xs
xsm
sm
md
lg

กทม. ละเลยบึงหนองบอนแก้มลิง ละทิ้งโครงการพระราชดำริ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาสถิติ
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


ผมมีน้องคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชอบไปออกกำลังที่บึงหนองบอนทุกวัน แล้วพอน้ำเริ่มท่วม ก็ส่งภาพน้ำในบึงหนองบอนอันขอดแห้งมาก ต่ำมาก มาให้ดูแทบทุกวัน แล้วน้องก็ไปถ่ายรูปคลองหนองบอนที่เต็มไปด้วยขยะและโคลนเลน แล้วก็ไปถ่ายรูปเสาไม้ยูคาลิปตัสปักขวางคลองหนองบอนมีแต่ขยะเต็มจนน้ำไหลเข้าบึงหนองบอนไม่ได้ ผมก็สงสัยมากว่า ทำไมน้ำไม่ไหลเข้าไปในบึงหนองบอน ในขณะที่คลองประเวศที่ใกล้ ๆ ล้นคลองท่วมไปหมดทุ่งเจ้าพระยาตะวันออก ลามไปตั้งแต่ลาดกระบัง รามคำแหง คลองจั่น มีนบุรี และหนองจอก น้องส่งรูปและข้อความมาแทบทั้งวัน จนเอ่ยปากว่าจะขับรถข้ามเมืองมารับพี่อานนท์ไปลงเดินสำรวจพื้นที่จริงให้ได้ ขอให้มา น้องจะขับรถมารับไปดู ผมก็ตอบไปว่า ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ แต่ผมจะส่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำลงไป

ผมเป็นคนโชคดีมากอยู่ประการหนึ่ง ที่รอบตัวเต็มไปได้ด้วยเทพ เก่งไปคนละด้าน และเมื่อผมติดขัดอะไร ผมก็สามารถวานขอความรู้จากเทพรอบตัวได้ เทพเหล่านี้หลายคนเต็มใจและถึงขั้นอาสาช่วย ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยให้ผลประโยชน์อะไรเลยกับเทพเหล่านั้น ใช่ครับ ผมรู้จักน้องคนหนึ่ง เป็น ขั้นเทพเรื่องน้ำ เก่งกาจแบบรู้จริง เป็น Technocrat และเป็น Practitioner ชนิดที่ลงไปคุมเครื่องสูบน้ำพญานาคซิ่งเอง แต่ดูภาพถ่ายดาวเทียมและแปลความได้ ใช้อุปกรณ์ทันสมัยทางธรณีวิทยาในการเจาะดูน้ำใต้ดินและชั้นหินใต้ดิน มีอุปกรณ์หย่อนกระจายโซนาร์ลงไปในน้ำแล้วทำแผนที่ความลึกท้องน้ำออกมาเป็นสามมิติได้ คือเป็นคนที่ครบเครื่องมาก ลุยงาน เงียบเชียบ ไม่ปรากฎตัว ไม่ต้องการเป็นข่าว ทำงานเป็นจิตอาสา

