xs
xsm
sm
md
lg

“ชุณหะวัณ” ผู้สานงานการเมืองต่อ? (ตอน 3)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นพ.สงวน นิตยาภ์รัมพงศ์
อ.โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของ น้าชาติ-พล.อ.ชาติชาย กับ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ คือ “ทายาทผู้สานต่อทางการเมือง” ของตระกูลชุณหะวัณ แห่งบ้านราชครู ได้สร้างผลงานให้กับกรุงเทพมหานครไว้มากมายมิใช่น้อย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ดร.พิจิตต รัตตกุล

อย่างที่ผมได้ลงในบทความครั้งที่ผ่านมา โดยผมเป็นแค่หนึ่งในทีมทำงานผลักดันโครงการ กทม.ยุคพิจิตต รัตตกุล จนสำเร็จ เช่น การเปลี่ยนสนามกอล์ฟรถไฟจตุจักร กลางเมืองหลวงใกล้ห้าแยกลาดพร้าว ที่ซึ่งเศรษฐีและนักการเมืองใหญ่หลายคนชอบใช้เป็นที่นัดหมายตีกอล์ฟกัน กลายเป็น “สวนรถไฟ” สวนสาธารณะแห่งใหม่ใหญ่โตของ กทม. ให้ผู้คนหลากอาชีพมาใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมสารพัดรูปแบบ และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ฟื้นฟูดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ ของผู้คนหลายหลากทุกเพศทุกวัย ต่างพากันอย่างคับคั่งทุกวัน

ผมเองเคยมาออกกำลังกายที่สวนรถไฟ ก็ยังได้พบเพื่อนๆ หลายคนมาใช้บริการสวนแห่งนี้เช่นกัน เช่นผมพบหมอรุ่นน้อง “สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” หนึ่งในคุณหมอที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการอันโด่งดัง ทำให้ประชาชนผู้ยากไร้เข้าถึงการรักษาสุขภาพ นั่นคือ โครงการ “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่พรรคการเมืองของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นำไปบรรจุไว้ในงบประมาณของรัฐ จนลือเลื่องชนิดที่ทุกพรรคการเมืองต้องทำตามสานต่อ และผลักดันให้บริการดี ครอบคลุมการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้มากขึ้นๆ

“หมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์" โชคร้ายที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ผมเจอ “หมอหงวน” ขณะเขามาออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงมากขึ้น เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย ผมดีใจที่พบ “หมอหงวน” เขายังมีจิตใจเข้มแข็ง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่ก้มหัวยอมแพ้ต่อมะเร็งร้าย ในวันที่เจอกันนั้น เราสองคนไม่ได้พูดคุยกันมากมายอะไรเลย มีแค่รอยยิ้มให้กำลังใจกันพร้อมคำถามสั้นๆ ของผมว่า 
“หงวน.. สุขภาพหมอเป็นไงครับ?” หมอหงวนตอบกลับสั้นๆว่า 
“ผมดีขึ้นนะชัช.. ผมกำลังพยายามทำให้ร่างกายแข็งแรงมากที่สุด เพื่อต่อสู้กับมะเร็งน่ะชัช”

พูดกันแค่นั้นจริงๆ แล้วเราก็แยกย้ายจากกัน ผมมองดูหมอหงวนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเหยาะๆ ค่อยๆ หายลับไปในหมู่ผู้คนที่มาออกกำลังกายกัน ผมภาวนาอยู่ในใจว่า “ขอให้หมอหงวนจงมีร่างกายแข็งแรงพิชิตมะเร็งให้ราบคาบ”

เพราะผมรู้มาตลอดว่า หมอสงวนเป็นหมอที่ดีมีคุณธรรมคนหนึ่งในกระทรวงสาธารณะสุข ที่มีความรักต่อประชาชนอย่างแท้จริง.. 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นหนึ่งในโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น ขอให้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่นี้ช่วยให้หมอหงวนมีชีวิตอยู่ยืนยาว เพื่อเป็นหมอที่ดีดูแลประชาชนต่อไปและให้มากขึ้นในวันข้างหน้า.. ข้างหน้า และข้างหน้า!

คืนนั้น.. ผมนอนคิดอย่างมีความสุขที่ได้พบ หมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่มาใช้บริการสวนรถไฟ.. ผมดีใจและสุขใจจริงๆ พลางหวนรำลึกถึง อ.โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ คนรักสวน รักสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็รู้จักกับ หมอหงวน
พี่โต้งคงดีใจมากๆ คงจะดีใจมากกว่าผมเสียอีก ถ้าได้รับรู้ว่า หมอหงวน มาใช้บริการสวนรถไฟนี้เป็นสถานที่ฟื้นฟูสุขภาพแทบทุกวัน.. 
ต่อมาไม่นาน.. เพื่อนที่เป็นหมอส่งข่าวเศร้ามาว่า “หมอหงวนจากไปแล้วชัช.. หมอเขาสู้มะเร็งไม่ไหว!” 
ผมเสียใจ.. และด่ามัจจุราชอยู่ในใจว่า มัจจุราชไร้น้ำใจ! ไม่แยกแยะคนดีคนชั่วเลย มัจจุราชจะคร่าชีวิตมนุษย์ชั่วๆ ไปมากมายสักกี่คนไม่มีใครว่า.. มีแต่จะสรรเสริญ แต่ไฉนมัจจุราชจึงทะลึ่งมาคร่าชีวิตคนดีไปจากโลกนี้? มัจจุราชช่างโหดร้ายเหลือเกิน
ขอให้หมอหงวน หมอดีที่รักประชาชน.. จงไปสู่สุคติ.. ไปเกิดยังภพภูมิที่ดี สมดังที่หงวนเป็นหมอที่ดีแห่งแผ่นดินไทย

