ไม่ว่ายุโรปหรือตะวันออกกลาง...ดูๆ แล้วออกจะเละเป็นโจ๊กไปด้วยกันทั้งคู่ เรียกว่าหาทางออก-ทางไปแทบไม่เจอ เปิดฉากสัปดาห์นี้...เลยคงต้องพยายามหายใจลึกๆ เข้าไว้ แล้วตั้งหน้า-ตั้งตารอคอย “ความหวัง” ที่อาจพอเหลืออยู่มั่งเล็กๆ น้อยๆ จากการพบปะเจ๊าะแจ๊ะเจรจา แบบจับเข่า จับหัวหน่าวกันถึงที่ ระหว่างผู้ที่มีอำนาจ บทบาท ผู้นำชาติมหาอำนาจ 3 ประเทศของโลก ประธานาธิบดี “สี ทนได้” หรือ “สี จิ้นผิง” แห่งประเทศจีน ประธานาธิบดี “ปูติน” แห่งรัสเซีย และ “ทรัมป์บ้า” ผู้นำชาติมหาอำนาจสูงสุดแห่งอเมริกา ที่มีอันต้องเจอะเจอกัน ณ เวที ประชุม “The Asian-Pacific Economic Cooperation” หรือเวที “APEC”เมือง “Shenzhen” ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วงวันที่18-19 พ.ย. อีกไม่ช้า-ไม่นาน นับจากนี้...
เพราะดังที่ที่ปรึกษาประธานาธิบดี “ปูติน” “นายYury Ushakov”เขาได้ออกมา “ปูด” เอาไว้ก่อนล่วงหน้า กับสำนักข่าวรัสเซีย (Outlet Vesti) ไปเมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา (21 ต.ค.) นั่นแหละว่า...เจ้าภาพคุณพี่จีนหรือ “ปักกิ่ง” พร้อมแล้วที่จะจัดให้มีการพบปะแบบตัวเป็นๆ แบบถึงเนื้อ-ถึงตัว ระหว่าง3 ผู้นำโลก ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หรือ...“ทุกคนพร้อมแล้ว...สำหรับการพบปะครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่การพูดคุยกันในทุกเรื่องก็ตาม แต่ก็น่าจะหลายต่อหลายเรื่อง โดยขึ้นอยู่กับเจ้าภาพอันได้แก่ประเทศจีน” นั่นเอง และที่น่าสนใจ น่าคิดสะกิดใจเอามากๆ คือ ที่ปรึกษาผู้นำรัสเซียรายนี้ เขาถึงกับให้ค่า ให้ราคา การพบปะเจรจาของผู้นำทั้ง3 ว่าอาจถือเป็น “ครั้งประวัติศาสตร์” เอาเลยก็เป็นได้ ชนิดบางรายถึงกับนำไปเปรียบเทียบ เปรียบเปรยกับการประชุมพบปะระหว่าง3 ผู้นำโลกเมื่อครั้งอดีต นั่นคือ อดีตผู้นำรัสเซียครั้งที่ยังเป็น “สหภาพโซเวียต”อย่าง “Joseph Stalin” ผู้นำอเมริกา อดีตประธานาธิบดี “Franklin D. Roosvelt” และอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ “นายWinston Churchill” หลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่2 เพิ่งเสร็จสิ้นลงไปหมาดๆ เพื่อจัดระบบ จัดระเบียบ แต่ละสิ่ง-แต่ละอย่าง ให้ “เข้าที่-เข้าทาง”หรือที่รู้จักกันในนามการประชุม ณ เวที “The Yalta Conference 1945”เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!
