได้ครองรักกันชั่วนิรันดร”
กาหลงบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คงมีเพียงความตายเท่านั้น...เป็นกำแพงขวางกั้น มิมีใครมาพรากเราจากกันได้...”
ไม้แปลกใจในความคิดของกาหลง...

ชาวบ้านช่วยกันแบกศพเพี้ยน มาวางไว้บนแคร่ ที่มุมหนึ่งของวัด สัปเหร่อมองศพที่ตาเบิกโพลง
“ชิชะเอะอะมองหน้า..ทำตาอาลัยอาวรณ์ ข้าไม่ใช่พ่อเอ็ง”
สัปเหร่อขาวเอามือมาปาดดวงตาให้ปิด แต่กลับดีดกลับมาเบิกโพลง
“ไอ้นี่..เล่นไม่เลิก เดี๋ยวพ่อควักลูกตาไปทอดไฮโลซะหรอก”
สัปเหร่อขาวเอาผ้าคลุมปิดไว้ทั้งตัว...แล้วสั่งชาวบ้าน
“เอ็งไปเอามะพร้าวมา”
ชาวบ้านเดินแยกไป สัปเหร่อขาวหันไปบอกศพ...
“รอประเดี๋ยวข้าไปเอาของมาทำพิธี” ทำเสียงแทนศพ “ฉันจะรอจ้ะ”
สัปเหร่อขาวทำทีสะดุ้งผีหลอก
“เฮ้ย..ผีหลอก! เล่นกับผีมันดีอย่างนี้นี่เอง...ไม่มีใครมาขัดคอ...”
สัปเหร่อขาวหัวเราะชอบใจ เดินเข้าไปด้านใน โขงและจอกวิ่งมาถึง
“สัปเหร่อขาว สัปเหร่อ !”
โขงและจอกมองไป เห็นใครคนหนึ่งนอนอยู่บนแคร่ มีผ้าคลุมปิดทั้งตัว
“แอบหลับอีกแล้ว” จอกคิดแผนแกล้ง “โขง..เอ็งกระตุกผ้า ! ข้าจะกระโดดจูบปากสัปเหร่อ เอาให้มึนขี้ฟันไปเลย”
โขงยอมเล่นด้วย ทั้งสองให้สัญญาณกัน โขงกระตุกผ้า จอกก้มหน้าจูบปากทันที สัปเหร่อขาวถือสายสิญจน์ ธูปเทียนออกมาจากห้อง
“เล่นพิเรนท์อะไรวะ”
โขงมองไปที่สัปเหร่อ...แล้วงง
“สัปเหร่ออยู่นั่น....แล้วนี่”
จอกมองหน้าร่างที่นอนอยู่ เห็นเป็นหน้าศพ ก็ดีดตัวลอย
“ผี!”
จอกตกใจมาก แทบลมจับ...สัปเหร่อขาวหัวเราะสะใจ

กาหลงยืนคู่กับไม้บนเรือซึ่งลอยอยู่กลางบึงบัว
“กาหลงแน่ใจแล้วใช่ไหม” ไม้ถามย้ำ
กาหลงพยักหน้ารับ
“มันเป็นหนทางเดียวที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน...ตลอดไป...”
ไม้ใช้ผ้าขาวม้ามามัดเอวไม้ร่วมกับเอวกาหลง เพื่อมัดให้ติดกัน ทั้งสองเตรียมพร้อมจะฆ่าตัวตายด้วยกัน กาหลงน้ำตาไหล
“หากชาติหน้ามีจริง...ขอให้ฉันกับพี่....”
ไม้น้ำตาซึม
“ได้สมหวังในรัก...”
“และอยู่ด้วยกันทุกชาติไป...”
ทั้งคู่พูดพร้อมกัน ไม้จูบหน้าผากกาหลง ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วตัดสินใจ กระโดดลงจากเรือพร้อมกัน...

ภายใต้น้ำบึงบัว ไม้และกาหลงลงมาใต้น้ำ ร่างทั้งสองกอดกันแน่น พร้อมจะตายด้วยกัน ทั้งสองค่อยๆลงสู่ใต้น้ำ กำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่ไม่ดิ้นหนี...กาหลงโอบกอดไม้ไว้แน่น...พร้อมจะยอมตาย...

ชบาวิ่งเข้ามาบอกแม่กลอย
“แม่! พี่กาหลงกับพี่ไม้ไปที่บึงบัว”
แม่กลอยไม่พอใจ
“นังลูกไม่รักดี...จับได้ครานี้ข้าจะตีให้ตาย”
แม่กลอยรีบวิ่งไปที่บึงบัว กาเหว่าร้องไห้สงสารกาหลง หันไปต่อว่าชบา
“พี่กาหลงถูกตีตาย..คงสาแก่ใจพี่”
“ข้าไม่ได้แช่งชักให้ตาย..เพียงแต่ไม่อยากให้พี่กาหลงขัดใจแม่...”

กาเหว่าเป็นห่วงกาหลง กลัวแม่กลอยทำร้ายกาหลง
 
อ่านต่อหน้า 2

เรือนกาหลง ตอนที่ 1 (ต่อ)

กาหลงและไม้กำลังจะขาดอากาศหายใจ ทรุดตัวลงใต้น้ำ...ไม้มองเห็นกาหลงหมดสติไป เริ่มเป็นห่วง คิดถึงเรื่องราวในอดีต

ขณะที่เขากำลังดำนา กาหลงขี่ควายนั่งเป่าขลุ่ยเข้ามา แล้วโดดลงจากหลังควาย เข้ามาเป่าขลุ่ยใส่หู ไม้วิ่งไล่ กาหลงวิ่งหนี เขาเข้ามารวบตัว ทั้งสองกลิ้งลงนอนที่พื้นกลางทุ่งนา...คิดถึงเหตุการณ์ที่เขาเข้าไปนอนหนุนตัก...กาหลงนั่งเป่าขลุ่ยขับกล่อมไม้...
ไม้มองกาหลงที่นิ่งอยู่ใต้น้ำแล้วเปลี่ยนใจไม่ยอมให้กาหลงตาย เขารวบรวมกำลัง แก้เชือกที่มัดออก เข้าไปจูบปากกาหลง เพื่อเป่าลมช่วยชีวิต กาหลงรู้สึกตัว แปลกใจที่ไม้ตัดสินใจช่วยเธอ ไม้รีบว่ายน้ำ ดึงตัวกาหลงขึ้นไปสู่ผิวน้ำ...

ไม้ประคองกาหลงขึ้นมานอนที่ริมบึงบัว กาหลงค่อยๆรู้สึกตัว...
“พี่ไม้ เหตุใดพี่จึงเปลี่ยนใจ...พี่ไม่รักฉันแล้ว”
“เพราะรักพี่จักยอมให้กาหลงตายไม่ได้ การฆ่าตัวตายเป็นการไขปัญหาของคนโง่ บาปกรรมจากการฆ่าตัวตาย ย่อมทำให้พี่กับกาหลงทนทุกข์ทรมานไปชั่วกัปชั่วกัลป์...”
กาหลงร้องไห้
“ตราบใดที่แม่ยังบังคับให้ฉันแต่งงานกับพี่โชติ ชีวิตของฉันก็ไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็น”
แม่กลอยยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกสะเทือนใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของการตัดสินใจฆ่าตัวตาย
แม่กลอยน้ำตาซึม..รู้สึกผิด....
“แม้นเลือกได้ ฉันขอทุกข์ทรมานด้วยตัวฉันเอง...”
ไม้ปาดน้ำตาให้กาหลง
“กาหลง....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...พี่จะขอสู้...สู้จนกว่าแม่กลอยจะเห็นใจในความรักของพี่”
แม่กลอยปาดน้ำตา ไม้และกาหลงหันไปเห็น ทั้งคู่ตกใจมาก กาหลงหนีไปหาไม้
“แม่....ฉันไม่ยอมกลับไปเป็นนักโทษของแม่อีกแล้ว”
“ข้าเสียใจ...”
กาหลงและไม้แปลกใจที่แม่กลอย...กลับมีท่าทีอ่อนลง...
“ข้ามันชั่วที่ห่มเหงน้ำใจ บีบคั้นหัวใจให้เอ็งคิดสั้น แต่เอ็งก็ช่างเหลือเกิน รักชายจนไม่นึกถึงหัวอกแม่...เอ็งเป็นอะไรไป แล้วข้ากับน้องจะอยู่ยังไง”
แม่กลอยร้องไห้ กาหลงรู้สึกผิดมาก น้ำตาไหล...
“ในเมื่อเอ็งไม่รักข้า เอ็งจะทำอะไรอยู่กับใครก็แล้วแต่เอ็ง ไม่ต้องมาสนใจข้า”
แม่กลอยร้องไห้เสียใจ...เดินกลับไป กาหลงรู้สึกผิด
“แม่...”
ไม้ปลอบใจ
“กลับไปหาแม่กลอยเถอะ...พี่จะหาหนทางให้จงได้ คืนนี้พี่จะรอกาหลงที่วัด...”
“จ้ะ...”
กาหลงรับปาก แล้วตามแม่กลอยไป ไม้มองตามด้วยความกังวล หวังว่ากาหลงจะปรับความเข้าใจกับแม่ได้...

มุมหนึ่งที่ป่าช้า...จอกยืนบ้วนน้ำ เพื่อล้างกลิ่นศพที่ติดปาก...
“แหวะๆ”
โขงใช้จอบโกยดิน เพื่อกลบร่างศพที่นอนอยู่ในหลุม สัปเหร่อขาวบริกรรมคาถาสวดศพ
“ไอ้เพี้ยนเป็นอะไรตาย”
โขงหันมาถาม สัปเหร่อขาวลืมตาขึ้นมอง
“มันเพ้อว่าผีจะหักคอ...มันวิ่งหนีกระโดดลงน้ำ”
“จมน้ำตาย” จอกเดินกลับมาหาออกความเห็น
“ไม่ตาย มันว่ายน้ำหนีไปยืนหัวโด่บนสะพาน”
“ตกสะพานตาย” โขงบอกอย่างมั่นใจ
“ไม่ตาย มันวิ่งหนีขึ้นต้นตาล”
โขง กับจอกพูดขึ้นพร้อมกัน
“ไม่ตาย”
“ตาย”
โขงกับจอกเซ็งที่เดาผิด
“มันตกต้นตาลตอตาลตำตูด....ตาย”
โขงและจอกฟังแล้วเสียวก้น รีบเอามือปิดก้นไว้...
“อูย”
“ไอ้จอก เอ็งจูบปากมันจ๊วบๆ คืนนี้มันต้องมาหลอกเอ็ง” โขงชี้หน้าเพื่อน
“ผีไม่มีในโลก ข้าอยู่วัดตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนหอยเท่าหน้ายังไม่เคยเจอผีเว้ย”
“ไอ้เพี้ยนตอนเป็นคนชอบหลอกผี พอตายไปมันต้องเฮี้ยนหนัก หลอกไม่เลิก” สัปเหร่อขาวออกความเห็น
ทันใดนั้น ลมพัดมาวูบใหญ่ ใบไม้ปลิว โขงเริ่มกลัว...
“เกิดอะไรขึ้น”
“มันมาแล้ว...พวกเอ็งได้ยินเสียงมั้ย”
สัปเหร่อขาวพูดกระตุ้นให้หวาดกลัว พวกโขงเงี่ยหูฟัง...ใครคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเร็ว...
โขงตกใจ
“มันใกล้เข้ามาแล้ว”
โขงหันหลังกลับไปมอง...ตกใจ...
“ฉันเอง”
โขงโล่งใจที่เป็นไม้ จอกหน้าเสีย สัปเหร่อขาวเหล่มอง
“ไหนว่าไม่กลัวผี”
จอกยิ้มสู้
“ไม่กลัว”
ไม้ โขงและสัปเหร่อขาวได้ยินเสียงน้ำไหล หันไปที่จอก เห็นจอกยืนขาสั่น เยี่ยวราดลงพื้น

แม่กลอยนั่งเสียใจและน้อยใจกาหลงอยู่ในบ้าน กาหลงเข้าไปขอโทษ
“แม่จ๋า..ฉันขอโทษ...”
แม่กลอยลุกเดินหนี กาหลงคลานเข้าไปแล้วกราบเท้า
“จะให้ฉันกราบแม่ร้อยครั้งพันครั้งฉันก็ยอม แม่อภัยให้ลูกไม่รักดีคนนี้เถอะจ้ะ”
“เอ็งมันตัดช่องน้อยแต่พอตัว คิดจะหนีแม่หนีน้องไป...”
แม่กลอยร้องไห้เสียใจ กาหลงรู้สึกผิด
“ฉันวู่วามไม่มีสติ ฉันมันเห็นแก่ตัว ฉันขอสัญญาจ้ะแม่ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”
“เอ็งเคยสัญญาไม่ไปหาไอ้ไม้ เอ็งก็ผิดคำสัญญามาตลอด”
กาหลงเดินไปที่หน้าหิ้งพระ ซึ่งมีพระพุทธรูป และโกฎิของพ่อ พูดอย่างจริงจัง
“ฉันขอสาบานต่อหน้าพระและกระดูกพ่อ ฉันจะไม่มีวันทิ้งแม่ทิ้งน้อง ฉันจะอยู่ดูแลแม่และน้องตลอดไป...”
แม่กลอยปาดน้ำตายิ้มพอใจ ที่แสร้งตีบทเศร้า ทำให้กาหลงยอมสาบานได้
“หากฉันผิดคำสาบานขอให้ฉันตกนรกหมกไหม้เป็นผี ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดทุกชาติไป”
แม่กลอยเข้ามากอดห้ามไว้
“พอเถอะ ข้าเชื่อใจเอ็งแล้ว”
แม่กลอยเช็ดน้ำตาให้ กาหลงดีใจที่แม่เห็นใจ รีบขอ
“แม่...ฉันขอไปเล่นยี่เกที่วัดคืนนี้นะจ๊ะ...”

