xs
xsm
sm
md
lg

มารกามเทพ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มารกามเทพ ตอนที่ 8

ขณะเดียวกันนักปราชญ์กำลังฝึกซ้อมยิงปืนอยู่ด้วยท่าทางเคร่งเครียด สมบัติ ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหา ท่าทางเครียดไม่แพ้กัน

“แน่ใจนะนักปราชญ์ว่าท่านเกรียงศักดิ์ จะไม่กลับลำเรื่องแก ยิงไอ้นั่น” สมบัติเอ่ยขึ้น
นักปราชญ์นิ่ง ไม่ยี่หระ “เค้าจะทำอย่างนั้นได้ยังไง เพราะที่ผมทำก็เพราะช่วยเค้า ปืนก็อยู่กับผม ต่อให้มีลูกกระสุน หาปืนไม่เจอ ก็แค่นั้น”
“แต่ที่ผ่านมา ท่านเกรียงศักดิ์เป็นคนตรง”
นักปราชญ์ยิ้มหยัน “ต่อให้ตรงยังไง มันก็ต้องมีมุมหักมุมงอ ไม่อย่างนั้นคงเป็นเพื่อนสนิทเจ้าพ่ออย่างพ่อไม่ได้ อีกอย่าง ถ้าผมเป็นลูกเขย ท่านเกรียงศักดิ์ คงต้องปกป้องทุกอย่าง”
“แกหมายความว่ายังไง”
นักปราชญ์บอกเสียงเข้มด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ธุรกิจของเรา จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาบารมีของท่านเกรียงศักดิ์ ต่อให้น้ำหนึ่ง จะผ่านผู้ชายมากี่คน ผมก็ไม่แคร์!”

ฟากเพชรเอามืออังที่หน้าผากน้ำหนึ่งอย่างเป็นห่วง ทับทิมเดินเข้ามาหน้ายุ่ง
“ยังไม่หนีไปอีก เพชร”
“ผมเป็นห่วงน้ำหนึ่ง เมื่อคืนน้ำหนึ่ง ตากฝน ไม่สบาย”
“ห่วงแต่มัน งั้นก็แปลว่า แกไม่ห่วงตัวเอง”
เพชรอึ้งไป ทับทิมมองเพชรด้วยความโกรธ
“รู้มั้ย แกยิ่งทำให้ฉันเกลียดนังเด็กนี่ นางมารร้าย” ทับทิมตรงไปจะกระชากร่างน้ำหนึ่งขึ้นมา
เพชรดึงทับทิมเอาไว้ “อย่าครับแม่...แค่นี้เราก็ทำร้ายน้ำหนึ่งมามากพอแล้ว”
น้ำหนึ่งที่หันหน้าเข้าข้างฝา รู้สึกตัวขึ้นมาได้ยินพอดี น้ำหนึ่งไม่หันมา แอบฟัง
ทับทิมยิ่งโกรธ “แล้วที่พ่อมันทำร้ายยัยพลอย ทำร้ายแกล่ะ แกไม่คิดบ้างรึยังไง”
เพชรนิ่ง น้ำหนึ่งแอบฟัง ใจระทึก ทับทิมพูดต่อด้วยความโกรธ
“พวกมันฆ่าคนตาย แล้วโยนความผิดให้แก แต่ถึงขนาดนี้แกก็ยังโง่ๆๆๆๆๆ” ทับทิมบันดาลโทสะตรงเข้ามาจิกทึ้ง ทุบตีเหมือนเพชรเป็นเด็กๆ “ยอมให้มันใส่ร้ายอีก ฉันอยากรู้จริงๆ เพชร สมองแกทำด้วยอะไร แกถึงได้โง่อย่างนี้”
“ผมไม่ได้โง่...ผมแค่รู้...ว่าอะไรถูกอะไรผิด ถึงไอ้เกรียงศักดิ์มันจะเลว ก็ไม่ได้แปลว่า เราต้องเลวกับน้ำหนึ่ง”
“แกไม่ต้องอ้างเหตุผล ไม่ต้องอ้างถูกอ้างผิด เพราะความรักมันบังตาแก แกรักนังน้ำหนึ่ง แกถึงไม่คิดจะทำอะไรให้ยัยพลอย ขนาดถูกพวกมันใส่ร้าย ยังยอมมันอีก แกมันโง่ เพชร แกมันโง่ โง่ๆๆๆ”
ทับทิมสะบัดตัวเดินออกไปด้วยความโกรธ
“แม่....แม่” เพชรรีบตามออกไป
สองคนไปแล้ว น้ำหนึ่งจึงหันหน้ามามองตามสองแม่ลูก น้ำตาคลอ ร้องไห้ คิดถึงตาหวาน แต่ก็สงสารเพชร
น้ำหนึ่งลุกจากเตียง แล้ววิ่งตามออกมา

ด้านทับทิมเดินลิ่วออกมาโกรธ เพชรตามมากระชากแขน ถามเป็นห่วง
“แม่จะไปไหน”
“ไปฆ่าไอ้เกรียงศักดิ์ ในเมื่อแกไม่ทำอะไร ฉันก็จะฆ่ามันเอง”
“อย่าแม่”
ทับทิมฉุนขาด “คำก็อย่า สองคำก็อย่า แล้วแกจะไปจัดการมันวันไหน หรือฉันต้องกลายเป็นผี
ไปหักคอมันเอง แกตอบฉันมาซิเพชร แกตอบฉันมา”
พูดจบทับทิมก็ของขึ้นอีก หันมาทุบหยิกตีเพชรเป็นเด็กๆ เพชรได้แต่ปกป้องตัวเอง
น้ำหนึ่งที่ตามมาแอบมอง สุดจะสงสารเพชร ขณะที่พลอยเข็นรถเข็นเข้ามาอีกมุมเห็นน้ำหนึ่ง แต่น้ำหนึ่งไม่เห็น บอกทับทิมเสียงเศร้า มีแผนร้าย
“ไม่ต้องไปหรอกค่ะแม่”
เพชรกับทับทิมหันไปมอง เห็นพลอยน้ำตาคลอก่อนจะไหลหยดลงมา
“มันเป็นเวรเป็นกรรมตั้งแต่ชาติปางก่อน พวกเค้าถึงได้ตามมาทำร้ายเรา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่เรา ทำอะไรเค้าไม่ได้เลย ในเมื่อเป็นอย่างนี้...เราก็ปล่อยให้เค้าย่ำยีจนตายเถอะค่ะ”
พูดแค่นั้นพลอยก็เลี้ยวรถกลับอย่างรวดเร็วเหมือนทนความอดสูเอาไว้ไม่ได้
นัยน์ตาของพลอยวาวโรจน์ ขณะแกล้งเหวี่ยงให้รถเสียหลักและล้มลงไป คว่ำทั้งคนทั้งรถ พลอยร้องสุดเสียง
“โอ๊ยยย”
“พลอย” / “พี่พลอย” สองคนอุทานลั่นกระโจนเข้าไปหาพลอย
ทับทิมห่วงพลอยมาก “เจ็บมากมั้ยพลอย เจ็บมากมั้ยลูก” รีบเข้ามาประคอง มองตามเนื้อตัวเป็นห่วง
พลอยร้องไห้โฮ
อลิสที่แอบย่องเข้ามา ในบริเวณบ้านเชิงเขา เห็นทุกอย่าง ตกใจ ดีใจ และตื่นเต้น
“ไอ้เพชร ยัยน้ำหนึ่ง” แล้วอลิสก็รีบหลบซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว

ด้านพลอยสะบัดตัวออกจากแม่และน้อง ร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“พลอยไม่เป็นไรค่ะแม่ พลอยไม่เป็นไร ดีค่ะ ปล่อยให้เลือดโง่มันออกมาซะบ้าง”
“เลือดโง่!...นผมก็ควรเอาเลือดโง่ออกมาซะบ้าง”
พูดจบเพชรก็เดินไปกระหน่ำชกต้นไม้อย่างแรง ทุกคนตะลึง กรีดร้อง

อลิสเอามือทาบอกอุทานเวอร์ๆ
“อะไรกันเนี่ย?? ดราม่า ประสาทกันทั้งบ้าน”
“อย่า เพชร อย่า”
ทับทิมและพลอยประสานเสียง จะไปห้ามเพชร พลอยลืมตัวลุกขึ้น อลิสอ้าปากหวอ เพราะรอมองพลอยอยู่แล้ว แต่พลอยเดินได้นี่หว่า พลอยนึกได้ รีบล้มลงใหม่ ร้องลั่น
“โอ๊ย”
ทับทิมหันไปมองตกใจ “พลอย” แล้ววิ่งไปคว้าตัวพลอยใหม่
น้ำหนึ่งวิ่งออกไปหาเพชรแบบลืมตัว ร้องห้าม “อย่าค่ะพี่เพชร อย่า” พร้อมกับปัดมือเพชรออก
“น้ำหนึ่ง” เพชรไม่ยอมเรียกไว้

อลิสตะลึง มองน้ำหนึ่งที มองเพชรที

ฝ่ายพลอยมองอย่างไม่พอใจ น้ำหนึ่งจับมือเปื้อนเลือดของเพชรขึ้นมากุมไว้แนบอกท่าทีทะนุถนอม
น้ำหนึ่งร้องไห้ “อย่าทำอย่างนี้นะคะ..น้ำหนึ่งขอโทษ...น้ำหนึ่งจะไปพูดกับคุณพ่อ พี่เพชรไม่ใช่
คนร้าย น้ำหนึ่งจะไม่ยอมให้คุณพ่อทำร้ายพี่เพชร ทำร้ายพี่พลอยอีกต่อไป”
น้ำหนึ่งวิ่งออกไป
“น้ำหนึ่งๆ”
 
