xs
xsm
sm
md
lg

เยือนเมืองแห่งลม ชม ‘เจดีย์ 3 องค์’

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอ่ยถึง ‘เจดีย์ 3 องค์’ มิใช่มีเพียงเฉพาะที่กาญจนบุรีเท่านั้น แต่มีอยู่ที่เมืองต้าหลี่ด้วย

ต้าหลี่หรือตาลีฟู อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรน่านเจ้า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี ภูมิประเทศสวย งามราวสรวงสวรรค์ มีสายลมพัดแรงทุกฤดูกาลจนได้ชื่อว่า ‘เมืองแห่งลม’

นอกจากเมืองที่คงสภาพสมบูรณ์จนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแล้ว ความงดงามของเจดีย์ สามองค์แห่งต้าหลี่ ก็เป็นที่เลื่องลือในฐานะสัญญลักษณ์ทาง ประวัติศาสตร์ที่คนทั่วโลกปรารถนาจะได้ชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต

เจดีย์สามองค์อยู่ห่างไปทางเหนือของเมืองเก่าต้าหลี่ประมาณหนึ่งกิโลเมตร ตั้งตระหง่านเผชิญหน้ากับทะเลสาป เอ๋อไห่ ที่มีสมญานามว่าไข่มุกบนที่ราบสูง ด้านหลังเป็นภูเขา ชางซาน ที่สูงเสียดฟ้าและปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดปี

เจดีย์ทั้งสามก่อสร้างด้วยอิฐ องค์ใหญ่ที่สุดและเป็นองค์แรกมีรูปทรงสี่เหลี่ยม สูง 69.13 เมตร สร้างในค.ศ.836 สมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งผู้คนเชื่อว่าโลกเป็นแผ่นดินสี่เหลี่ยม คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์จีน เจดีย์แบ่งเป็น 16 ชั้น แต่ละชั้นมีแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ยากจะพบในเจดีย์อื่นๆ

ส่วนเจดีย์อีกสององค์ สร้างในสมัยราชวงศ์ซ้อง เป็นทรงแปดเหลี่ยม (ชาวจีนถือว่ารูปแปดเหลี่ยมขึ้นไปคือทรงกลม) สูง 42.19 เมตร มีสิบชั้น เจดีย์สององค์นี้ตั้งอยู่ห่างกัน 97.5 เมตร และห่างจากเจดีย์องค์ใหญ่ 70 เมตรเท่ากัน การจัดวางของเจดีย์ทั้งสามองค์จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมที่สมมาตรกันอย่างสวยงาม

แต่เดิมเจดีย์สามองค์เป็นส่วนหนึ่งของวัดฉงเซิ่ง ที่สร้าง ในค.ศ.840 บนเนื้อที่กว่า 12 ตารางกิโลเมตร เป็นวัดที่กว้างใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีพระพุทธรูป ถึง 11,400 องค์ มูลค่าการก่อสร้างรวมแล้วเทียบได้กับทอง คำถึง 21,757 กิโลกรัม!!

ในประวัติศาสตร์ วัดนี้เคยเป็นศูนย์กลางประกอบพิธีทางศาสนาของเขตทางภาคใต้และเขตเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พุทธศาสนิกชนจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จึงเรียกขานกันว่า ‘พุทธมณฑล’ มีบันทึกว่า ผู้ปกครองต้าหลี่ ถึงเก้าคนสละตำแหน่งเพื่อบวชเป็นพระที่วัดแห่งนี้

วันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1515 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้เจดีย์เล็กสององค์เอียงเข้าหาองค์ใหญ่เล็กน้อย ส่วนเจดีย์องค์ใหญ่ก็เกิดรอยแตกร้าว แต่รอยนั้นก็หายไปเองราวปาฏิหาริย์!!

ในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1851-1861) วัดฉงเซิ่งก็ถูกไฟไหม้ เสียหายมากมาย

การบูรณะเจดีย์สามองค์ในช่วงปี ค.ศ.1978-1979 ทำให้พบโบราณวัตถุจากศตวรรษที่ 7-10 กว่า 600 ชิ้นภายในองค์ เจดีย์ นับเป็นหลักฐานทางพุทธศาสนาที่มิอาจประเมินค่าได้

ส่วนวัดฉงเซิ่งนั้น มีการบูรณะครั้งใหญ่ในค.ศ.2002-2005 ด้วยจุดมุ่งหมายให้เกิดความสมบูรณ์สอดคล้องกับเจดีย์สามองค์ โดยคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้

เจดีย์สามองค์ถูกเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เจดีย์ข่มมังกร’ มีบันทึกว่าพื้นที่แถบนี้เคยประสบอุทกภัยสร้างความเสียหายทางการเกษตรเป็นอย่างมาก มีการสำรวจฮวงจุ้ยแล้วก็พบว่า บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของมังกร เมื่อใดที่มังกรพลิกตัว ก็จะเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขึ้น จึงได้มีการสร้างพระเจดีย์ที่มีรูปทรงแตกต่างกันสามองค์ขึ้นมาเพื่อทับตัวมังกรไว้

อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า มังกรขึ้นมาเล่นน้ำที่ทะเลสาปเอ๋อไห่ ทำให้น้ำล้นไหลท่วมบ้านเมือง ชาวต้าหลี่โบราณเชื่อว่ามังกรเกรงกลัวเจดีย์ จึงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อไม่ให้มังกรขึ้นมาเล่นน้ำ

เป็นที่น่ามหัศจรรย์ว่าเมื่อเจดีย์สร้างเสร็จ พื้นที่บริเวณนี้ ก็ไม่เคยมีน้ำท่วมอีกเลย!!

ผู้คนที่เดินทางเข้าสู่ต้าหลี่ จะมองเห็นเจดีย์สามองค์ได้ตั้งแต่ระยะไกล ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางเทือกเขาเขียวขจีและท้องทุ่งสีมรกต ในยามเช้าแสงตะวันจะสาดส่องเจดีย์สาม องค์จนเป็นสีทองอร่าม

ด้านหลังองค์เจดีย์มีบึงชื่อว่า ‘จูหยิง ชิ’ หรือบึงสะท้อนแสงเงาของเจดีย์จะปรากฏอยู่บนผิวน้ำใสราวกระจก เกิดเป็นภาพงดงามของเจดีย์หกองค์ที่ตระหง่านภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ส่วนในยามค่ำคืน องค์เจดีย์จะถูกประดับประดาด้วย แสงไฟเป็นประกายเรืองรอง

แม้ว่าเจดีย์สามองค์จะรอดพ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดมา แต่รัฐบาลท้องถิ่นยังคงบูรณะซ่อมแซมอย่างสม่ำ เสมอเพื่อให้ศาสนสถานแห่งนี้คงความแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ งดงามเฉกเช่นที่เคยเป็นมากว่า 1,800 ปี

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 82 ก.ย. 50 โดย นันท์ธนัตถ์)