แม่กลอยมองหน้ากาหลง...มีคำตอบอยู่ในใจนางแล้ว

พุดจีบตกใจเมื่อรู้ข่าวจากกาหลง เมื่อแวะมาหาที่เรือน

“แม่กลอยไม่ยอมให้กาหลงไปเล่นยี่เก”
“ใช่จ้ะ...ฉันวานให้เพื่อน ช่วยเล่นเป็นนางเอกยี่เกแทนฉัน” กาหลงมองพุดจีบอย่างขอร้อง
“มิได้ดอก...ฉันมิเคยฝึกหัดรำร้องยี่เก ฉันสันทัดเพียงแต่ระบำระฟ้อน”
นวล สาวใช้ของพุดจีบยืนฟังอยู่ห่างๆ แปลกใจในคำตอบของพุดจีบ เพราะรู้ว่าพุดจีบเล่นยี่เกได้...
“งั้นช่วยนำข่าวไปบอกพี่ไม้ ฉันไม่อยากให้งานยี่เกล่มเพราะฉัน”
“กาหลงน่าจะไปบอกด้วยตัวเอง”
กาหลงเศร้าลง
“ฉันอยากไปใจจะขาด แต่แม่ห้ามมิให้ฉันออกจากเรือน...มองไปทางใดมิมีใครที่ฉันจะไว้ใจไหว้วานได้อีก...”
กาหลงมองหน้าวิงวอนพุดจีบ..
“กาหลงให้ใจฉัน...มีฤาฉันจะมิช่วย...”
“วานย้ำเตือนพี่ไม้ด้วยว่า...แม้นตัวไกลใจใกล้ แผ่นดินสลาย ก็มิคลายรักมั่นดอกพ่อยอดดวงใจ...”
พุดจีบยิ้มขำ
“ดูสิ...คำหวานนางเอกยี่เก...”
กาหลงยิ้มดีใจจับมือพุดจีบที่ยอมนำข่าวไปบอกไม้

พุดจีบเดินจะกลับไปที่เรือน นวลที่เดินตามแปลกใจ
“ทางไปวัดอยู่ทางโน้นนะเจ้าคะ”
“ฉันวานพี่นวลนำเรื่องนี้ไปบอกพี่ไม้ด้วยเถิด จะเย็นย่ำแล้วฉันเกรงจะไม่เหมาะ”
“ไฉนเลยจะปล่อยให้โอกาสงามผ่านเลยไป”
พุดจีบแปลกใจในคำพูดนวล
“นวลรู้ดีว่าคุณพุดจีบรำร้องยี่เกได้ คุณพุดจีบควรสวมรอยเป็นนางเอก จะได้ใกล้ชิดสนิทเชื้อ พ่อไม้อาจเปลี่ยนใจมารัก...”
พุดจีบสวนขึ้น
“พี่นวลอย่าพูด ฤาแม้แต่จะคิดอย่างนั้นอีก ฉันไม่มีวันแปรพักตร์หักหาญน้ำใจเพื่อน”
“แต่...”
“พี่นวลรีบไปเถิด ฉันจะขึ้นเรือนก่อนแม่คลางแคลงใจที่ฉันหายไป”
นวลจำต้องรับคำ
“เจ้าค่ะ”
พุดจีบเดินขึ้นเรือนไป นวลรีบเดินออกไปเพื่อบอกข่าวไม้ พุดจีบหันกลับมา นึกถึงคำพูดของกาหลง แต่พูดด้วยความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อไม้
“แม้นตัวไกลใจใกล้ แผ่นดินสลาย ก็มิคลายรักมั่นดอก พ่อยอดดวงใจ...”
พุดจีบรำพึงรำพันถึงความรู้สึกภายในใจที่มีต่อไม้ แม่บุญอิ่มยืนบนเรือน รู้ว่าพุดจีบลูกสาวตนคิดอะไร รู้สึกกังวลใจและไม่พอใจ ที่ลูกสาวหลงรักไม้

ไม้เดินหน้าเศร้ามาบอกสัปเหร่อขาว...
“พี่นวลมาบอกฉันว่าแม่กลอยไม่ให้กาหลงเล่นยี่เก เอาไงดีพ่อ”
จอกมองหน้าไม้แล้วเข้ามามองหน้าสัปเหร่อขาว
“ลูกหล่อพ่อยับ”
สัปเหร่อขาวจิ้มตาจอก
“พ่อลูกบุญธรรมจะเหมือนกันได้ไง ถึงข้าจะยับ มันก็นับถือข้าเป็นพ่อเว้ย” สัปเหร่อขาวภูมิใจที่มีลูกชายหล่อ
“แล้วจะเอาใครเล่นแทนกาหลง” โข่งถาม
จันเมียสัปเหร่อขาวถือชุดลิเก ร้องรำลิเกเข้ามาหาทุกคน
“พี่ขาวจ๋า...จันสุดาลาวัลย์...ปะชุนชุดนางเอกนั้น...ให้กาหลงสวมใส่”
ทุกคนมองไปยังจัน คิดว่าจันเหมาะที่จะเล่นบทนางเอกแทนกาหลง ไม้เรียกเสียงหวาน
“แม่จัน”
จันเขินร้องลิเก
“อย่ามองแม่อย่างนั้น ถึงเป็นลูกบุญธรรม แม่จันก็หวั่นไหว อย่าคิดเจ้าชู้ประตูดิน แม่ไม่กินลูกชาย แต่ถ้าพ่อมึงเผลอเจอกันได้...ตอนบ่ายๆซัดกันให้มัน...”
จันเข้ามาเกี้ยวไม้...สัปเหร่อขาวกระชากตัวออก
“นังจัน”
“จ๋า”
“มันไม่ได้พิศวาสเอ็ง มันจะให้เอ็งเล่นนางเอกแทนกาหลง”
จันผิดหวัง
“งั้นไปซ้อมเข้าพระเข้านางกัน”
จันจะควงไม้เข้าไปที่ห้อง สัปเหร่อขาวดึงตัวจันไว้
“ข้าเป็นโต้โผ ข้าบอกบท..มานี่..ข้าซ้อมให้รับรองว่าจำไม่มีวันลืม”
สัปเหร่อขาวอุ้มจันวิ่งเข้าไปในห้องทันที....โขงและจอกนึกสนุกจะตามไป
“ขอไปดูซ้อมด้วยคน”
โขงและจอกจะตามไป ไม้กระชากตัวไว้

“ไม่ต้อง !”

ค่ำคืนนั้น...ชาวบ้านบัวสี นุ่งห่มผ้าสีสวยพากันมาร่วมงานบุญสมโภชน์ลูกนิมิตรที่วัด มัคทายกเฟื้อง พ่อบุญธรรมอีกคนของไม้ ประกาศเชิญชวนชาวบ้านเข้ามาทำบุญ

“นิมิตรหมายมงคลอุดมศรี ประชาชีโปรยตอกดอกไม้ฉลองลูก ร่วมทำบุญจุนเจือเกื้อพันผูก พ่อแม่ลูกผูกสัมพันธ์หมั่นทำบุญ”
ชาวบ้านเดินเข้าไปที่ลูกนิมิต โปรยดอกไม้ ผู้หญิงโยนเข็ม โยนด้าย เป็นความหมายว่าจะเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี ผู้ชายบางคนโยนดินสอ หมายถึงฉลาด มีความรู้...ชาวบ้านพนมมือไหว้ ด้วยความศรัทธา
“ทำบุญกันแล้วก็เข้าไป...”
เฟื้องจะชวนให้เข้าไปไหว้พระในโบสถ์ สัปเหร่อขาวแย่งพูดกลอนเรียกชาวบ้าน
“ชมยี่เก”
สัปเหร่อขาวยักคิ้วข่มเฟื้อง
“แสนเสน่ห์ถูกใจทั้งชายหญิง”
เฟื้องแย่งพูดกลอน
“เข้าวัดไหว้พระได้กุศลผลบุญจริง เลิกสุงสิงพวกมัวเมากิเลสเอย”
สัปเหร่อขาวไม่พอใจ
“ไอ้เฟื้อง”
เฟื้องโต้ตอบ
“ไอ้ขาว”
“เอ็งขัดคอข้าอีกแล้ว...ข้าจะเรียกคนไปดูยี่เก”
เฟื้องยกมือไหว้
“ข้าก็หาเรียกคนทำบุญจุนเจือพระศาสนา”
“เอ็งดักคนมาทำบุญ แล้วใครจะเหลือเงินตบรางวัลยี่เก...”
“เรื่องของเอ็ง”
“หาเรื่องกันนี่หว่า”
สัปเหร่อขาวตั้งท่าจะเอาเรื่องเฟื้อง ไม้เข้ามาห้าม
“เลิกทะเลาะเถอะ พ่อสองคนต่างก็หาเงินไปถวายวัด”
“เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ..ฉันใด...”
เฟื้องพูดได้เท่านี้ สัปเหร่อขาวรีบพูดต่อ
“ลูกคนเดียวมีพ่อสองคนไม่ได้...ฉันนั้น”
สัปเหร่อขาวและเฟื้องมองไม้ รอให้ไม้ตัดสินใจ
“พ่อ...อย่าให้ฉันต้องเลือกเลย”
ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน
“เอ็งมีพ่อได้คนเดียว”
ไม้ตัดสินใจ
“งั้น....ไม่เอาสักคน”
“เฮ้ย”
ทั้งสองคนร้องลั่น ไม้พยายามพูดหว่านล้อมให้ขาวและเฟื้องเข้าใจ...
“พ่อเฟื้องคอยเลี้ยงดูฉัน สอนมวยให้ฉัน พ่อขาวก็เป็นครูยี่เกพ่อทั้งสองรักฉันเสมือนลูก หากฉันเลือกคนใด ก็เท่ากับฉันเนรคุณกับอีกคน”
เฟื้องและสัปเหร่อขาวได้ฟังก็ซึม...สงสารไม้...
“ฉันขอล่ะ...ฉันรักพ่อทั้งสองคน”
ไม้จับมือเฟื้องมาจับมือสัปเหรอขาว
“เราต่างเป็นเชือกเส้นเดียวกัน...รักกันนะพ่อ...”
เฟื้องและสัปเหร่อขาวมองหน้ากัน แล้วยิ้มให้กัน...ไม้พอใจ...
“ฉันไปแต่งตัวก่อนจ้ะ”
ไม้แยกไป เฟื้องและสัปเหร่อขาวเห็นว่าไม้ออกไป สะบัดมือออก แล้วทำเสียงหึ้มใส่กันเหมือนเดิม
“ไม่ต้องมาหึ่ม แฮ่ใส่ข้า...ออกไปคุมคณะยี่เกของเอ็งไป๊”
สัปเหร่อขาวที่ทำท่าจะเดินไป วกกลับมา เฟื้องชะงัก
“เฮ้ย”
“ไพร่พลลูกศิษย์ลูกหาข้ามันเก่ง ข้าดูแลกันได้...ข้าเปลี่ยนใจอยู่ที่นี่...หาเงินเรี่ยไรให้ได้มากกว่าแก”
“คิดจะมาต่อกรมัคคทายกฝีปากกล้าอย่างข้าเร้อ คิดผิดสิเอ็ง”
เฟื้องจึงร้องเพลงพื้นบ้าน เพื่อเรียกให้ชาวบ้านมาช่วยกันบริจาค สัปเหร่อขาวไม่รอช้า ร้องลิเกเรียกให้ชาวบ้านมาบริจาคกับตนบ้าง...ชาวบ้านทยอยเข้ามาบริจาค ชอบใจกับการร้องของทั้งสอง เข้ามามุงดู เฟื้องและสัปเหร่อขาวต่างเขม่นมองหน้า ผลัดกันร้องเพลงโชว์ไม่ลดละ...