เพชรตะโกน พน้อมกับวิ่งตามน้ำหนึ่งไป

ทับทิมร้องตามด้วยความโมโห

“เพชร ไอ้เพชร!”
พลอยเสียใจมาก ที่เห็นเพชรแคร์น้ำหนึ่ง หันไปบอกทับทิม
“ไม่ต้องค่ะแม่ ถ้าเพชรแคร์น้ำหนึ่งมากกว่าพลอย ปล่อยเพชรไป” ปากว่าไม่แต่ดวงตาพลอยกร้าว
ทับทิมมองตามเพชร โกรธ เสียใจ ส่วนอลิส เก็บรายละเอียดทุกอย่าง รีบตามน้ำหนึ่งไป
น้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้ออกมาตามทาง เพชรวิ่งตาม ส่วนด้านหลัง อลิสตามมา น้ำหนึ่งวิ่งหนีแต่ต้องหยุดเมื่อพจนีย์ปราดมาขวางทาง พจนีย์มองหน้าเพชรกับน้ำหนึ่งตาขวาง
“ที่พี่เพชรไม่กลับบ้านไปหาพจน์...เพราะขลุกอยู่กับเมียน้อยนี่เอง”
อลิสที่เคยรู้แค่เลาๆ ตามข่าว แต่นี่เห็นชัดเจนตรงหน้า อลิสมองจ้องตาไม่กระพริบ
เพชรตวาด “หยุดพจน์...พี่ไม่เล่นอะไรบ้าๆ อีกแล้ว พจน์ไม่ใช่เมียพี่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
พจนีย์หน้าซีดคาดไม่ถึง แต่โกรธจึงเถียงกลับ “นี่พี่เพชรหลงเมียน้อยขนาดนี้เลยเหรอคะ? พจน์ไม่ยอม”
พจนีย์กระหน่ำทุบตีเพชร เพชรทนไม่ไหว สะบัดตัวออก
“เฮ้ย” เพชรเสียงดัง รำคาญมาก “หยุด! พี่ไม่ได้เป็นกระสอบทราย ใครอยากทุบจะได้มาทุบน่ะ”
“ใช่...พี่เพชรไม่ได้เป็นกระสอบทราย แต่พี่เพชรเป็นผัวพจน์”
“โอ” เพชรอึ้งกับความดื้อด้านของพจนีย์ แทบเอามือกุมหน้าผาก
“พอมีเมียน้อยแล้วทนฟังไม่ได้เหรอคะ? พี่เพชรเป็นผัวพจน์ๆๆๆ”
“หยุดพจน์” เพชรเอามืออุดปากพจนีย์ ด่า “หยาบคาย ไม่อายบ้างหรือไง”
พจนีย์ปัดมือเพชรออก “ไม่อาย เพราะพจน์ไม่ได้แย่งผัวใคร ไม่เหมือนนังนี่” มองหน้าน้ำหนึ่ง “ทำเป็นหน้าซื่อ แต่วิ่งตามผู้ชาย นังแอ๊บ ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้เลย ว่าลูกรมต.เกรียงศักดิ์เป็นเมียน้อย”
พจนีย์หันหลังกลับ เพชรคว้าตัวไว้ พูดดุดัน
“อย่าพจน์”
“ปล่อย”
สองคนยื้อยุดฉุดกระชากไปมา พจนีย์ผลักเพชรออกอย่างแรง แต่ร่างของพจนีย์กลับลื่นไถลลงทาง
ลาด ศรีษะกระแทกเข้ากับก้อนหินอย่างแรง พจนีย์ร้อง “โอ๊ย” ออกมาได้แค่คำเดียวก็หมดสติแน่นิ่งไป
เพชรตกใจ “พจนีย์”
“คุณพจน์”
เพชรกับน้ำหนึ่งปราดเข้าไปประคองพจนีย์ที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลออกมาเป็นทาง สองคนกังวล
อลิสปราดออกไปแสดงตัว ตื่นเต้นจนยั้งไม่อยู่ “แกฆ่าคนตาย”
น้ำหนึ่งกับเพชรตกใจ “อลิส”
อลิสจ้องหน้าน้ำหนึ่ง “เธอนี่มันร้ายมากน้ำหนึ่ง แย่งผัวเค้า” พลางหันมาด่าเพชร “ไอ้เพชรนี่ก็เลว หลงผู้หญิงใหม่ จนฆ่าเมียตัวเองตาย ฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจ”
อลิสวิ่งไป เพชรกับน้ำหนึ่ง มองหน้ากันอย่างตกใจ ระหว่างนี้พลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามารวดเร็ว ด้านหลังคือทับทิม สองคนมีท่าทีตกใจ พลอยบอกเสียงเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวปกป้องเพชร
“พี่จัดการเอง”

ด้านอลิสวิ่งไป แต่ต้องชะงัก เมื่อจู่ๆ พลอยเลื่อนรถเข็นมาขวางหน้าเอาไว้
“ว้าย!” อลิสมอง ทั้งงงทั้งตกใจ ว่ามาได้ยังไง
พลอยยิ้มเยาะ “ตกใจ? ทำหน้าเป็นหนูถูกกับดักไปได้ เธอคงลืมไปว่า ที่นี่เป็นที่ของฉัน”
อลิสถดตัวถอยหลังหนี พลอยเลื่อนรถเข็นมาขวางหน้าไว้อีก อลิสตะลึง ทุกอย่างมันเร็วมาก
“ปีศาจ”
พลอยหัวเราะร่วนอย่างพอใจ “ถ้าฉันเป็นผี เป็นปีศาจ ฉันก็ต้องเหาะเหิน เดินอากาศได้สิ แต่นี่...ฉันยังเดินดิน เหมือนคนธรรมดา”
พูดจบพลอยก็ลุกขึ้นยืน
อลิสตะลึง ขณะที่พลอยก้าวเดินเข้ามาหาอลิสช้าๆ อลิสมองพลอยตะลึง
“คุณเดินได้”
พลอยยิ้มเยือกเย็น “มากกว่าเดิน ก็ทำได้”
พลอยตรงเข้าไปกระชากผมอลิสจนหน้าแหงนหงาย อลิสตาเบิกโพลงตะลึง
พลอยหัวเราะ “ถึงกับตาค้างเชียว หรือคิดว่าตัวเองฝัน คุณไม่ได้ฝันไปหรอก...คุณอลิส”
พลอยตบผลัวเข้าที่หน้าของอลิสอย่างแรง อลิสเซล้มลง พลอยปราดเข้าไปหา กระชากผมด่าอีก
“ฉันไม่เคยยุ่งเรื่องของคุณ แต่คุณอยากรู้อยากเห็นเรื่องของฉันตลอด”
“ก็บ้านแก เป็นบ้านฆาตกร วันนั้นแกก็จะฆ่าคน ในบ้านแกต้องมีศพ”
“ในบ้านฉันมีศพ...ก็ศพคุณไง” พลอยเงื้อมือขึ้นจะตบ
อลิสแค้นจับมือพลอยเอาไว้ “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” แล้วตบพลอยคืนเต็มแรง
พลอยเซล้ม ดวงตาวาววับยิ่งโกรธเป็นทวี

พลอยโถมทั้งตัวเข้าหาอลิส ซึ่งไม่ทันตั้งตัวอลิสจึงล้มลง

พลอยโถมเข้าไปบีบคอ อลิสตาเหลือกลาน

“คนบ้าอย่างฉัน ฆ่าคน ไม่ยากหรอกอลิส”
อลิสตาเหลือก “ยะ...อย่า...รักกัน...รักกัน นะคุณพลอย...ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของคุณอีก”
“อยากยุ่ง ก็เป็นผีมายุ่งแล้วกัน” พลอยออกแรงบีบอีก
อลิสกลั้นใจรวบรวมกำลัง ผลักพลอยออกอย่างแรง พลอยเซล้ม อลิสจะหนี แต่กลับเสียหลักล้มลง อลิสร้องกรี๊ด เมื่อชนเข้าอย่างแรงกับทับทิมที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ว้าย” อลิสผงะตกใจหันไปมองเห็นทับทิมยืนจังก้าอยู่
ทับทิมเหยียดยิ้มกระชากร่างอลิสขึ้นมา “ฉันชอบมากเลย คนสอดรู้สอดเห็นเนี่ย”
อลิสถอยหลังกรูด....ตกใจกลัว “มีแต่คนโรคจิต คนวิปิริต”
ทับทิมหัวเราะ ตาลอยๆ เหมือนคนบ้า “งั้น..คงรู้ใช่มั้ย...คุณอลิสขา..ว่าคนบ้า คนโรคจิต มันทำ
อะไรก็ได้”
ทับทิมตาขวางปราดเข้ามากระชากตัวอลิสขึ้น อลิสร้องกรี๊ดตกใจ

ขณะเดียวกันรจนาเดินมาตามทาง ได้ยินเสียงอลิสร้องกรี๊ดๆๆ
“อย่า..อย่าทำฉัน ฉันกลัวแล้ว กลัว!”
รจนาซีดเผือด รู้ทันทีมีการทำร้ายกัน รจนากวาดตามองหาท่อนไม้แถวนั้น ก่อนคว้าขึ้นมากำแน่น

ทับทิมล็อกตัวอลิสตบอย่างแรง จนอลิสล้มลงไปกองแทบเท้าของพลอย พลอยกระชากผมของ
อลิสขึ้นมาหัวเราะ
“ไง..รักกัน รักกัน...งั้น...รักกันเยอะๆๆๆนะคุณอลิส” พลอบตบอีกผลัวะ
อลิสเซล้มไปกองที่เท้าของทับทิม
ทับทิมหัวเราะ เลียนเสียงของพลอย “รักกัน..รักกัน....แต่ฉันไม่ตบอย่างลูกสาวฉันหรอก” ทับทิมกระชากผมอลิสขึ้น “คนอย่างแก...มันต้องเจอ นี่”
ทับทิมคว้ามีดพร้าที่ใช้ทำสวนที่วางอิงอยู่ต้นไม้แถวนั้นขึ้นมา อลิสตาเหลือก ทับทิมหัวเราะ
“เลือกเอา...แกจะให้ฉันเฉือนแกเป็นชิ้นๆ หรือแกจะให้ฉันฆ่าหั่นศพแก หา”
ทับทิมตะคอกถาม อลิสมองภาพ มีดจ่ออยู่ตรงหน้า ส่วนพลอยหัวเราะ เสียงหลอน ทับทิมตะคอกถาม
“ตอบมา...ไม่ตอบ! งั้น สับคอขาดแล้วกัน”
พูดจบทับทิมก็เงื้อมีดขึ้น อลิสร้องกรี๊ดสุดเสียง ขณะที่ทับทิมฟันฉับเข้าที่ต้นไม้อย่างแรง หันมาอีก
ที อลิสหมดสติไปแล้ว พลอยกับทับทิมหัวเราะ รจนาวิ่งมา เสียงผีเท้าดังเป็นจังหวะ ปากร้องตะโกน
“ตำรวจมาๆ”
พลอยกับทับทิมมองหน้ากัน ทับทิมรีบประคองพลอยขึ้นรถเข็น หนีไปอย่างว่องไว
รจนาวิ่งมาพอดี ในมือมีท่อนไม้ เห็นอลิสนอนอยู่
“คุณอลิส” รจนายืนตะลึง ถือไม้ในมือ
ทับทิมเดินเข้ามา “เสียงเอะอะอะไรกัน” ทับทิมแสร้งทำเป็นชะงักเห็นรจนาถือไม้ “ว้าย! รจนา..เธอทำอะไร เธอฆ่าคน เธอฆ่าคน”
“เปล่านะคะรจเปล่า”
“เปล่ายังไง ก็ไม้อยู่ในมือเธอ”
รจนาทิ้งไม้ลงทันที เนื้อตัวสั่นงันงก ตกใจมาก พลอยเข็นรถเข็นเข้ามาถามหน้าซื่อ
“มีอะไรคะแม่” แล้วแกล้งร้องดังลั่น “ว้าย! นี่มันอะไรกันคะ”
ทับทิมบอกหน้าตาตื่น “รจนาฆ่าคน”
รจนายิ่งกลัวไปใหญ่ “เปล่านะคะรจเปล่า”
“แล้วเค้านอนตายได้ยังไง” พลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาใกล้ทำทีตกใจ “ตาย! นี่น้องสาวหมอณัฐนี่คะ...คุณอลิส” หันมาทางกับรจ “รจ...ถึงพี่จะให้รจไปสืบเรื่องของเค้า แต่ไม่ได้แปลว่าพี่ให้รจทำร้ายเค้า” ถึงตรงนี้พลอยทำหน้ายุ่งยากลำบากใจมาก “ตาย..ถ้าหมอณัฐรู้ แย่แน่ๆ...รจนะรจไม่น่าเลย”
ทับทิมแกล้งดุพลอย “อย่าพูดให้รจนาใจเสียสิพลอย” ทับทิมเอามืออังจมูก ทำทีดูอลิส “เค้ายังไม่ตาย”
“งั้นรีบพาเค้าไปบ้านเร็วค่ะ” พลอยบอก
“ได้ยังไง เกิดเค้าฟื้นขึ้นมา...เค้าก็ว่าเราเป็นคนทำสิ” ทับทิมแย้ง
“ยังไงตอนนี้เราต้องช่วยรจนาก่อนค่ะแม่ เร็ว...รจ...ช่วยกัน เร็ว”
รจนาจำต้องประคองอลิสช่วยกันกับทับทิม พลอยแอบยิ้มขณะคิดในใจ
“โง่จริงๆ รจนา”

เพชรอุ้มพจนีย์จะพาไปส่งโรงพยาบาล พจนีย์รู้สึกตัวร้องโอยๆ
“โอ๊ยๆ เจ็บ”
เพชรดีใจที่เห็นพจนีย์ฟื้น “พี่กำลังจะพาไปหาหมอนะพจน์”
“พี่เพชรจะฆ่าพจน์แล้วจะพาไปหาหมอยังงั้นเหรอคะ”
เพชรโมโห ปล่อยร่างของพจนีย์ทันที พจนีย์ร้องลั่น
“ว้าย! พี่เพชร”
“ถ้าพจน์ว่าพี่อย่างนี้ พจน์ก็ไปหาหมอเอง”
พจนีย์มองน้ำหนึ่ง “พี่เพชรหลงเมียน้อยจริงๆ ด้วย...พจน์จะไปฟ้องพี่พลอย” พจนีย์วิ่งไป
เพชรตะโกนตามไป “ต่อให้ฟ้องพี่พลอย..พจน์ก็ไม่ใช่เมียพี่อยู่ดี”
น้ำหนึ่งมองเพชร สายตาค้นหาคำตอบ เพชรมองน้ำหนึ่ง
“น้ำหนึ่งบ้าหรือดีเนี่ย รู้ทั้งรู้ว่าเป็นเมียน้อยพี่...ยังจะรักพี่อีก”
“บ้าค่ะ...แต่คนที่บ้าคือพี่เพชร ที่อุปโลกน์เมียจอมปลอมขึ้นมา”
เพชรงง..คาดไม่ถึงว่าน้ำหนึ่งจะรู้
“เพราะถ้าพี่เพชรมีเจ้าของแล้วจริงๆ...น้ำหนึ่งคงไม่หน้าด้านที่จะรักพี่เพชรค่ะ”

ส่วนในบ้านเชิงเขา ร่างของอลิสนอนหมดสติอยู่ รจนาหน้าซีด
“รจไม่ได้ทำเค้าจริงๆ นะคะ”
ทับทิมบอกด้วยน้ำเสียงเวทนามาก “โถๆๆๆ...รจมีเรื่องกับเค้า แล้วน้าก็เห็น รจถือท่อนไม้อยู่ รจจะ
ไม่ได้ทำเค้ามันจะเป็นไปได้ยังไง”
พลอยพูดด้วยน้ำเสียงเมตตามาก “เราอยู่กันแค่นี้ รจไม่ต้องโกหกหรอก ยังไงพี่ก็ช่วยรจอยู่แล้ว แต่รจก็ต้องช่วยตัวเองด้วย”
รจนางง กลัว ตกใจ ถูกปรักปรำ “รจต้องช่วยตัวเองยังไงคะ”
“ห้ามพูดถึงเรื่องนี้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น รจแย่แน่ๆ ถ้าเค้าเกิดตายไปจริงๆ น่ะ” พลอยบอก
“ใช่...” ทับทิมบอกขณะมองร่างอลิส “เพราะเค้าอาจไม่ลุกขึ้นมาอีกก็ได้”
รจนาหน้าซีดเผือด พลอยย้ำอีก
“อีกอย่าง...คุณอลิสเป็นน้องหมอณัฐ...เราควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีที่สุด”
รจนาหน้าซีด จังหวะนี้ที่ด้านนอกพจนีย์วิ่งตะโกนมา
“พี่พลอยค่ะ พี่พลอยๆๆๆ”
ทุกคนตะลึง มองดูร่างของอลิสที่นอนไม่ไหวติง พลอยสั่งรจนาเสียงกร้าวทันที

“อย่าให้พจน์เข้ามา”

มารกามเทพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

พจนีย์จะวิ่งเข้าไปด้านใน แต่ต้องชะงักตกใจที่เห็นรจนาออกมา

“อ้าว...รจมาอยู่นี่ได้ยังไง”
พลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาสมทบ “รจก็มาเยี่ยมพี่เป็นปกติ แล้วพจน์มีอะไรเหรอ อ้าว..แล้วนั่นหน้าไป
โดนอะไรมา”
“ก็พี่เพชรน่ะสิคะ ทำร้ายพจน์ แถมยังไปบอกความจริงกับนังน้ำหนึ่งอีก ว่าพจน์กับพี่เพชรไม่ได้เป็นอะไรกัน”
พลอยตาเป็นประกายวาบ ทับทิมเดินออกมา แกล้งดุให้ท้าย
“เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องมาบอกพลอย เธอเป็นเมีย เธอก็ใช้ความเป็นเมีย จัดการนังเด็กนั่นสิ”
“น้าทับทิมอนุญาตแล้วใช่มั้ยคะ” พจนีย์ตื่นเต้น
“ฉันไม่ได้อนุญาต แต่ความเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอต่างหาก ที่อนุญาตเธอ”
พจนีย์ยิ้มกริ่ม “งั้นพจน์จะจัดการนังเมียน้อยนั่นให้สาสมเลย”
รจนาเอ่ยขึ้น “อย่าเลยพี่พจน์....แค่ถูกตราหน้าว่าเมียน้อย คุณน้ำหนึ่งก็อายจะแย่แล้ว กลับบ้านดีกว่า”
“ไม่...พี่จะอยู่ที่นี่...ใช้ความเป็นเมียของพี่ ทำให้นังน้ำหนึ่งมันอายยิ่งกว่านี้อีก”
พจนีย์จะเดินเข้าบ้าน ทุกคนหน้าซีด ทับทิมรีบบอก
“แต่ตอนนี้ เพชรกับนังเด็กนั่นไม่ได้อยู่นี่”
“เดี๋ยวพี่เพชรก็ต้องพามันเข้ามา” พจนีย์จะเข้าไปอีก
พลอยมองหน้ารจนา รจนารีบบอก
“พี่พจน์ กลับบ้านดีกว่าน่า..นะ” รจนาตามมาคว้าแขน
พจนีย์สะบัดแขนออก “ไม่...เอ๊ะ รจนี่ยังไง”
“ขืนพี่นั่งรอก็ไม่มีประโยชน์ ป่านนี้พี่เพชรพาผู้หญิงคนนั้นไปไหนต่อไหนกันแล้ว”
“ไปตาม...และใช้สิทธิ์ความเป็นเมียของเธอจะดีกว่ามั้ง” ทับทิมยุส่ง
“ไปค่ะพี่จน์” รจนาบอก
“งั้น..ไปลุยมันเลย”
พจนีย์เดินลิ่วออกไป รจนามองพลอยท่าทีกังวล พลอยบอก
“ไม่ต้องห่วง พี่จะช่วยรจเรื่องของคุณอลิสเอง แต่จำไว้ รจต้องหุบปากให้สนิท”
“ค่ะ” รจนาเดินออกไปกังวล
ทับทิมมองตาม “ในเมื่อเพชรเองก็ถูกปรักปรำ มันคงไม่ผิดใช่มั้ยพลอยที่เราจะปรักปรำคนอื่นบ้าง”
“ค่ะแม่...” พลอยบอกด้วยน้ำเสียงขมขื่น “อย่างที่เค้าบอก คนโง่ ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด” พลอยเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นกร้าว “บางครั้ง....เราถึงต้องแกล้งโง่....เพื่อเอาคืน...พวกที่ชอบคิดว่าตัวเองฉลาด”
ทับทิมเยาะหยัน “แต่คนแกล้งโง่คนนั้น...คงไม่ใช่รจนา”
พลอยต่อคำให้ “เพราะรจนา มันโง่จริงๆ”
สองแม่ลูกยิ้มให้กัน

รจนาเดินตามพจนีย์ออกมาหน้าตาแข็งกร้าวขึ้นมา ไม่ได้เซื่องซึมเหมือนตอนอยู่กับพลอยดวงตาของรจนาครุ่นคิด ปรายตามองไปทางในบ้าน คิดว่าพลอยกับทับทิมต้องมีอะไร
พจนีย์เห็นท่าทีจึงถาม “เอ้า..บอกให้ฉันรีบไปตามพี่เพชร แต่แกกลับเดินเป็นนางทาสอยู่ได้ รจ เดินเร็วๆ หน่อยสิ”
“รจลืมของ....ขอกลับไปเอาก่อน” รจนาจะเดินกลับไป
พจนีย์คว้ามือไว้ “อย่าไป..อยู่ช่วยฉันก่อน”
รจนาหันกลับมาก็เจอเพชรเดินมากับน้ำหนึ่ง ระยะห่างออกไป พจนีย์บอกรจนา
“แกเห็นหรือยังว่านังนั่นกับพี่เพชรมันหยามหัวใจฉันแค่ไหน”
รจนามองไปในบ้าน อยากกลับไปเช่นกัน
“แต่ถ้าพี่เพชรรักเค้า ก็ปล่อยเค้าไปเถอะ”
“จะปล่อยได้ยังไง ฉันอุตส่าห์จดทะเบียนกับพี่เพชร น่าทับทิมให้สิทธิ์ฉันด้วย...ฉันจะลุยมันแกมากับฉัน”

พจนีย์ลากรจนาไปจนได้

เพชรกับน้ำหนึ่ง ต้องชะงักที่เห็นพจนีย์ เพชรถามเบื่อๆ

“ฟ้องพี่พลอยเสร็จแล้วก็กลับไปสิพจน์...มาหาพี่อีกทำไม”
“ต้องหาค่ะ เพราะน้าทับทิมอนุญาตให้พจน์ทำทุกอย่าง อย่างที่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายพึงกระทำ” พจนีย์หันมามองน้ำหนึ่ง “พี่เพชรก็เหมือนผู้ชายทั่วไปเวลาเค้าหลงเมียน้อยนั่นแหละ แต่เธอก็ควรมียางอายบ้างนะน้ำหนึ่ง อย่ายุ่งกับสามีคนอื่น”
เพชรโมโหลากมือพจนีย์ออกไปแบบจะส่งกลับบ้าน “พจน์...ชีวิตคนเรามีอะไรให้ทำตั้งมากมาย
เยอะแยะมากกว่ามาตามตื้อผู้ชายนะพี่ว่า...”
“แต่พี่เพชรคือ...”
เพชรสวนแรงๆ “หยุด! เลิกพูด...อย่าให้คนเค้าด่า ว่าเป็นผู้หญิงไม่มีสมอง วันๆ ไม่คิดเรื่องะไรนอกจากตามหาสามี มันทุเรศ”
“พี่เพชร”
“นี่พี่เห็นว่าพจน์เป็นน้องเป็นนุ่ง ไม่อย่างนั้นพี่จะด่าแรงกว่านี้อีก รู้ไว้...เป็นผู้หญิงแล้วทำตัวแบบนี้มีแต่คนจะหนี ไม่มีใครเค้าเห็นค่าหรอก”
พจนีย์เถียง “แล้วอย่างนังน้ำหนึ่ง ที่วันๆ เอาแต่วิ่งตามพี่เพชร มันมีค่ามากนักใช่มั้ย? ถ้าพี่เพชรจะด่าพจน์ นังน้ำหนึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากพจน์หรอก”
“ต่าง..เพราะพี่รักน้ำหนึ่ง” เพชรเดินไปคว้ามือน้ำหนึ่ง “ไป...น้ำหนึ่ง”
เพชรพาน้ำหนึ่งเดินออกไป พจนีย์เนื้อตัวสั่น
“นังเมียน้อยๆๆๆๆ”
“พี่พจน์....กลับไปทำแผลตัวเองดีกว่าค่ะ”
พจนีย์หันมามองรจนา ชี้ไปทางเพชร “แต่”
“อย่าให้คนทั้งประเทศเค้าด่าเลย ว่าผู้หญิงไทย วันๆ เอาแต่แย่งผู้ชาย”
ถูกน้องด่า พจนีย์อ้าปากหวอ ก่อนจะกรี๊ดร้องอออกมา “แอร้ย”