ผมส่งน้องลงไปสำรวจ แบบเงียบเชียบ ก่อนนั้นผมเริ่มโทรหาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องน้ำ ทำให้ได้ทราบว่า บึงหนองบอนนั้นเป็นแก้มลิงที่ใหญ่สุดในกรุงเทพมหานคร องคมนตรีที่ถวายงานเรื่องบึงหนองบอนแก้มลิง เป็นอดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พณฯ พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อ พ.ศ. 2562 แต่ท่านผู้ใหญ่ที่เคยได้ร่วมงานกับท่านองคมนตรีกำธน ได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเห็นความจำเป็นของบึงหนองบอนมาก ว่าต้องเป็นแก้มลิงที่หน่วงน้ำ รองรับน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ ท่านผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่าท่านถวายงานเรื่องสวนหลวง ร.9 ในหลวง ร.9 ก็ทรงต้องการสร้างแก้มลิงขนาดใหญ่ให้อยู่ใกล้กับแก้มลิงบึงหนองบอนด้วย อันเป็นเหตุให้หอรัชมงคล ต้องตั้งอยู่กลางน้ำ อันเป็นบึงน้ำแก้มลิงขนาดใหญ่ และไม่ได้ห่างออกไปจากบึงหนองบอนมากนัก ท่านผู้ใหญ่ได้กรุณาเล่าให้ฟังว่า ในหลวง ร.9 ทรงเข้าใจภูมิศาสตร์ของกรุงเทพมหานครเป็นอย่างดีมาก และทรงใช้ธรรมชาติเป็นหลักสำคัญในการแก้ปัญหา กระทั่งคลองหนองบอนที่เชื่อมต่อคลองประเวศมายังบึงหนองบอน ก็ได้ทรงวางแผนไว้แล้วว่าต้องให้น้ำไหลจากคลองประเวศ มาเก็บไว้ในแก้มลิง บึงหนองบอน ผ่านทางคลองหนองบอน ยาวประมาณ สองกิโลเมตร ความใส่พระทัยทำให้ต้องเสด็จพระราชดำเนินลงพื้นที่บึงหนองบอนและคลองหนองบอนด้วยพระองค์เองมาก่อน เสด็จไปพร้อมกับท่านองคมนตรีกำธน ผู้ถวายงานเรื่องนี้ ท่านผู้ใหญ่ยังเล่าว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงต้องการให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นแก้มลิงจริง ๆ ให้ปล่อยน้ำเข้ามาท่วมได้ทั้งหมด ให้ดูทุ่งมะขามหย่องตรงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัยก็ได้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่กล้าปล่อยน้ำเข้ามาท่วมโครงการพระราชดำริ กลับมีพระราชกระแสให้ปล่อยน้ำเข้ามาท่วมแช่ไว้เป็นเดือน ๆ ได้ ด้วยทรงสร้างแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำอย่างแท้จริง ท่านผู้ใหญ่ก็เล่าว่าบึงหนองบอนนั้นใหญ่มาก 650 ไร่ พี่ก็เชื่อว่าทรงต้องการให้ปล่อยน้ำเข้ามาท่วมให้หมดได้จริง ๆ เพื่อทำหน้าที่แก้มลิง

รายละเอียดของโครงการบึงหนองบอนแก้มลิง ตามพระราชดำริ ที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผมส่งไปดูพื้นที่ด้วยตนเอง มีดังนี้ ศักยภาพโครงการแก้มลิงบึงหนองบอน ทำหน้าที่บ่อหน่วงน้ำ (Retention pond) เพื่อชะลอน้ำหลากในกรุงเทพฝั่งตะวันออก


การใช้แก้มลิงเพื่อให้น้ำในทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตะวันออกนั้นไม่ท่วมขังนานเกินไป สามารถทำได้ตามบทความ ทำตามแนวคิดกระต่ายสาม ให้น้ำแห้งในทุ่งเจ้าพระยาตะวันออก เพื่อความอยู่รอดของปวงประชา https://mgronline.com/daily/detail/9690000096821และบทความ นิทานเรื่อง กระต่ายสามอยู่ยามเฝ้าน้ำท่วม https://mgronline.com/daily/detail/9690000096701

แนวความคิดของกระต่ายสามนั้น ผสมผสาน บูรณาการ และสอดคล้องกับภูมิสถาน ประหยัดสุด ประโยชน์สูง เมื่อทรงคิดทำแก้มลิงบึงหนองบอนได้ทรงวางแผนเอาน้ำเข้ามาแก้มลิงด้วยคลองอันได้แก่ คลองหนองบอน คลองมะขามเทศ คลองศาลาลอย จากรูปภาพถ่ายดาวเทียมด้านล่างนี้ ระยะกระจัด (Displacement) ประมาณ 1.9 กิโลเมตร แต่เนื่องจากคลองหนองบอนนั้นคดไปบ้างระยะทาง (Distance) ตามลำคลองหนองบอนจากคลองประเวศมายังบึงหนองบอน น่าจะราว 2 กิโลเมตรเศษ


