xs
xsm
sm
md
lg

ชัยชนะ “โลกหลายขั้วอำนาจ” ภายใต้ความล่มสลายของยุโรป-อเมริกา!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


โดนัลด์ ทรัมป์
เปิดฉากสัปดาห์นี้...ด้วยอาการแบบมึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ อยู่พอสมควรเหมือนกัน!!! คือแทบไม่รู้ว่าควรจะต้องสะสม กักตุน ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋ง-ปลากระป๋อง ไฟฉง-ไฟฉาย ติดตัวไว้ซะแต่เนิ่นๆ สัก 3 วัน 7 วัน หรือสักกี่วัน มันถึงจะเหมาะสม สอดคล้อง กับความเป็นไปของฉากสถานการณ์โลก ที่ทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆกว่า 30 เกือบ 40 ประเทศ ต้องออกมาชี้แนะ ชี้นำ พลเมืองของตัวเอง แบบงึมๆ งัมๆ กำๆ กวมๆ ชนิดแทบไม่รู้ว่าเป็นเพราะสงครามโลก สงครามภูมิภาค สงครามไซเบอร์ หรือเป็นเพราะสภาวะอากาศหนาวๆ แห้งๆ แล้งๆ น้ำท่วม ดินถล่ม หรือเพราะอะไร? แบบไหน? อย่างไร? และเมื่อไหร่? กันแน่!!!

ด้วยเหตุนี้...บรรดาปวงชนในประเทศต่างๆ ทั้งหลาย คงต้องหาทางวิเคราะห์ สังเคราะห์กันเอาเอง หรือต้องสวมบทเป็น “กูรู-กูรู้” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ไม่ก็ต้องหันไปพึ่งพาการชี้แนะ ชี้นำ ของบรรดานักวิเคราะห์ไม่ว่าในระดับ “ศิลปินพื้นบ้าน” ที่มีอยู่ยั๊วะเยี๊ยะ เยอะแยะมากมาย ใน “Facebook”, “YouTube” ฯลฯ หรือจะยกระดับแบบ “โกอินเตอร์” ไปฟังพวกนักวิเคราะห์ระดับโลก ไม่ว่าประเภท “พันเอกDouglas Macgregor”, ท่านทูต “Chas Freeman”, นักวิเคราะห์ชาวจีนอย่าง “Victor Gao”, นักวิเคราะห์อิหร่าน “Mohammad Marandi” หรือนักวิเคราะห์รัสเซีย อย่าง “Andri Matyanov” ฯลฯ โดยอาศัย “วุ้นแปลภาษา” หรืออาศัยระบบแปลฝรั่งเป็นไทยภายใต้การอำนวยการของ “AI” ผิดมั่ง-ถูกมั่งแต่ก็พอฟังได้ ก็อาจพอจินตนาการ นึกภาพไปได้ตามเรื่อง ตามราว...

คือไม่ว่ามันจะเกิดอะไร? ขึ้นในอีก 2-3 วันข้างหน้า...อเมริกา-อิสราเอลจะใช้ “โคตรแม่มม์ม์ม์ระเบิด” ถล่มอิหร่านจนแหลกยับเยินไปเป็นหน้ากลอง หรืออิหร่านสามารถงัด “โคตรพ่อมม์ม์ม์ระเบิด” ออกมาตอบโต้ จนส่งผลให้บรรดาประเทศที่ยอมให้อเมริกาใช้เป็นฐานทัพ ไม่ว่าซาอุฯ คูเวต บาห์เรน ยูเออี กาตาร์ จอร์แดน ล่มสลายหายวับไปจากแผนที่ อินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดเชื่อมต่ออะไรแทบไม่ได้ เกิดการ “Hack” เงินตราสกุลดิจิทัลนับเป็นหมื่นๆ แสนๆ ล้าน ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกนับแต่นี้ คงหนีไม่พ้นต้องกลายสภาพไปเป็น “โลกหลายขั้วอำนาจ” อย่างมิอาจผันแปรไปเป็นอื่น หรือมิอาจหวนกลับคืนไปสู่ความเป็น “โลกขั้วอำนาจเดียว” แบบเดิมๆ ได้อีกต่อไปแล้ว!!!