เย็นแล้ว เพชรพาน้ำหนึ่งไปพักบ้านตากลั่น
“เราคงต้องอยู่ที่นี่ซักพักนะน้ำหนึ่ง จนกว่าเราจะหาทางออกให้เรื่องทุกอย่างได้...ทั้งเรื่องพี่พลอย...” เพชรบอกต่ออย่างหนักใจ “เรื่องที่พี่...ไม่ใช่ฆาตกร”
น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างเห็นใจ ขณะที่เพชรเดินไปเปิดประตู ส่วนด้านหลัง มะพร้าวกับลุงเพิ่มผ่านมาเห็น มะพร้าวมอง
“ผู้หญิงคนนั้น....ต๊าย!เป็นเมียน้อยเค้าจริงๆ ด้วย”

มะพร้าวมองน้ำหนึ่งด้วยความเสียดายว่าทำไมใฝ่ต่ำ ขณะที่เพชรพาน้ำหนึ่งเดินเข้าไปภายใน

ความมืดโรยตัวปกคลุมทั่วบริเวณบ้านเชิงเขา ประตูถูกเปิดเข้ามา ทับทิมพาพลอยที่นั่งบนรถเข็นเข้ามาเห็นอลิสนอนแน่นิ่ง ยังไม่ได้สติ ทับทิมถามพลอยอย่างกังวลใจ
“จะทำกับมันยังไงดีพลอย”
“ทำอะไรก็ได้ ที่มันจะพูดไม่ได้อีก”
ทับทิมหน้าตาตกใจ “แปลว่า...”
พลอยเหยียดยิ้ม “มีตั้งหลายวิธีที่จะทำให้คนพูดไม่ได้ พลอยไม่ใจร้ายขนาดฆ่าคนหรอก...”
พลอยยิ้มสบตากับทับทิม ก่อนเบนสายตาไปมองอลิสที่นอนแน่นิ่งอยู่ ดวงตาของพลอยน่ากลัว

ทับทิมก็มองพลอยอย่างกังวลเป็นห่วง

ทับทิมเดินเข้าไปในห้องอย่างกังวล ท่ามกลางความมืด เงาทะมึนของทับทิมแลดูน่ากลัว
ทับทิมคิดในใจ “ลูกของฉันแต่ละคน ต้องอยู่กันอย่างทุกข์ทรมาน คนอย่างไอ้เกรียงศักดิ์ ไม่ควรจะอยู่รกโลกอีก”
ทับทิมเค้นคำพูดออกมา “ตายเป็นตาย ทับทิม!” แล้วคว้าปากกาขึ้นมา

ไม่นานต่อมา ทับทิมอยู่ในชุดใหม่ ดูรัดกุมและทะมัดทะแมง เดินออกนอกบริเวณบ้านไปอย่างรวดเร็ว

สองคนอยู่ในห้อง น้ำหนึ่งนั่งอยู่คนละมุมกับเพชร ท่าทีของเพชรให้เกียรติน้ำหนึ่งมาก

“ยังกลัวพี่อยู่เหรอน้ำหนึ่ง”
“น้ำหนึ่งไม่เคยกลัวพี่เพชรเลย”
“แล้วน้ำหนึ่ง...ทำไมทำท่าอย่างนั้น”
น้ำหนึ่งบอกจริงจัง “น้ำหนึ่งอยากจะกลับบ้าน น้ำหนึ่งอยากไปพูดกับคุณพ่อให้รู้เรื่อง ทั้งเรื่องพี่”
“เรื่อง” เพชรน้ำตาคลอ “ตาหวาน”
“พี่ไปด้วย เรื่องทุกอย่างจะได้จบๆ ไปซักที”
“แปลว่า…”
“พี่จะมอบตัวสู้คดี แล้วก็จะขอน้ำหนึ่งแต่งงาน”
“พี่เพชร” น้ำหนึ่งอึ้ง ตะลึงงัน
“พี่ไม่ผิด พี่ไม่ได้ฆ่าตาหวาน และน้ำหนึ่งก็ไม่ได้เป็นเมียน้อยใคร น้ำหนึ่งจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่เพียงคนเดียว”
“แล้วพี่พลอย”
เพชรถอนหายใจ กลุ้มขึ้นมาอีก น้ำหนึ่งเป็นฝ่ายจับมือเพชรให้กำลังใจ
“น้ำหนึ่งยอมเป็นลูกอกตัญญูต่อคุณพ่อ คุณแม่...แต่คุณพ่อ....คุณพ่อก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับพี่พลอยเหมือนกันค่ะ”
เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอด สองคนเหมือนพบทางแก้ปัญหา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย

ส่วนอลิสฟื้นขึ้นมา อาการยังมึนๆ งงๆ ไม่ได้สติเต็มร้อย อลิสลืมตามอง เห็นแต่ความมืดและแสงลางเลือนของดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมา อลิสได้ยินเสียงแฉบๆๆ อลิสขมวดคิ้ว หันไปมองก็เห็นเป็นพลอยกำลังนั่งลับมีดอยู่ อลิสสะดุ้งเฮือกตกใจ
พลอยยิ้มเยาะบางๆ ยกมีดขึ้นมาดูคม ขณะถาม “รู้สึกตัวแล้ว...ว้า...งั้นก็เจ็บ..แย่เลย”
อลิสถอยหลังกรูด “แกจะทำอะไรฉัน นังพลอยบ้า”
พลอยหัวเราะ “คนอย่างแกเนี่ย...ไม่สมควรที่จะมีปากจริงๆ...เอ๊ะ..หรือไม่มีลิ้นดี”
อลิสร้องลั่น “แอร๊ย...อย่า...แกอย่าทำอะไรฉันนะ...”
พลอยหัวเราะ “มีปากสักแต่ว่าพูด” แล้วกระโจนทีเดียวถึงตัวอลิส จับคางบีบ “แกคิดว่า ฉันจะเชื่อที่แกพูดเหรอ”
“แล้วแกคิดเหรอ ว่าฉันจะอยู่ให้แกเชือดเล่น นังพลอยบ้า!”
อลิสย้อนแล้วผลักพลอย แต่พลอยฉากหลบ อลิสล้มคะมำหน้าฟาดพื้น พลอยหัวเราะ
“คนอย่างพลอยประดับ พลาดได้แค่ครั้งเดียว”
“แต่คนอย่างอลิส...หนีได้หลายครั้ง”
พูดจบอลิสก็ลุกขึ้นมา วิ่งหนีออกไป แต่แล้วขาของอลิสกลับฟาดลงกับพื้นล้มลงอีก อลิสงง หันไปมอง ก็เห็นขาของตัวเองถูกมัดเอาไว้ แต่มัดห่างๆ พอก้าวได้
พลอยหัวเราะลั่น “หนีสิจ๊ะ อลิสคนเก่ง หนีไปเลย”
อลิสกลัวจับขั้วหัวใจ “อย่า..อย่าทำอะไรฉันนะ...ฉันกลัวแล้ว”
“กลัวทำไม” พลอยตวาด เชยคางอลิสพูดยั่วล้อคำพูดอลิส “เรารักกัน...รักกัน”
อลิสเบือนหน้าหนี คิดในใจ “ใครจะรักแก นังพลอยบ้า”
พลอยหัวเราะร่วน รู้ทัน “แกคงคิดในใจสินะ...ใครจะรักฉัน เพราะฉันบ้า”
อลิสตาเหลือก “ห๊า” อีนังนี่รู้ความคิดฉันอีก
พลอยเหม่อ...อยู่ในภวังค์ตัวเอง “ใช่...ไม่มีใครรักฉันหรอก....ท่านก็ไม่รัก...” น้ำตาคลอ “ตอนนี้...เพชรก็ไม่รัก”
อลิสงง มองพลอยด้วยความสงสัย พึมพำ “ท่าน....ใคร”
พลอยรู้สึกตัว สะบัดหน้าขวับมามองอลิส “เพราะฉะนั้น...เรามารักกัน..รักกันนะอลิส”
ว่าแล้วพลอยเงื้อมีดขึ้นมา อลิสกรี๊ดลั่น
“อย่า...อย่าทำฉัน...ฉันกลัวแล้ว..เรารักกัน รักกันนะพี่พลอย...”
พลอยตวาดเสียงดัง “ใครจะรักแก”
พูดจบพลอยก็เอามีดฟันฉับลงไป อลิสกรี๊ดลั่น กลัวเนื้อตัวสั่น พลอยหัวเราะ อลิสลืมตาเห็นมีดปัก
ลงที่ฟื้น พลอยบอก
“แต่ฉันไม่ใจร้ายเกินไปหรอก...ฉันจะให้โอกาส...ถ้าเธอหนีฉันได้ เธอก็รอด..แต่ถ้าไม่ได้” พลอยกระแทกเสียงใส่ “เธอก็อยู่เป็นเพื่อนพ่อฉันแล้วกัน”
พลอยดึงมีดขึ้นมา อลิสกรี๊ดลั่น รีบวิ่งหนีเอาตัวรอด ทั้งๆ ที่ขามีเชือกมัดไว้ พลอยหัวเราะ
“พลอยกำลังหาเพื่อนมาให้นะคะพ่อ”
พลอยเดินตามอลิสออกไป

ท่ามกลางความมืดมิด อลิสวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานไป เพราะขาถูกเชือกมัดเอาไว้ พลอยหัวเราะร่า
ค่อยๆ เดินตามไป ถึงเดินได้แต่ไม่ใช่ว่าแข็งแรง เหมือนคนปกติ
อลิสล้มลง หันมามอง เห็นท่าทางของพลอยที่ก้าวเดินเข้ามายิ่งน่ากลัว
“โอย...เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย”
พลอยเดินเข้ามาใกล้ อลิสจะลุกหนี แต่กลับเสียหลักล้มลงไปอีก พลอยคว้าขาอลิสลากเข้ามา
“แอร๊ย...อย่า..อย่าทำฉัน ฉันไหว้ล่ะ ฉันยอมแล้ว เธอจะให้ฉันทำอะไร ฉันยอมทุกอย่างเป็นทาสเธอก็ได้เอ้า” อลิสยกมือไหว้ปลกๆ
“พ่อฉันคงไมได้อยากทาส แต่คงอยากได้เพื่อน”
พลอยมองไปทางด้านหลัง เห็นเป็นจินดาในสภาพก่อนตายทุรนทุราย พลอยหลอน
“พ่อ...” พลอยน้ำตาคลอ “พ่อเจ็บใช่มั้ยคะ? พ่ออยากมีเพื่อนใช่มั้ยคะ”
อลิสมองงงๆ เพราะมองทางหลังพลอย ไม่เห็นใคร เหมือนพลอยพูดคนเดียว อลิสมองมีดในมือของพลอย หาจังหวะจะฉก ขณะที่พลอยมองจินดา
“พลอยกำลังจะส่งเพื่อนไปให้พ่อแล้วค่ะ”
มือของอลิสตะปบเข้าที่ข้อมือของพลอย สับๆๆ อย่างแรง จนมีดหล่น อลิสรีบคว้ามีดมาตัดฉับเข้าที่
เชือก จนเชือกขาด พลอยแค้นจัด เอาสันมือสับเข้าที่คอของอลิส มีดในมือของอลิสหลุดลงทันที พลอยคว้าเอามาถือไว้
“แก!”
พลอยเงื้อมีดขึ้น อลิสยกเท้าขึ้นยันร่างของพลอยอย่างแรง จนพลอยล้มลง อลิสวิ่งหนี แต่พลอย
ยื่นขาออกไปอย่างเร็ว ขัดจนอลิสล้มลงไปอีก พลอยเงื้อมีดขึ้นมาฟันฉับ อลิสร้องกรี๊ด หลบเลี่ยงพลอยเสียหลักล้มลงไปตามแรงเหวี่ยง ฟันเข้าที่พื้นแทน อลิสลุกขึ้นมา คร่อมร่างของพลอย
“ฉันไม่ให้แกทำฉันฝ่ายเดียวหรอกนังพลอยบ้า!
อลิสตรงเข้าไปแย่งมีด สองคนแย่งมีดกัน มีดที่พลอยถือเฉือนเข้าท่อนแขนอีกข้างของพลอย เลือดพุ่ง
พลอยทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ “แก”
“ฉันไม่ได้ทำนะ แกทำตัวเอง”
พลอยเห็นเลือดแล้วยิ่งคลั่ง “ใช่...ฉันทำตัวเอง แต่แกต้องชดใช้”
พลอยเงื้อมีดจะฟัน อลิสกรี๊ดร้องๆ แล้ววิ่งเตลิดหนีไปอย่างเสียสติ พลอยมองตามด้วยความเสียดาย
“มัน..มันต้องพูดเรื่องเพชร..นังอลิส นังตัวมาร!”