ทั้งนี้ คลองหนองบอน มีประตูน้ำเข้าบึงหนองบอน สองประตู และตรงคลองมะขามเทศมีประตูน้ำเข้าบึงหนองบอนอีกหนึ่งประตู

ต่อมา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มรว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้สร้างอุโมงค์ยักษ์จากบึงหนองบอนไปออกสถานีสูบน้ำบางอ้อที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บึงหนองบอนแก้มลิงยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะศักยภาพของอุโมงค์ยักษ์นั้นสูงมาก และจะช่วยระบายน้ำในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างดี เพราะร่นระยะและแบ่งน้ำในคลองประเวศที่ยาวมากถึง 40 กิโลเมตรให้มีทางลงทะเลมากขึ้น บนพื้นที่ภูมิประเทศที่แทบไม่มีความลาดเอียง ซึ่งอย่างไรก็ต้องอาศัยการสูบน้ำเข้ามาช่วยอยู่แล้ว ในการผลักดันน้ำออก

รายละเอียดของโครงการอุโมงค์ยักษ์จากบึงหนองบอนไปยังสถานีสูบน้ำบางอ้อนี้แสดงในภาพด้านล่าง


อุโมงค์ยักษ์กลางบึงหนองบอนนี้ มีความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีการดึงน้ำลงที่บึงหนองบอนไปออกบางอ้อ น้ำในคลองประเวศ ต้องไหลเอื่อย กว่า 40 กิโลเมตร จึงจะไปบรรจบกับคลองตันแล้วลงคลองพระโขนง และน้ำที่มาจากคลองตันนั้น เชื่อมต่อมาจากคลองแสนแสบที่ยาวกว่า 60 กิโลเมตร บนที่ราบลุ่มทุ่งเจ้าพระยาตะวันออกที่ไม่มีความลาดชันเช่นกัน


การแบ่งน้ำจากคลองประเวศออกบึงหนองบอนผ่านอุโมงค์ยักษ์ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำบางอ้อได้ จะเป็นประโยชน์มาก อันที่จริงยังมีคลองแนวเหนือใต้ และสถานีสูบน้ำที่ชายทะเลด้านจังหวัดสมุทรปราการอีกสองสถานีสำคัญคือสถานีชลหารพิจิตรที่รับน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองลำปะทิว คลองด่าน ลงทะเล และน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ไหลลงคลองสำโรงแนวตะวันตกตะวันออก ที่สามารถสูบเข้าคลองสุวรรณภูมิตามพระราชดำริได้ และยกน้ำคลองสุวรรณภูมิข้ามถนนสุขุมวิทสายเก่าไปลงทะเลสถานีสูบน้ำชลมาร์คพิจารณ์ (ชื่อเป็นทางการ) หรือสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิได้ แต่ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครไม่ได้ประสานหรือทำให้น้ำไหลลงไปยังคลองเหล่านี้ได้ดีมากเท่าใดนัก ทำให้ทั้งสองสถานี้สูบน้ำริมทะเลที่มีศักยภาพสูงนี้ไม่มีน้ำจะสูบสักเท่าไหร่

ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ที่ผมส่งลงไปดูพื้นที่คลองหนองบอน ที่เชื่อมต่อระหว่างคลองประเวศ กับ บึงหนองบอน อันมีอุโมงค์ยักษ์เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวเกือบสิบกิโลเมตร และไปโผล่ที่สถานีสูบน้ำบางอ้อ ริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้น แทบไม่มีน้ำเข้า

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำที่ผมส่งไปลงพื้นที่ได้เริ่มต้นงานด้วยการใช้ Drone สำรวจ และเห็นว่าตลิ่งคลองหนองบอน คลองศาลาลอย คลองมะขามเทศ อันเป็นทางเชื่อมต่อบึงหนองบอนกับคลองประเวศ และพาน้ำเข้ามาแก้มลิงหนองบอนนั้น น้ำแห้ง ต่ำมาก ไม่มีน้ำเข้ามาจากคลองประเวศ ที่ล้นปรี่

