xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วมกรุงเทพฯ : ทุกข์ประจำปีของคนกรุง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง



ในทุกปีเมื่อถึงฤดูฝนชาวกรุงเทพฯ จะประสบความทุกข์ ความเดือดร้อนจากน้ำท่วมถนนหนทาง ทำให้รถติดไม่สะดวกในการสัญจรไปมา และที่ยิ่งกว่านี้ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้คลอง ริมแม่น้ำและที่ราบลุ่มทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล น้ำที่ท่วมขังจะไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนข้าวของเสียหาย ถ้าเก็บขึ้นที่สูงไม่ทัน

ดังนั้น ฤดูฝนของทุกปีชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะต้องเดือดร้อนจากอุทกภัย ส่วนจะมากหรือน้อยในแต่ละปีขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากหรือน้อย และต่อเนื่องยาวนานมากน้อยแค่ไหน

2. มีเหตุปัจจัยซ้ำเติมอันได้แก่ น้ำจากทางเหนือซึ่งไหลลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ในขณะที่น้ำฝนท่วมพื้นที่อยู่แล้วหรือไม่ และมีเหตุปัจจัยขัดขวางการระบายน้ำออกสู่ทะเลคือ น้ำทะเลหนุนหรือไม่

3. ศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในด้านป้องกันและแก้ไขของฝ่ายบริหารมีมากน้อยแค่ไหน

ถ้าเหตุปัจจัย 3 ประการข้างต้น เป็นไปในทางบวกน้ำก็ท่วมน้อย และระบายออกได้เร็วชาวกรุงก็ทุกข์น้อย แต่ถ้าเหตุปัจจัยดังกล่าวเป็นไปในทางลบ น้ำก็ท่วมมากชาวบ้านก็ทุกข์มาก

ในฤดูฝนปีนี้ในช่วงวันที่ 25-28 ก.ย. ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ชาวบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดือดร้อนกันทั่วหน้า เฉกเช่นในปี พ.ศ. 2554 และในบางท้องที่ยิ่งกว่า เนื่องจากว่าในปี พ.ศ. 2554 ในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกท่วมน้อย แต่ในปีนี้น้ำท่วมถนนและถึงตัวบ้าน ตัวอย่างบ้านของผู้เขียนในซอยเฉลิมพระเกียรติ 30 เขตประเวศ ในปี 2554 น้ำท่วมแค่ถนนและรอบๆ บริเวณบ้าน แต่ปีนี้ท่วมเข้าบ้านข้าวของเสียหาย เนื่องจากไม่ได้เก็บของขึ้นที่สูงด้วยเชื่อว่าน้ำจะไม่ท่วม และในความเป็นจริงอยู่มา 30 กว่าปีไม่เคยท่วมถึงตัวบ้าน

อะไรคือสาเหตุให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และจะมีทางป้องกันแก้ไขได้อย่างไร โดยให้ชาวบ้านเดือดร้อนน้อยที่สุด?

ก่อนที่จะพูดถึงสาเหตุหรือตัวการทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ขอให้ท่านผู้อ่านมองดูพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ ก็จะพบว่า เมืองใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นที่ราบลุ่มต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ดังนั้น เมื่อฝนตกลงมาน้ำก็จะท่วมขัง ทางเดียวในการแก้ไขคือสูบน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด แต่ถ้ามีน้ำจากทางเหนือไหลลงมาสมทบ และประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง การสูบน้ำออกก็ทำได้ยากจึงทำให้น้ำท่วมขังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น แนวทางในการป้องกันมิให้น้ำท่วมขังและไหลเอ่อเข้าบ้านก็คือ ทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ไว้รองรับก่อนระบายลงสู่ทะเล ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงพระราชทานไว้ที่เรียกว่า แก้มลิง เพื่อรองรับน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเลผ่านคลองต่างๆ

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันมีความเห็นย้อนแยงกับแนวทางดังกล่าวข้างต้น โดยยกเลิกแก้มลิงและจะแก้ปัญหาด้วยแนวทางอื่นแทน ทั้งๆ ที่เห็นอยู่แล้วว่าถ้าฝนตกหนัก และไม่มีที่รองรับน้ำ การสูบน้ำออกไม่ว่าจะมีอุโมงค์ผันน้ำใหญ่ขนาดไหน ถ้าน้ำทะเลหนุนสูงก็ระบายออกได้ยากแน่นอน การป้องกันมิให้น้ำท่วมบ้านเรือนจึงทำได้แค่คิด ส่วนผลลัพธ์ที่ได้คงน้อยกว่าที่คาดหวังไว้เพราะต้องไม่ลืมว่า เมืองใหญ่แห่งนี้มีพื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ถ้าน้ำในปริมาณมากมาพร้อมกัน น้ำเหนือน้ำทะเลหนุน รับรองได้ว่าท่วมแน่นอน

ส่วนว่าจะท่วมก่อนรอระบายหรือท่วมขังจนเกิดเน่าเหม็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการแก้ไขของฝ่ายบริหาร กทม.