พลอยมองตามอลิสดวงตาวาวโรจน์ โกรธจัด!

มารกามเทพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ท่ามกลางความมืดสลัว อลิสวิ่งหนีตายกระเซอะกระเซิงมาตามอาณาบริเวณบ้านเชิงเขา ที่เต็มไปด้วยทางลาดชัน อลิสวิ่งไปบ่นไป

“โอ๊ย! นี่มันปีชง เดือนชง วันชงอะไรของฉันเนี่ย ถึงได้ดวงตกขนาดนี้ ว้าย”
อลิสสะดุดเข้ากับก้อนหิน ล้มหัวคะมำ กลิ้งตกลงมาจากเนินเขา อลิสร้องด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย”
อลิสร้องครวญคราง หันรีหันขวางมองไปด้านหลัง กลัวพลอยจะตามมา แต่ต้องชะงักเมื่อภาพที่เห็น ไม่ใช่เป็นบริเวณบ้าน แต่เป็นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ขุนเขา อลิสตกใจยิ่งกว่าเดิม
“ที่ไหนเนี่ย”
อลิสหน้าซีด ใจเสียกลัวหนักเมื่อยินเสียงหมาหอนดังโหยหวนมาเป็นทอดๆ อลิสสะดุ้งโหยง โพล่งตามนิสัย
“อย่าบอกนะว่าฉันหลงเข้ามาอยู่ในบ้านผีปอบ”
อลิสมองภาพตรงหน้าอย่างระแวะระวัง ขณะคลานถอยหลังออกมา แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก
ทำหน้าเหรอหราเมื่อมือสัมผัสกับอะไรบางอย่าง อลิสค่อยๆ หันไปมอง พบว่าเป็นเท้าคน อลิสค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมอง พลอยก้วยพรวดเข้ามา แทบชนหน้าอลิส
อลิสร้องแทบเสียสติ “แอร๊ย” อลิสลนลานถอยหลังไปอีกทาง “นังพลอย บ้า”
พลอยหัวเราะร่าอย่างสาแก่ใจ “คนไม่เคยมาที่นี่ หลงทุกคน และเธอ....ก็ไม่น่าไปจากที่นี่ได้”
“อย่าทำอะไรฉันนะ”
“คนอย่างฉัน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ”
พลอยยิ้มเยาะ ชูมีดขึ้นมาตรงหน้า อลิสมองพลอยตาไม่กะพริบ สายตากลัวแต่ไม่ยอม ขณะเดียวกันมือก็ควานหาอาวุธ แล้วก็เจอก้อนหิน ขนาดเหมาะมือ อลิสกำเอาไว้ ปากดีตามนิสัย
“คนอย่างฉัน ก็ไม่ยอมให้ใครทำอะไรง่ายๆเหมือนกันย่ะ”
อลิสปาหินออกไปอย่างแรง พลอยร้องกรี๊ดตกใจ ฉากหลบได้ทัน แต่หันกลับมาพร้อมมีด ท่าทางโกรธมากกว่าเดิม คราวนี้อลิสกลัว ถอยหลังกรูด
“อย่า! อย่าทำฉัน ตะกี้ฉันพูดเล่น ฉันเป็นคนชอบพูดเล่น”
“ชอบอะไรเล่นๆ” พลอยถาม
อลิสพูตอบเสียงสูง “ช่าย...” แต่พูดไม่ทันจบ พลอยสวนออกมา
“งั้น..มาเล่นเป็นเป้าให้ฉันหน่อยแล้วกัน”
พูดจบพลอยก็เงื้อมีด ฟันฉันลงมา อลิสรีบหลบร้องกรี๊ดๆๆๆ วิ่งเตลิดหนีไป พลอยขว้างมีดออกไป กะให้ปักร่างอลิส อลิสร้องกรี๊ดสุดเสียงหลบวูบ มีดปักอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ใกล้ตัว เฉียดหัวอลิสไปนิดเดียว
อลิสร้องกรี๊ดๆๆๆ แบบเสียขวัญ วิ่งหนีหกล้มหกคว่ำไป พลอยดึงมีดออกมาจากต้นไม้ เดินตาม รับภาพใบไม้ร่วงหล่นลงมาจากต้น มันตกลงมาถูกขาของพลอยที่เดินออกไปพอดี พลอยสะดุ้ง ก้มลงไปมอง กลับเห็นเป็นมือของคนมาคว้าข้อเท้าเอาไว้
“ห๊ะ” พลอยตกใจถอยหลังกรูด
ภาพตอนที่จินดาจะตาย ดิ้นทุรนทุรายยกมือไขว่คว้าช่วยตัวเอง พลอย มองภาพตรงหน้า ทั้งกลัว ทั้งสงสารพ่อ ดวงตาของพลอยเหลือกลาน หลอนหนัก เมื่อภาพในมโนบอก
“ไปอยู่ด้วยกัน”
“ไม่..ไม่”
พลอยเงื้อมีดแทงเข้าที่มือนั้นกะให้ปล่อย แต่กลายเป็นแทงถูกขาตัวเองที่มีใบไม้อยู่ข้างๆ พลอยร้องกรี๊ดเจ็บปวดแทบขาดใจ

ขณะที่หมอณัฐนั่งดูเอกสาร เป็นประวัติรักษาตัวของพลอย เสียงของอลิสดังก้อง
“นายเพชร น้องชายของยัยคุณพลอย เป็นฆาตกร ส่วนยัยคุณพลอยก็เป็นคนบ้า โรคจิตทำร้ายอลิส” / “คุณพลอยบ้า อาจจะแกล้งพิการก็ได้”
หมอณัฐ เครียด คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนกลางวัน ภายในห้องทำงาน พยาบาลยื่นแฟ้มประวัติให้หมอณัฐพลางบอก
“ตามประวัติ คุณพลอยเข้ามารักษาที่นี่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ด้วยภาวะโรคซึมเศร้า ก่อนที่จะมี
ประวัติของโรคเครียดตามมาเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาค่ะ”
“ขอบคุณมาก”
พยาบาลเดินออกไป หมอณัฐก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มประวัติของพลอย

หมอณัฐถือแฟ้มเอกสารค้างอยู่ ขณะพึมพำ
“คุณพลอยไม่ได้บ้าเหมือนอย่างที่อลิสว่าซักหน่อย”
พูดจบหมอณัฐก็ทำหน้ายุ่งยาก ลังเล และไม่แน่ใจ รู้ดีว่าอาการของพลอยจัด อยู่ในกลุ่มของคนที่พัฒนาเป็นคนที่มีอาการทางจิตได้ ก่อนที่จะสลัดความคิด กวาดตามองถามตัวเอง
“แล้วดึกป่านนี่แล้ว อลิสไปไหนกัน”
หมอณัฐพูดไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะประตูก็ดังปังๆๆๆๆ ขึ้น หมอณัฐพรวดไปที่ประตู พอเปิดออกก็เห็นอลิสหน้าซีดเผือดยืนอยู่ ซึ่งพอเห็นหน้าหมอณัฐเท่านั้น อลิสก็หมดสติล้มทรุดลงไป
“อลิส”

หมอณัฐร้องออกมาด้วยความตกใจ

ขณะเดียวกัน นักปราชญ์ก้าวเดินเข้าไปในคอนโดของเพชรพร้อมกับลูกน้อง ดูหน้าตาท่าทางก็รู้ มาเอาเรื่อง

ก้องเพื่อนของเพชรที่อยู่ข้างห้องเห็นก็ตกใจ

ไม่นานต่อมาเพชรคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนคนนั้น ท่าทางไม่สบายใจ
“ขอบใจมากก้องที่โทร.มาบอก ฉันจะระวังตัว”
ก้องเพื่อนเพชรบอก
“เดี๋ยวฉันตามไปดูให้ พวกเค้าเป็นใคร”
“ขอบใจมาก” เพชรวางสาย ท่าทางกังวล
น้ำหนึ่งมองอย่างเป็นห่วง “พ่อให้คนไปตามพี่เพชรอีกแล้วเหรอคะ”
“อาจไม่ใช่พ่อน้ำหนึ่ง....แต่เป็น...” เพชรเองก็ไม่แน่ใจ “ตำรวจ” เพราะกังวลเรื่องคดี
น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด มองเพชรด้วยสงสาร และเห็นใจมาก

นักปราชญ์มองดูรอบๆ บริเวณ ขณะที่ลูกน้องใช้กุญแจผีเข้าไปในห้องเพชร แต่ละคนสวมถุงมืออย่างมืออาชีพ ทั้งหมดผลุบเข้าไปด้านใน ก่อนที่นักปราชญ์จะโยนปืนเข้าไปในลิ้นชักห้องของเพชร แล้วเดินออกมา
ก้องเพื่อนของเพชรที่ตามมาแอบมอง และแอบถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ นักปราชญ์หันมาเห็น ตะโกนถามเสียงดังแบบเป็นนักเลง
“เฮ้ย! ถ่ายอะไรวะ”
เท่านั้นก้องก็รู้ว่าต้องทำอะไร ก้องวิ่งหนี ลูกน้องของนักปราชญ์ทุกคนวิ่งไล่ตามก้องไปทันที

นักปราชญ์วิ่งไล่ล่าก้องเพื่อนเพชร
“หยุดนะโว้ย หยุด!” นักปราชญ์ตะโกนบอกลูกน้อง “ไปลากตัวมันมา!”
ก้องเห็นท่าไม่ดี แอบโยนมือถือเข้าป่าข้างคอนโดแล้วหนีไป กลุ่มของนักปราชญ์ตาม ที่ด้านหลัง ลูกน้องของนักปราชญ์อีกคนขับรถตามมา นักปราชญ์และลูกน้องคนอื่นกระโจนขึ้นรถ ตามก้องไปทันที
ลูกน้องของนักปราชญ์ขับรถไล่ล่าก้อง ก้องหันมามอง เห็นรถไล่ล่าตัวเองตกใจกลัว ไม่ทันดูรถ
ข้างหน้าอีกฝั่ง ก้องหันไปรถคันหนึ่งพุ่งมาชนร่างก้องอย่างจัง นักปราชญ์มองภาพตรงหน้าสะใจ หมดกังวล

ฝ่ายหมอณัฐตรวจดูอาการของอลิสอยู่ในห้อง อลิสพึมพำน้ำเสียงกลัวจัด
“อย่า..อย่า..อย่าทำฉัน ฉันกลัวแล้ว กลัว”
“อลิส!”
“ยัยพลอย ยัยบ้า แกมันบ้าๆๆๆๆ” เนื้อตัวอลิสสั่นเทาหนักขึ้น “อย่าทำฉัน ฉันกลัว!!
หมอณัฐตกใจมองอลิสอย่างเป็นห่วง หยิบมือถือขึ้นมา
“ส่งรถโรงพยาบาลมาให้ผมด้วย”
หมอณัฐมองอลิสด้วยสายตาเป็นกังวล

“มีเรื่องอะไรกันอลิส?”