ซึ่งที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย อย่าง “นายUshakov” เขาก็ได้แสดงความคิดเห็นต่อการเปรียบเทียบ เปรียบเปรยในลักษณะดังกล่าว เอาไว้พอให้หลับตานึกภาพได้บ้างรางๆ คือบอกว่า... “ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ แต่การพบปะของ 3 ผู้นำโลกคราวนี้ น่าจะก่อให้เกิด...พายุทางความคิดเห็นและการประเมินสถานการณ์ต่างๆ นานากันไปมิใช่น้อย”นี่...น่าคิดสะกิดใจ น่าสนใจ น่าจับตากันไปถึงขั้นไหน? อย่างไร? คงต้องไป “ชั่งน้ำหนัก”กันเอาเอง แต่ถ้าว่ากันถึง “ความเป็นไปของโลก”ในช่วงนี้ ที่ออกจะ “ทรหวลปั่นป่วนคลั่ง” เสียเหลือเกิน การที่ผู้ซึ่งมีบทบาท อำนาจในระดับ 3 ผู้นำโลก จะได้มีโอกาสจับเข่า จับหัวหน่าว คุยกันในเรื่องโน้น เรื่องนี้ แบบเป็นเรื่อง-เป็นราว ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบ “สงครามโลกครั้งที่ 2” มันน่าจะดีกว่าการพูดคุยหลังจากความฉิบหาย-วายวอดได้ผ่านพ้นไปแล้ว หรืออาจพอช่วยๆ ให้โลกทั้งโลกไม่ถึงกับต้องเจอกับ “สงครามโลกครั้งที่3” เอาเลยก็เป็นได้...
เพราะคงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าการรบราฆ่าฟัน การเข่นฆ่าล้างผลาญของฝ่ายต่างๆ ในโลกทุกวันนี้มันชักใกล้ๆ จะยกระดับขึ้นสู่ “สงครามโลกครั้งที่ 3” แบบเบ็ดเสร็จ สมบูรณ์ ยิ่งเข้าไปทุกที ไม่ใช่แค่รัสเซียรบกับยูเครน ใน “แนวรบยุโรปตะวันออก” ที่ยังหาทางออก-ทางไปแทบไม่เจอ หาข้อยุติแทบไม่ได้ แม้ยืดเยื้อคาราคาซังมาสี่ซ้า-ห้าปีเข้าไปแล้ว แต่แถมยังกลับมีแนวโน้มว่าอาจไปไกลระดับไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี ยิ่งไปกว่านั้น หรือทำท่าอาจต้องกลายเป็นการรบระหว่าง “รัสเซีย-NATO” หรือรัสเซียกับบรรดาชาติยุโรปทั้งหลาย ที่นอกจากไม่คิดจะลด-รา-วา-ศอกใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่ยังออกอาการ “กระเหี้ยนกระหือรือ” ยิ่งเข้าไปทุกที ไม่ใช่แค่การเพิ่มงบประมาณทางทหาร กะเกณฑ์ระดมคนหนุ่ม-คนสาวนับหมื่นๆ แสนๆมาเข้าประจำการในกองทัพ การทุ่มเทลงทุนในอุตสาหกรรมทหาร ฯลฯ แต่ยังถึงกับเตรียมแผน เตรียมปลุกเร้าให้ใครต่อใครลุกขึ้นสู้กับรัสเซีย ในช่วงเวลาไม่เกินปี ค.ศ.2029 ดังที่ผู้บัญชาการสูงสุดแห่ง “NATO” “พลอากาศเอกAlexus Grynkwich”ถึงกับต้องนำเอา “ทฤษฎีแห่งชัยชนะ” (Theory of Victory) มาป่าวประกาศต่อสาธารณชน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา...
แม้ว่ายุโรปทุกวันนี้...จะตกอยู่ในสภาพ “อียับเยิน” อย่างเห็นได้โดยชัดเจน ไม่ใช่แค่ “อียู-อีย้วย” เท่านั้น หรือเพียงแค่เจอกับ “ม็อบ” แต่ละม็อบ ไม่ใช่เจอระดับ “กองทัพ” ของฝ่ายตรงข้ามอย่างรัสเซีย ก็แทบหา “ชัยชนะ” ใดๆ แทบไม่ได้ดังนั้น...โอกาสที่รัฐบาลของพวก“Globalism” หรือพวก “เสรีนิยมใหม่” ทั้งหลาย จะพังทลายแบบโดมิโนเพราะฉากเหตุการณ์ระดับ “ยุโรปสปริง” นับวันยิ่งเป็นไปได้สูงยิ่งเข้าไปทุกที อันอาจส่งผลให้เกิด “รัฐบาลฝ่ายขวา”ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในอันที่จะเล่นงานบรรดา “ผู้อพยพ” ภายในประเทศตัวเองจนอาจกลายเป็น “สงครามเชื้อชาติ-เผ่าพันธุ์” ที่หนักหนา-สาหัสยิ่งขึ้นไปใหญ่ ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้เอาเสียเลย...