อันนี้...ไม่ว่าจะโดย “ศิลปินพื้นบ้าน” หรือบรรดานักวิเคราะห์บ้านเรา ไปจนถึงนักวิเคราะห์ระดับโลก ต่างก็ดูจะให้ความยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธใดๆ ได้อีกต่อไป อันเนื่องมาจาก...ไม่ว่าจะมองไปใน “แนวรบ” ด้านไหน? แนวโน้มที่บรรดาพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” ย่อมมีแต่ “แพ้-กับ-แพ้” มันค่อนข้างจะเห็นได้ถนัดชัดเจนเอามากๆ อย่างเช่น “แนวรบตะวันออกกลาง” ที่ไม่เพียงแต่บรรดาประเทศเอเชียตะวันตก อย่างกลุ่มพันธมิตร “Mecca Agreement” ซาอุดีอาระเบีย-ปากีสถาน-ตุรกี จะต้องส่งคนมาจับเข่า จับหัวหน่าว ศัตรูคู่กัดอเมริกาและอิสราเอล อย่างอิหร่านกันถึงที่ หรือหันไป “ถีบอเมริกาทิ้ง” กันเห็นๆ แต่การคิดจะแสดงอำนาจ แสดงศักยภาพและแสนยานุภาพ ไม่ว่าของอเมริกาหรืออิสราเอลก็ตามที ย่อมมีแต่จะนำมาซึ่งความฉิบหาย-วายวอดของ “เศรษฐกิจโลก” แบบทั่วทั้งระบบ หรือทำให้โอกาสที่จะเกิด “Depression” ไม่ใช่แค่ “Recession” ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจถดถอย แต่ถึงขั้นเศรษฐกิจตกต่ำไปในระดับทั่วทั้งโลก ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

แถมยังอาจตกต่ำหนักเสียยิ่งกว่าครั้ง “วิกฤตเศรษฐกิจปี ค.ศ. 1930” เอาเลยก็ไม่แน่ เพราะอย่างที่บรรดาพวกกูรู-กูรู้หรือบรรดานักวิเคราะห์ทั้งหลายเขาคิดคำนวณออกมาเป็นตัวเลขกลมๆ ก่อนล่วงหน้าไว้แล้วนั่นแหละว่า ช่วงปี ค.ศ. 1930 ความตกต่ำ หรือความพินาศ-ฉิบหายทางเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก อยู่ที่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับคราวนี้...น่าจะไม่น้อยไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และนั่นย่อมส่งผลให้ “เศรษฐกิจอเมริกา” ภายใต้การบริหาร-จัดการของ “ทรัมป์บ้า” ตกอยู่ในภาวะไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี-หนีไม่พ้น อย่างมิพึงต้องสงสัย หรือมีแต่ต้องสวดบทกุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา ก่อนแบกขึ้นเมรุเพื่อเผาหลอก-เผาจริง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงไปเป็นอื่น...

เรียกว่า...แค่เอาระบบป้องกันภัยทางอากาศ “Avenger” มาติดตั้งไว้หน้าคฤหาสน์ “Mar-a-Lago” คงไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว อาจต้องเข็นเอาระบบ “THAAD” ไม่ก็ “Patriot” มาคอยรับมือใครต่อใครเอาเลยก็ไม่แน่!!! หรือโอกาสที่สังคมอเมริกันจะ “ล่มสลาย” แตกแยก แตกสานซ่านเซ็น ถึงขั้นเกิด “สงครามกลางเมือง” ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ และนั่นเอง...ที่จะทำให้ “พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์” ของอเมริกาอย่างอิสราเอล ที่ต้องพึ่งใบบุญอเมริกาในแทบทุกเรื่อง ทุกกรณี และยังต้องเจอกับ “ปัญหา” เจอกับ “แรงกดดัน” ภายในไม่น้อยไปกว่ากัน ย่อมไม่อาจอยู่-รอด-ปลอดภัยใดๆ ได้เลย...

ต่างไปจากพวก “โลกหลายขั้วอำนาจ” อย่างอิหร่าน...ที่แม้จะแหลกลาญ ยับเยิน เพียงใดก็ตาม แต่ด้วยอารยธรรมที่สะสม สั่งสมมานานนับพันๆ ปี ด้วยความอดทน อดกลั้น ที่แสดงให้เห็นจากการยืนหยัดมาโดยตลอด 47 ปีของการแซงก์ชั่น โอกาสที่จะกลับมาฟื้นฟูบูรณะแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ให้ฟื้นคืนกลับมาเช่นเดิม ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ อีกทั้งด้วยความเหนียวแน่น หนึบหนับ ในการเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” อันเดียวกันกับมหาอำนาจคู่แข่งอเมริกาอย่างจีนและรัสเซีย ย่อมช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ให้ยากที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ อย่างเช่นที่มีข่าวว่า “รัสเซียเตรียมเผ่น” ถึงกับส่งเครื่องบินมาอพยพผู้คนออกจากอิหร่าน เพราะกลัวโดนโคตรระเบิดของอเมริกา แต่เอาไป-เอามาแล้ว...ถ้าว่ากันตามคำพูด คำแถลง ของ “CEO” บริษัท “Rosatom” ของรัสเซีย “นายAlexey Likhachev” เมื่อวันพุธที่ผ่านมานี่เอง (28 ต.ค.) ไม่เพียงแต่รัสเซียจะ “ไม่เผ่น” ยังแถมจะส่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญไปยังโรงงานนิวเคลียร์ “Bushehr” ของอิหร่าน เพิ่มขึ้นอีก 500-700 คน แถมยังคิดจะไปสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มเติมอีกกี่โรงต่อกี่โรง ก็ยังไม่แน่!!!