รุ่งเช้าเพชรยังอยู่ที่บ้านตากลั่น รับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าตกใจ

“ว่าไงนะ? ถูกรถชนตาย แล้วฉันจะรีบไป” เพชรวางสายทันที
“ใครเป็นอะไรคะพี่เพชร”
“ก้อง เพื่อนที่โทร.มาหาพี่เมื่อคืน ถูกรถชนตาย”
น้ำหนึ่งอึ้ง มองเพชรด้วยสายตาเป็นกังวล ขณะพึมพำ “พี่เพชรคงไม่ได้คิดว่าคุณพ่อเป็นคนทำใช่มั้ยคะ”
เพชรชะงักไปนิด น้ำหนึ่งมองมาใจเสีย
“พี่เพชรไม่ได้คิดว่าเป็นคุณพ่อใช่มั้ยคะ”
สองคนมองหน้ากัน ต่างคนต่างความคิด น้ำหนึ่งเข้าใจผิด น้ำตาไหลออกมา
“พี่เพชรคิดว่าเป็นคุณพ่ออีกแล้ว”
เพชรมองด้วยความสงสาร ก่อนจะคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอด จังหวะนี้มะพร้าวที่ย่องมามองเห็น ทั้งตกใจ ปนเขิน แอบมอง เพชรโอบกอดน้ำหนึ่ง บอกด้วยเสียงอ่อนโยน
“ไม่น้ำหนึ่ง...พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้น”
“แต่สายตาพี่เพชร”
“พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ”
น้ำหนึ่งโผเข้ามากอดเพชร พูดอ้อนวอน “พี่เพชรอย่าคิดนะคะ...ถึงคุณพ่ออาจจะเคยทำร้ายพี่พลอย แต่ท่านไม่ได้เป็นคนใจร้ายใจดำขนาดนั้น...”
น้ำหนึ่งแนบหน้ากับอกเพชร “พี่เพชรเชื่อน้ำหนึ่งนะคะ”
มะพร้าวตาโต ส่วนเพชรทำหน้าลำบากใจ ก่อนดันตัวน้ำหนึ่งออก บอก
“รีบไปกันดีกว่า”
“พี่เพชร”น้ำหนึ่งไม่สบายใจ กอดเหมือนยื้อเอาไว้
มะพร้าวตาโตอีก เสียดายน้ำหนึ่ง ไม่น่าใฝ่ต่ำ
“ผู้หญิงอะไรเนี่ย...”
เพชรบอกน้ำหนึ่งเสียงเข้ม “น้ำหนึ่งอย่าคิดมาก...พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ ที่ก้องถูกรถชนมัน
เป็นแค่อุบัติเหตุ”
น้ำหนึ่งช้อนมองตาเพชรค้นหาความจริง บอกเสียงละห้อย “ค่ะ...น้ำหนึ่งจะเชื่อพี่เพชร”
“ไป”
เพชรเดินไป น้ำหนึ่งเดินตาม
มะพร้าวบอกตัวเอง
“รีบไปรีบกลับ อีหรอบนี้ หนีเมียมาแหงๆ หน้าตาก็ดี...ไม่น่าทำอย่างนี้เล้ย ไม่คิดถึงหัวอก ลูกเมียเค้าบ้าง เฮ้อ!”

ฝ่ายพจนีย์อยู่ที่บ้าน เดินฮึดฮัดไปมาอย่างขัดใจ ยังเห็นร่องรอยบาดแผลจากเมื่อวานนี้
“ฉันไม่ยอม ให้แกได้พี่เพชรไปหรอก”
รจนาเดินเข้ามาทันได้ยินพอดี จึงถาม “ใครคะ”
“แกมั้ง”
รจนาหน้าเสีย เหมือนวัวสันหลังหวะ พจนีย์ด่าต่อ
“ถามมาได้ใคร ก็นังน้ำหนึ่งสิ หน้าด้านหน้าทน ด่าก็แล้ว ประจานก็แล้ว ยังไม่ยอมเลิกยุ่งกับพี่เพชรอีก”
“ก็พี่เพชรรักเค้า” แววตาของรจนาเจ้าเล่ห์ “รจว่า..พี่พจน์เลิกกับพี่เพชรเถอะนะคะ”
“ไม่...บอกแล้วไง ฉันจะเป็นเมียจริงๆ ของพี่เพชรให้ได้ พี่เพชรไปไหน ฉันจะตามติดไปเป็นเงาตามตัวเลย”
รจนาแดกดัน “นั่นก็เป็นผีแล้ว”
พจนีย์ด่า “ปากเสีย”
“ก็จริงมั้ยล่ะ..อะไรจะตามติดเป็นเงาได้ขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ผี ระวังเถอะ อยากเป็นผี จะได้เป็นผีไปจริงๆพี่พจน์”
พจนีน์มีท่าทางหวาดๆ เหมือนกัน ได้แต่ค้อนขวับรจนา

ฟากพลอยดูทีวีเป็นรายงานข่าวอาชญากรรมปกติ และเห็นภาพข่าวก้องเพื่อนของเพชรถูกรถชนตาย ผู้ประกาศข่าวรายงาน
“ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นายก้องภพ เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหา ให้รถชนเอง สาเหตุที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ค่ะ”
พลอยดูข่าว ดวงตาไหวระริก ไม่รู้ว่าก้องเป็นเพื่อนเพชร แค่นึกถึงตัวเองในอดีต
ที่บ้านของนักปราชญ์เวลาเดียวกัน นักปราชญ์ดูข่าวอยู่เหมือนกัน สมบัติเดินมาถาม
“ไง..เรื่องที่แกไปทำ เรียบร้อยแล้วเหรอ”
“ครับ” นักปราชญ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ต่อให้ไอ้เพชรมันมอบตัวเข้าสู้คดี มันก็ไม่รอด เพราะหลักฐานการก่อเหตุ อยู่ที่มัน”
“ดี...เพราะถ้าแกจะให้ไอ้เพชรมันเป็นแพะรับบาป แกก็ต้องเป็นคนโยนมีด ให้คนที่เค้าเอาแพะไปเชือดด้วย” สมบัติมองทีวีที่กำลังรายงานข่าว “แล้วนั่นดูข่าวอะไร”
“คนถูกรถชนตาย! เรื่องธรรมดา ที่ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งเมืองไทยได้ทุกวัน”
นักปราชญ์ผุดลุกขึ้นเดินออกไปพร้อมรอยยิ้มเลือดเย็น

พลอยเลื่อนรถเข็นออกมา ท่าทางไม่ดี ดวงหน้าซีดเผือด เสียงของผู้ประกาศข่าวดังก้อง
“ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นายก้องภพ เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหา ให้รถชนเอง”
พลอยคิดถึงความหลัง ตอนที่ตัวเองวิ่งให้รถชน ภาพนั้นตอกย้ำ ทำให้พลอยพิการจนวันนี้ พลอยสะอื้นไห้ฮักๆ พยายามอดทนแต่กลั้นไม่อยู่ สะท้อนสะเทือนใจ
“ก็แค่..คนถูกรถชนตาย ไม่มีข่าวที่มันจรรโลงใจกว่านี้รึไง” พลอยปาดน้ำตาทิ้งท่าทีเข้มแข็งขึ้น “มันเป็นอุบัติเหตุ...มันต้องเป็นอุบัติเหตุ”
พลอยสูดลมหายใจ พยายามลืม แต่ภาพตอนที่พลอยสิ่งเข้าหารถให้รถชนกลับผุดขึ้นมาหลอกหลอน พลอยเหงื่อแตกพลั่ก เลื่อนรถเข็นไปเอายา แต่ยาหมด
“ยาหมด” พลอยตะโกนเรียกหาทับทิม “แม่คะแม่...แม่ ยาพลอยหมด”

เงียบกริบไม่มีเสียงตอบ พลอยกวาดสายตามองหาทับทิมต่อไป

มารกามเทพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

พลอยเลื่อนรถเข็นตามหาทับทิมจนทั่วบริเวณบ้าน

“แม่คะแม่...แม่อยู่ไหน”
ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบอีก พลอยหน้านิ่ว เพราะทั้งบ้านเงียบ ผิดปกติ ไม่น่าจะมีคน พลอยจึงค่อยๆ ลุกเดินออกจากรถเข็น ตามหาทับทิม
พลอยเปิดประตูห้องทับทิมเข้าไป ไม่เห็นใคร มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งวางทับเอาไว้ ในลักษณะที่เห็นได้ชัดเจน พลอยมองก่อนจะเดินเข้าไปหยิบขึ้นมา
ส่วนด้านนอกเพชรกับน้ำหนึ่งเดินเข้ามา ท่าทางร้อนรน
พลอยอ่านจดหมายเสร็จดวงตาเบิกกว้าง
“แม่!”
จังหวะนี้เพชรจะเดินเข้าบ้าน แต่น้ำหนึ่งเรียกไว้
“พี่เพชรคะ”
เพชรชะงัก น้ำหนึ่งเรียกไม่ได้ดังพอที่พลอยจะได้ยิน แต่เพชรหยุดหันมามอง น้ำหนึ่งถาม
“พี่พลอย...จะให้พี่เพชรไปหาคุณพ่อมั้ยคะ”
เพชรหน้ายุ่ง “ยังไงพี่ก็จะไป เรื่องเพื่อนพี่ด้วย ป่ะ”
เพชรจับมือพาน้ำหนึ่งเดินเข้าบ้านไป ขณะที่พลอยเดินออกมาหน้าตาซีดเผือดตกใจเรื่องทับทิม พลอยเห็นเพชรก่อน รีบเดินเข้าไปนั่งที่รถเข็น เลื่อนออกมา

เพชร จะพาน้ำหนึ่งเดินเข้าบ้าน เจอพลอยเลื่อนรถเข็นออกมา ยื่นกระดาษให้
“อะไรครับพี่พลอย”
พลอยเสียงสั่นตกใจ “แม่....แม่”
เพชรใจไม่ดี ยื่นมือออกไปจะคว้ากระดาษ เป็นจังหวะเดียวกับที่พลอยปล่อยกระดาษ แต่กระดาษ
หล่นก่อนถึงมือเพชร กระดาษหล่นลงตรงหน้าน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งหยิบขึ้นมาเห็นข้อความชัดหน้าซีดเผือด
“อะไรน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งไม่ตอบ แต่น้ำตาร่วงเผาะตกใจ เพชรคว้ามาอ่าน
“แม่ทนไม่ไหวแล้ว แม่จะไปฆ่าไอ้เกรียงศักดิ์ แม่!”