ส่วน “แนวรบ”ในตะวันออกกลางนั้น...ก็ออกจะหนักหนา-สาหัสไม่น้อยไปกว่ากัน ไม่เพียงแค่ดุเดือด-เลือดพล่านถึงขั้นคิดจะงัดเอา “โคตรแม่มม์ม์ม์ระเบิด”(Mother of All Bombs) ของอเมริกามาหย่อนใส่หัวชาวอิหร่าน จนฝ่ายอิหร่านเขาเลยหนีไม่พ้นต้องงัดเอา “โคตรพ่อมม์ม์ม์ระเบิด” (Father of All Bombs) ออกมาตอบโต้ ชนิดไม่มึง-ก็-กู คงต้องฉิบหายกันไปข้าง แต่ชักเป็นอะไรที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ บานปลาย ปลายบาน ยิ่งเข้าไปทุกที ไม่ว่าการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างอภิมหาเศรษฐีซาอุฯ กับผู้ที่ยากจนที่สุดในโลกอย่างนักรบ “Houthis” แห่งเยเมน ที่กลายเป็นตัวดึงดูดให้บรรดาประเทศที่ร่วมทำข้อตกลงทางทหารที่เรียกว่า “Mecca Agreement”กับซาอุฯ ไม่ว่าปากีสถาน ตุรกี-ตุรเคียต้องโดดเข้ามาร่วมด้วย-ช่วยกันในทางหนึ่ง-ทางใดจนได้ ไปจนแม้แต่ประเทศ “คุณหยิบ” หรืออียิปต์ ที่โผล่เข้ามาร่วมวงเพราะเหตุใด? แบบใด? ระดับใด? ก็ยังยากส์ส์ส์ที่จะอธิบาย แต่ชักส่งผลให้สีสัน บรรยากาศ มันออกไปทางคล้ายๆ “ซุนหนี่”กำลังปะทะกับ “ชีอะห์”หรือชักจะกลายเป็น “สงครามศาสนา” ที่อาจระเบิดเถิดเทิงไปทั่วทั้งโลกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้...
และด้วยอะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่ทำให้บรรดา “ชาติมหาอำนาจ” ไม่ว่าจีน-รัสเซีย-อเมริกา คงมิอาจเอามือซุกหีบไว้เฉยๆ ได้อีกต่อไป ยังไงๆ...คงต้องถูกผลัก ถูกลาก ให้ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง พัวพัน ในลักษณะหนึ่ง-ลักษณะใดกับบรรดา “ความขัดแย้ง” ที่ยังคงดำรงอยู่ และกำลังทำท่าว่าจะบานปลายยิ่งเข้าไปทุกที โดยเฉพาะถ้าสถานการณ์ความเป็นไปของโลกมันกลายเป็นตัวสร้างแรงกด แรงบีบ ให้ต้องวัดตัดสินกันในวินาทีสุดท้าย ด้วยการงัดเอา “อาวุธมหาประลัย”อย่าง “ขีปนาวุธนิวเคลียร์” ออกมาใช้ การพบปะระหว่างผู้นำมหาอำนาจ3 ฝ่าย ที่ต่างก็เป็น “ชาตินิวเคลียร์” ด้วยกันทั้งสิ้น อย่างน้อยที่สุด...ก็อาจถือเป็นการ “เติมช่องว่าง” ให้กับข้อตกลงในการใช้อาวุธชนิดนี้ที่กำลังหมดสภาพ และถูกเลื่อน ถูกชะลอ จนก่อให้เกิด “อัตราเสี่ยง” แห่งความฉิบหาย-วายวอด ในระดับไม่มีใครเป็นผู้ชนะ มีแต่ต้องแพ้-กับ-แพ้ ไปด้วยกันทุกฝ่าย หรืออย่างน้อย...ก็อาจพอช่วยให้ “สงครามโลกครั้งที่3”ไม่ต้องกลายไปเป็น “สงครามนิวเคลียร์” ในท้ายที่สุด...