กาหลงเดินเข้ามาในวัดพร้อมแม่กลอย และชบา เจอโชติและลูกน้องยืนรออยู่ จึงเดินเลี่ยงหนีไป
“เอ็งไปไหน” แม่กลอยถาม
“ฉันจะไปสมโภชลูกนิมิต”
“ไปกับพ่อโชติ”
กาหลงผิดหวังที่แม่กลอยสั่งอย่างนั้น โชติยิ้มกริ่ม
“ไปทำบุญกับพี่ เราจะได้ร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยกัน”
“อีกหน่อยก็ตักบาตรร่วมขัน รักกันทุกชาติไป...”
แม่กลอยยิ้มพอใจที่จะให้ทั้งสองแต่งงานกัน กาหลงไม่พอใจ เดินหนีไป...
“กาหลง”
โชติไม่พอใจ...หันไปมองเล่นงานแม่กลอย
“พ่อโชติรอตรงนี้นะจ้ะ”
แม่กลอยรีบตามกาหลงไป

ไม้ชะเง้อมองหากาหลง...อบเชย น้องสาวโชติที่หลงรักไม้มานานแล้วโผล่หน้ามา
“พี่ไม้ชะเง้อคอยใครจ๊ะ”
เผื่อนและงาม สองสาวใช้ชองอบเชย ที่เดินตามหลังมารีบตอบแทนไม้เพื่อเอาใจอบเชย
“รอคอยอบเชยจ้ะ”
“ไม่ใช่...พี่คอยกาหลง”
ไม้พูดจบก็เดินหนีออกไป อบเชยเสียหน้ามาก...จะกรี๊ด เผื่อนและงามปิดปากทันที
“ไม่ได้เจ้าค่ะ เสียกิริยา...”
“ตามพี่ไม้ไป”
“เจ้าค่ะ”
อบเชยเดินนำ เผื่อนและงามรีบตามไป...

กาหลงเดินหนี แม่กลอยเดินตาม...
“กาหลง กลับมา”
“ฉันยอมมาวัดกับแม่หวังมาทำบุญ มิได้มาควงคู่เสน่หาพี่โชติ ฉันจะกลับเรือน” กาหลงบอกอย่างไม่พอใจ
“เอ็งกลับไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่”
กาหลงหยุดเดินหนีทันที หันหน้ามาหาแม่กลอย...

ไม้จะตามหากาหลง อบเชยโผล่หน้าเข้ามา...
“พี่ไม้นำมาลัยไปถวายพระกับอบเชยนะจ๊ะ”
เผื่อนและงามถืองามใส่พวงมาลัยมาพานละพวง
“พี่รู้มั้ย...”
ไม้พูดตรง
“ไม่รู้”
“อบเชยต้องเลือกมะลิดอกตูมที่ตูมพอเต่งตึง...นำมาร้อยด้วยหัวใจ ปักทิ่มแทงด้วยความรัก...”
อบเชยเข้ามาเบียด ไม้เบื่อฟังเดินหนีไป โดยที่อบเชยไม่รู้ตัว มัวพร่ำพรรณเรื่องร้อยมาลัย
“กว่าจะได้สักพวง อบเชยโดนจิ้ม โดนทิ่มแทง...เจ็บปวดไปหมด”
อบเชยหันไปหวังซบ แต่ไม่เจอไม้
“ว้าย พี่ไม้หายไป”
“หนีไปตั้งแต่จิ้มแรกแล้วเจ้าค่ะ” เผื่อนบอก
อบเชยผิดหวังที่ไม้หนีไป...หันไปเล่นงานเผื่อนกับงาม
“พวกเอ็งไม่บอกข้า”
อบเชยจับหัวเผื่อนกับงามมาชนกัน
“โอ๊ย”
อบเชยรีบตามไม้ออกไป เผื่อนกับงามรีบวิ่งตามไป

“รอด้วยเจ้าค่ะ”

กาหลงเดินกลับไปหาแม่กลอย

“แม่จ๋า...ฉันขอร้องล่ะ อย่าบังคับขืนใจให้ฉันคบหาพี่โชติเลย“
“เอ็งคงถูกไอ้ไม้เล่นคุณไสย ถึงได้เพี้ยนไปหลงรักมัน...พ่อโชติเป็นถึงลูกเศรษฐีมีไร่นามากมายก่ายกอง เอ็งจะสบายไปทั้งชาติ”
“ฉันไม่เคยรักพี่โชติ”
“เอ็งเอาแต่หนีตีตัวออกห่าง จะเห็นทองแท้ในกายพ่อโชติได้ยังไง กาหลง...ให้โอกาสพ่อโชติเพียงค่ำคืนเดียว หากเอ็งไม่รักไม่พิสมัย เอ็งจะรักใครแม่ไม่ขัด...”
แม่กลอยยื่นข้อเสนอ กาหลงนิ่งไป โชติเดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง กาหลงหันไปมอง แม่กลอยลุ้นตัดสินใจ...
ไม้มองหากาหลง เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ จะเข้าไป แต่แล้วก็ต้องหยุด เพราะกาหลงเดินตรงเข้าไปหาโชติ...
“พี่โชติ...ฉันอยากดูยี่เกกับพี่”
โชติยิ้ม
“ไปสิจ๊ะ พี่เตรียมเสื่อปูไว้คอยท่ากาหลงแล้ว...”
โชตินำกาหลงไปยังบริเวณลานวัด...ไม้เห็นเหตุการณ์ก็เสียใจ แม่กลอยเดินเข้ามาเย้ยไม้
“ยี่เกที่เอ็งเล่น...คงต้องเปลี่ยนจากบทรักเป็นบทโศก....”
ไม้เสียใจเดินแยกไป พุดจีบที่ยืนมองมุมหนึ่ง เห็นไม้ก็สงสาร...

พุดจีบจะเข้าไปปลอบใจไม้ แต่แล้วแม่บุญอิ่มเข้ามา นวลเดินตามมาด้วย
“พุดจีบ...ลูกจะไปไหน”
“ฉัน...”
นวลแก้ตัวแทนพุดจีบ
“คุณพุดจีบจะไปไหว้พระเจ้าค่ะ”
นวลส่งสายตาให้รับคำนวล
“ใช่จ้ะแม่...”
“ดีแล้ว...ไหว้พระทำบุญได้กุศลกว่าการไปนั่งชมยี่เก มีแต่เล่นบทชิงรักหักสวาท สองหญิงแย่งชิงชาย ดูไปพลอยทำให้ใจมัวหมองในกิเลส เข้าโบสถ์ไปไหว้พระกับแม่”
แม่บุญอิ่มจ้องมอง พุดจีบรู้สึกเหมือนแม่บุญอิ่มจงใจพูดเตือนสติ...
“จ้ะ”
พุดจีบมองไปทางที่ไม้เดินไป แล้วเดินตามแม่บุญอิ่มไป...นวลรู้ดีว่าพุดจีบคิดยังไงกับไม้ ได้แต่มองอย่างสงสาร แล้วเดินตามพุดจีบไปที่โบสถ์

จอกวิ่งมาหยุดที่ป่าช้า เพราะปวดฉี่มาก...
“เอามันตรงนี้ล่ะวะ...”
จอกจะฉี่รดต้นไม้...หันไปเห็นป้ายศพเพี้ยน...
“หลอกให้ข้าจูบปาก...มันต้องชำระความ...”
จอกเปลี่ยนใจไปยืนฉี่ใส่หลุมศพเพี้ยน....ยืนส่ายหัวฉีดไปทั่วหลุมศพ...
“คิดซะว่าข้ากรวดน้ำให้เอ็งขึ้นสวรรค์”
จอกหัวเราะชอบใจ เก็บอาวุธเข้าตัว แล้วจอกรู้สึกมีอะไรผ่านไปด้านหลัง หันไปมอง แต่ไม่มีอะไรตรงนั้น...จอกแปลกใจ จะเดินออกไป...แต่แล้ว...ร่างคนในชุดคลุมโปงสีขาวผ่านด้านหลังจอกไปวูบหนึ่ง จอกหันกลับมาไม่เจอ
“ว่าแล้ว.....ผีไม่มี”
จอกเดินผิวปากอย่างสบายใจ เดินกลับไปที่งาน โดยไม่เห็นร่างผียืนตะหง่านที่หลุมฝังศพเพี้ยน

ไม้แต่งหน้ายี่เก...แต่ยังไม่ได้แต่งชุด ชะเง้อมองไปยังกาหลงและโชติ ที่นั่งอยู่ด้านหน้า จันเข้ามาบอก
“ข่มสติไว้อย่าให้ฟุ้งซ่าน เอาวิญญาณครูมาอยู่กับตัว...”
จันให้ข้อคิด ไม้พยักหน้า...ยกมือไหว้ พยายามตัดใจไม่ให้ขุ่นเคืองใจ...
“จ้ะแม่”
ไม้เดินเข้าไปเพื่อเปลี่ยนชุด จันมองหา
“ไอ้จอกหายหัวไปไหน”

จอกเดินผิวปากสบายใจ แต่แล้ว รู้สึกว่ามีใครตามหลังมา หันไปมองก็ไม่มีอะไร จอกจึงหันกลับจะเดินออกไป เท้าใครคนหนึ่งเดินตาม จอกเริ่มสงสัย...นับตัวเลข...
“หนึ่ง สอง สาม”
จอกหันไปทันที
“จ้ะเอ๋”
ไม่มีใคร จอกแปลกใจ เดินผ่านโกฏิไป ร่างชุดสีขาวตามจอกมา จอกสงสัย
“หนึ่ง สอง ส้าม”
จอกหันไปทันที
“จ้ะเอ๋”
ไม่มีใคร...จอกแปลกใจ เดินผ่านไป
“หนึ่ง...สอง...”
ไม่ทันนับสามหันไปทันที
“จ้ะเอ๋”
ผีร่างหนึ่งยืนหันหลังให้จอก
“ข้าจับได้แล้ว ใครวะแกล้งข้า”
จอกกระชากไหล่ให้หน้ามา กลายเป็นหน้าผี...”
“ผี”

จอกตกใจมาก ต่อยหมัดเข้าเต็มหน้าแล้ววิ่งหนีไป

อ่านต่อหน้า 3

เรือนกาหลง ตอนที่ 1 (ต่อ)

เสียงระนาดบรรเลง...จำปานั่งตีฉิ่งอยู่ในวงให้สัญญาณเบาเสียง ตาสรยืนพากย์อยู่ข้างวงดนตรี

“ยี่เกคณะชาววัด พร้อมใจเล่นยี่เกเรื่องรักหักสวาท...หนึ่งหญิงสองชาย บาดจิตบาดใจกระแทกทรวง..ตามท้องเรื่อง ขุนช้างขุนแผน”
ระนาดและดนตรีตีรับเร่งเร้าอารมณ์...ยายมาหอบเสื่อวิ่งแหวกกลุ่มคนดูเข้ามา ชี้ตาสร
“ตาสร...ผัวข้าเอง”
ตาสรเห็นหน้ายายมาปะแป้งขาวเข้ามา ก็ชี้ชวนตอบ
“ยายมา...เมียจ๋า”
“ผัวข้า”
“เมียจ๋า”
ชาวบ้านตะโกนโห่ ที่ทั้งสองไม่เข้าเรื่องเสียที ยายมาสะดุ้ง รีบปูเสื่อนั่งดูลิเก ไม่ไกลจากกลุ่มของกาหลง...ตาสรเข้าเรื่อง
“ไม่ให้เป็นการเสียเวลา...พบกับพระเอกยี่เกรูปงามนามเพราะไอ้ไม้ เด็กวัดบ้านบัวสี”
ระนาดตีเปิดตัว...ไม้แต่งชุดยี่เกเป็นขุนแผน ออกมาโค้งไหว้คนดู...กาหลงมองไม้ด้วยความชื่นชม โชติไม่พอใจ...อบเชยกระดี๊กระด๊ากับเผื่อนและงาม
“พี่ไม้ ผัวข้ามาแล้ว”
เผื่อนกับงามมองหน้ากันประมาณว่าคิดไปไกลมาก...ไม้เริ่มร่ายรำร้องยี่เก ในบทขุนแผนที่กลับจากศึกสงคราม คิดจะกลับไปหานางพิมพิลาไล ไม้ร้องรำ กาหลงปรบมือให้ด้วยความชื่นชม โชติไม่พอใจ