ภาพด้านล่างนี้ถ่ายจากบึงหนองบอน จะเห็นว่าน้ำในบึงหนองบอนนั้นแห้งมาก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางค่อนข้างมากหลายเมตร สังเกตได้จากสะพาน แสดงว่าอุโมงค์ยักษ์สูบน้ำที่สร้างกันมาหลายหมื่นล้านนั้นมีประสิทธิภาพสูงมากในการสูบน้ำ แต่ใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ กลายเป็นอุโมงค์ยักษ์สูบลมแทน


ปัญหาหลักคือ หนึ่ง ไม่มีการเก็บขยะ โดยเฉพาะตะแกรงดักขยะ ที่ควรต้องเก็บทิ้งตลอด อย่างน้อยทุก 30 นาที และตะกอนเลนในคลองสูงมาก ขวางน้ำไหล ทำให้น้ำไม่ไหลลงบึงหนองบอน แสดงว่าไม่มีการขุดลอกคลองหนองบอน คลองมะขามเทศ และคลองศาลาลอย


จากภาพของ google map ด้านบนจะเห็นว่ามีคลองย่อยที่เชื่อมต่อจากคลองประเวศมายังบึงหนองบอนหลายคลองมาก แม้จะมีซอยสุขุมวิท 77 หรือถนนอ่อนนุชขวางกลางอยู่ แต่ก็มีทางให้น้ำเข้ามาจากคลองประเวศได้ เส้นสีแดงที่ลากบนแผนที่จาก Google map คือสามคลองย่อยที่สามารถชักน้ำเข้ามายังแก้มลิงหนองบอนได้ โดยคลองย่อยที่เชื่อมต่อระหว่าง

ผมเสนอความเห็นว่า ปิดประตูน้ำคลองย่อยเหล่านี้ที่ต่อกับคลองประเวศ แล้วสูบน้ำอัดเข้ามาในคลองย่อยเหล่านี้ให้น้ำสูง แล้วอัดยก head น้ำให้ไหลเข้าบึงหนองบอนได้ไหม คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ ทำไม่ได้ ตลิ่งจะพังหมด ประชาชนสองข้างตลิ่งคลองจะเดือดร้อน ตลิ่งไม่ได้ดาดคอนกรีตไว้เลย น่าเสียดาย ไม่เช่นนั้นทำแบบที่ว่าได้

ทางเลือกอีกทางคือใช้ ท่อม้วนพลาสติกเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 นิ้ว ม้วนเป็นโรลคลี่ออกมาต่อ ๆ กันให้ได้ยาว 2 กิโลเมตร แบบเดียวกันกับที่ FEMA (Federal Emergency Management Agency) สำนักจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง ในสังกัดของ United States Department of Homeland Security มีใช้เพื่อสูบน้ำในกรณีเกิดอุทกภัยใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญที่ผมสอบถามให้ความเห็นว่า ท่อแบบนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยของไทยก็น่าจะมี แต่จะยาวพอถึง 2 กิโลเมตรจะได้หรือไม่ ยังไม่แน่ใจ และต้องใช้กี่ท่อพาดลงไปตามตลิ่งคลองหนองบอน เข้าไปยังบึงหนองบอน ผมได้ลองสอบถามว่ามีเอกชนเจ้าใดจะมีท่อเช่นที่ว่านี้ ได้คำตอบมาว่าบริษัทขุดเจาะน้ำมัน เช่น ปตท. สผ. น่าจะมีท่อลักษณะดังกล่าว แต่จะมีมากน้อยแค่ไหนยังไม่มีใครทราบ

น้องผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำตัดสินใจเดินลงสำรวจเอง คือเดินไปตามคลองย่อยที่เชื่อมต่อระหว่างคลองประเวศกับบึงหนองบอน เพื่อจะได้เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริง

ระหว่างที่เดินสำรวจเกือบทั้งวัน ไม่พบเจ้าหน้าที่ของสำนักระบายน้ำมาเฝ้าจุดที่สำคัญเช่นนี้เลยแม้แต่คนเดียว อันเป็นที่น่าแปลกใจมาก ว่าคลองหนองบอน ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแก้มลิงพระราชดำริ บึงหนองบอน หากไม่มีการบำรุงรักษาดูแลคลองหนองบอนเลย น้ำจากคลองประเวศ จะไหลมาลงยังบึงหนองบอนได้อย่างไรกัน