อีกทั้งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น ก็คือว่า...การพบปะระหว่าง3 ผู้นำในลักษณะทำนองนี้ อาจถือเป็นการตอกย้ำ เป็นข้อพิสูจน์ ยืนยัน อย่างชัดเจนว่าโลกใบนี้ ไม่ใช่โลกที่มหาอำนาจรายหนึ่ง-รายใดจะสามารถแก้ไข-เยียวยา หาทางออก-ทางไปกันได้ง่ายๆ หรือไม่ใช่ “โลกขั้วอำนาจเดียว”ที่พวก “อีลีทโลก” หรือบรรดาพวก “กระหายสงคราม” ทั้งหลาย พยายาม “ดันทุรัง” ให้เป็นไปตามนั้น แต่ได้กลายเป็น “โลกหลายขั้วอำนาจ” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ-ร่วมใจ ของ “ขั้วอำนาจ” ต่างๆ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย แม้ว่าการพบปะดังกล่าว อาจเอาแน่-เอานอนอะไรไม่ได้มากมายสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุเพราะผู้นำประเทศมหาอำนาจสูงสุด อย่าง “ทรัมป์บ้า” นั้น เป็นอะไรที่เชื่อไม่ค่อยจะได้ สามารถเปลี่ยนไป-เปลี่ยนมาได้วันละ3 เวลาหลังอาหาร เผลอๆ แถมรอบดึก รอบเที่ยงคืนอีกต่างหากอะไรที่เคยสัญญิง-สัญญา กับผู้นำจีน-ผู้นำรัสเซีย กลับเจอกับการพลิกไป-พลิกมา จนก่อให้เกิดความ “บวดหัว” ต่อประเทศทั้งสองชนิด “ยาบวดหาย” ก็เอาไม่อยู่ แต่ก็อย่างที่ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย “นายUshakov” ท่านมองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อนล่วงหน้านั่นแหละว่า การพูดคุยภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง มันคงไม่อาจก่อให้เกิดหนทางที่จะนำไปสู่ “สันติภาพ” แบบเป็นจริง-เป็นจังขึ้นมาโดยฉับพลัน-ทันที...
แต่อย่างน้อย...การพูดคุยกันก่อนล่วงหน้า หรือก่อนที่ความฉิบหาย-วายวอดจะผ่านพ้นไปแล้ว มันก็น่าจะมีคุณค่า ราคา ไม่น้อยไปกว่า “The 1945 Yalta Conference” อยู่ตามสมควร หรืออาจพอช่วยให้สิ่งที่เรียกว่าหนทางแห่ง “สันติภาพ” อาจมีความสำคัญยิ่งกว่าหนทางที่จะนำไปสู่ “สงคราม” โดยเฉพาะถ้าสงครามนั้นๆ มันจะนำมาซึ่ง “ความพ่ายแพ้” ไปด้วยกันทุกฝ่าย ไม่มีผู้ชนะรายใดที่ “เหลือรอด”ถ้าหากต่างฝ่ายต่างถูกผลัก ถูกดัน ให้ถลำตัวลงไปสู่ความขัดแย้งในโลกยุคใหม่ ยุคที่เทคโนโลยีมันก้าวหน้า ก้าวไกล จนทำให้สงครามเมื่อหลายพันปีที่แล้วของชาวกรีกกับสงครามยุคนี้ มิอาจนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย เพราะมีแต่จะทำให้สิ่งที่ถูกเรียกขานในนาม “Thucydides Trap”หรือ “กับดักทูซิดิดีส”ย่อมกลายเป็นสิ่งที่จะส่งผลให้ไม่ว่า “ขั้วอำนาจ” หรือ“มหาอำนาจ” รายใด ไม่ว่าเก่า-หรือใหม่ พึงต้องอาศัยความอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้อง “แพ้ไปด้วยกันทุกฝ่าย”นั่นแล...


