xs
xsm
sm
md
lg

คนรู้ใจ : ธรรมนูญชีวิตกับการมองชีวิตให้้ตรงประเด็น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เรื่องที่ 96 ธรรมนูญชีวิต

ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า "ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี เพียงแต่วิธีการและรายละเอียด ในคำสอนแตกต่างกันเท่านั้น"

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้คนที่นับถือในพุทธศาสนา กำลังเข้าใจในศาสนาพุทธอย่างถ่องแท้ และมีจริยวัตรที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีหรือยัง เพราะต่อให้คุณเปลี่ยน ที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ แต่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในชีวิตของคุณหรอกครับ

หากคุณยังลังเลใจว่า ทุกอย่างในชีวิตของคุณกำลังดำเนินไป อย่างถูกต้องและถูกธรรมหรือไม่ ผมแนะนำให้อ่าน "ธรรมนูญชีวิต" ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ดูครับ คุณจะได้ตัดสินการดำเนินชีวิตของคุณ และคนรอบข้างอย่างถูกต้องมากกว่า ถูกใจตามอารมณ์ของคุณครับ

หนังสือเล่มนี้ ท่านได้เขียนไว้ ในบทนำไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ

เมื่อพูดถึงเรื่องทั่วๆ ไป เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ศาสนาทั้งหลายมีแนวปฎิบัติแตกต่างกันเป็น 2 แบบ กล่าวคือ แบบหนึ่ง ไม่ใส่ใจเรื่องอย่างนั้นเลยโดยสิ้นเชิง มุ่งเน้นเฉพาะแต่การบรรลุจุดหมายที่สูงส่ง คือการเข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระผู้เป็นเจ้า หรือเข้าถึงปรมัตถสัจจะ

ส่วนอีกแบบหนึ่ง ก็สั่งสอนข้อปฎิบัติเกี่ยวกับชีวิตประจำวันนั้น เสียอย่างละเอียดพิสดาร โดยกำหนดแก่เราว่าจะต้องคิดหมายใคร่ทำอะไรๆ แค่ไหนอย่างไร จะต้องกินอาหารอะไร จะต้องสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน ศาสนาสองแบบนี้น่าจะเป็นสุดโต่ง 2 ด้าน

พระพุทธศาสนา เป็นคำสอนสายกลางหรือสอนความพอดี ระหว่างการเพิกเฉย ไม่ใส่ใจเสียเลยต่อเรื่องที่จะต้องปฎิบัติในชีวิตประจำวัน กับการตราบทบัญญัติ เป็นกฎข้อบังคับที่เคร่งตึงตายตัว พระพุทธศาสนาสอนแนวทางความประพฤติ ตามหลักสัจธรรมที่เป็นอกาลิโก

อกาลิโก ที่ว่าด้วยประโยชน์สุขที่พึงได้ อันเกิดจากการอยู่ร่วมสัมพันธ์กัน โดยใช้ปัญญาด้วยเมตตากรุณา และพร้อมกันนั้นก็มุ่งให้บรรลุ ถึงอิสรภาพทางจิตปัญญาที่เป็นจุดหมายสูงสุด ถึงขั้นที่ทำให้อยู่ในโลกได้โดยไม่ติดโลกหรืออยู่เหนือโลก

ตอนหนึ่ง ในบทนำสะท้อนความเป็นไปในปัจจุบัน ของการดำเนินชีวิตได้ตรงประเด็นเช่นนี้ครับ

เมื่อการดำเนินชีวิต และกิจการต่างๆยึดหลักความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจกัน มากกว่าจะมุ่งหาผลประโยชน์ให้แก่ตน ก็จะเห็นผลปรากฎว่าชีวิตและกิจการเหล่านั้นมิใช่จะเลวร้ายอย่างที่เราคิด และที่แท้แล้วมันจะช่วยให้ชีวิตเราโปร่งโล่งเบาสบายขึ้นด้วย

คนปัจจุบันจำนวนมาก มองชีวิตทุกวงการเป็นการต่อสู้ระหว่างผลประโยชน์ที่ขัดกัน เกิดเป็นนายจ้างกับลูกจ้าง รัฐบาลกับราษฎร คนมีกับคนจน และแม้แต่หญิงกับชาย หรือลูกกับพ่อแม่ เมื่อคนถือเอาทรัพย์ และอำนาจเป็นจุดหมายของชีวิต สังคมก็กลายเป็น
สนามต่อสู้ ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวที่ขัดกัน

เราก็เลยเที่ยวหาจริยธรรม สำหรับมาปกป้องผลประโยชน์เหล่านั้น นี่คือ "จริยธรรมเชิงลบ" กล่าวคือ สังคมยึดหลักผลประโยชน์แบบเห็นแก่ตัว โดยถือ "สิทธิของแต่ละคนที่จะแสวงหาความสุข" แล้วเราก็เลยต้องหาจริยธรรมดังเช่น "สิทธิมนุษยชน" มาคอยกีดกั้นกันและกันไว้ ไม่ให้คนมาเชือดคอหอยกัน ในระหว่างที่กำลังวิ่งหาความสุขนั้น

หลักธรรมในพระพุทธศานาเป็น "จริยธรรมเชิงบวก" ประโยชน์สุขคือจุดหมาย หาใช่ทรัพย์และอำนาจไม่ พระพุทธศาสนาถือว่า สังคมเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้ทุกคน มีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะพัฒนาตนเอง และเข้าถึงประโยชน์สุขได้มากที่สุด และนำเอาจริยธรรมมาใช้ เพื่อเกื้อหนุนจุดหมายที่ตั้งไว้

ยังมีอะไรอีกมากครับ ในหนังสือเล่มนี้ สนใจลองหาอ่านดู เผื่อมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในปีใหม่นี้ครับ

หากยังหาของขวัญดีๆ ให้แก่คนรอบข้างไม่ได้ หนังสือเล่มนี้น่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