xs
xsm
sm
md
lg

ปกิณกธรรม ; เบื้องหลัง'ความขลัง' ของเส่ห์ - เลขยันต์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

แม้ยุคนี้จะเป็นยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟู เป็นโลกแห่งดิจิตอล แต่ก็ยังมีหญิงชายจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์เกี่ยวกับการทำเสน่ห์ยาแฝด การลงนะหน้าทอง เพื่อให้คนรักคนชอบหรือการสักยันต์เพื่อความคงกระพันชาตรี จนทำให้มีคนจำนวนหนึ่งตั้งตนเป็นอาจารย์รับทำพิธีดังกล่าว
เมื่อย้อนดูในอดีตนั้น การทำเสน่ห์ยาแฝด การสัก ยันต์ หรือการลงนะหน้าทองนั้น อาจารย์เจ้าพิธีจะให้ ผู้ต้องการทำ ได้สมาทานศีล ๕ คือต้องมีศีล ๕ ก่อนจึงจะทำพิธีให้ และเมื่อทำพิธีเสร็จแล้ว ก็สอนให้รักษาศีล ๕ ตลอดไป พร้อมกำชับว่าถ้าไปทำอะไรผิดศีล ๕ คาถาอาคม เลขยันต์ที่ได้ลงไว้ให้จะเสื่อมไป ไม่สามารถปกป้องคุ้ม ครองหรือให้ผลตามปรารถนาได้ นี่แหละคือเบื้องหลัง ความขลังของการทำเสน่ห์-เลขยันต์ จึงเห็นได้ว่า ครูบาอาจารย์สมัยก่อนเน้นเรื่องศีลธรรมเป็นสำคัญ เพราะถ้าคนไม่มีศีลธรรมแล้ว ต่อให้มีมนตรา วิเศษเพียงใด ก็ไม่สามารถจะบันดาลให้ผู้แสวงหาเสน่ห์ หรือผู้ต้อง การอยู่ยงคงกระพัน บรรลุผลที่ปรารถนาได้
แต่ในปัจจุบันไม่มีการพูดถึงหรือเน้นในเรื่องศีลธรรมกันแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่แอบอ้างตั้งตัวเป็นอาจารย์จะพูดถึงแต่เรื่องปัจจัย ราคาในการทำพิธี เน้นไปที่วัตถุ นิยม ไม่มีการชี้ช่องให้คนเดินเข้าหาศีลธรรมอย่างในยุคโบราณกระทำกัน แถมยังมีผู้หญิงจำนวน ไม่น้อยที่ถูกหมอทำเสน่ห์ล่วงละเมิด ทางเพศและบางรายถึงขั้นเสียเนื้อเสียตัว ทีเดียว
ความจริงแล้ว การที่ครูบาอาจารย์ผู้ลงเลขยันต์หรือหมอทำเสน่ห์ยาแฝด ในยุคโบราณนั้น ท่านก็มีวิธีสอนธรรมะแก่คนที่ไปหา แต่การสอนของท่านไม่ได้สอนตรงๆ เป็นการสอนโดยกุศโลบาย ใช้ปริศนาธรรม ซึ่งผู้มาหา ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสอนธรรมะ เพราะใจมุ่งมั่นอยู่แต่ สิ่งที่ตนต้องการจะให้สัมฤทธิ์ผลเท่านั้น แต่ธรรมะที่ครูอาจารย์ผู้ทำพิธีสอนให้ไปประพฤติปฏิบัตินั่นแหละ จะปกป้องคุ้มครองรักษาเขาให้พ้นทุกข์ได้ เช่น สอนให้รักษา ศีล ๕ ให้บริบูรณ์ เป็นต้น
แต่ในปัจจุบันไม่มีการพูดถึงหรือเน้นในเรื่องศีลธรรมกันแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่แอบอ้างตั้งตัวเป็นอาจารย์จะพูดถึงแต่เรื่องปัจจัย ราคาในการทำพิธี เน้นไปที่วัตถุ นิยม ไม่มีการชี้ช่องให้คนเดินเข้าหาศีลธรรมอย่างในยุคโบราณกระทำกัน แถมยังมีผู้หญิงจำนวน ไม่น้อยที่ถูกหมอทำเสน่ห์ล่วงละเมิด ทางเพศและบางรายถึงขั้นเสียเนื้อเสียตัว ทีเดียว
ความจริงแล้ว การที่ครูบาอาจารย์ผู้ลงเลขยันต์หรือหมอทำเสน่ห์ยาแฝด ในยุคโบราณนั้น ท่านก็มีวิธีสอนธรรมะแก่คนที่ไปหา แต่การสอนของท่านไม่ได้สอนตรงๆ เป็นการสอนโดยกุศโลบาย ใช้ปริศนาธรรม ซึ่งผู้มาหา ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสอนธรรมะ เพราะใจมุ่งมั่นอยู่แต่ สิ่งที่ตนต้องการจะให้สัมฤทธิ์ผลเท่านั้น แต่ธรรมะที่ครูอาจารย์ผู้ทำพิธีสอนให้ไปประพฤติปฏิบัตินั่นแหละ จะปกป้องคุ้มครองรักษาเขาให้พ้นทุกข์ได้ เช่น สอนให้รักษา ศีล ๕ ให้บริบูรณ์ เป็นต้น
