xs
xsm
sm
md
lg

คนรู้ใจ : บุญคืออะไร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เรื่องที่ 83 ตีสนิทกับความตาย

ได้ฤกษ์ตอบคำถามที่ตกค้างกันมา เพราะมีข่าวด่วนมาคั่นให้สะท้อนธรรม ก็ขอถอดความจากคำบรรยายของพระอาจารย์มานพ อุปสโม วัดนายโรง กรุงเทพมหานคร มาให้ได้อ่านกันครับ

บุญคืออะไร
วัตถุสิ่งของ ตัวเรา พระ อันไหนเป็นตัวบุญ ต้องรู้จักตัวบุญไว้นะเดี๋ยวตอนใกล้ตายบุญมาปรากฏไม่รู้จักบุญอีก เราจะไปปฏิเสธสิ่งที่เป็นบุญอีก วัตถุสิ่งของก็ไม่ใช่ตัวบุญ พระก็ไม่ใช่ตัวบุญ เราก็ไม่ใช่ตัวบุญ
บุญ ได้แก่เจตนากุศลจิตที่คิดต้องการจะให้ จิตที่คิดอยากจะให้ เจตนาที่คิดจะให้เป็นตัวบุญ เป็นตัวกุศลธรรม ท่านเรียกว่ากุศลเจตนา
ถ้าระลึกถึงกุศลได้ เรียกว่ากรรมอารมณ์ปรากฏ แต่ถ้าระลึกถึงวัตถุสิ่งของที่ทำให้เกิดวัตถุสิ่งของที่ทำให้เกิดกุศล เป็นนิมิตเครื่องหมายของกุศลกรรม ท่านเรียกว่ากรรมนิมิตอารมณ์
เมื่อบุคคลทำกุศลแล้ว กุศลก็จะนำพาไปสู่สุขคติ ไปเกิดเป็นมนุษย์ไปเกิดเป็นเทวดา เวลาใกล้ตายก็มองเห็นภพภูมิของมนุษย์ มองเห็นภพภูมิของเทวดา มองเห็นตัวเราไปเกิดเป็นมนุษย์อีก มองเห็นตัวเราไปอุบัติเกิดขึ้นเป็นเทวดา ถ้าเห็นอย่างนี้ท่านเรียกว่าคตินิมิตอารมณ์
ถ้าเป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์ ฝ่ายดีปรากฏ จิตของบุคคลนั้นก็จะผ่องใส เมื่อจิตผ่องใสแล้วตายไปก็จะไปสู่สุขคติ จะไปเกิดในสุขคติ คราวนี้ถ้าอกุศลกรรมมาปรากฏ ในขณะใกล้จะตายเราก็หวนระลึกนึกถึงบาป ถึงอกุศลกรรม ที่เราเคยกระทำไว้ ในขณะใกล้จะตายมองเห็นสัตว์ที่เราเคยฆ่ามาดิ้นพราดๆ ต่อหน้าต่อตาเรา
บางคนที่กระทำบาปหนักด้วยการทรมานสัตว์ ที่เรียกว่ากัดปลา ชนไก่ ในเวลาใกล้จะตายเคยมีมาปรากฏ คนที่ชอบชนไก่ถึงเวลาใกล้จะตายมองเห็นไก่กำลังตีกัน และเชียร์ไก่โดยเอาหัวแม่มือของตนเองไปชนกันและคิดว่าเป็นไก่แล้วก็เชียร์ใหญ่ จนหัวแม่มือนั้นเลือดโชก
บางคนชอบฆ่าสัตว์ มีอาชีพทางฆ่าสัตว์ชำแหละเนื้อ การชำแหละเนื้อสมัยก่อนเขาจะทรมานมาก คือเขาจะเอาเชือกผูกคอสัตว์แล้วเอาไปโยงไว้บนกิ่งไม้ และดึงเชือกให้เท้า 2 ข้างลอยขึ้น และสัตว์ที่จะถูกเชือดมันก็ร้องเสียงดัง ต่อจากนั้นจะเอาไม้เหลี่ยมๆ ตีบนศรีษะ เอามีดเชือดที่คอรองเลือด ในเวลาใกล้จะตายมองเห็นตัวเราเป็นสัตว์ที่จะถูกเชือด เอาเชือกมาผูกคอตนเองและไปโยงบนขื่อบ้าน ร้องเสียงดังอุอุ เหมือนกับสัตว์ที่ถูกตนเชือดก็มี
อันนั้นคืออะไร อันนั้นคือกรรมนิมิต อารมณ์ฝ่ายอกุศลกรรมมาปรากฏ หรือในเวลาใกล้จะตายมองเห็นภพภูมิอันเป็นทุกข์คติ มองเห็นตัวเราไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน มองเห็นนรกเห็นเปรต เห็นอสูรกาย เห็นภพภูมิของสัตว์นรก เปรตอสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน หรือมองเห็นตัวเราไปอุบัติเกิดขึ้นเป็นสัตว์นรก เป็นอสูรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าเห็นอย่างนี้ ตายแล้วก็จะไปสู่ทุกข์คติ
ถ้าอกุศลกรรมเป็นกรรมอารมณ์ เป็นกรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์ ฝ่ายไม่ดีมาปรากฎจิตของบุคคลนั้นก็จะขุ่นมัว จิตไม่ผ่องใส เมื่อจิตไม่ผ่องใสตายแล้วไปสู่ทุกข์คติทันที
แต่ถ้ากรรมดีมีโอกาสจะส่งผลก็จะทำให้เราระลึกถึงกุศลกรรมได้ จะทำให้เราเห็นนิมิตเครื่องหมายของกุศลกรรม เห็นสถานที่ที่กุศลกรรมจะนำให้ไปเกิด ตายแล้วก็จะไปสู่สุขคติ การตายแล้วไปสู่สุขคติหรือทุกข์คตินั้น ไปด้วยอำนาจแห่งกรรมคือการกระทำของเราที่เคยกระทำ พระพุทธเจ้าจึงสอนไม่ให้เราประมาทในการกระทำกรรม