ส่วน “แนวรบยุโรปตะวันออก” ก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างเอาเลยแม้แต่นิด แม้บรรดาผู้นำชาติยุโรปโดยเฉพาะประเทศหลักๆ อย่าง อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี จะออกไปทางประเภทแบบที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov” ท่านใช้คำเรียกว่า “Political masochists” หรือพวก “ไม่เจ็บ-นอนไม่หลับ” ทางการเมือง อะไรทำนองนั้น แต่แม้ว่าจะ “เจ็บจัง...แต่ขออีก-ขออีก” เพียงไรก็ตาม มันก็แทบไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ ยับเยิน เกิดอาการกระเตื้องขึ้นมามั่งเอาเลยแม้แต่น้อย ความล่มสลายทางเศรษฐกิจ การเดินสวนทางกับความปรารถนา-ต้องการของประชาชนภายในประเทศตัวเอง ทำให้เกิดการประท้วง การลงถนน คราวแล้ว-คราวเล่า และยังทำให้โอกาสที่พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามจะผงาดขึ้นเป็นรัฐบาลกันแทนที่ ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงขึ้นๆ ไปตามลำดับ และอาจด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้ผู้นำประเทศฟินแลนด์ อย่างประธานาธิบดี “Alexander Stubb” และนายกรัฐมนตรี “Jonas Gahr Store” แห่งนอร์เวย์ เขาเลยตัดสินใจ “เอาตัวรอด” เข้าไว้ก่อน ด้วยการยกหูโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดี “ปูติน” แห่งรัสเซีย ทั้งที่ไม่เคยพูดคุยกันมาโดยตลอด 4 ปีเต็มๆ นับจากรัสเซียบุกยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2022 อันก่อให้เกิดความระส่ำระสาย เกิดการด่าว่า ด่าทอ กันในหมู่ชาติอียู-อีย้วย ที่หนีไม่พ้นต้องกลายสภาพเป็น “อียับเยิน” ยิ่งเข้าไปทุกที...

สำหรับใน “แนวรบทะเลจีนใต้” นั้น...อภิมหานักวิเคราะห์ระดับโลกอย่าง “พันเอกDouglas Macgregor” ท่านได้เสนอมุมมองที่น่าคิด น่าสะกิดใจ น่าสนใจมิใช่น้อย ด้วยการประมาณการว่า...เอาไป-เอามาแล้วจีนแผ่นดินใหญ่อาจไม่ต้องเสียเวลา “บุกไต้หวัน” เอาเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าจีนแท้ๆ หรือจีนไต้หวัน ก็ตาม ต่างก็มี “เป้าหมาย” ในชีวิต แทบไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกันและกันแต่อย่างใด นั่นก็คือ...อยากจะเป็นแบบเดียวกับ “จีนสิงคโปร์” หรืออยากมีวิถีชีวิตที่ “มั่งคั่ง” และ “มั่นคง” มากกว่าที่จะมาเพ้อหาเสรีพ่ง เสรีภาพ เอกร่ง เอกราช อะไรกันมากมายและด้วย “วัน-เวลา” รวมทั้งความแหลกลาญ ยับเยินของพวกขายุ ขาเชียร์ ที่อยากให้ไต้หวันประกาศตัวเป็นเอกราชไม่ว่าคุณพ่ออเมริกาหรือชาติยุโรปก็ตามที ที่ต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากความล่มสลายกันไปเป็นประเทศๆ สิ่งเหล่านี้นี่เอง...ที่จะทำให้ “การรวมชาติ” ระหว่างจีนและไต้หวัน สามารถเป็นไปได้โดย “สันติวิธี” หรือทำให้แนวรบด้านนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาออกเรี่ยว ออกแรง โดยใช่เหตุ...

หรือสรุปง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าใครจะตระหนกตกใจ ไปเพราะเหตุใดๆ หรือเกินไปกว่าเหตุ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...มันคงไม่ได้ทำให้ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกเปลี่ยนทิศ-เปลี่ยนทาง ไปจากที่กำลังต้องเป็นไปแต่อย่างใดไม่ ความพ่ายแพ้ในแต่ละแนวรบของพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” ย่อมต้องนำมาซึ่งโลกแบบใหม่ ระเบียบใหม่ กฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่บรรดา “ขั้วอำนาจ” ต่างๆ ทั้งหลาย จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด-กฎเกณฑ์ เพื่อให้เกิด “ระเบียบโลกแบบใหม่” ภายใต้โลกที่ได้กลายเป็น “โลกหลายขั้วอำนาจ” อย่างมิอาจหวนกลับคืนไปเป็นเช่นเดิมได้อีกต่อไป...นั่นแล!!!