จอกวิ่งหนีมาชนกับกาเหว่า จอกร้องลั่น
“จ๊าก”
“ผี”
“ฉันเอง กาเหว่า”
จอกคลายความกลัว
“พี่วิ่งหนีใคร...” กาเหว่าตื่นกลัว “อย่าบอกว่าหนีผะผี”
“ไม่มีผี...ยี่เกออกโรงแล้วข้าจะแล่นไปดูยี่เก”
จอกพยายามปิดบังเรื่องวิ่งหนีผี...ทันใดนั้นเสียงผีดังขึ้น
“ช่วยด้วย”
จอกหันไปเขกหัวกาเหว่า
“อย่าโหยหวนหลอกข้า”
กาเหว่างงๆ
“ฉันไม่ได้พูด”
เสียงผีดังขึ้นอีก
“ช่วยฉันด้วย”
จอกและกาเหว่าสงสัยหันกลับไปมอง ผีมีเลือดอาบท่วมหน้า จอกกับกาเหว่าตกใจ
“ผี”
จอกกระโดดขี่หลัง กาเหว่าวิ่งหนีพาจอกไป...ผียังคงร้องเรียก
“ช่วยด้วย”

เสียงดนตรีเปิดตัวนางเอกของเรื่อง...จันออกมาร้องลิเกแนะนำตัวเอง
“อันตัวดิฉันพิมพิลาไลใจงาม...”
จันร้องยี่เกเปิดตัวพิมพิลาไล ได้สองวรรค ก็เข้าคำพูด
“ร้องไปไม่ทันกาล...เข้าเนื้อเรื่องเลยดีกว่า พี่แผนจ๋า...ฉันคิดถึงพี่เหลือเกิน”
“พี่ก็คิดถึงพิมมาก พี่รักพิมจ้ะ”
“ในเมื่อเรารักกัน จะช้าอยู่ใย” จันร้องยี่เก “จะช้าอยู่ใย ไปหลังวัด พิมจัดที่นอนเสร็จสรรพไว้ซัดกัน...”
จันจะลากไม้ออกไป ตาสรเล่นเป็นขุนช้างเข้ามาขวางดึงนางพิมไป ไม้ไม่ยอม
“ข้าไม่ยอมให้เอ็งเอาตัวคนรักของข้าไป”
“ข้าเป็นถึงเศรษฐีมีเงินทองมากมาย แม่ยายก็รักพิศวาสในตัวข้า เอ็งสิต้องหลีกทางไป”
ตาสรเข้าไปกระชากตัวจันไว้
“พี่แผนจ๋า...”
ทันใดนั้นโชติก็ตะโกนเย้ยไม้
“ช้ำใจจริงเว้ย...ชีวิตจริงของเอ็งมันยิ่งกว่ายี่เก...ชาตินี้ยันชาติหน้าเอ็งก็ไม่มีวันสมใจ”
โชติเย้ยไม้แล้วหันไปจับมือกาหลงขึ้นมาหอม กาหลงไม่พอใจสะบัดมือออก ไม้โกรธจะเดินลงไปเล่นงานโชติ ตาสรรั้งไว้...ยายมามองลุ้นให้ไม้ลงมาต่อยกับโชติ
“ถูกลบหน้าก็ลงมาต่อยสิ...ฟัดกันให้ตายกลายเป็นผี คราหน้าก็มาดูมวยผี” ยายมานึกได้ว่ากลัวผี “มันจะดีรึ”

กาเหว่าแบกจอกวิ่งหนีผีมาหยุดที่มุมหนึ่งของวัด จอกลงจากหลัง
“โอย...ฉันไม่ไหวแล้ว...” กาเหว่าหอบเหนื่อย
“งั้นเอ็งมาขี่หลังข้า...ข้าพาหนีผี”
จอกหันหลัง กาเหว่าจะขึ้นหลังหันไปเจอผี
“ผะ...ผี”
“เออ...ข้ารู้แล้วว่า...หนีผี” จอกหันหน้ามาเจอผีประชิดจับหน้าผี “ผีตัวเป็นๆ”
จอกตกใจ กระโดดขี่หลังกาเหว่า...กาเหว่าวิ่งหนีไปผีไล่ตาม...
“ช่วยด้วย”

ไม้ไม่พอใจมองโชติที่จับมือกาหลงมากุมไว้ หวังเย้ยหยัน ตาสรเตือนสติ
“ไม่ไถลเสีย...เล่นตามท้องเรื่องไป” ตาสรพูดเป็นตัวละครขุนช้าง “เอ็งยอมแพ้ข้าซะ...ข้ามีเงินทองมากมาย เอ็งสู้ข้าไม่ได้ดอก”
“ถึงแม้นฉันจะจนต่ำต้อยด้อยค่า แต่ฉันก็มีชีวิตจิตใจ”
จันเข้าไปถามตาสรแปลกใจในบทของไม้
“ไม่ใช่บทในเรื่อง”
“มันด้นสดนี่หว่า”
ไม้พูดบทต่อ
“ฉันพร้อมจะฝ่าฝันอุปสรรค เพื่อร่วมเรียงเคียงรักกับยอดขวัญ”
อบเชยกระดี๊กระด๊า
“พี่ไม้บอกรักฉัน”
“ผิดตัวเจ้าค่ะ” เผื่อนเตือน
“ดูสายตาสิเจ้าคะ” งามแนะ
อบเชยมองไม้ แล้วมองไปตามสายตาเขาที่มองไปยังกาหลง อบเชยไม่พอใจ
“นังกาหลง”
ไม้หันไปบอกแม่กลอย
“วานแม่จงเห็นใจ เปิดเส้นทางรักให้ฉันเถิด”

ไม้ยกมือไหว้ขอร้อง แม่กลอยไม่พอใจ ดึงมือชบาลุกหนีออกไปทันที

ไม้ร้องยี่เกเดินตรงมาลานคนดู เข้าไปหากาหลงแล้วร้องลิเก

“ด้วยรักจะทุ่มเทพลีใจให้แม่บัวบาน...ขอทุกคนเป็นพยาน” ไม้จับมือกาหลงลุกขึ้น “ฉันกับกาหลง จะแต่งงาน...”
กาหลงยิ้มเขินอาย...ชาวบ้านต่างปรบมือให้ไม้และกาหลง แม่กลอยกำลังจะพาชบาเดินออกไป ไม่พอใจที่ไม้เป็นอย่างมาก
“ไอ้ไม้ เอ็งหยามหน้าข้ามากไปแล้ว”
โชติโกรธมาก เข้าไปต่อยไม้ล้มลงกับพื้น
“พี่ไม้” กาหลงร้องอย่างตกใจ
สิง มั่นและขาบเข้าไปรุมต่อยไม้ ตาสรวิ่งไปกลางวง
“ไอ้หมาหมู่”
ตาสรจึงเข้าไปช่วย พวกสิง มั่นและขาบเข้ามาเล่นงานตาสร
“ผัวข้าเล่นงานมันให้หนัก อย่าให้เสียชื่อเมีย” ยายมาเชียร์มวยด้วยความเมามันส์
นักดนตรีไทยต่างเล่นดนตรีเข้าจังหวะการต่อย จำปาตีฉิ่งอย่างสนุกสนาน ยายมาและชาวบ้านส่งเสียงเชียร์

พุดจีบนั่งสมาธิอยู่ภายในโบสน์นั่งหลับตา อยู่ด้านหลังแม่บุญอิ่มและชาวบ้านคนอื่นๆ...นวลคลานเข้ามากระหืดกระหอบสะกิดพุดจีบ ให้ออกไปข้างนอก พุดจีบแปลกใจ หันกลับไปมองเห็นแม่บุญอิ่มนั่งหลับตาทำสมาธิก็รีบย่องออกไปกับนวล...แม่บุญอิ่มลืมตาหันไปมองเห็นพุดจีบออกไปกับนวลก็แปลกใจสงสัย

จอกและกาเหว่าวิ่งมาผลักประตูกุฏิ หลวงพี่กบนั่งหันหลังให้ประตูอยู่
“หลวงพี่กบช่วยด้วย”
หลวงพี่กบกำลังแอบกินข้าวในกุฏิ จอกและกาเหว่าอึ้งที่จับผิดได้คาหนังคาเขา
“ข้าไม่ได้ฉัน...ข้ามองให้ปลง”
หลวงพี่กบรีบพูดทำให้สำลักข้าวเต็มปาก
กาเหว่ามองเซ็งๆ
“เต็มปาก”
จอกและกาเหว่าวิ่งเข้าไปด้านในกุฏิ
“หลวงพี่กบช่วยด้วย ผีหลอก” จอกบอกเสียงสั่น
หลวงพี่กบหัวเราะ
“พวกเอ็งจิตอ่อนมโนคิดไปเอง...ข้าเป็นเณรยันบวชพระไม่เคยเจอผีสักตัว”
ทันใดนั้นหยดเลือดสีแดง หยดลงบนหน้าผาก หลวงพี่กบเอามือปาดดูแล้วมองดู ก่อนจะดมกลิ่น
“สีเหมือน...”
หลวงพี่กบเงยหน้าขึ้นมอง หน้าผียืนค้ำหัว เลือดหยดใส่หน้า หลวงพี่กบชะงักอึ้ง
“ชัดเลย...”
กาเหว่ากลัวผี
“ทำไงหลวงพี่”
“โกยสิวะ”
จอกและกาเหว่ารีบวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที หลวงพี่กบจะวิ่งออกไป ผีเข้ามายืนขวางประตูไว้
“ช่วยด้วย”
“อาตมาก็เอาตัวเองไม่รอด ช่วยตัวเองเถอะ”
หลวงพี่กบจะวิ่งไปแต่ผีขวางประตู หลวงพี่เข้าไปอุ้มผีให้ไปยืนหลบออกห่างประตู
“หิวก็กินให้อิ่มนะโยม...”
หลวงพี่กบวิ่งออกไป ผีมองตาม
“ช่วยด้วย”

ไม้ต่อยกับโชติ สมน้ำสมเนื้อ...ตาสรต่อยกับพวกสิง มั่นและขาบ...ไม้ต่อยกับโชติ กาหลงมองด้วยความเป็นห่วง
“พี่ไม้ระวัง”
โชติเข้าไปเล่นงานไม้ อบเชยวิ่งเข้ามาดึงตัวโชติ
“หยุดนะอ้ายพี่โชติ อย่ามาทำจังไรใส่คนรักฉัน”
“เอ็งไม่เกี่ยวออกไป”
โชติผลักอย่างแรง อบเชยกระเด็นไป เผื่อนและงามรับไว้...อบเชยมองไปยังกาหลง ไม่พอใจเดินออกไปทันที เผื่อนและงามแปลกใจตามไป

กาเหว่าและจอกวิ่งหนีผี...หลวงพี่กบวิ่งหนีตามไล่หลัง
“รออาตมาด้วยโยม”
หลวงพี่กบหันไปเจอผี รีบวิ่งหนีไป ผีวิ่งไล่ตามหลัง
“ช่วยด้วย”

นวลและพุดจีบออกมายืนหน้าโบสถ์
“พี่นวลมีเรื่องอะไร”
“วิกยี่เกกลายเป็นเวทีมวยแล้วเจ้าค่ะ”
พุดจีบตกใจ
“พี่ไม้กับพี่โชติอีกแล้วรึ”
“เจ้าค่ะ...พ่อไม้เล่นยี่เกแล้วพ่อโชติ...”
นวลจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พุดจีบไม่ฟังรีบไปที่ลานยี่เกทันทีด้วยความเป็นห่วงไม้ นวลตกใจ
“คุณพุดจีบ...นวลมิได้หมายให้ไปห้ามศึก...คุณบุญอิ่มรู้...”
แม่บุญอิ่มเดินเข้ามาถาม
“นวล”
นวลหันไปเห็นแม่บุญอิ่มก็ตกใจ ทรุดตัวยกมือไหว้หน้าแหยๆ
“นังนวลตาย”