เมื่อใจขุ่นมัวตอนใกล้ตาย
จะทำอย่างไรไม่ให้ไปทุกข์คติ
ถ้าในขณะใกล้ตายใจของเราเกิดขุ่นมัวขึ้นมา เราจะทำอย่างไร ตายแล้วจึงจะไม่ไปทุกข์คติ วิธีแก้ไขอารมณ์นั้นมีอยู่ ท่านบอกว่าถ้าเราสามารถประคับประคองจิตที่กำลังขุ่นมัว เศร้าหมอง ให้กลับมาผ่องใสได้ในขณะนั้น ก็จะสามารถสกัดกั้นอบายภูมิได้
คราวนี้การจะสกัดกั้นอบายภูมิได้นั้น เราจะต้องมีการฝึกจิตจนชำนาญ บุคคลใดเป็นผู้ฉลาดในจิตของตัวเอง บุคคลใดรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง บุคคลนั้นในขณะใกล้ตายใจจะไม่เศร้าหมอง ใจจะผ่องใส

สกัดกั้นใจอย่างไร
ไม่ให้เศร้าหมองก่อนตาย
วิธีการมีอยู่ ท่านให้เราฝึกใจของตัวเราเองบ่อยๆ โดยการรู้เท่าทันใจของตัวเอง เพียงแต่เราตามระลึกนึกถึงความรู้สึกของตัวเอง สามารถสกัดกั้นบาปอกุศลกรรมที่จะนำไปทุกข์คติได้
สกัดกั้นอย่างไร
ในขณะที่อกุศลกรรมหรือกรรมนิมิต คตินิมิต ฝ่ายอกุศลมาปรากฏ ขณะนั้นใจของเราขุ่นมัว เศร้าหมอง ใจของเราหวาดกลัว คุณภาพใจที่ไม่ผ่องใสเป็นอกุศล
คราวนี้ถ้าเราตามระลึกรู้ดูความรู้สึกของตัวเองได้ในขณะนั้น รู้ว่าใจขุ่นมัว ใจเศร้าหมอง ใจไม่ผ่องใสเกิดขึ้นด้วยอำนาจของสติ เกิดขึ้นด้วยอำนาจของสัมปชัญญะ ขณะใจไม่ผ่องใสเรามีสติตามระลึกถึงความรู้สึกที่ไม่ผ่องใส สติเป็นตัวบุญ
เรารู้สึกว่าใจไม่ผ่องใส ความรู้สึกเป็นตัวบุญ ขณะนั้นเราเปลี่ยนจิตที่เป็นอกุศลให้กลายเป็นกุศล พอกุศลเกิดในขณะนั้น อกุศลหมดโอกาสในการนำไปสู่ทุกข์คติ แต่กุศลที่เกิดในขณะใกล้ตาย เขาก็มีกำลังไม่พอที่จะนำไปสู่สุขคติ

