xs
xsm
sm
md
lg

ธรรมบันเทิง : การค้นหาตัวตนและชีวิตจิตวิญญาณ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เวลาล่วงเลยผ่านมา จนใกล้สิ้นปีแล้ว ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งเคยดูมาเมื่อหลายปีก่อน คือ Cast away หรือในชื่อภาษาไทยที่แปลไม่ค่อยจะได้ความหมายเท่าไหร่นักว่า ‘คนหลุดโลก’ เพราะ Cast away นั้นแปลว่า เรืออัปปาง แต่นัยยะของคำสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้มีลึกซึ้งกว่านั้น นั่นก็คือการอัปปางของชีวิตคู่และจิตวิญญาณของชายคนหนึ่งที่เอาชีวิตของตัวเองผูกติดกับเวลาทุกวินาที
“เวลาปกครองเราโดยไร้ความเมตตา ไม่แคร์ว่าเราจะเจ็บป่วย กำลังหิวหรือเมา เป็นคนรัสเซียหรือเมริกัน หรือมาจากดาวอังคาร เวลาก็เหมือนไฟ ทำให้เราร้อนหรืออบอุ่นได้ ที่เฟดเอ็กซ์ เราต้องรักษาเวลา เพราะชีวิตของเราขึ้นอยู่กับเวลา เราหันหลังให้กับเวลาไม่ได้ และเราจะไม่ปล่อยให้ตัวเราเองปล่อยเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์”
เป็นคำพูดของ ชั ค โนแลนด์ วิศวกรระบบของบริษัทรับส่งพัสดุภัณฑ์ทั่วโลก ‘เฟดเอ็กซ์(FedEx)’ ผู้ที่มีลมหายใจเข้าออก เพื่อควบคุมเวลาทุกวินาทีในการทำงาน ให้ ได้ตามที่กำหนด
หนังนำไปสู่การค้นหาความหมายที่ แท้จริงของชีวิตของชัค เมื่อเครื่องบินขนส่ง ของบริษัทเฟดเอ็กซ์เกิดอุบัติเหตุ แต่ชัครอดตายไปติดที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง ที่นี่เขาต้องต่อ สู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ด้วยความหวัง ว่าจะกลับไปหาคนรักที่เขาไม่เคยมีเวลาให้
ชัคก็เหมือนมนุษย์ทั่วไปที่มักทนไม่ได้หากต้องมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ดังนั้น นอกเหนือจากรูปของเคลลี่ คนรักของเขา ที่ติดมากับนาฬิกาพกที่เธอให้ในวันคริสมาสต์ ซึ่งถูกน้ำเสียหายใช้การไม่ได้ จะเป็น กำลังใจให้เขาเกิดความหวังแล้ว ชัคยังต้อง การใครสักคนมาเป็นเพื่อนพูดคุย เพื่อให้ตนเองรู้สึกดีและชีวิตยังมีความหมาย ดังนั้นเขาจึงสร้างเพื่อนขึ้นมาจากลูกวอลเลย์บอล ซึ่งเขาพบในห่อพัสดุที่ตกมาพร้อมเครื่องบิน ชัดตั้งชื่อให้เพื่อนใหม่ว่า ‘วิลสัน’ วิลสันเปรียบเสมือนจิตวิญญาณภายในตัวตนอีกด้านหนึ่งของชัค ที่คอยดูแลและตักเตือนเขาเสมอมา ตลอด 4 ปีบนเกาะร้าง ชัคจึงมีวิลสันเป็นเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันตลอด
ท่ามกลางความยากลำบากในการดำรงชีวิตบนเกาะร้างแห่งนี้ ส่งผลให้มนุษย์สมัยใหม่ที่มีเครื่องอำนวยความสะดวก และไม่เคยลำบากอย่างชัค ต้องดิ้นรนทุกวิถีทางในการอยู่รอดด้วยสมองและสองมือของตนเอง ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน ที่พักอาศัย ไฟสำหรับหุงต้มและให้ความอบอุ่น ชัคต้องใช้ปัญญาอย่างมากเพื่อเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตให้รอด เขาก่อไฟขึ้นจากไม้ที่มาขัดสีกัน ใช้ก้อนหินแทนค้อนในการทุบมะพร้าว เฉกเช่นมนุษย์โบราณ แต่ทว่าโชคยังดีที่มีพัสดุอีก 3-4 กล่องที่ตกมาด้วย มีทั้งรองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง วิดีโอเทป และชุดราตรี ซึ่งเขาได้นำมาดัดแปลงเป็นมีด/ขวาน เชือก และแหจับปลา
เมื่อปัญหาเรื่องปากท้องหมดไป ชัคก็เริ่มหาหนทางที่จะออกไปจากเกาะนี้ วันเวลาสำหรับชัคผู้ยึดติดกับเวลานั้น ยังคงมีความหมาย เพราะเขาเฝ้าสังเกตและใช้เวลาในการคำนวณความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล
ขณะเดียวกันเขาก็ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ต่อแพเล็กๆขึ้นลำหนึ่ง เพื่อพาเขากลับบ้าน
เมื่อทุกอย่างพร้อม ชัคก็เริ่มออกเดินทางโดยไม่ลืมที่จะพาวิลสัน เพื่อนรักของเขาไปด้วย ตลอดการเดินทางบนท้องทะเล เขาต้องฝ่าคลื่นลมและพายุที่โหมกระหน่ำ วิลสันถูกพายุพัดหลุดจากแพไป ชัคได้พยายามช่วยจนสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจช่วยได้ การสูญเสียวิลสันทำให้เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ถึงกับร้องไห้ อาจเป็นเพราะเขารู้สึกสูญเสียตัวตนบางส่วนของเขาไป และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียอย่างแท้จริง ที่นำมาซึ่งความแข็งแกร่ง ของจิตใจที่พร้อมจะเผชิญกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ในที่สุดชัคก็ได้รับความช่วยเหลือจากเรือสินค้าลำหนึ่งที่แล่นมาพบแพเขา ชัค ได้กลับไปสู่การต้อนรับจากบริษัทเฟดเอ็กซ์ อีกครั้งหนึ่ง และเขาก็ได้พบว่าเคลลี คนรักของเขาได้แต่งงานมีครอบครัวใหม่ เพราะเธอคิดว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่การสูญเสียเคลลีไม่ได้ทำให้ชัคผิดหวังมากมาย เพราะเขาได้รู้จักและเรียนรู้ถึงความรู้สึกสูญเสียเมื่อครั้งที่ต้องเสียวิลสันไป
ชัคบอกกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งว่า
“ฉันไม่ควรกลับมาจากเกาะร้าง น่าจะตายด้วยอะไรสักอย่าง..แต่ฉันต้องมีชีวิตต่อไป ถึงอย่างไรฉันก็ต้องมีลมหายใจ ถึงแม้จะไม่มีเหตุผลหรือความหวัง..สิ่งที่ฉันทำคือ มีชีวิตต่อไป มีลมหายใจต่อไป แต่แล้ววันหนึ่งจิตสำนึกของฉันก็กลายเป็นกระแสน้ำพัดเข้ามาส่งให้ฉันแล่นเรือได้”
บทสรุปของความรู้สึกต่อการสูญเสียและการเริ่มต้นใหม่นั้น เขาบอกไว้ว่า
“ฉันรู้ว่าฉันต้องทำอะไรต่อไป เพราะพรุ่งนี้ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นใหม่ ใครจะรู้ว่ากระแส น้ำจะพัดพาอะไรมา”