ที่คฤหาสน์เกรียงศักดิ์ นวลถามดาราณี
“นวลจะไปตลาด คุณหญิงต้องการอะไรมั้ยคะ”
“สังฆทาน”
นวลมองดาราณีด้วยท่าทีสงสัย ดาราณีบอกเสียงเศร้า
“ฉันอยากทำบุญ ถึงบุญจะทดแทนบาปที่เราโยนความผิดให้นายเพชรไม่ได้ แต่ ก็ดีกว่าไม่ได้ทำ”
“แต่คนอย่างนายเพชร ก็สมควรแล้วนี่คะ ที่จะต้องเจออย่างนั้น...” นวลนึกเสียใจ ย้ำอีกว่าเป็นความผิดของเพชร “เพราะถ้านายเพชรไม่พาคุณน้ำหนึ่งหนีไป เรื่องทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้น”
“แต่ยังไง...คนที่ลั่นกระสุนปืนใส่ตาหวาน ก็ไม่ใช่เค้าอยู่ดี”
“ค่ะคุณหญิง”
นวลเดินออกไปอย่างไม่เห็นด้วย

นวลเดินออกไป งงและโมโหที่ไม่เห็นรปภ.
“ไม่อยู่อีกแล้ว เป็นรปภ.ประสาอะไรเนี่ย? เกิดมีขโมยขโจนเข้ามาจะว่ายังไง”
นวลส่ายหน้าระอา เดินออกไปก่อนปิดประตู คล้อยหลังนวลไม่เท่าไหร่ มือของทับทิมเปิดประตูรั้วบานเล็กเดินเข้ามา สองคนคลาดกันเฉียดฉิว

ขณะที่ดาราณี กำลังจะเดินขึ้นบ้าน แต่กลับปรากฏเสียงฝีเท้าเดินตามมา ดาราณีถามพลางหันมาหา
“อ้าว! ลืมอะไรนวล”
ดาราณีหันมา เห็นทับทิมยืนจังก้าหน้าตาเอาเรื่องอยู่ ดาราณีตกใจชะงัก เพราะไม่เคยรู้จักทับทิม
“มาหาใครคะ”
ทับทิมบอกเสียงห้วน หน้าตาถมึงทึงแลดูน่ากลัว “ไอ้เกรียงศักดิ์”
ดาราณีตะลึง งง

ด้านเกรียงศักดิ์กำลังแต่งตัวอยู่ในห้อง เสียงโทรศัพท์ดัง เกรียงศักดิ์เดินมาหยิบโทรศัพท์เห็นเป็นเบอร์น้ำหนึ่ง
“น้ำหนึ่ง!” กดรับทันที
จังหวะนี้เพชร คว้ามือน้ำหนึ่งบอก
“ไปเร็วน้ำหนึ่ง”
เกรียงศักดิ์ ได้ยินเสียงเพชร และน้ำหนึ่ง
“ให้น้ำหนึ่งคุยกับคุณพ่อก่อนนะคะ คุณน้ากำลังจะไปหาท่าน”
เกรียงศักดิ์ฟังงงๆ “คุณน้า” เสียงเพชรบอกน้ำหนึ่งต่อ
“ไปคุยบนรถก็ได้ รีบไปกันเถอะ ก่อนที่คุณแม่จะทำอะไรลงไป”
“ค่ะพี่เพชร” น้ำหนึ่งวางสาย โดยที่ไม่รู้เกรียงศักดิ์รับโทรศัพท์แล้ว
“น้ำหนึ่งๆๆ”
เกรียงศักดิ์จะกดสายโทร.ออก แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของทับทิม ตวาดก้อง
“ไอ้เกรียงศักดิ์มันอยู่ไหน”

ดาราณีงุนงง ไม่รู้จักแต่พยายามตะล่อมถามทับทิม
“มีเรื่องอะไรกันคะคุณใจเย็นๆ”
“ใจเย็น? ไอ้เกรียงศักดิ์มันโยนความผิดให้ลูกฉัน เป็นฆาตกรฆ่าคน จะให้ฉันใจเย็น”
“คุณ” ดาราณีตกใจ จ้องหน้าทับทิม พอเดาออก แต่คาดไม่ถึง “คุณเป็นแม่เพชร”
“เออ...” ทับทิมมองจ้องดาราณี “อ้อ...คุณ คงเป็นเมียของไอ้เกรียงศักดิ์มันสินะ หน้าเนื้อใจเสือเหมือนกันไม่มีผิด”
ขาดคำทับทิมก็ตบผลัวเข้าที่ใบหน้าของดาราณี ทั้งโกรธทั้งเกลียด ดาราณีเซแทบล้ม แต่ยังบอกอย่างใจเย็น
“ใจเย็นก่อนนะคะคุณ”
ทับทิมไม่สน ปราดเข้ามากระชากผมอย่างแรง “นี่ยังถือว่าฉันใจเย็น ไม่งั้น แกตายอยู่ตรงนี้แล้ว”
ทับทิมผลักดาราณีอย่างแรงจนล้มลง แล้วควักปืนออกมาขู่ “ไอ้เกรียงศักดิ์มันอยู่ไหน” พร้อมกับตะโกนก้อง “ไอ้เกรียงศักดิ์” แล้วยิงปืนเปรี้ยง
ดาราณีตกใจแทบช็อก

เกรียงศักดิ์อยู่บนห้องได้ยินเสียงปืน เสียงทับทิม ตกใจมาก รีบลงมา

ฝ่ายดาราณีถอยหลังกรูดกลัวทับทิม
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณ ใจเย็นๆ”
ทับทิมองค์ลงกระชากผมดาราณีหมั่นไส้มาก “เลิกทำดัดจริตซักทีนังคุณหญิง” ตบเข้าอีกผลัว
“โอ๊ย”

ดาราณีหน้าหันไปตามแรงตบ ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ทับทิมกระชากผมดาราณีขึ้นมาอีก

“รู้ไว้ด้วย ฉันยังเห็นใจที่เราเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน แต่แกไม่..แกทำร้ายลูกผู้หญิงด้วยกัน ทั้งๆ ที่ผัวแกมันเลว ผัวแกมันชั่ว แกไม่เคยนึกถึงหัวอกคนอื่นบ้างเลย นอกจากผัวแก”
พูดได้แค่นั้นทับทิมก็ของขึ้น จับหัวของดาราณีโขกเข้าที่ข้างฝาผนังอย่างแรง
“โอ๊ย” ดาราณีร้องลั่น
ทับทิมตวาด “หุบปาก ...แค่นี้มันเทียบไม่ได้หรอกกับสิ่งที่แกสองผัวเมียทำกับชีวิตคนอื่น ฉันจะทำให้พวกแกตกนรกทั้งเป็น เหมือนกับฉัน นังดาราณี”
ทับทิมเงื้อมือจิกผมดาราณีจะโขกเข้าข้างฝาอีก จังหวะนี้มือของนักปราชญ์กระชากมือของทับทิม
ก่อนผลักออกอย่างแรง ร่างของทับทิมเซล้มลงกับพื้น ปืนหล่นกระเด็น
“โอ๊ย”
“นักปราชญ์ช่วยน้าด้วย” ดาราณีมองไปที่ทับทิม “แม่...แม่เพชร”
นักปราชญ์คำราม “แม่ไอ้เพชร”
ทับทิมมองจ้องนักปราชญ์ตาขวาง “แกใช่มั้ย ที่ยิงนังเด็กนั่นตาย”
“ถ้าใช่ แล้วจะทำไม” นักปราชญ์ไม่ยี่หระ
“ไอ้เลว”
ทับทิมจะคว้าเอาปืน นักปราชญ์ถลาไปเหยียบที่มือของทับทิมอย่างแรง ทับทิมร้องลั่น
“โอ๊ย”
มือของทับทิมที่ห่างปืนไม่ถึงคืบสั่นระริก ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น
“อยากมีเรื่องใช่มั้ยป้า? เดี๋ยวฉันจัดให้ มานี่”
นักปราชญ์กระชากร่างของทับทิมขึ้นมาอย่างแรง ทับทิมร้องเจ็บปวด นักปราชญ์บอกดาราณี
“ตอนแรก ผมกะชวนคุณน้าไปตามหาน้ำหนึ่ง...แต่ตอนนี้ ผมคิดหาวิธี ล่อไอ้เพชรมาได้แล้ว” นักปราชญ์หันมาทางทับทิม “ลูกแกได้เป็นฆาตกรเต็มตัวแน่ ...นังป้า!”
นักปราชญ์ลากทับทิมออกไป ทับทิมดิ้นรนขัดขืนแหกปากร้องลั่นไม่หยุด
“ปล่อยฉันนะไอ้เลว ปล่อย”
เกรียงศักดิ์ได้ยินเสียงโหวกเหวก รีบเดินลิ่วลงมาหาดาราณี
“มีเรื่องอะไรกันคุณ”
“แม่เพชร...แม่เพชรมาค่ะ” ดาราณีละล่ำละลักบอก

ขณะเพชรเดินลิ่วไปที่รถพร้อมน้ำหนึ่ง พลอยเข็นรถเข็นตามมา
“พี่ไปด้วยเพชร”
เพชรหันมามองด้วยแววตาเป็นห่วงและกังวล “พี่พลอย”
“พี่ไม่ยอมให้ท่านทำอะไรพวกเราอีกแล้ว...” พลอยร้องไห้ออกมา “ถึงต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ยอม” พลอยระงับอารมณ์ไม่อยู่บอกเสียงรัวเร็ว “เพชรพาพี่ไปด้วย พาพี่ไปด้วย”
“ไม่ครับพี่พลอย”
พลอยคลั่งกรีดร้องดังลั่น “ไม่..พี่จะไป พี่จะไป ท่านเกรียงศักดิ์ต้องชดใช้ทุกอย่างให้พี่”
พลอยกระเสือกกระสนจะลงจากรถเข็น ร่างร่วงลงกับพื้น พลอยแสร้งร้องลั่นเหมือนเจ็บปวด
“โอ๊ย”
สองคนตกใจ “พี่พลอย”
เพชรกับน้ำหนึ่งตกใจมาก รีบเข้ามาประคองร่างของพลอยขึ้นมา พลอยดิ้นรน
“ปล่อยพี่..ปล่อย พี่จะไปคุยกับท่าน ท่านทำชีวิตพี่พัง ชีวิตเพชรพัง ท่านต้องชดใช้ ได้ยินมั้ย ท่านต้องชดใช้” พลอยกรีดร้อง ดิ้นรนจะไปได้
เพชรล็อกตัวพลอยเอาไว้ “ผมจัดการเองครับพี่พลอย”
“จัดการยังไง” พลอยย้อนถาม
เพชรอึ้ง พลอยมองเห็นท่าที ยิ่งโกรธ
“เพชรทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่ท่านทำลายชีวิตพวกเราทุกอย่าง เพราะเพชรรักน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งมองด้วยความเสียใจ พลอยเห็นยิ่งร้องไห้โฮ
“ก็เพราะเป็นอย่างนี้ไง แม่ถึงต้องไป..แล้วป่านนี้แม่ก็คง...” พลอยคลั่งหนัก ร้องไห้ฟูมฟาย ห่วงทับทิม “แม่...แม่...พลอยจะไปหาแม่ แม่”
พลอยดิ้นไม่หยุด มือไม้ของพลอยฟาดสะเปะสะปะถูกหน้าน้ำหนึ่งที่เข้ามาประคองช่วยเพชร
“โอ๊ย”
พลอยชะงัก รู้วิธีทำร้ายน้ำหนึ่ง พลอยดิ้นอีก แกล้งดิ้นอย่างบ้าคลั่ง มือไม้ฟาดน้ำหนึ่งอีก
เพชรพยายามกอดห้าม “หยุดครับพี่พลอย หยุด”
“ปล่อยพี่” พลอยดิ้นอยู่อย่างนั้น “พี่จะไปหาแม่ พี่จะไปช่วยแม่ แม่ พลอยจะไปช่วยแม่”
พลอยกรีดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ดิ้นจนหมดแรง ก่อนจะหมดสติไปจริงๆ
“พี่พลอย”
เพชรกับน้ำหนึ่งได้แต่มองด้วยความสงสารพลอย