ศีลข้อแรก ให้เว้นจากการฆ่าสัตว์ รวมไปถึงการฆ่ามนุษย์ด้วย เมื่อไม่ฆ่าสัตว์ไม่ฆ่ามนุษย์ ไม่เบียดเบียนและ ทรมานสัตว์ เป็นต้น จิตใจก็ย่อมจะอ่อนโยน มีเมตตาต่อ คนและสัตว์ กลายเป็นคนมีน้ำใจเมตตากรุณา ผู้สมาทาน ต้องมีใจเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง แต่ถ้าใจคอโหดร้ายแล้ว จะรักษาศีลข้อนี้ไว้ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ศีลข้อนี้จึงเป็นการสร้างเสน่ห์แก่ผู้ปฏิบัติโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องรางของขลัง เมตตามหานิยมจากไหน การเบียดเบียนทางกาย วาจา ใจ ไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นก็เพียงชั่วครู่ชั่วยามที่บางครั้งพลั้งเผลอสติไปบ้าง จึงเท่ากับว่าศีลข้อ ๑ นี้ปกป้องคุ้มครองให้เป็นคนดี และไม่มีภัยมารบกวน
ศีลข้อที่สอง เว้นจากการไม่ลักขโมย หรือถือเอาทรัพย์สินที่เจ้าของเขาไม่ให้ ก็เท่ากับว่าเป็นการสอนให้รู้จักประมาณในการได้มาซึ่งทรัพย์สินอย่างถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรมอันดีงาม ก็ย่อมจะได้รับการยกย่องนับถือจากผู้คนทั่วไป หรือที่เรารู้จักกันว่า “ความสันโดษ” นั่นเอง ก็เป็นเสน่ห์ให้ได้รับความไว้วางใจจากสังคมว่าเป็นผู้ไม่คดโกง หรือร่ำรวยมาโดยมิชอบธรรม เป็นต้น
ศีลข้อที่สาม คือ เว้นจากการไม่ประพฤติผิดในลูกเมีย หรือสามีของผู้อื่น รวมทั้งการไม่ประทุษร้ายจิตใจของผู้อื่นด้วยการแย่งชิงสิ่งอันเป็นที่รักของคนอื่น ข้อนี้จะทำให้ทุกคนมีธรรม คือ ความสันโดษยินดีในคู่ครองของตน ไม่ละเมิดหรือนอกใจคู่ครอง เป็นต้น ข้อนี้ก็จะทำให้การทำเสน่ห์ยาแฝดไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีต้นเหตุที่จะต้องให้ไปทำอะไรเช่นนั้นแล้ว ทั้งสามีภรรยาก็จะเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตนเอง เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม
ศีลข้อที่สี่ คือ เว้นการไม่พูดปด รวมไปถึงการไม่พูดเสียดสีด่าทอให้ร้ายผู้อื่น การทะเลาะวิวาทใดๆก็จะไม่มี นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการสำรวมวาจา และพูดแต่สิ่งดีมีประโยชน์ พูดให้เกิดควมรักความสามัคคี และพูดคำสัตย์ ไม่บิดเบือน เป็นต้น ก็จะกลายเป็นการสร้างเสน่ห์ให้เกิดขึ้นแก่ผู้พูดเอง โดยไม่ต้องไปอาศัยเมตตามหานิยมใดๆ
ศีลข้อที่ห้า คือ เว้นการดื่มสุราเมรัย ก็เพื่อให้มีสติ สัมปชัญญะมั่นคง ไม่เป็นบ่อเกิดของโรค ไม่ประพฤติ เป็นพาลเพราะอำนาจน้ำเมา รวมถึงไม่ประพฤติกิริยาที่อดสูในการพูด การทำ การคิด เป็นต้น รู้จักสำรวมในการบริโภคอาหาร ก็ย่อมมีสุขภาพกายใจที่ดี มีบุคลิกภาพ ที่ดี ซึ่งจะเป็นเสน่ห์แก่ผู้ปฏิบัติตามแน่นอน โดยมิต้องสงสัย
สุดท้ายนี้ ก็ขอเชิญชวนให้มารักษาศีลห้ากันดีกว่าอย่าไปหลงเชื่อการทำเสน่ห์ยาแฝด นะหน้าทองใดๆเลย เพราะเสน่ห์ใดๆก็ไม่เทียบเท่าศีลธรรมที่หอมหวนทวนลมได้ และมีขอบเขตกว้างไกลไม่มีสิ้นสุด

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 94 ก.ย. 51 โดยธมฺมจรถ)