เมื่อชัคได้บทสรุปที่แจ่มชัดในตัวเอง ชีวิตใหม่ของเขาจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ชัคนำพัสดุกล่องสุดท้ายที่เขานำติดตัวมาจากเกาะ (ซึ่งเป็นกล่องเดียวที่เขาไม่ได้แกะออก เพราะสัญลักษณ์รูปปีกนกที่อยู่บนกล่องนั้น ทำให้เขารู้สึกว่ายังมีภาระผูก พัน และความหวังว่าเขาจะมีโอกาสนำมันไปส่งให้ผู้รับตามที่อยู่บนหน้ากล่อง) ไปส่งยังบ้านไร่เล็กๆหลังหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ เป็นรูปปีกนก แต่ไม่มีผู้รับ เขาวางมันไว้ที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่จะกลับออกมาด้วยความสุข
เมื่อเขามาถึงตรงสี่แยกของถนน ขณะที่ชัคหยุดและยืนคิดอะไรบางอย่าง หญิงสาวคนหนึ่งก็ขับรถมาจอดใกล้ๆ และบอกถึงจุดหมายปลายทางของเส้นทางแต่ละสายให้เขาทราบ และเธอก็จากไป ชัคเหลียว มองท้ายรถกระบะของหญิงสาว ก็เห็นรูปสัญลักษณ์ปีกนก เธอคือเจ้าของบ้านไร่ที่เขาเพิ่งไปส่งพัสดุห่อสุดท้ายมานั่นเอง
นัยยะของสัญลักษณ์ปีกนกนี้ อาจหมายถึงความเป็นอิสระ มีเสรีภาพ เพราะการไม่ผูกติดอยู่กับสิ่งใด ด้วยการรู้จักปล่อย วาง ย่อมก่อให้เกิดความสุข ดังเช่นที่ชัควางพัสดุกล่องสุดท้ายไว้หน้าประตูบ้าน เขารู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด เหมือนได้ปลดปล่อยพันธนาการขั้นสุดท้ายในความคิดจิตใจออกไปจนหมดสิ้น ขณะที่หญิงสาวเจ้าของปีกนกอาจเปรียบเหมือนตัวแทนของนางฟ้าที่มาชี้ทางเดินให้กับชีวิตของเขา ซึ่งสุดท้ายแล้ว ท่ามกลางทางแยกสี่สายนั้น ชัคก็ต้องเป็นผู้ตัดสินใจที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง
และเขาจะนำพาชีวิตของเขาไปทางไหนก็ไม่อาจจะมีใครรู้ได้เช่นกัน แต่แน่นอนเขาคงไม่กลับไปเส้นทางเดิมที่ทำให้ชีวิตต้องยึดติดกับอะไรๆอยู่ตลอดเวลา

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 96 พ.ย. 51 โดยเมฆขาว)