กาหลงยืนมองเหตุการณ์อย่างเป็นห่วงไม้ อบเชยเดินเข้ามา แล้วตบหน้ากาหลง
“อบเชย...ข้ากับเอ็งไม่เคยผิดใจกัน เอ็งตบข้าทำไม” กาหลงถามงงๆ
“เอ็งเป็นเหตุให้พี่โชติเล่นงานพี่ไม้ เอ็งยังคิดแย่งพี่ไม้ของฉัน นังเผื่อนนังงาม จับตัว”
“เจ้าค่ะ”
เผื่อนและงามเข้ามาจับตัวอบเชยทันที
“จับมันไม่ใช่จับข้า”
อบเชยสะบัดตัวออก พุ่งไปจะตบ กาหลงตบกลับทันที อบเชยหน้าหัน
“ว้าย เอ็งตบข้า”
กาหลงตบอีก
“ข้าไม่เคยทำร้ายเอ็ง แต่เอ็งทำร้ายข้า ถือว่าเป็นกฎแห่งกรรม”
อบเชยเซ
“นังเผื่อน นังงาม”
“เจ้าค่ะ”
“เอาเลือดหัวมันมาล้างตีนข้า”
เผื่อนและงามเข้าไปเล่นงาน กาหลงสู้ไม่ยอมแพ้...จำปานั่งตีฉิ่งเห็นกาหลงโดนรุมก็เรียกจันที่ยืนลุ้นอยู่ข้างวงดนตรี...
“น้าจันตีฉิ่ง”
จันวิ่งเข้ามารับฉิ่ง จำปาวิ่งเข้าไปช่วยกาหลง จันตีฉิ่งต่ออย่างเมามันส์ เผื่อนและงามเข้าเล่นงานจับตัวกาหลงไว้
“ตบมันเลยเจ้าค่ะ”
อบเชยจะตบกาหลง จำปามาคว้ามือไว้แล้วตบหน้าอบเชย
“ว้าย...นังจำปา” อบเชยด่าเผื่อนและงาม “พวกเอ็งมาช่วยสิวะ”
“เจ้าค่ะ”
เผื่อนและงามเข้ามาจับจำปาอบเชยตบจำปาอย่างสะใจ กาหลงเข้ามาช่วยจำปาตบตีกับอบเชย...จำปาเข้าไปรุมทำร้ายเผื่อนและงาม

โชติเล่นงานไม้กระเด็นออกไป...สิง มั่นและขาบเข้ามารุม โชติจะเข้ามาต่อย ไม้กระโดดถีบ...ตาสรเข้ามาช่วยไม้ทั้งสองประกบหันหลังหลอกล่อเตะต่อยโชติ สิง มั่นและขาบ ได้อย่างมีชั้นเชิง...แฝงด้วยลีลายวนกวนประสาทพวกโชติ...จันนั่งคุมวงดนตรีให้เล่นรับกับการเตะต่อย พวกมั่นกระเด็นมาที่วงดนตรี

จันคว้าเครื่องดนตรีใกล้มือจัดการพวกมั่นทันที

อบเชยผลักกาหลงล้มลงจะเข้าไปทำร้าย พุดจีบเข้ามาจับแขนอบเชยไว้

“หยุดเถอะ”
จำปาและเผื่อน งามยังตบตีกัน พุดจีบเข้าไปดึงตัวกาหลงขึ้นมา
“กาหลงเป็นยังไงบ้าง”
“ขอบใจจ้ะ”
พุดจีบบอกอบเชย
“อบเชย ฉันขอล่ะ หยุดทะเลาะตบตีกันเถอะ”
“ไม่ต้องมาพาทีพูดดีเล่นบทนางเอก เนื้อแท้ในตัวเอ็งมันก็นังจั๊กกะแหล่นตัวอิจฉา”
“หยุดว่าพุดจีบประเดี๋ยวนี้” กาหลงตวาด
อบเชยเบ้หน้า
“เอ็งมันโง่เสียกระไรไม่ทันเล่กลเพื่อน...พุดจีบมาช่วยเอ็งหวังกำจัดข้าให้พ้นทางพี่ไม้...หลังจากนั้นมันก็หักหลังแย่งชิงพี่ไม้จากเอ็ง เพราะมันแอบรักพี่ไม้”
กาหลงหันไปมอง พุดจีบตกใจที่อบเชยพูดอย่างนั้น...กาหลงเดินเข้าไปตบอบเชย
“โอ๊ย”
เผื่อนและงามวิ่งเข้ามาดูแลอบเชย จำปาวิ่งเข้าไปหากาหลงและพุดจีบ กาหลงชี้หน้าอบเชย
“เอ็งอย่าได้ใส่ความเพื่อนรักข้า...เอ็งกุเรื่องหมายให้เพื่อนรักแตกคอ แย่งชิงพี่ไม้ไปจากข้า”
“ข้าพูดความจริง” อบเชยเถียง
“หยุดพูดเสีย ไม่งั้นข้าจะตบให้ฟันร่วงหมดปาก”
กาหลงโกรธเอาเรื่อง อบเชยตกใจกลัว เผื่อนและงามรีบลากไปมุมที่โชติต่อยกับไม้...พุดจีบบอกกาหลง
“กาหลงฉัน...”
“ไม่ต้องพูดกระไรดอก ฉันมิฟังคำปดอบเชย...ฉันรักและเชื่อใจเพื่อนของฉัน”
พุดจีบคลายความกังวลใจ...แม่บุญอิ่มเดินเข้ามา นวลตามเข้ามาด้านหลัง
“พุดจีบกลับเรือน”
“จ้ะแม่...”
พุดจีบหันไปยิ้มลากาหลงแล้วเดินตามแม่บุญอิ่มและนวลกลับไป...กาหลงหันไปมองที่ไม้ต่อสู้กับโชติก็เป็นห่วง...
“พี่ไม้...”

โชติต่อยไม้ล้มลงแล้วชักมีดขึ้นมาจะเข้าไปแทง กาหลงและจำปาวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ กาหลงตกใจเป็นห่วงไม้ ทันใดนั้นเสียงช่วงดังขึ้น
“หยุด”
โชติหันไปเจอช่วงเดินเข้ามา แม่น้อยตามหลังสีหน้าวิตกกังวล โชติไม่สนใจฟังจะเข้าไปแทงไม้ ช่วงเข้ามาจับข้อมือหักมีดร่วงจากมือ ช่วงจับมีดแล้วตั้งท่าจะปาดคอ โชติตกใจ
“กล้าขัดคำสั่งข้า”
แม่น้อยตกใจ เข้าไปหาโชติ...
“อย่าทำลูกฉันเลย”
ช่วงผลักโชติกระเด็นออกไปทางแม่น้อย โชติรีบแก้ตัว
“ไอ้ไม้มันหาเรื่องฉันก่อน”
ช่วงตบหน้าซ้ำ
“ไม่ต้องพูด”
โชติไม่พอใจ...ช่วงหันไปสั่งแม่น้อย
“แม่น้อย พาลูกเกกมะเหรกเกเรกลับไป”
กาหลงเข้ามายืนข้างแม่ แม่กลอยเข้ามาแก้ตัวแทนให้โชติ
“พ่อโชติไม่ได้ก่อเรื่อง ไอ้ไม้ต่างหากที่มาเกี้ยวกาหลง ไอ้ไม้มัน...”
ช่วงขัดขึ้น
“แม่กลอยไม่ต้องแก้ตัวแทนไอ้อันธพาล เป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้านทำตัวเหลือจะคบ...แล้วใครจะเชื่อจะศรัทธาในตัวพ่อมัน...ไป...กลับไป”
“กลับเถอะลูก”
แม่น้อยจะประคองโชติกลับ แต่โชติสะบัดตัวเดินออกไป สิง มั่นและขาบตามไป...อบเชยถลาเข้าไปหาไม้ออดอ้อน
“พี่ไม้ อบเชยถูกกาหลงรุมตบตี โอ๊ย...อบเชยเจ็บ”
อบเชยจะเซเข้าไปหาไม้ แม่น้อยเข้ามากันไว้
“อบเชยกลับบ้าน” แม่น้อยทำเสียงดุ
อบเชยจำต้องเดินออกไป...เผื่อนและงามเดินตามไป ช่วงตัดบท
“เอาล่ะ...พูดพาลผิดใจกันเล็กน้อย ต่างกันต่างเบาความคิด เลิกแล้วต่อกันเถอะนะ...เอ้า...ดูยี่เกต่อ”
พวกไม้เตรียมตัวจะไปที่ลานยี่เก...ทันใดนั้น จอก กาเหว่า หลวงพี่กบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“ช่วยด้วย”
สัปเหร่อขาวหันมาถาม
“มีอะไรวะ ทำหน้ายังกับเจอ...”
พวกจอกไม่ทันตอบ ตาสรกับยายมาโวยเสียงดังลั่น
“ผะผี”
ทุกคนหันไป ผีเลือดโชกหน้าเข้ามา...ทุกคนตกใจร้องลั่นจะวิ่งหนีไป ไม้ตกใจ แต่สังเกตเห็นเงาของผี ก็ไม่เชื่อ
“ช่วยด้วย”
ผีเดินตรงเข้ามาหาไม้ จันตกใจรีบบอก
“ลูกไม้หนีเร็ว”
ผีเดินตรงเข้ามา ยื่นมือมาหาไม้ถีบทันที ผีกระเด็นออกไป ผ้าคลุมหลุด โขงที่ปลอมเป็นผีร้องเสียงหลง
“โอ๊ยเจ็บ”
“ไอ้โขง”

ทุกคนแปลกใจที่เป็นโขง

ช่วงเดินกลับบ้าน พบโชติขวางอยู่

“ทำไมต้องหักหน้าฉัน ฉันเป็นลูกพ่อนะ” โชติโวยวายลั่น
“ข้าถึงต้องลงโทษเอ็งแทนมัน ปกครองคนไม่ใช่แค่ใช้พระเดช แต่ต้องใช้พระคุณ”
“พ่อทำอย่างนี้พวกมันก็หัวเราะเยาะฉัน”
“จำใส่หัวใจไว้...คนฉลาดต้องรู้จักแกล้งโง่ หลอกให้มันตายใจ ทีนี้ล่ะ ประเหมาะค่อยตลบหลังมัน”
“ฉันกลัวจะพลั้งท่าไอ้ไม้...มันจะชิงแต่งกับกาหลง”
“คนอย่างนังกาหลงไม่ต้องไปสู่ขอให้เสียเงิน อยากได้เอ็งก็ฉุดสิวะ”
แม่น้อยเข้ามาโวยทันที
“ไม่ได้นะพี่ช่วง เลิกใช้กำลังห่มเหงรังแกเสียที แล้วก็เลิกสอนลูกทำในสิ่งผิด”
“เอ็งไม่ต้องสอนข้า กลับเรือน”
แม่น้อยไม่กล้าเถียงเดินออกไป ช่วงหันไปเตะไหล่ ส่งสัญญาณให้โชติจัดการกาหลง ช่วงเดินตามแม่น้อยไป โชติครุ่นคิดหาทางที่จะฉุดกาหลง...

พุดจีบจะเดินเข้าห้องนอนหันมาบอกแม่
“ลูกขอตัวเข้านอนจ้ะ”
“แม่หวังใจจะไม่มีผู้ใดหมายสำคัญผิดว่า...ลูกสาวของแม่เป็นตัวการแย่งชิงชายของเพื่อนรัก”
พุดจีบตกใจ
“แม่...ฉันไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น”
“แม่รู้จักลูกของแม่ดี...แต่ลูกมิอาจบงการให้ผู้อื่นมีใจคิดเช่นเดียวกับลูก หนทางเดียวที่จะดับเหตุความเคลือบแคลงใจ...คือการวางตัวของลูกเอง”
“จ้ะแม่...”
แม่บุญอิ่มพูดเตือนสติลูกสาวแล้วเดินกลับเข้าห้องไป พุดจีบเข้าใจคำสอนของแม่ พยายามเลิกคิดเรื่องไม้

ไม้เพ่งมองไปยังโขง
“ไอ้โขง...เอ็งจะแก้ตัวว่ายังไง”
“หลอกผีข้า ชโลมเลือดไก่ท่วมหน้ายังกะผีจริง เล่นหนักข้อเกินไปแล้ว”
จอกเงื้อหมัดจะต่อย โขงร้องห้าม
“เลือดจริงเว้ย”
ไม้และจอกแปลกใจ
“ข้าจะตามเอ็งมาเล่นดนตรี เห็นเอ็งเยี่ยวรดศพไอ้เพี้ยน ข้าก็หวังอำให้เอ็งกลัวผี”
ก่อนหน้านี้ ในป่าช้าหลังวัด...จอกยืนเยี่ยวรดศพเพี้ยน โขงยืนอยู่มุมหนึ่งถือผ้าคลุมตัวสีขาว จอก รู้สึกว่ามีคนผ่านไปเริ่มกลัวเดินหนี
จอกเดินหนีมาบริเวณโกฏิหลังวัดโขงโผล่หน้ามาจอกตกใจ ต่อยเข้าเต็มหน้าแล้ววิ่งหนีไป โขงล้มลงหน้าไปกระแทกกับพื้น ทำให้คิ้วแตก เลือดอาบหน้า

เมื่อฟังจากที่โขงเล่า จอกหัวเราะเยาะ...
“สมน้ำหน้า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
ไม้ปรามโขง
“หยุดเล่นพิเรนได้แล้ว...ไอ้จอกเหมือนกันอย่าเยี่ยวสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่งั้นเอ็งจะเจอดี”
“ฉันไม่กลัวผี” จอกทำเป็นอวดเก่ง
โขงเย้ย
“แต่วิ่งหนีเยี่ยวเล็ด ฮะฮาฮ่า”
จอกเสียหน้าเข้าไปดีดหน้าโขง
“โอ๊ย”
ไม้หัวเราะเพื่อนรุ่นน้องทั้งสอง แล้วคิดถึงกาหลง

กาหลงเดินนำแม่กลอยจะกลับบ้าน
“กาหลง เอ็งกลับไปก่อน”
“แม่จะไปไหน”
กาเหว่าแทรกขึ้นมา
“ไปบ่อน”
แม่กลอยเขกหัวกาเหว่า
“รู้ดีนะเอ็ง ข้าเลิกเล่นไฮโลแล้ว ข้าจะไปเก็บไซที่นา ได้ปลาดุกสองสามตัวจะย่างทำน้ำพริกสะเดาให้กิน”
“ฉันไปช่วยจ้ะแม่” กาหลงบอก
แม่กลอยรีบห้าม
“ไม่ต้อง เอ็งรีบกลับไปสุมไฟให้ควาย...อยู่เฝ้าเรือนให้ดี ชบากับกาเหว่า ไปกับข้า”
แม่กลอยดึงตัวชบาและกาเหว่าไป กาหลงยืนยิ้มส่งแล้วเดินออกไป...แม่กลอยเดินผ่านมุมหนึ่ง หันไปสบตาให้โชติซึ่งแอบอยู่...โชติยิ้มรับ กาเหว่าสงสัยหันไปมอง แม่กลอยรีบดึงตัวกาเหว่าเดินไปที่ทุ่งนา

โชติออกจากที่ซ่อน ยิ้มดีใจที่แม่กลอยเปิดทางให้

อ่านต่อหน้า 4

เรือนกาหลง ตอนที่ 1 (ต่อ)

ด้านไม้วิ่งมาหน้าวัด จะตามหากาหลง จำปาเห็นจึงเข้ามาถาม

“พี่ไม้จะไปไหน”
“พี่จะไปส่งกาหลง”
“อย่าตามไปเลยพี่...กาหลงมันจะโดนแม่กลอยเล่นงานอีก”
ไม้พยักหน้าเข้าใจ
“แล้วเอ็งไปไหน”
“พี่โขงปากเจ็บกินอะไรไม่ได้...ฉันจะไปต้มน้ำข้าวให้กินสักหม้อ”
จำปาเดินออกไป...ไม้คิดอะไรบางอย่าง...

กาหลงเดินมาในทุ่งนาร้องลิเกไปด้วย
“โอ้ชีวิตอนิจจา...จำต้องเจอขวากหนามแห่งรัก...กำแพงกั้นสูงใหญ่ไพศาล...เกินใครจะทานได้ แต่ฉันขอสู้...ให้รู้ว่าแรงใจพี่ไม้ ทำให้รักนี้ไม่มีวันตาย...”
กาหลงร้องไม่ทันจบ โชติยืนอยู่ตรงหน้า กาหลงตกใจ
“พี่โชติ”
กาหลงเดินหนีไป โชติเข้ามาดึงแขนไว้
“ปล่อยฉันนะ”
“ปล่อยให้เอ็งไปหาไอ้ไม้ก็โง่สิวะ”
“หนักเกินไปล่ะพี่โชติ...ปล่อย”
“ยิ่งดิ้นเอ็งยิ่งช้ำหนัก...เอ็งหนีข้าไม่พ้นหรอก”
โชติเข้าปลุกปล้ำกาหลงร้องลั่น
“อย่า...ช่วยด้วย”
โชติพยายามขืนใจ กาหลงดิ้น โชติผลักลงพื้น
“ยอมเป็นเมียข้า...เอ็งจะมีความสุขไปทั้งชาติ”
โชติเข้าก้มจะจูบกาหลง ทันใดนั้นไม้ท่อนหนึ่งฟาดเข้าหลังโชติ
“โอ๊ย”
กาหลงรีบลุกหนีไปอยู่หลังจำปา
“จำปาช่วยฉันด้วย”
“ไอ้โชติเอ็งเข้ามาอีกก้าวเดียว...ข้าจะแหกปากให้คนรู้ทั้งบางว่าเอ็งขืนใจกาหลง เอ็งต้องโทษโบยจนตาย” จำปาขู่
โชติไม่กล้าเข้าไป
“จำปาไปเถอะ”
กาหลงกลัว ดึงมือจำปาออกไป โชติเจ็บใจ สิง มั่นและขาบวิ่งเข้ามา
“เด็ดสิพี่ ร้องลั่นทุ่งเทียว” มั่นถามด้วยความอยากรู้
“อิ่มแล้วส่งต่อให้ข้ากับไอ้มั่นบ้าง” ขาบเย้าแหย่
โชติตบหน้ามั่นและขาบทันที
“นังจำปาพามันหนีไปแล้ว”
“นังจำปามันแส่ ก็เสียบมันซะพี่”
สิงแนะนำ โชติคิดทำอะไรบางอย่าง

จำปาประคองกาหลงมาใกล้บ้าน
“ถึงบ้านแล้วเอ็งไม่ต้องกลัว”
“ขอบใจเอ็งมาก...ไม่ได้เอ็งข้าคง...”
“ช่างเถอะ...” จำปาโกรธพวกโชติ “พูดแล้วเจ็บใจไอ้โชติ...ผีห่ามาเกิด ข้าอยากเผาพริกเผาเกลือแช่งชักหักกระดูกมันนัก”
“จำปา...คืนนี้เอ็งนอนกับข้าเสียที่นี่ พวกมันอาจดักทำระยำเอ็ง” กาหลงชวนอย่างเป็นห่วง
“นังจำปาไม่เคยกลัวใคร...แล้วอีกอย่าง พี่โขงรอน้ำต้มข้าว ข้าไปล่ะ...”
จำปาเดินออกไป กาหลงมองตามด้วยความเป็นห่วง ไม้เดินเข้ามา
“กาหลงหายไปไหนมา พี่รอตั้งนาน”
กาหลงดีใจน้ำตาซึม
“พี่ไม้”
กาหลงโผวิ่งเข้ากอด ไม้กอดปลอบใจ
“มีเรื่องอะไร”

จำปาเดินมาถึงบริเวณต้นไทร เจอโชติยืนขวาง
“ไอ้โชติ...เอ็งยังไม่เข็ด อยากได้อีกแผลรึ”
จำปาจะฟาดไม้ใส่แต่มือสิงจับไม้ไว้ จำปาหันไปเจอสิง มั่นและขาบ จำปาตกใจ
“พวกเอ็ง”
สิงต่อยเข้าท้อง จำปาทรุดตัวลงกองกับพื้น...สิง มั่นและขาบเข้าไปจับแขนและขาจำปาไว้ โชติเดินเข้ามายืนตรงกลาง
“ทำข้าเจ็บ เอ็งต้องเจ็บยิ่งกว่าข้า”
โชติตรงเข้าไปกระชากสไบจำปาเหวี่ยงลอยไปแล้วร่วงตกพื้น พร้อมกับเสียงจำปาที่ร้องเสียงหลง
“อย่า...”

ไม้กับกาหลงคุยกันที่มุมหนึ่งของบ้าน...ไม้ไม่พอใจหลังรู้เรื่องราวทั้งหมด
“มันหยามเกียรติกาหลง พี่จะไปเอาเลือดหัวมันออก”
“อย่าจ้ะพี่ ฉันเองก็ไม่เป็นอะไร”
“มันทำร้ายดวงใจพี่...พี่ปล่อยมันไว้ไม่ได้”
“แม่ออกโรงเข้าข้างมัน...แม้นพี่เอาเรื่องพี่โชติ แม่ต้องพาลโกรธเกลียดพี่อีก”
ไม้หาทางออก
“พี่ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่มันจะหักหาญน้ำใจกาหลง”
ไม้โอบกอดกาหลง คิดทำอะไรบางอย่าง

พวกมั่นนุ่งผ้าหลังจากลงแขกข่มขืนจำปาแล้ว
“ไอ้พวกสัตว์เดรัจฉาน...ข้าจะบอกทุกคนว่าพวกเอ็งขืนใจข้า”
จำปาถือสไบปิดหน้าอก ด่าทุกคนด้วยความแค้น โชติเดินเข้ามามองหน้าจำปายิ้มๆ
“ศพมันพูดไม่ได้ดอก...นังจำปา”
จำปาตกใจ สิง มั่นและขาบเดินตรงเข้าหา จำปาตกใจกลัว
“ช่วยด้วย”

เช้าวันใหม่...เสียงระฆังจากวัดดังขึ้น ไม้ออกจากห้องนอนเห็นโขงนั่งห่มผ้าเหมือนรอใครมาทั้งคืน
“ไอ้โขง...รอใครวะทำยังกะหมารอข้าว”
“จำปามันบอกจะต้มน้ำข้าวมาให้กิน ฉันรอมาทั้งคืน”
ไม้และโขงกังวลใจ กาหลงวิ่งเข้ามาถามไม้
“พี่ไม้...จำปามารึยัง”
“ยังไม่มาเลย”
กาหลงแปลกใจ
“จำปาไม่อยู่ที่เรือน...ฉันคิดว่าจำปามาหาพี่โขง”
โขงสงสัย
“จำปาหายไปไหน”
ไม้กังวลใจ
“มันชักจะยังไงแล้ว”
โขง ไม้และกาหลงเริ่มกังวลใจ

ไม้ กาหลงและโขงเดินมาที่บริเวณต้นไทร กาหลงเรียกหาจำปา...
“จำปา...จำปา”
ไม้ตะโกนเรียกหาที่มุมหนึ่ง...
“จำปา...”
กาหลงเดินมาที่บริเวณต้นไทรจะเรียกหาแต่นิ่งอึ้งสะเทือนใจ...ไม้เดินเข้ามาเห็นกาหลงยืนนิ่งน้ำตาไหล...ไม้ตกใจเข้ามาหา
“กาหลงร้องไห้ทำไม”
ไม้มองตามสายตากาหลงเห็นจำปาถูกจับแขวนคอที่ต้นไทร ไม้ตกใจ จับตัวกาหลงเข้ามากอด ไม่ให้มองภาพสะเทือนใจนั้น...โขงเดินเข้ามาหาไม้และกาหลง
“พวกพี่เห็นจำปามั้ย”
ไม้และกาหลงมองหน้ากัน ไม่อยากให้โขงเห็นภาพสะเทือนใจ ไม้เข้าไปดันตัวโขงเพื่อให้ออกไป
“กลับวัดเถอะ จำปาอาจไปที่วัดแล้ว”
โขงเดินสวนไม้เข้าไปยืนใต้ต้นไทรแล้วคุกเข่าต่อหน้าศาลเจ้าแม่
“เจ้าแม่...ช่วยลูกช้างตามหาคนรักของลูกด้วยเถิด”
หยดน้ำตา...จากศพจำปา ร่วงหยดใส่ โขงเช็ดน้ำ แล้วเงยขึ้นมองอึ้งตกใจเมื่อเห็นจำปาถูกแขวนคออยู่บนต้นไทร โขงร้องเสียงหลง
“จำปา”

กาหลงร้องไห้โผเข้ากอดไม้ที่ยืนมองโขง และศพจำปาน้ำตาซึมสงสารจำปาและโขงจับใจ

พุดจีบกำลังเด็ดดอกไม้ใส่พาน นวลวิ่งเข้ามาบอกข่าวเรื่องจำปา พุดจีบตกใจ พานดอกไม้ร่วงตกพื้น