เท่ากับว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำ ละเลยในการดูแลรักษาบึงหนองบอนแก้มลิง โครงการพระราชดำริ ให้ใช้งานทำหน้าที่ได้จริง น้องผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำได้ได้ทำรายงานกลับมาดังภาพด้านล่างนี้



ขยะหนาเกือบเมตร เอาออกน้ำไหลจากคลองประเวศลงคลองหนองบอน ลงบึงหนองบอน ออกอุโมงค์ยักษ์ 9.5 กิโลเมตร ออกแม่น้ำเจ้าพระยาทันที



ประตูสอง น้ำเข้าบึงหนองบอนไม่ได้ มีแต่เลน ไม่ได้ลอกไว้รอน้ำเลย



สภาพน้ำในคลองที่แห้งและต่ำกว่าตลิ่งมาก น้ำไหลเอื่อยมาก ไม่มีน้ำไหลเข้าแก้มลิงบึงหนองบอน


ข้อสรุปในรายงานมีดังนี้

หนึ่ง ตะแกรงดักขยะในคลอง ต้องยกทุก 30 นาที เอาขยะออก ขยะหนามาก น้ำไม่ลง ละเลย ไม่ใส่ใจดูแล ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแล

สอง ไม่มีการลอกเลนในคลองหนองบอน กับคลองมะขามเทศ ทำให้น้ำไม่ไหล

สาม ตรงกลางคลอง มีเสาไม้ปักขวาง วันก่อนมีคนถ่ายคลิปลง Tik Tok ขยะติดเต็ม ไม่รู้ถอนออกหรือยัง

ถ้าน้ำจากคลองประเวศ ไหลผ่านคลองหนองบอนกับคลองมะขามเทศได้ จะลงบึงหนองบอน อุโมงค์ยักษ์ ราคาหลายหมื่นล้าน ที่ใช้การไม่ได้

ที่ไปสูบน้ำกันมหาศาล หมดแรงเปล่า ๆ เสียเวลา ทำประชาชนแช่น้ำนั้น

เคลียร์ทาง สองคลองนี้ เท่านั้น น้ำในคลองประเวศจะลดทันที คลองแสนแสบก็จะลดด้วย น้องผู้เชี่ยวชาญพูดกับผมว่า ท้อใจ สงสารคนทำงานครับ ถ้าสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร จะทำงานกันแบบนี้

จะสร้างอุโมงค์ยักษ์ เป็นสิบกิโลเมตร หมดไปเป็นหลายหมื่นล้าน ไปเพื่ออะไร แต่ละเลยไม่บำรุงรักษา ไม่เอาน้ำลงอุโมงค์ไป ไม่คุ้มค่าเลย เสียเงินไปมากมาย

ถ้าผมเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผมจะหา เจ้าหน้าที่มาเฝ้าตรงนี้ 24 ชั่วโมง คอยเก็บขยะ

ผมจะเอารถมาขุดเลนออก ทำให้คลองหนองบอนกับคลองมะขามเทศ คลองศาลาลอย โล่ง ๆ และมี head น้ำ

ผมจะถอนไม้ปักขวางคลอง และสิ่งกีดขวางทั้งหมดออก

เพื่อให้น้ำจากคลองประเวศ ไหลลงบึงหนองบอน ออกแม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุด

ผมจะไม่ถ่ายคอนเทนท์รอน้ำลง โดยไปสูบน้ำที่ปากคลองพระโขนงที่เดียว สร้างอุโมงค์ยักษ์มาเป็นหลายหมื่นล้าน แต่ใช้การไม่ได้ เปลืองเงินภาษีประชาชน

ด้วยเหตุที่ บึงหนองบอน เป็นแก้มลิง ขนาดใหญ่สุดในกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ราว 600 ไร่ เป็นโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เต็มที่ 100% ที่สำคัญคือ ในหลวง ร.9 เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร และคลองหนองบอนนั้นทรงเคยเสด็จ เพราะได้ทรงวางแผนให้คลองหนองบอน รับน้ำจากคลองประเวศเข้ามายังบึงหนองบอน