ผลงานของอาจารย์โต้ง นอกเหนือจาก “สวนรถไฟ” กับ “พิพิธภัณฑ์เด็ก”ที่สวนจตุจักรแล้ว “หอศิลป์ กทม.” ที่สี่แยกปทุมวันก็เป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. พิจิตต รัตตกุล 
โดยอาจารย์โต้งมีที่ปรึกษาและเลขาฯ ชื่อ โจ้-ยุทธพันธุ์ มีชัย เป็นหลักทั้งสิ้น ไม่ว่าอาจารย์โต้งจะได้เป็น สว.หรือ สส. กระทั่งได้เป็นถึงรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยุค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มี สุเทพ เทือกสุรรณ เป็นเลขาธิการพรรค กุมบังเหียนพรรค และกุมการเงินอย่างเบ็ดเสร็จ จน มาร์ก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เจอเข้ากับ “ส้มหล่นใส่หัว” ส่งผลให้ มาร์ก ได้ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองช่วง “ทักผงาด-แดงผยอง” จน อภิสิทธิ์ กลายเป็นนายกฯ “หน่อมแน้ม” โอนเอนไปมาเยี่ยง “ไม้หลักปักขี้เลน”!

ทำให้ “พรรคแดง” ที่นำโดย “ตระกูลนายทุนโกงชาติ” เหิมเกริมชนิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่เคารพกระทั่ง “เจ้าเหนือหัว” 
ใช้ลูกสมุนทั้งในรัฐบาลและในสภา หนุนเสริมพฤติกรรมโกงชาติโดยมิรู้จักพอ และ “ปั้นน้ำเป็นตัว”โกหกว่า “นายทุนเจ้าของพรรค-คือ-ผู้ทำเพื่อชาติกับประชาชน” ทั้งๆ ที่ความจริงคือ “นายทุนเจ้าของพรรคและข้าทาสบริวาร” คอยประสานเสียงกัน ร่วมโกงชาติโกงประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง 
จนกระทั่งประชาชนหลากหลายอาชีพ หลากหลายองค์กร อดรนทนต่อไปไม่ไหว กับการออกกฎหมายลักหลับ “พรบ. นิรโทษกรรมสุดซอย” รวมตัวก่อเกิด กลุ่ม กปปส. ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลหุ่นของนายทักษิณ การชุมนุมต่อเนื่องยาวนานของประชาชนจำนวนมหาศาล จน คณะ คสช. ประกาศยึดอำนาจ

”คสช. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา สามทหารใหญ่ผู้คุมกองทัพไทยไว้ในกำมือ ได้โกหกหลอกลวงประชาชนอย่างหน้าด้านๆ ไม่ละอายแก่ใจว่า
“รัฐบาล คสช. ชุดนี้จะปฏิรูปชาติไทยให้สำเร็จ”
 

คสช. ยึดอำนาจปกครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ และสืบทอดอำนาจด้วยกลอุบายอันแยบยล จากการควบคุมองค์กรสำคัญต่างๆ ไว้ในกำมือ จึงได้บริหารชาติต่อเนื่อง
 

เวลาผ่านไป 4 ปี มีการเลือกตั้ง โดย “ไร้ผลงานการปฏิรูปโดยสิ้นเชิง!” 
การตระบัดสัตย์ พูดโกหกดื้อๆ เช่นนั้น.. เป็นการทำร้ายทำลายชาติกับประชาชนอย่างร้ายแรง ถือเป็นพฤติกรรมต่ำช้า เป็นหนึ่งในพฤติกรรม “ลิงหลอกเจ้า” 
หลังจากรัฐบาลทหาร คสช. การเมืองไทยกลับย่ำแย่ลงกว่าเดิม “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” ที่กลุ่ม คสช.หนุนหลัง ยังคงมีการคอร์รัปชั่นชาติและประชาชน คะแนนความโปร่งใสของไทยลดต่ำลงไปอีก! ทั้งๆ ที่ รัฐบาล คสช. ประกาศเสียงดังว่า “การปราบคอรัปชั่น เป็นวาระแห่งชาติ!” 
ยุครัฐบาลสืบทอดอำนาจ คสช. “พรรคการเมืองกลุ่มล้มเจ้า”เคลื่อนไหวชักชวน “คนรุ่นใหม่ด้อยคุณภาพ” ออกมาชุมนุมป่วนชาติเป็นรายวัน มุ่งจะ“ล้มเจ้า”ตามแนวทางของชาติตะวันตก

ชาติไม่สงบ รัฐบาลไร้ความมั่นคง ยังผลให้กลุ่ม “อนุรักษ์นิยมที่แอบหนุนหลังรัฐบาล” ต้องหันหัวเรือไปหนุน “นายทุนสามานย์ที่พวกตนโค่นล้ม” ให้หวนกลับมามีอำนาจ ด้วยหวังจะนำมาปราบปราม “พรรคล้มเจ้า” ที่นับวันยิ่งทรงอิทธิพลมากยิ่งขึ้น จน “พรรคล้มเจ้า” ชนะการเลือกตั้ง มีชัยเหนือ“พรรคอนุรักษ์นิยม” ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภาฯ

แต่เพราะ “ลูกสาวสมองกลวง”ของ“นายทุนสามานย์ตระกูลเดิม”กับพวก มิได้ละทิ้งสันดานขี้โกงชาติ หนำซ้ำยังแอบไป “ขายชาติขายแผ่นดิน” กับ “พ่อ-ลูกตระกูลขแมร์ฮุน” ความชั่วช้าในครั้งนั้นถูกสื่อมวลชนเปิดเผยจนฉาวโฉ่ ทำให้นายกรัฐมนตรี “ลูกสาวนายทุนสามานย์ตระกูลเดิม” จึงหลุดออกจากอำนาจรัฐไป..