เผื่อนและงามวิ่งหน้าตั้งมาบอกอบเชยซึ่งกำลังนั่งผลัดแป้ง ทาปาก
“คุณอบเชยเจ้าคะ นังจำปาตายแล้ว”
อบเชยตกใจกลัว
“ตาย...ข้าตายแน่ๆ”
“นังจำปาตาย...คุณอบเชยยังไม่ตายน่ะเจ้าคะ” เผื่อนบอก
“นังโง่ เมื่อคืนข้าตบมันไปหลายที มันตายกลายเป็นผี มันต้องมาตบคืน”
งามตื่นเต้นดีใจ
“น่าสนุกนะเจ้าคะ คนตบตีกับผี...ไม่สิเจ้าคะ...ผีจำปาอาฆาตแค้นต้องมาหักคอคุณอบเชยเจ้าค่ะ”
อบเชยถีบงามทันที
“นังงาม”
แม่น้อยเดินเข้ามาถามเผื่อน...
“จำปาเป็นอะไรตาย”
“ผูกคอใต้ต้นไทรเจ้าค่ะ”
แม่น้อยรู้สึกสงสารจำปา
“เป็นไปได้ยังไงกัน...มันรักใคร่ชอบพอกับไอ้โขง ไม่น่าคิดสั้น”
โชติเดินเข้ามาบอกแม่น้อย
“น่าเวทนา...ตัดช่องน้อยแต่พอตัว หลวงพ่อเคยเทศนาข้าจำได้มั่น...ผู้ใดฆ่าตัวตายบาปติดตัวผู้นั้น...ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”
โชติยิ้มเย้ยในชะตาชีวิตจำปา แม่น้อยสงสัยและแปลกใจในท่าทีของโชติ

บนศาลาวัด...โขงนั่งกอดศพจำปาที่ห่อผ้าไว้...
“จำปา...ตื่นขึ้นมาสิวะ ตื่นมาต้มน้ำข้าวให้ข้า”
ไม้และกาหลงเห็นภาพโขงกอดศพจำปาก็สะเทือนใจ...พุดจีบเดินเข้ามายืนมองที่มุมหนึ่งสงสารโขงมาก นวลยืนอยู่ด้านหลังพุดจีบ สัปเหร่อขาว เฟื้อง จอก จันต่างสะเทือนใจ น้ำตาไหล
“นี่เป็นข้าวที่เอ็งช่วยข้าปลูก...หลังเกี่ยวข้าวหมดแปลง เอ็งบอกจะแต่งกับข้า เอ็งผิดคำสัญญา”
โขงกำข้าวในหม้อ แล้วฟุบตัวร้องไห้กับร่างไร้วิญญาณของจำปา ไม้ทนดูไม่ได้วิ่งออกไป...กาหลงแปลกใจ สงสัยว่าไม้ไปไหน พุดจีบยืนมองเป็นห่วงไม้...

กาหลงเดินเข้ามาบริเวณโกฏิมองหาไม้ เธอมองไปที่มุมหนึ่งแปลกใจ ไม้นั่งอยู่หน้าหน้าโกฏิของพ่อแม่แล้วคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต

คืนหนึ่งในอดีต ไม้นอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวายตกใจตื่นลุกขึ้นมาเพื่อเดินออกไปดู...ช่วงที่สวมรอยเป็นโจรเสือหวาดเอาผ้าโพกหน้าบุกเข้ามากับสมุน ไม้เดินมาที่หน้าประตูมองไปเห็นพ่อถูกช่วงถีบไปนอนที่พื้นดาบหลุดมือ ไม้ตกใจ
“พ่อ”
ช่วงเงื้อดาบจะฟันพ่อแต่แม่วิ่งเข้ามาขวางไว้
“อย่านะ”
ช่วงฟันแม่สิ้นใจตาย ไม้ตกใจ
“แม่”
พ่อของไม้โกรธมาก คว้าดาบที่พื้นจะไปฟัน แต่ช่วงหันกลับมาแทงพ่อแล้วถีบลงพื้น ไม้ตกใจ วิ่งเข้าไปหาศพพ่อกับแม่
“พ่อ...แม่”
ช่วงกระชากตัวไม้ขึ้นมา
“รักมากก็ไปอยู่ด้วยกัน”

ไม้ถูกโยนลงภายในบ้าน...ลูกน้องของช่วงลากตัวพ่อกับแม่เข้ามาภายในบ้าน
“ชาตินี้ไม่มีใครพรากเอ็งไปจากพ่อแม่ได้อีกแล้ว”
ไม้ร้องไห้เข้าไปกอดศพพ่อกับแม่...ทันใดนั้น ลูกน้องส่งคบไฟให้ช่วง ไม้มองด้วยความตกใจ ช่วงโยนคบไฟใส่บ้านขไฟลุกพรึ่บ...ช่วงหัวเราะแล้วเดินออกไป ไม้ตกใจอยู่ในกองเพลิง ทันใดนั้นฝาบ้านถูกถีบพังลง สัปเหร่อขาวและเฟื้องเข้ามาอุ้มตัวไม้ออกไปจากบ้าน
“หนีออกไปเร็ว”
ไม้ร้องไห้เรียกหาพ่อกับแม่เสียงหลง
“พ่อ...แม่”

ไม้ทรุดตัวร้องไห้โฮต่อหน้าโกฏิพ่อกับแม่...พุดจีบเดินเข้ามายืนมองสงสารไม้นวลเดินเข้ามาด้านหลัง
“เข้าไปปลอบใจไม้สิเจ้าคะ”
พุดจีบมองไปยังไม้ คิดตัดสินใจ
“มันเป็นหน้าที่เจ้าของหัวใจพี่ไม้”
พุดจีบหันหน้าไปมองที่มุมหนึ่งเห็นกาหลงยืนมองไม้ พุดจีบเดินออกไปนวลเดินตามไป กาหลงเข้ามาประคองกอดปลอบใจ
“ทำใจเถอะพี่...พ่อแม่พี่ไปดีแล้ว”
ไม้ส่ายหน้า
“ตราบใดที่พี่ยังแก้แค้นให้พ่อแม่ไม่ได้ พ่อแม่ไม่มีวันไปสู่สุขคติ”
กาหลงกังวลเป็นห่วง
“หลวงพ่อเคยสอนให้พี่ปล่อยวาง การแก้แค้น ไม่รู้จักจบสิ้น เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ทำให้เป็นทุกข์ตลอดกาล”
ไม้ยังคงโกรธแค้นและต้องการล้างแค้น
“พี่ยอมรับผลกรรมนั้น...เกิดใหม่ทุกข์ทรมานกี่ร้อยชาติ...พี่ก็ขอฆ่าคนที่ฆ่าพ่อแม่พี่ ด้วยน้ำมือพี่”
กาหลงเข้าโผกอดหวังใช้ความรักปลอบประโลมเขา ทั้งสองกอดกัน ไม้เงยหน้าขึ้นมอง กาหลงเช็ดน้ำตาให้ ไม้มองด้วยความตื้นตันใจที่มีเธอเคียงข้าง...
“ชีวิตนี้พี่ไม่มีใครอีกแล้ว พี่มีเอ็งคนเดียว เอ็งรักและดีกับพี่...ข้ารักเอ็งเหลือเกิน กาหลง”
“ฉันก็รักพี่จ้ะ”
ไม้โผเข้าสวมกอด ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก...จอกวิ่งมาบอกหน้าตาตื่น
“พี่ไม้ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

ไม้และกาหลงแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

โขงเดินขึ้นมาบนบ้านโชติ...ตะโกนลั่น

“ไอ้โชติ เอ็งออกมา”
มิ่งคนรับใช้วิ่งตามขึ้นมาพยายามเข้ามาขวาง
“ไอ้โขงอย่าวู่วาม...เอ็งกลับไปก่อน”
“ข้าไม่กลับ” โขงโวยวายลั่น
โขงเดินตรงไปทุบประตูห้องพระ
“ออกมาสิวะ ไอ้หน้าตัวเมีย”
โชติเปิดประตูห้องพระออกมา
“บาปบุญคุณโทษไม่เข้าหัวเอ็งบ้างรึไงไอ้เด็กวัด...ข้าสวดมนต์ ก็ยังมาระราน”
“คนอย่างเอ็งต่อให้สวดมนต์ร้อยจบ ก็ไม่มีวันได้ขึ้นสวรรค์ เอ็งต้องลงนรกขุมสุดท้าย ไอ้จังไร”
โขงเข้าไปจะต่อยโชติแต่สิงปราดเข้ามาต่อยโขงล้มลง มั่นและขาบตามมาสมทบ แม่น้อย อบเชย เผื่อนและงามตามเข้ามา
“ลูกข้าไปทำอะไรให้เอ็งไม่พอใจรึ”
โขงชี้หน้าโชติ
“มันฆ่าจำปา”
โชติและพวกสิงตกใจ แม่น้อยกับอบเชยหันไปมอง โชติไม่พอใจ
“เอาอะไรมาพูด นังจำปามันแขวนคอตาย”
ทันใดนั้นเสียงไม้ดังขึ้น
“เอ็งโกหก”
ไม้เดินเข้ามา กาหลงและจอกตามหลัง...พวกโชติตกใจ อบเชยดีใจ
“พี่ไม้บุกมาหาข้าถึงเรือน”
อบเชยจะเร่เข้าไปหาไม้เผื่อนและงามดึงตัวไว้เพราะแม่น้อยมองดุ อบเชยจึงหยุดอยู่ที่เดิม ไม้จ้องหน้าโชติ
“เมื่อคืนเอ็งคิดขืนใจกาหลง จำปาไปช่วยไว้ได้”
“พวกเอ็งเคืองแค้นจึงดักทำร้ายจำปา” โขงเสริม
ทุกคนหันไปมองโชติที่ยิ้มเย้ยไม่สะทกสะท้าน
“ไอ้ไม้...เอ็งเจ็บใจที่แม่กลอยจะยกกาหลงให้ข้าก็เลยหาเรื่องข้าเอาล่ะ...ข้าไม่ถือสาเอาความ”
โชติเดินเข้าไปบอกโขง...
“ข้าจะไปสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้จำปา และสัมภเวสี ผีเร่ร่อน จะได้เลิกจองเวรต่อกัน”
โชติจะเดินกลับไป โขงไม่พอใจ เข้าไปดึงตัวแล้วต่อยโชติ สิง มั่น ขาบเข้าไปช่วยโชติ ไม้และจอกจึงเข้าไปช่วยโขง เกิดการต่อสู้ตะลุมบอนบนเรือน...อบเชย เผื่อนและงาม ต่างลุ้นกับการเตะต่อยอย่างเมามัน...ทันใดนั้นเอง...เสียงปืนดังลั่น
“เปรี้ยง”
ทุกคนหยุดทันที...ช่วงถือปืนเดินเข้ามา....

แม่กลอยตกใจบ้วนหมากทิ้ง
“นังกาหลงไปกับไอ้ไม้”
“จ้ะแม่ ฉันเห็นกับตา” ชบายืนยัน
แม่กลอยนั่งห่อหมากกินต่อไป ไม่สนใจเรื่องกาหลง ชบาผิดหวัง
“แม่...ไปตามตัวพี่กาหลงกลับมาสิ”
แม่กลอยไม่สนใจ...เคี้ยวหมากยิ้มเจ้าเล่ห์ มีแผนจัดการกาหลง ชบาแปลกใจ กาเหว่าคอยจ้องมองว่าแม่กลอยคิดทำอะไร

ช่วงหันไปบอกพวกไม้
“พวกเอ็งกลับไปได้แล้ว ลูกข้าไม่ได้ทำร้ายจำปา”
“พ่อผู้ใหญ่เข้าข้างมัน” โขงโวยวาย
“มันเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเผลอใจคิดล่วงเกินกาหลง...กาหลงเอ๊ย เอ็งก็รู้ว่ามันหลงรักเอ็ง
แต่ไหนแต่ไร...อภัยให้มันด้วย ถือว่าเห็นแก่ข้า”
ช่วงหันไปขออภัยจากกาหลง ทำให้เธอจำต้องพยักหน้ารับ...
“หลังจากแยกทางกับกาหลง ข้าก็ลากตัวให้มันกลับเรือน”
โขงสวนทันที
“ข้าไม่เชื่อ”
“ไม่เชื่อใจข้าก็...ถามแม่น้อย”
ช่วงหันไปที่เมีย แม่น้อยอึกอักไม่คิดว่าผัวจะโยนลูกมาให้ ไม้และกาหลงมองไปที่แม่น้อยรอฟังคำตอบ
“น้าน้อยเป็นผู้ใหญ่ที่ฉันเคารพ พูดความจริงมาเถอะ” ไม้พูดเรียบนิ่ง
แม่น้อยมองไปที่โชติ
“โชติกลับเรือนมากับข้า”
ไม้ผิดหวังที่ไม่มีหลักฐานเล่นงานโชติได้ โขงโวยวายอย่างไม่พอใจ
“โกหก น้าน้อยเข้าข้างลูก”
ไม้ปรามโขง
“พอเถอะโขง พวกฉันลาล่ะจ้ะ” ไม้ยกมือไหว้
พวกโชติยิ้มพอใจที่พวกไม้ทำอะไรไม่ได้ ไม้มองหน้าแววตาจริงจัง
“ฉันขอบอกไว้ตรงนี้...ฉันต้องหาตัวคนที่ฆ่าจำปามาลงโทษให้ได้”
ไม้พูดจบมองไปที่โชติที่ยิ้มเย้ย ช่วงออกหน้ารับแทน
“ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ข้าต้องดูแลลูกบ้านให้ได้รับความชอบธรรม”
พวกไม้เดินออกไป...ช่วงมองไม่พอใจ....

