xs
xsm
sm
md
lg

สามก๊กการเมือง ฉบับเมืองแตก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ศูนย์หนังสือจุฬาฯ / สมุทรจร บูรพา

การเลือกตั้งใหญ่เพิ่งผ่านไปสี่เดือนเศษการปรับคณะรัฐมนตรี “ ทักษิณ 2/2 ” เพิ่งลุล่วงไม่นาน แต่สภาวะทางการเมืองยังคงดำเนินไปด้วยความเข้มข้น แหลมคมด้วยยุทธศาสตร์นานา ทั้งการฟ้อง ร้องกัน การกล่าวหากัน ตลอดจนการตามเช็ดตามล้างคู่แข่งทางการเมือง จะยังคงดำรงอยู่เป็นอย่างนี้และอย่างวุ่นวาย จนยืดเยื้อไปถึงเลือกตั้งใหญ่สมัยหน้าถามว่า แล้วคนอย่างเราๆ ท่านๆ จะทำตัวอย่างไร?
คำตอบคือ ดำเนินชีวิตต่อไป ตามมีตามเกิด!!แต่เราทุกคนล้วนต้องเกี่ยวพันการเมือง ไม่ว่าการเมืองนั้นเป็นระบบใด เพราะการเมืองเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต ฉะนั้นทุกคนจึงไม่อาจละเลยหรือเพิกเฉยได้เรื่องการเมือง “ หากย้อนไปในยุคสามก๊ก ก็ย่อมมีการเมือง แล้วก็สะเทือนเลื่อนลั่นมาเกือบสองพันปี ทั้งยังเข้มข้นด้วยยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีไม่มีเปลี่ยน เปรียบเป็นสุดยอดคัมภีร์ในการบริหารบ้านเมืองเล่มเขื่อง ที่บรรดาผู้คนยุคหลังต้องน้อมศึกษาด้วยจิตคารวะแล้วการเมืองยุคปัจจุบันนี้เล่า มีเรื่องใดผิดแผกไปจากการเมืองยุคสามก๊กบ้าง หลายครั้งที่เราพบเห็น บรรดาขุนศึกยุคสามก๊กเดินเรียงหน้า จากเวทีประวัติศาสตร์สู่เวทีการเมืองไทยยุคนี้ พร้อมอาวุธเล่ห์เพอุบายและยุทธศาสตร์กลทั้งหลาย ”เป็นถ้อยคำปกท้ายของหนังสือ “ สามก๊กการเมือง ตอนเมืองแตก ” ต้องบอกว่าใครที่ชื่นชอบวรรณกรรมสามก๊กทุกภาคสำนวนแต่งมาแล้ว และเคยสัมผัส “ กลยุทธ์สามก๊ก ” ซึ่งนำกลยุทธ์ต่างๆ ในสามก๊กมาประยุกต์กับหลักการบริหารยุคใหม่ ก็ย่อมต้องได้อ่านได้ยินสำนวน “ ยังไม่อ่านสามก๊ก อย่าริทำการใหญ่ ” เจ้าของนาม ทองแถม นาถจำนง ผู้มีความเชี่ยวชาญวรรณกรรมจีนเป็นพิเศษ ครั้งนี้เขาเสนอในอีกมิติหนึ่งของยุคสามก๊กมาเปรียบเทียบกับความเป็นของวงการเมืองแบบไทยๆ ว่า“ แท้จริงแล้ว มันไม่ต่างกันหรอกนายเอ๋ย...” อีกเช่นกัน หนังสือเล่มนี้ยังมีนักเขียน นักแปล ตั้งแต่สมัยเมืองไทยเบ่งบานประชาธิปไตย เจตน์ เจริญโท ร่วมกันร่ายและสาธยายให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องการเมืองในแง่มุมที่เปิดกว้างขึ้น มองนักการเมืองด้วยสายตาที่แหลมคมมากขึ้น หรือให้รู้เท่าทันเหลี่ยมมากขึ้น อาจจะช่วยกันยับยั้งนักการเมืองที่กำลังจะก่อความหายนะแก่บ้านเมืองได้ในระดับหนึ่ง ผมบอกได้เลยว่าเมื่อคุณได้หยิบมาอ่านแล้วจะวางไม่ลงตัว ชวนให้ติดตามตั้งแต่หน้าแรกไปจนหน้าสุด ท้าย เพราะผู้เขียนทั้งสองมีการใช้คำคม วาทะ และสำนวนจีนเด็ดๆ แทรกลงเนื้อหาในแต่ละตอน ทำให้อ่านแล้วเห็นภาพ ยิ่งคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือแนวนี้อยากแนะนำให้อ่าน เพราะเนื้อหาไม่ซีเรียส แถมอ่านแล้วกลับสนุก เชื่อได้ว่าอ่านแล้วได้มากกว่าคุณคิด นี่คือเหตุผลของผม

เมื่อพลิกเข้าไปในเนื้อหาสามก๊กวิจักขณ์ พบถ้อยคำขึ้น “ พึงตื่นรู้ว่ายุคสมัยกำลังเปลี่ยนแปลง ” หรือย่อหน้าต่อมา “ สิ่งที่ฟ้าละทิ้งแล้ว มิอาจคำจุนได้ ” เพียงสองประโยคนี้ ชวนให้ผู้อ่านค้นหาความหมายและติดตามอักษรในบรรทัดต่อไป ทั้งในทัศนะและเปรียบเทียบอย่างตอน 2 บทเรียนจากสามก๊ก ทองแถมเสนอทัศนะตื้นๆ วิจารณ์ขุนศึกในสามก๊กอย่างย่อๆ ดังนี้ขุนศึกอ้วนเสี้ยว เกิดในตระกูลขุนนางใหญ่ อ้วนเสี้ยวเป็นคนมีความรอบรู้กว้างขวางคนหนึ่ง ทั้งยัง พยายามรวบรวมผู้ปรีชาสามารถเป็นสมัครพรรคพวกได้มากมาย เสียแต่ที่อ้วนเสี้ยวใจคอคับแคบ มีน้ำใจหวาด ระแวงคนเกินไป ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ทรัพยากรบุคคลที่ตนมีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ผลสุดท้ายผู้ปรีชาสามารถอย่างซุกฮก กุยแก ฯลฯ จึงกลับกลายเป็นทีมงานกุนซือให้กับโจโฉศัตรูของอ้วนเสี้ยว นั่นกาลต่อมาอ้วนเสี้ยวพ่ายแพ้โจโฉในยุทธการกัวต๋อ ขุนศึกที่น่าสนใจอีกคนหนึ่งคือ เล่าปี่ ถ้ามองจากบางแง่บางมุม หากเล่าปี่มิได้รับความช่วยเหลือจากอัจฉริยะอย่างขงเบ้ง บังทองคงมีแต่ทหารเอกอย่างกวนอูและเตียวหุยเท่านั้น เล่าปีเองคงเป็นได้อย่างมากเพียง “ แขก ” ที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาเที่ยวพึ่งพิงอาศัยขุนศึกคนโน้นทีคนนี้ทีอยู่เรื่อยไป การแสวงหาปราชญ์ใช้คนให้ถูก นี่เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่ผูกให้เห็นยุคสังคมสามก๊กกับปัจจุบันไว้ว่า สัง คมไม่อาจขาดซึ่งภูมิปัญญา หากสังคมไม่ให้ความสำคัญต่อปราชญ์ ก็จะกลายเป็นสังคมไร้ภูมิปัญญา เกิดวิกฤตการณ์ไม่หยุดหย่อน ดังกรณีประเทศไทยในขณะนี้เป็นต้น

ผมหยิบวรรคบางตอนของช่วงชีวิตเล่าปี่ขรุขระยากแค้น บางคราท้อแท้หมดอาลัยตายอยากทีเดียว แต่เมื่อครั้นเล่าปี่ได้ขงเบ้งมาช่วยแล้ว เล่าปี่ดีใจนักเปรียบดังกับว่า “ ตัวเรานี้อุปมาเหมือนปลาเกลือกอยู่บนดอน ซึ่งได้ขงเบ้งมาไว้นี้เหมือนเราเกลือกลงมาถึงน้ำได้ ” ปลาขาดน้ำฤๅจักกระดิกกระเดี้ยทำสิ่งใดได้ แต่ครั้นเมื่อได้น้ำมันก็เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระเสรี จะเห็นได้ว่าหลังจากเล่าปี่ได้ขงเบ้งมาช่วยแล้ว หนทางการต่อสู้ราบรื่นขึ้นมาก เล่าปี่สามารถผูกพันธ มิตรกับซุนกวนโจโฉแตกทัพเรือ สุดท้ายยังถึงขั้นปราบดาภิเษกเป็นฮ่องเต้อีกด้วย นับว่าพลังขงเบ้งมีมากมหา ศาล ขนาดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดทางยุทธศาสตร์ในนิยายสามก๊ก หรือบางตอนของลางร้ายก่อนบ้านเมืองล่มสลาย ขันทีโฉดครอบงำฮ่องเต้ คอร์รัปชั่นผลาญเมือง ผู้หญิงวุ่นวายก้าวก่ายการปกครอง ฯลฯ อยากให้ผู้อ่านติดตามในเนื้อหา “ สามก๊กการเมือง ตอนเมืองแตก ” ของสำนักพิมพ์แม่โพสพ ผู้สร้างสรรค์งานอุดมแห่งปัญญาหรือภายใต้สโลแกน “ ต้นกล้าแห่งปัญญา ทั่วผืนพสุธาไทย ” สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำหรือสะดวกสบายสุดต้องที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
กำลังโหลดความคิดเห็น...