ที่บึงหนองบอนไม่คุ้มค่าในเวลานี้นั้น ไม่ใช่เพราะเป็นโครงการพระราชดำริ แต่เป็นเพราะคนที่มีหน้าที่ดูแลให้ใช้งานได้ ทอดทิ้ง ไม่ใส่ใจ หยาบกระด้าง ขาดความปราณีต ในการบำรุงรักษาดูแล และไม่รู้จักวิธีการในการใช้งานให้ถูกต้อง

แดง อรรถเศรษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ อีกคน และเคยเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ชัชชาติ สิทธิพันธ์) ได้โพสต์ Facebook สอดคล้องกับรายงานของน้องผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำว่า

“บึงหนองบอนมีพื้นที่รวม644ไร่แบ่งเป็นพื้นที่บึงประมาณ400ไร่ วันนี้ระดับบึงอยู่ที่ -4.03เมตร เท่ากับว่ายังรับน้ำเข้าบึงได้ประมาณ 2.56ล้าน ลบม.มี2คลองหลักที่เชื่อมบึงกับคลองประเวศน์ คือ คลองหนองบอนและคลองมะขามเทศ ต้องปรับปรุงให้ทั้ง2คลองมีสภาพพร้อมลำเรียงน้ำเข้าบึงให้ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยลดน้ำคลองประเวศน์
#กรุงเทพมหานคร #ลาดกระบัง #สำนักการระบายน้ำ”


หลังจากนั้น รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ จากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นดังนี้ว่า


ในวันถัดมา ผมได้อ่านรายงานในกลุ่มไลน์จิตอาสาพระราชทาน 904 ดังนี้

ขออนุญาตนำเรียนเรื่อง อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน

ศอญ.จอส.พระราชทาน และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ประกอบด้วย
- นายนิพนธ์ ศรีเรือง ผอ.กองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ
- นายชัยวัฒน์ ตันสวัสดิ์ ผอ.กองระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ

ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพทางกายภาพ โครงสร้างระบบเดิม และการเชื่อมต่อระบบใหม่ จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง อุปสรรคหน้างาน และแนวทางการแก้ไขในแต่ละประเด็น ดังนี้ครับ

1. ประเด็นปริมาณน้ำเข้าสู่อุโมงค์ยังไม่สมบูรณ์
* ข้อเท็จจริง : ปัจจุบันอุโมงค์ยักษ์บึงหนองบอนเดินเครื่องใช้งานจริงอยู่ที่ประมาณ 30% ของขีดความสามารถ เนื่องจากอยู่ในช่วงทดสอบระบบ ไม่ใช่เพราะระบบอุโมงค์ชำรุด แต่เกิดจากรอยต่อของการพัฒนาระบบคลองสาขายังไม่สมบูรณ์ จึงทำให้น้ำไหลเข้าสู่แก้มลิงได้ช้า

2. ประเด็นการขุดลอกเลนและการกำจัดสิ่งกีดขวาง (เสาไม้และขยะขวางลำคลอง)
* ข้อเท็จจริง : การขุดลอกคลองและการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง โดยเฉพาะคลองสาขาอย่างคลองสองห้อง มีอุปสรรคสำคัญเรื่องโครงสร้างบ้านเรือนของประชาชนที่ปลูกสร้างชิดริมคลอง หากนำเรือขุดหรือเครื่องจักรกลหนักลงไปขุดลอกเลนลึก จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลิ่งดิน และอาจทำให้บ้านเรือนริมน้ำทรุดตัวพังทลายได้ แนวทางการแก้ไขปัญหาจึงควรจัดกำลังจิตอาสาเข้ากำจัดสิ่งกีดขวางตามแนวคลองสาขาทั้งหมด