ฝ่ายนักปราชญ์ บังคับทับทิมเข้ามาในบ้าน
“ปล่อยฉันนะ ไอ้เลว ปล่อยฉัน”
“หุบปากได้แล้วป้า เดี๋ยวก็ได้ตายก่อนแซยิดหรอก”
“ฉันยอมตาย!”
“จะตายแบบไหน คุก อย่าลืม ว่าป้าบุกเข้าไปถึงบ้านท่านเกรียงศักดิ์ ...ถ้าฉันทำอะไรแล้วโยนความผิดให้ป้าก็ง่ายนิดเดียว”
“เหมือนที่แกโยนความผิดให้ลูกฉัน ไอ้เลว” ทับทิมสะบัดตัวออก ตบหน้านักปราชญ์อย่างแรง
นักปราชญ์โมโห “นังป้า” เงื้อมือจะตบ
สมบัติเดินเข้ามาท่าทีตกใจ “หยุด”
นักปราชญ์กับทับทิมหันมามองตกใจ สมบัติอึ้งไปทันทีที่เห็นทับทิม
“ทับทิม...นี่ทับทิมจริงๆ ใช่มั้ย”
ทับทิมมองสมบัติอย่างตื่นตะลึง “พี่บัติ”
นักปราชญ์มองหน้าสมบัติกับทับทิมอย่างแปลกใจ สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ

ภายในบ้านเชิงเขา พลอยนอนแบบอยู่บนเตียง มีเพชรกับน้ำหนึ่งช่วยกันเช็ดหน้าเช็ดตาให้ พลอยรู้สึกตัวขึ้นมาในหน้านองน้ำตา เพชรบอกเสียงอ่อนโยน
“พี่พลอยรออยู่ที่นี่นะครับ ...ผมจะไปตามแม่กลับมา”
พลอยปรายตามามองน้ำหนึ่ง “แล้วท่านจะปล่อยตัวแม่กลับมาเหรอ ถ้าท่านเห็นน้ำหนึ่ง”
“น้ำหนึ่งจะอยู่ที่นี่เป็นตัวประกันให้พี่พลอยเองค่ะ”
“แปลว่าอะไร” พลอยฉงน
“ถ้าคุณพ่อไม่ปล่อยตัวคุณน้ากลับมา...น้ำหนึ่งจะอยู่ดูแลรับใช้พี่พลอยไปจนตายค่ะ”
“น้ำหนึ่งเทียบกับแม่พี่ได้เหรอ”

พลอยแดกดัน น้ำหนึ่งหน้าเสีย

เพชรมองน้ำหนึ่งทั้งสงสารและเห็นใจ แต่ใจก็เป็นห่วงทับทิม ขณะที่น้ำหนึ่งบอกต่อ

“น้ำหนึ่งจะบอกคุณพ่อ ไม่ให้ทำอะไรคุณน้า...คุณน้าจะต้องกลับมาหาพี่พลอยค่ะ”
น้ำหนึ่งบอกพลอยทั้งน้ำตา

ดาราณีกับเกรียงศักดิ์นั่งกลุ้มอยู่ในคฤหาสน์ นวลเอ่ยขึ้น
“อย่างที่นวลสังหรณ์ใจไม่มีผิด ต้องเกิดเรื่องจนได้...ไล่รปภ.ออกเลยนะคะท่าน”
“ไม่ใช่ความผิดของรปภ.หรอก...ยังไง..เค้าก็ต้องมา” เกรียงศักดิ์ว่า
“นวลล่ะอยากเจอแม่ของนายเพชรนั่นจริงๆ จะได้บอกให้รู้...ลูกเค้าเป็นคนก่อเรื่องทุกอย่าง ยังจะตามมาราวีกันอีก”
“โทษเค้าฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก” ดาราณีบอก
“โทษได้ค่ะ เพราะนายเพชรลักพาตัวคุณน้ำหนึ่ง”
เกรียงศักดิ์เสียงเครือๆ “น้ำหนึ่งเต็มใจไปกับเค้า...แต่นักปราชญ์...เป็นคนยิงตาหวาน ไม่ใช่ไอ้เพชร”
“น้ำหนึ่งนะน้ำหนึ่ง ไม่น่าเลย”
ดาราณีน้ำตาไหลอีก เมื่อนึกถึงน้ำหนึ่ง เสียงมือถือดัง เกรียงศักดิ์รับ
“น้ำหนึ่ง”
ดาราณี นวล เหลียวขวับมามองเกรียงศักดิ์ ดาราณีคว้ามือถือมาฟังเอง น้ำหนึ่ง ที่อยู่กับเพชรและพลอย บอกเกรียงศักดิ์
“คุณพ่ออย่าทำอะไรคุณน้านะคะ”
ดาราณีน้ำตาไหล สะเทือนใจ “แม่กับพ่อรอสายลูกทุกวัน...แต่ประโยคแรกที่ได้ฟัง ลูกกลับห่วงคนอื่น”
“คุณแม่”
พลอยหันขวับมองจ้องน้ำหนึ่งเมื่อรู้ว่าน้ำหนึ่งคุยกับดาราณี สายตาของพลอย โกรธ เกลียด พลอยกระชากมือถือมาจากน้ำหนึ่ง เปิดสปีกเกอร์โฟน ดาราณีน้ำตาไหล
“ลูกยังเป็นลูกของแม่อยู่หรือเปล่าน้ำหนึ่ง”
“ลูกยังรักและเคารพคุณแม่เสมอ แต่คุณแม่ของพี่เพชร ไม่ได้ทำอะไรผิด....คุณพ่อเองต่างหากที่เป็นคนผิด”
ดาราณีเสียใจมาก “น้ำหนึ่ง...นี่ลูกเห็นคนอื่นดีกว่าพ่อ ดีกว่าแม่เหรอ”
เกรียงศักดิ์ แย่งเอามือถือจากมือดาราณีมาฟังเอง
น้ำหนึ่งน้ำตาไหล “เพราะคุณน้าทับทิมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่....คุณพ่อ..คุณพ่อโยนความผิดให้พี่เพชรเป็นฆาตกร”
“น้ำหนึ่ง” เกรียงศักดิ์โกรธมาก
“คุณพ่อ”
พลอยหันขวับมามอง ตาวาววับ ด้วยอารมณ์โกรธแค้นเกรียงศักดิ์ น้ำหนึ่งถามเกรียงศักดิ์
“ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง...คุณพ่อก็บอกน้ำหนึ่งมาสิคะ”
“ไอ้เพชรมันเป็นฆาตกร และแกก็หลงผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตาน้ำหนึ่ง”
เพชรได้ยินก็โกรธ น้ำหนึ่งมองหน้าเพชร ด้วยสายตาลังเลไม่แน่ใจ เพชรมองหน้าน้ำหนึ่ง ขณะที่เกรียงศักดิ์พูดต่ออีก
“แม่ไอ้เพชรไม่ได้อยู่ที่นี่ ส่วนแก ถ้าหลงผู้ชายนักก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก น้ำหนึ่ง”
เกรียงศักดิ์ตัดสายทิ้งทันที ดาราณีอ้าปากค้าง
“คุณ!”

น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ พลอยมองดูอย่างสะใจ แต่แล้วต้องหันขวับมามองหน้าเพชร เมื่อเพชรเอ่ยขึ้น
“อย่าร้องไห้ พี่จะทำให้ท่านเห็นเองว่าน้ำหนึ่งไม่ได้บ้าผู้ชาย น้ำหนึ่งไม่ได้หนีตามพี่ พี่นี่แหละพาน้ำหนึ่งหนีมาเอง”
พลอยอิจฉา รู้สึกถึงปมตัวเอง กรีดเสียงร้อง “งั้นพี่ใช่มั้ย? พี่ใช่มั้ยเพชรที่มันบ้าผู้ชาย พี่ใช่มั้ยที่
หนีตามผู้ชาย จนเรื่องมันเป็นแบบนี้”
เพชรตกใจ “พี่พลอย”
พลอยทึ้งเพชร กรีดร้อง “เพชรบอกพี่มาเลย เพราะพี่ใช่มั้ยที่มันบ้าผู้ชาย เพราะพี่ใช่มั้ยที่บ้าผู้ชาย แอร๊ย”
พลอยอาละวาดหนัก ทั้งโกรธและขัดใจ
“พี่พลอย”
พลอยอาละวาดอยู่อย่างนั้น เพชรกับน้ำหนึ่งเข้ามาห้าม พลอยร้อง
“ฉันมันบ้าผู้ชาย อย่ามายุ่งกับฉั น ไป”
พลอยผลักเพชรกับน้ำหนึ่งออก อาละวาดไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัว หมอณัฐวิ่งเข้ามา
“คุณพลอย”
ทุกคนหันขวับมามองหมอณัฐ พลอยร้องอย่างดีใจ อารมณ์เหมือนเด็กเจอผู้ช่วย
“คุณหมอ..ช่วยพลอยด้วย”
พลอยจะผวากอดหมอณัฐเพื่อหาที่พักพิง เหมือนเด็กเสียขวัญ แต่นึกได้ จึงชะงัก ถอนตัวออกไม่ยอมถูกเนื้อต้องตัว
“ไม่..พลอยไม่ได้บ้าผู้ชาย พลอยไม่ได้บ้าผู้ชาย”

พลอยน้อยใจเพชร ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ เพชรมองพลอยอย่างเวทนา รู้สึกผิดอย่างที่สุด

ติดตาม "มารกามเทพ" ตอนที่ 9
ตร.ไม่ตัดประเด็น "หมอฟัน"โยงคดีฆ่าหั่นศพหนุ่มแบงก์
ตร.ไม่ตัดประเด็น "หมอฟัน"โยงคดีฆ่าหั่นศพหนุ่มแบงก์
เอก อังสนานนท์ ยันเหยื่อฆาตกรฆ่าหั่นศพเป็นพนักงานแบงก์ธนาคารทหารไทย สาขาลาดพร้าวจริงชี้หลักฐานเชื่อมโยง หมอฟัน หลายประเด็นยังไม่ตัดประเด็นทิ้งหลังเจ้าตัวมีการแถลงโต้ยืนยันความบริสุทธิ์ พบหลักฐานใหม่คราบอสุจิในกระดาษทิชชูในรถเก๋งแต่ยังไม่รู้เป็นของผู้ตายหรือคนร้าย ยันเครื่องมมืทอที่ใช้หั่นศพมีความคมกริบใใยช้เฉพาะอาชีพและคนลงมือมีความชำนาญเป็นอย่างดีเนื่องจากเนื้อขอบที่ถูกตัดเฉือนมีความเรียบ ด้าน จรัมพร เชื่อคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คนเพราะผู้ตายเป็นคนตัวใหญ่ ชี้ยังไม่พบหัวหนุ่มแบ๊งก์ชะตาขาดเชื่อได้ตัวคนร้ายเร็ววัน!
กำลังโหลดความคิดเห็น...