ทั้งหมดออกมาจากบ้านช่วง เดินมาบริเวณทุ่งนา โขงร้องไห้เสียใจ...
“จำปา ข้าขอโทษ ข้าช่วยเอ็งไม่ได้”
“สงบสติอารมณ์บ้าง...ยังไงจำปาก็ตายไปแล้ว” จอกปลอบ
กาหลงหันไปบอกโขง
“ใกล้ค่ำแล้ว...กลับไปช่วยเตรียมงานศพจำปาเถอะ”
โขงพยักหน้ารับ จอกพาโขงออกไปเพื่อกลับวัด...ไม้และกาหลงยืนโอบสงสารโขงที่ต้องเสียจำปาไป

ช่วงโวยใส่มิ่ง
“เอ็งปล่อยให้ไอ้โขงขึ้นไปเหยียบเรือนข้า”
“ฉันกันท่าไว้แล้ว...แต่มันไม่ฟังคำฉัน”
“ชะ...มันไม่เห็นหัวเอ็ง หมายว่าหัวเอ็งไม่มีค่า”
ช่วงพูดจบก็ชักดาบฟันฉับ...คอมิ่งกลิ้งตกพื้น ช่วงโยนดาบทิ้งหันไปขู่พวกสิง
“ใครที่ทำให้ข้าเดือดร้อน มันต้องเป็นผี”
ช่วงเดินออกไป พวกสิงเข้าไปเก็บศพมิ่งไปฝัง...โชติยืนมองที่มุมหนึ่งรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของช่วง และคิดจะเป็นนักเลงอย่างพ่อ

เย็นนั้น กาหลงเดินจะขึ้นเรือน แม่กลอยนั่งเคี้ยวหมาก
“เอ็งไปไหนมา”
ชบาแสร้งถามหยั่งเชิง
“ไปเก็บผักมารึ”
“ฉันไปเรือนพี่โชติ”
“ไปกับใคร”
“โขง จอกแล้วก็พี่ไม้”
กาหลงยอมบอกเรื่องไม้ แล้วสังเกตอากัปกิริยาของแม่
“เอ็งไปอาบน้ำผลัดผ้าซะ คืนนี้ต้องไปฟังสวดนังจำปา”
กาหลงรู้สึกดีที่แม่ไม่เล่นงานเรื่องไม้
“จ้ะแม่”
กาหลงเดินขึ้นไปบนบ้าน ชบาแปลกใจ
“พี่กาหลงยอมรับเต็มปากเต็มคำ แม่กลับไม่เล่นงานพี่กาหลง”
ชบาแปลกใจ...แม่กลอยยิ้มมีเลศนัย

ชบาเดินเข้ามาในบ้าน สงสัยเรื่องแม่กลอย
“แม่คิดจะทำอะไร”
ชบาเดินมาเจอกาหลงที่ยืนดักรอก็ตกใจ จะเดินเลี่ยงไปอีกทาง
“ชบา เหตุใดเอ็งถึงได้ขัดทุกครั้งที่ข้าไปกับพี่ไม้”
“ฉันไม่อยากให้พี่โกหกแม่ มันบาป”
กาหลงไม่แน่ใจ
“เอ็งคิดอย่างนั้นรึ”
“ฉันเตือนพี่ด้วยความหวังดี...หากไม่เชื่อใจก็ไม่อย่าเสียเวลาซักความ...”
ชบาเดินหนีไป กาหลงคลายความกังวลใจ เดินเข้าไปในห้อง ชบาเดินย้อนกลับออกมา

“ฉันไม่ได้ พี่ก็ต้องไม่ได้”

ค่ำนั้นบนศาลา หลวงพ่อกับหลวงพี่กบและพระลูกวัดอีก 2 รูปนั่งสวดศพ ไม้ โขงและจอกนั่งฟังสวดศพสงสารจำปา...กาหลงนั่งอยู่กับแม่กลอย ชบาและกาเหว่า ส่วนช่วง แม่น้อย โชติ อบเชย กับลูกน้องนั่งห่างออกไป ชาวบ้านมากมายมาฟังพระสวด เศร้าใจกับชีวิตจำปา

หลังพระสวดเสร็จ บรรดาชาวบ้านต่างทยอยกลับบ้าน ช่วงยืนทักทายลูกบ้าน ด้วยไมตรีจิต...
“น่าสงสารนังจำปา มันเป็นคนดี ไม่น่าคิดสั้นเลย”
ไม้ยืนอยู่มุมหนึ่งได้ยินช่วงพูด ก็ไม่พอใจนักเดินหนีออกไป เจอหน้าโชติ
“ข้าอโหสิกรรมให้จำปามันแล้ว เอ็งก็ควรอโหสิกรรมข้าที่ใส่ความว่าข้าเป็นคนร้าย”
“ข้าอโหสิกรรม...”
โชติยิ้มรับ ไม้มองหน้า
“ให้กับผี...ไม่ใช่เอ็ง”
ไม้ยังคงไม่พอใจโชติเดินออกไป...โชติมองตามไม่พอใจ สิง มั่นและขาบเข้ามาหาโชติ
“ปากดีนัก...ส่งมันไปเป็นผีอยู่กับนังจำปา” สิงยุ
โชติยิ้มมีแผนร้าย
“ไม่ต้อง อีกประเดี๋ยว...มันต้องกระอักเลือดจนตาย”
สิง มั่นและขาบแปลกใจว่าโชติจะทำอย่างไร โชติหันไปมองที่มุมหนึ่ง ยิ้มให้แม่กลอย แม่กลอยยิ้มรับ....ทั้งสองรู้แผนการ กาเหว่าโผล่เข้ามาจ้องมองแม่กลอยและโชติ สงสัยในท่าทีทั้งสองคน

โขงนั่งน้ำตาซึมหน้าโลงศพจำปา...
“จำปา...เอ็งไม่น่าทิ้งข้าไปเลย”
หลวงพ่อเดินเข้ามาหาโขง
“ทำใจเถอะ...จำปาไปดีแล้ว”
“ใช่...ป่านนี้คงไปตีฉิ่งเต้นระบำรำฟ้อนบนสวรรค์” จอกแทรกขึ้น
โขงและหลวงพ่อมองดุ จอกหุบปากทันที...โขงหน้าเศร้าหมอง
“มันไปดีได้ไงหลวงพ่อ มันถูกฆ่าตาย”
“คนตายถือว่าหมดบ่วง หมดกรรม หากจำปาทำบุญทำดี ผลบุญจะส่งให้เกิดภพภูมิใหม่ที่มีความสุข...ไม่ต้องมาทนทุกข์ ทรมานอย่างชาตินี้”
หลวงพ่อเทศนาสอนโขง หวังให้โขงทำใจ แต่โขงไม่เลิกรา
“หลวงพ่อพูดได้ หลวงพ่อไม่เคยมีคนรัก”
หลวงพ่อสะดุ้ง
“หลวงพ่อไม่เข้าใจหัวอกคนรักกัน ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันอยากตาย...ตายตามจำปาไป”
หลวงพ่อหันไปบอกหลวงพี่กบ
“อาตมาขอมีด”
หลวงพี่กบส่งมีดให้ทันที
“พกติดตัวไว้แล้ว”
โขงสงสัย
“เอามีดมาทำอะไร”
“เอ็งอยากตายไม่ใช่รึ”
หลวงพี่กบถือมีด รอจังหวะจะแทง โขงเสียงสั่นกลัวตาย
“ฉันยังบาปหนา ต้องอยู่ใช้กรรมอีกนานจ้ะ”
“ตายไปแล้วก็ถือว่าจบ อย่าไปเจ็บ...เก็บมาจำ รังแต่ทำร้ายตัวเอง” หลวงพ่อเตือนสติ
โขงพนมมือเข้าใจคำสอนของหลวงพ่อ หลวงพี่กบถือมีดจะคอยแทงโขง หลวงพ่อพูดขึ้น
“ปล่อยวางซะ”
หลวงพี่กบหันมาบอกโขง
“เข้าใจไหม”
“วางเถอะ” หลวงพ่อบอก
หลวงพี่กบต่อว่าโขง
“หลวงพ่อพูดไม่ฟังอีก”
“เอ็งนั่นแหล่ะ วางมีดได้แล้ว”
หลวงพี่กบนึกได้ รีบวางมีด หลวงพ่อเดินออกไป หลวงพี่กบตามออกไปด้วย...โขงหันไปมองโลงศพจำปา...กาหลงยืนที่มุมหนึ่ง รู้สึกสะเทือนในความรักที่ต้องสูญเสียเดินออกไป...ไม้เห็นกาหลงเดินออกไปรู้ว่าเธอเสียใจ...

กาหลงยืนที่มุมหนึ่งในวัด ไม้เดินเข้ามา
“กาหลง...”
กาหลงหันกลับไปถามไม้
“หากวันหนึ่งฉันต้องตายไป...พี่จะยัง รักฉันไหม”
“กาหลง...อย่าพูดอย่างนี้ เขาถือมันเป็นลาง”
ไม้เข้ามาเอามือปิดปากกาหลง เธอจับมือเขาออก...
“ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆ...เหมือนอย่างพ่อฉัน”

ในอดีต...กาหลงถือดอกบัว วิ่งขึ้นมาบนบ้าน
“พ่อ...ฉันเก็บดอกบัวให้พ่อไปบูชาพระจ้ะ”
กาหลงเดินเข้าไปในห้องเห็นแม่ร้องไห้ พ่อนอนนิ่ง
“พ่อเอ็งตายแล้ว”
กาหลงตกใจ
“พ่อ”
กาหลงถือดอกบัวมาหาพ่อ เอาดอกบัวใส่มือพ่อ
“พ่อสัญญาจะไปไหว้พระกับฉัน...พ่อผิดสัญญากาหลง”
กาหลงกอดร่างพ่อร้องไห้โฮ...พ่อของกาหลงนั้นถูกงูเห่าฉก นอนพักรักษาตัวอยู่ 2-3 วันก็ตาย เธอไม่รู้เลยว่าการตายของพ่อ เกิดจากการวางแผนของช่วง เพราะพ่อกาหลงรู้ว่าแท้จริงแล้ว ช่วงปล้นควายแล้วโยนความผิดให้เสือหวาด

กาหลงน้ำตาซึม บอกไม้
“จำปามาจากไปอีกคน ฉันกลัว...ฉันกลัวจริงๆจ้ะพี่”
กาหลงร้องไห้โฮ...ไม้เข้ามาโอบกอด
“ไม่ต้องกลัว...กาหลงยังมีพี่อยู่ทั้งคน”
“พี่ยังไม่ตอบฉันเลย...หากฉันตายไป พี่จะยังรักฉันไหม”
กาหลงมองหน้าไม้ รอฟังความรู้สึกของไม้ ไม้มองกาหลง พูดด้วยความจริงใจ
“ไม่ว่าเอ็งเป็นหรือตาย พี่จะรักเอ็ง...ตลอดไป”
กาหลงได้ฟังก็น้ำตาไหล โผเข้ากอดไม้...ทั้งสองกอดกันแนบแน่น เสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นสัญญาณฝนจะตกลงมา

บนศาลาวัด...สัปเหร่อขาวนำทีมชาวบ้านนั่งสวดคฤหัสถ์เฝ้าศพ ระหว่างที่ร่วมกันสวด ทันใดนั้นแมวดำตัวหนึ่ง กระโดดมายืนบนโลงศพ ตามด้วยเสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบตามมา...ทุกคนสะดุ้งตกใจ
“เฮ้ย แมวดำ”
“โบราณว่าไว้ แมวดำกระโดดข้ามโลงศพ มันจะปลุกวิญญาณ” สัปเหร่อขาวโพล่งออกมา
แมวดำหยุดมองสายตาน่ากลัว ทุกคนมองลุ้น จอกหวาดๆ
“อย่ากระโดดข้ามนะ”
ทุกคนมองลุ้นพร้อมกับส่งเสียงเรียก
“ลงมา...เมี๊ยว”
แมวดำมองทุกคน...แล้วขยับขา ทุกคนร้องลั่น
“อย่า...”

ทันใดนั้นแมวกระโดดข้ามโลงศพ ฟ้าผ่าดังเปรี้ยง ทุกคนตื่นผวาตกใจกลัว

อ่านต่อตอนที่ 2 เวลา 09.30 น.
กำลังโหลดความคิดเห็น