3. ประเด็นข้อจำกัดด้านกายภาพของแนวตลิ่งในการรับกระแสน้ำ
* ข้อเท็จจริง : ปัจจุบันแนวก่อสร้างเขื่อนตลิ่งคอนกรีตถาวรทั่ว กทม. ดำเนินการได้เพียง 20–30% ของความยาวคลองทั้งหมด (ครอบคลุมทั้งคลองสายหลักของสำนักการระบายน้ำ และคลองสาขาในความดูแลของสำนักงานเขต) ตลิ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นตลิ่งดินธรรมชาติ การเร่งระบายน้ำหรือสร้างระดับน้ำต่างสูงอย่างรวดเร็วโดยที่ตลิ่งยังไม่แข็งแรงพอ จะทำให้ตลิ่งพังทลายลงมากีดขวางลำน้ำหนักกว่าเดิม

4. ประเด็นหน้าที่ของอุโมงค์ระบายน้ำและการรับน้ำจากฝั่งตะวันออก (คลองประเวศฯ และคลองแสนแสบ)
* ข้อเท็จจริง : ระบบอุโมงค์ระบายน้ำทั้ง 5 แห่งของ กทม. ถูกออกแบบทางวิศวกรรมชลศาสตร์โดยมีวัตถุ ประสงค์หลักเพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังในเขต กทม. ชั้นใน ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม้แต่อุโมงค์บึงหนองบอนเองก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำหลากทุ่งของ กทม. ฝั่งตะวันออกตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ในทางปฏิบัติปัจจุบัน อุโมงค์นี้ต้องช่วยแบกรับภาระตัดยอดน้ำท่วมทุ่งตะวันออกด้วย การจะผันน้ำจากคลองประเวศฯ และคลองแสนแสบมาลงที่นี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและขยายขีดความสามารถของคลองสาขาฝั่งตะวันออกควบคู่ไปด้วยกันทั้งระบบ

5. ประเด็นการจัดเก็บขยะหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำ
* ข้อเท็จจริง : ปัญหาขยะที่ไหลมาติดหน้าตะแกรงดักขยะบริเวณประตูสูบน้ำเข้าบึงหนองบอนและปากทางเข้าอุโมงค์เป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้น้ำไหลช้าและต้องยกตะแกรงบ่อยครั้ง ปัจจุบันมีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ กทม. ประจำจุดเก็บขยะเพียง 3 คนต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่ไหลมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนกำลังจิตอาสามาช่วยในการจัดเก็บขยะ

***สรุปประเด็นที่ศอญ.จอส.พระราชทาน ต้องเร่งดำเนินการ
1. เริ่มเก็บขยะหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำเข้าอุโมงค์ โดยเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (วันที่ 11 ต.ค. 69) เป็นต้นไป
2. จัดกำลังจิตอาสาและเครื่องมือจากทุกหน่วย (อยู่ระหว่างการวางแผน) เข้ากำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ผักตบชวา และขยะ บริเวณคลองสองห้อง (ระยะทาง 5.6 กม.) โดยจะชี้แจงแผนการปฏิบัติให้ทราบต่อไป
3. ดำเนินการขุดลอกคลองบริเวณที่ตื้นเขินและมีแนวตลิ่งที่มั่นคงแข็งแรงแล้ว เช่น ช่วงต่อระหว่างคลองประเวศฯ และคลองหนองบอน เป็นต้น

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 69
ศอ.จอส.พระราชทาน พล.ม.2 รอ. จัดกำลังพลจิตอาสาและชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่อาคารรับน้ำคลองหนองบอน (จุดที่ 6) เขตประเวศ กทม. ดำเนินการเก็บขยะมูลฝอย วัชพืช ผักตบชวา เศษกิ่งไม้ และสิ่งปฏิกูลที่กีดขวางทางน้ำบริเวณช่องรับน้ำ เพื่อเปิดทางระบายน้ำเข้าสู่อาคารรับน้ำและระบบแก้มลิงบึงหนองบอน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชนโดยรอบเขตประเวศ
















ทำไม กทม. ละเลยบึงหนองบอนแก้มลิง ละทิ้งโครงการพระราชดำริ?
ทำไม อะไรก็ต้องให้ในหลวง ลงมาทำหน้าที่แทนสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร?