xs
xsm
sm
md
lg

วันอุโบสถ มรดกอันยิ่งใหญ่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานแก่มวลมนุษยชาติ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้เขียน พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส วัดสุทัศนเทพวราราม กทม.

ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเรื่องวันอุโบสถศีลไว้นั้น ทรงบัญญัติไว้อย่างมีนัย เพราะวันนี้คือวันที่ให้พุทธบริษัท ศาสนิกชน อุบาสก อุบาสิกามาวัดฟังธรรม ชุมชนมีกิจกรรมกับพระภิกษุสงฆ์ มาทำบุญ ทำทาน ตามๆ กันมาก็ได้ เป็นวันหนึ่งที่มีความรู้สึกว่าต่างจากวันอื่นๆ 7-8 วันต้องกระตุกตัวเองสู่ความสงบเรียบง่ายสักครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงประทานทางสงบทางสว่างมาให้แล้ว แต่เราไม่เอาเอง ทางคริสต์เขาก็มีวันสำคัญของเขาอิสลามก็มีวันสำคัญของเขา แต่ถ้าถามชาวพุทธทุกวันนี้ หรือแม้แต่พระบางรูปยังไม่รู้ว่าวันนี้มีความสำคัญอย่างไร ยังตอบอ้ำๆ อึ้งๆ หรือแม้แต่แค่ถามว่าวันไหนเป็นวันพระ ยังตอบไม่ได้ หรือไม่เคยรู้เลยคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ได้ให้ภาพเราให้เห็นว่า การที่ทรงประทานวิถีชีวิตเรื่องวันอุโบสถไว้นั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นการเฉพาะต่อการพัฒนามนุษย์เป็นอย่างยิ่ง มิใช่เป็นเพียงเรื่องที่ศาสนาต่างๆ เขาก็มีกันเท่านั้น ถ้าย้อนหลังไปในอดีตกาล ในสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ในอดีต กัปหรือกัลป์ก่อนๆ หรือในโลกใบก่อนๆ ในยุคที่มนุษย์อาจมีวิวัฒนาการที่ช่วงอายุ เป็นพันปี เป็นหมื่นปี ก็ได้ทรงบัญญัติวันอุโบสถไว้เช่นกัน แต่ช่วงความห่างของวันอุโบสถจะต่างกัน อาจนานถึง 6 เดือน เป็นปี หรือหลายปี หรือหลายสิบปี มีวันอุโบสถครั้งหนึ่ง ถ้าในยุคอย่างมนุษย์ยุคเราที่มีช่วงอายุไม่เกิน 100 หรือ 120 ปี ก็จะต้องทุก 7-8 วัน มีวันอุโบสถครั้งหนึ่ง ทรงบัญญัติตามเหตุตามปัจจัย ถ้าในยุคที่มนุษย์มีกิเลศเบาบาง น้อย ฝึกได้ง่าย พัฒนาได้ดี ก็เว้นช่วงนานจึงมีครั้งหนึ่ง แต่ถ้ามนุษย์ยุคที่กิเลสหนา มีโลภะ โทสะ โมหะมากอย่างใน ปาฏิโมกข์ ครั้งหนึ่ง เป็นเรื่องจำเป็น มีเหตุมีผลเป็นรากฐาน

เราสูญเสียไปโดยไม่รู้ตัว “นี้ไม่ใช่ประเพณีที่เป็นไม้ประดับ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญของมวลมนุษยชาติ” พระพุทธเจ้าต้องการให้เป็นวันแห่งสติปัญญา เป็นวันแห่งบุญกุศล มาฟังธรรม เป็นวันแห่งความสงบสุข มาทบทวนชีวิตที่ผ่านมา 7-8 วัน ลดความฟุ้งซ่านลง หยุดหรือเว้นจากภาวะวิ่งเป็นหนูถีบจักร หยุดความมัวเมาลุ่มหลงไว้บ้าง ได้ทบทวนวิถีชีวิตของเราที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดไม่ได้ทำอะไรก็อนุโมทนากับเขา เป็นวันพักทำสิ่งที่ไม่ดีบ้าง เด็กๆ ที่ตามผู้ใหญ่มาก็อยากจะทำอย่างนี้บ้างเมื่อโตขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...