หากกุศลมีกำลังไม่พอ
ใครจะเป็นผู้นำไปสู่ภพภูมิใหม่
เมื่ออกุศลเกิดแล้ว ถ้ามีสติ จิตที่มีสติ เป็นจิตที่เป็นกุศล มีความรู้สึก จิตที่เข้าไปรู้สึกเป็นตัวกุศล อกุศลนั้นไม่มีแล้วหมดโอกาสในการนำเกิด แต่กุศลใหม่ๆ ก็เป็นกุศลมีกำลังอ่อนนำเกิดไม่ได้ เมื่อนำเกิดไม่ได้ใครจะเป็นผู้นำเกิด กุศลที่เกิดขึ้นในมรณาสันการ เขาจะเปิดโอกาส เปิดช่องทางให้กุศลที่ยังไม่มีโอกาสส่งผล ให้มีโอกาสได้ส่งผล
กุศลที่เกิดขึ้นในมรณาสันการนั้น ก็จะช่วยสนับสนุนให้กุศลที่ยังไม่มีโอกาสให้เขาได้มีโอกาส พอเขามีโอกาส กุศลที่เกิดขึ้นในมรณาสันการ คือกุศลที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้ตายนั่นแหละ จะทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนให้มีกำลังมากขึ้นในการส่งผลไปสู่สุขคติภูมิ
การไปสู่สุขคติและทุกข์คติก็ด้วยอำนาจของกรรม กุศลกรรม อกุศลกรรม กุศลกรรมเมื่อมีโอกาสนำเกิด จะทำให้บุคคลนั้นจิตผ่องใสในเวลาใกล้ตาย อกุศลกรรมเมื่อมีโอกาสนำเกิด อกุศลกรรมนั้น จะทำให้จิตของบุคคลนั้นขุ่นมัวเศร้าหมอง

พระพุทธเจ้าสอนให้เรา
ไม่ประมาทในการกระทำ
คราวนี้การเตรียมตัวก่อนตายนั้นพระพุทธเจ้าสอนให้เราไม่ประมาทในการกระทำ การดำรงชีวิตอย่างไม่ประมาทจะต้องสร้างที่พึ่ง จะต้องมีเสบียงในการเดินทางการเดินทางถ้าเราไม่มีเสบียงในการเดินทางไปไหนลำบาก ไม่ต้องออกต่างประเทศ เดินทางในประเทศก็ลำบากแล้ว เราไม่มีสตางค์เดินทางก็ลำบาก นั่งรถก็ไม่ได้ หิวซื้ออะไรรับประทานก็ไม่ได้
บุคคลเราก็เหมือนกันถ้าไม่มีเสบียงเดินทางไปสู่สัมปรายิกภพ การไปอุบัติเกิดขึ้นในภพใหม่ภูมิใหม่ก็จะลำบากเราก็จะได้รับความทุกข์ ความเดือดร้อนไม่สะดวกสบาย
คราวนี้ท่านผู้อ่านคงจะมีความสงสัยต่อ ตามประสาของคนที่กำลังมีความสนใจเรื่องสำคัญของชีวิตนะครับว่า แล้วบุญกุศลเกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบมีให้อ่านกระจ่างกันจันทร์หน้าครับ

(อ่านต่อวันจันทร์หน้า/
บุญกุศลเกิดขึ้นได้อย่างไร)