xs
xsm
sm
md
lg

ที่ประชุมชาวพุทธนานาชาติ เตรียมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาแห่งโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ที่ศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ วันนี้(19 พ.ค.) เวลา 09.00 น. พระสงฆ์และผู้แทนชาวพุทธนานาชาติ จาก 41 ประเทศ จำนวน1600 รูป/คน เข้าร่วมการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2548 โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดการประชุม ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ได้อ่านสารจากนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนให้มีการจัดการประชุมชาวพุทธฯ ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญในหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นองค์ความรู้นำหลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน

นายคิม ฮัก ซู รองเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ และเลขาธิการผู้บริหาร UNESCAP ได้อ่านสารจากนายโค ฟี่ อนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดไปกว่า 60 ปีแล้ว แต่ปัญหาความยากจนความอดยากยังคงมีอยู่ ซึ่งการจัดงานวันวิสาขบูชา มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกับองค์การสหประชาชาติ คือ การเสริมสร้างความเข้าในระหว่างบุคคล การแสวงหาการเป็นเอกภาพและการส่งเสริมสันติสุข ซึ่งหวังว่าการจัดงานดังกล่าวจะเป็นการร่วมกันแสวงหาและสรรสร้างวิธีการกำจัดปัญหาความยากจน ความปลอดภัย โดยองค์รวมที่สามารถรับมือก่อการร้ายในปัจจุบันรวมถึงวิธีการเพิ่มความเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

พระเทพโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวการจัดงานเฉลิมฉลองวิสาขบูชาในประเทศไทยปีนี้ว่า เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในสองฝ่าย คือ การที่พระพุทธศาสนาทั้ง 2 ฝ่าย มหายาน เช่น จีน ญี่ปุ่น และเถรวาท เช่น ไทย พม่า อินเดีย ศรีลังกา ได้ร่วมกันจัดงานเป็นปีแรก และเป็นประวัติศาสตร์ร่วมกันที่องค์การสหประชาชาติได้เปิดให้ใช้สถานที่และส่งผู้แทนคนสำคัญ เช่น นายคิม ฮัก ซู มาร่วมในงานนี้ เนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2542

“การที่นิกายมหายานและเถรวาทไม่ได้มีการจัดงานวิสาขบูชาร่วมกันมาก่อนเนื่องจากการนับวันเกิดของพระพุทธเจ้าไม่ตรงกัน ทางนิกายมหายานจะนับแบบสุริยคติ ซึ่งจะประมาณต้นเดือนเมษายน ขณะที่เถรวาทจะนับแบบจันทรคติ ซึ่งจะประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งครั้งนี้ต้องขอบคุณความใจกว้างของมหายาน ที่จริงได้จัดงานดังกล่าวไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็ยังมาร่วมจัดงานอีกครั้งในประเทศไทย เพื่อเป็นการแสดงให้องค์การสหประชาชาติและชาวโลกได้รับรู้ถึงพลังแห่งชาวพุทธ ที่มุ่งไปสู่การสร้างสันติภาพ” พระเทพโสภณ กล่าว

ส่วนทางด้าน พระ ชิน ติ้ง จากสำนักโฝว กวง ซัน ได้กล่าวว่า ประเทศไทยมีความเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลกทั้งมหายานและเถรวาท โดยใช้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางประชุม ในขณะที่ประเทศจีนควรเป็นศูนย์กลางของพุทธฝ่ายมหายาน อย่างไรก็ตามในการประชุมวันพรุ่งนี้จะมีการลงมติผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนของโลก

ในการประชุมชาวพุทธฯ ได้มีการสรุปสุนทรพจน์ของผู้นำชาวพุทธ อาทิ พระญาณนิสะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ประเทศพม่า เรื่องจากองค์การสหประชาชาติมีความเห็นว่า พระพุทธเจ้ามิได้เป็นบุคคลสำคัญของชาวเอเชียเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลสำคัญของโลก เป็นผู้แทนแห่งสันติภาพของโลก เพราะศาสนาพุทธ เน้นในเรื่องของความเมตตาและความรัก ในขณะที่ พระธีธรรมรัตนะ จากประเทศศรีลังกา กล่าวว่า การจัดงานร่วมกันของชาวพุทธทั่วโลกจะเป็นการขจัดความขัดแย้งและนำสันติภาพมาสู่โลก เพราะจะเป็นการลดความไม่เข้าใจระหว่างกันได้ นอกจากนี้ พระจู่ เฉิง เลขาธิการพุทธสมาคมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังได้เดินทางมาร่วมงานดังกล่าวพร้อม นาย เย่ เสี่ยว เหวิง รัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมของจีน ซึ่งทั้ง 2 คน ถือเป็นบุคคลสำคัญอย่างมาก เนื่องจากพระจู่ เฉิง เป็นเลขาขององค์กรพุทธศาสนามหายาน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีประชาชนนับถือกว่า 100 ล้านคน และเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีกิจการศาสนาของประเทศจีนเดินทางมาไทย ซึ่งทั้ง 2 มีความเห็นตรงกันว่า ควรจะต้องมีการจัดงานในลักษณะนี้ปีละ 1 ครั้ง ในประเทศไทย และในปีหน้า ทางการจีนจะเชิญสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ไปร่วมงานด้านพระพุทธศาสนาในประเทศจีน