xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ภาค 1 รวบแก๊งทำร้ายสมภารวัดสีกันก่อนกวาดทรัพย์ฯ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผกก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สส.ภ.1 ได้นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรีเลขที่ 677/2547 ลงวันที่ 87 มิ.ย.47 เข้าทำการตรวจค้นจับกุมคนร้ายที่ทำการปล้นทรัพย์พระครูธรรมรัตน์วิมล อายุ 80 ปี เจ้าอาวาสวัดสีกันดอนเมือง ที่บ้านเลขที่ 946/1 หมู่ที่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยจำนวน 1 ราย จึงเข้าทำการสอบถามรูปพรรณสันฐาน ชื่อนามสกุลตรงตามหมายจับคือนายบัญชา หรือโพธิ์ นาคพันธุ์ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.สส.ภ.1 พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน

จากการสอบสวน นายบัญชา ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็น 1 ใน แก๊งเหลวไหลที่ทำการปล้นทรัพย์เจ้าอาวาสวัดสีกัน โดยมีนายไพฑูรย์ หรือ เขียว อ่อนจันทร์ อายุ 20 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง แต่ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ด้วยเพราะวันนั้นตนมีธุระ จึงได้ไม่ได้ไปด้วย โดยในแก๊งนั้นมีทั้งหมด 4 คน ส่วนในวันเกิดเหตุนั้น นายไพฑูรย์ หรือเขียด นายวัลลภ สุขโข และน.ส.วรรณี เป็นคนลงมือ ทราบว่ามีนายไพฑูรย์ เป็นคนขับรถ ส่วน น.ส.วรรณี อ่อนจันทร์ พี่สาวของนายไพฑูรย์ เป็นคนรับหน้าที่ในการออกอุบายให้เจ้าอาวาสลงมาเจิมรถ จากนั้นอีกคนก็จะเข้าไปลักทรัพย์แต่ในวันเกิดเหตุ หาจังหวะที่เจ้าอาวาสเผลอไม่ได้ จึงได้เข้าใช้กำลังในการปล้นทรัพย์

ด้าน พ.ต.อ.พีระพงศ์ ผกก.สส.ภ.1 เปิดเผยว่า หลังจากคนร้ายได้ก่อเหตุปล้นเจ้าอาวาสวัดสีกัน ได้มีการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายมาตลอด ทำให้มีข้อมูลทราบได้ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นแก๊งนี้ เพราะเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ภาค 1 และ ภาค 7 และในเขตนครบาล จึงได้เฝ้าซุ่มดูพฤติกรรมจนทราบแน่ชัดว่า เป็นคนร้ายกลุ่มนี้ ก่อนขอหมายศาลเข้าทำการจับกุม

ผกก.สส.ภ.1 กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยมีนายไพฑูรย์ อ่อนจันทร์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 946/1 หมู่ที่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายวัลภ สุขโข อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 ถนนนาสร้างนาขุม อต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม และ.น.ส.วรรณี อ่อนจันทร์ พี่สาวของนายไพฑูรย์ ร่วมแก๊งอยู่ด้วย

ต่อมา พ.ต.อ.พีระพงศ์ ได้นำตัวนายบัญชา ผู้ต้องหามาให้ทางเจ้าอาวาสวัดสีกันชี้ตัว แต่ทางเจ้าอาวาสไม่ยืนยันว่า เป็นคนที่ลงมือปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายหรือไม่ แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่นำภาพประวัติของนายไพฑูรย์ นายวัลลภ และน.ส.วรรณี มาให้ดู ด้านเจ้าอาวาสยืนยันว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์จริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมกับติดตามกลุ่มคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป