การหล่อเททองพระไม่ว่าจะเป็นการหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หรือพระประธานประจำพระอุโบสถ พระบูชาขนาดย่อม พระประจำวัน รวมถึงพระชัยวัฒน์และพระกริ่งด้วย จำเป็นที่จะต้องจัดพิธีกรรมให้มีความเหมาะสมตามหลักพิธีกรรม ตามขนบประเพณี เช่น การจัดพิธีการหล่อพระควรจัดกระทำพิธีภายในพระอุโบสถ มีการสวดคาถาพุทธาภิเษก อันเป็นคาถาสำคัญที่ใช้ในการหล่อพระพุทธรูป สมโภชน์พระพุทธรูป ทั้งนี้พระคณาจารย์บางรูปยังมักจะนิยมนำพระคาถาพุทธาภิเษก ไปใช้ในการปลุกเสกพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลต่างๆของตน ซึ่งก็เชื่อกันว่าส่งเสริมให้เกิดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ได้ คาถาพุทธาภิเษกนี้อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ได้กล่าวว่าแท้จริงแล้วเป็นพระคาถาที่ใช้สวดเฉพาะสำหรับการหล่อสร้างพระพุทธรูปเท่านั้น
การหล่อพระพุทธรูปนั้น ควรหล่อสร้างเมื่อได้ฤกษ์งามยามดีที่สมบูรณ์ทุกประการ ตามความเชื่อแต่เดิมก็เพื่อให้เทพยดาที่เข้าประทับรักษาในองค์พระ จะได้บันดาลให้เกิดศุภผล แต่หากว่าได้ฤกษ์ที่เสียชั่วช้าเทวดาที่เข้าประทับองค์พระก็อาจจะบันดาลให้เกิดอศุภผลได้ ทั้งยังอาจไม่ช่วยให้บังเกิดอิทธิปาฏิหาริย์ไปในทางที่ดี ความสำคัญเช่นเรื่องฤกษ์นี้ จึงควรให้โหรผู้รอบรู้เป็นผู้กำหนดฤกษ์ยามอันเป็นมงคล เมื่อได้ฤกษ์แล้วจึงจะกำหนดวันเวลาให้แก่นายช่างผู้ที่จะทำการหล่อพระ ได้จัดเตรียมหุ่นพิมพ์พระที่จะสร้าง และเมื่อใกล้ที่จะถึงฤกษ์ทำการจึงจัดเครื่องสังเวยบูชาเทพยดา รวมถึงเทวดาผู้รักษาฤกษ์ โดยให้เจ้าภาพเป็นผู้จุดเทียนบอกกล่าวคำอธิษฐาน จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของโหรกล่าวโศลกบูชาเทวดา ดุษฎีสังเวยบวงสรวง เมื่อได้ปฐมฤกษ์นายช่างหล่อจึงเริ่มในการเททองหล่อพระ
ปัจจุบันในการหล่อสร้างพระบูชาธรรมดา รวมถึงพระเครื่องพระประจำวันทั่วไป การกำหนดฤกษ์นั้นอาจจะมิได้กระทำกันโดยสมบูรณ์ แต่จะไปเน้นฤกษ์ผานาทีและการจัดทำพิธีกรรมให้ถูกต้องตามขนบประเพณี ในพิธีพุทธาภิเษกคราวเดียวเลย การหล่อพระประธานถ้าหากว่าต้องการความประณีตพิถีพิถัน จำเป็นต้องจารึกจารพระยันต์ลงในแผ่นทองแดง ๑๐๘ อันเป็นชนวนศักดิ์สิทธิ์นำเข้าพิธีปลุกเสกก่อนที่จะทำการหล่อ แล้วจึงค่อยนำไปใส่ลงในเบ้าหลอมให้ละลายรวมเข้ากับวัสดุมวลสารที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งมักจะเรียกว่า “เบ้าหลัก” ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการเททองหล่อพระ สำหรับมวลสารวัสดุที่ใช้ในการสร้างนั้น ถ้าหากว่าจะให้เป็นมวลสาร “นวโลหะ” อันหมายถึงโลหะ ๙ ชนิด อันเป็นโลหะธาตุทรงคุณวิเศษตามตำราในการสร้างพระหล่อ ก็ควรจะมีการจารึกจารพระยันต์ ๑๐๘ และนะ ๑๔ ให้ถูกต้องตามตำรา นอกจากนี้ยังอาจรวมถึงพระปริตร ๑๒ ตำนาน บทธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร คาถารัตนมาลา คาถายอดพระไตรปิฎก หรืออาจรวมถึงคาถาพุทธาภิเษก ลงในแผ่นโลหะอันถือเป็นหัวเชื้อสำคัญใส่ลงในเบ้าหลอมด้วย
สำหรับการจัดพิธีกรรมภายในพระอุโบสถ มักจะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดชัยมงคลคาถา อาจจะเป็น ๕ รูป ๗ รูป หรือ ๙ รูปก็ได้ ในอดีตจะมีการจัดตั้งศาลเพียงตา มีบัตรพระเกตุ พระภูมิกรุงพาลีอย่างละ ๑ บัตร จัดวางไว้บนศาลนั้น แล้วให้โหรผู้กระทำพิธีกล่าวคำบูชาเทวดาให้จบในช่วงเวลาเดียวกันกับเวลาฤกษ์ จากนั้นโหรจะลั่นฆ้อง ประธานจึงเริ่มจุดเทียนชัย พราหมณ์จะเป็นผู้เป่าสังข์ แกว่งบัณเฑาะว์โดยเวลาใกล้ฤกษ์จะต้องตั้งเครื่องสังเวยให้พร้อมสรรพ เจ้าภาพในงานจุดเทียนเงินเทียนทองจุดปักตามเครื่องสังเวย เมื่อโหรกล่าวคาถาบูชาฤกษ์จบอันเป็นเวลาฤกษ์จึงลั่นฆ้องขึ้นเป็นสัญญาณ พระพิธีธรรมสวดชัยมงคลพระคาถา นายช่างจึงทำการเททองหล่อพระนับตั้งแต่เวลาปฐมฤกษ์นี้เป็นต้นไป โดยระหว่างในพิธีนั้นก็ยังมีการสวดพระคาถาต่างๆอันเป็นมงคลด้วย เช่น คาถานวหรคุณ ภารวาร จตุเวททิพยมนต์ รัตนมาลา บางทีอาจมีการสวดบูชานพพระเคราะห์ร่วมด้วย
การจัดเตรียมพิธีการนั้นจะต้องตระเตรียมพื้นที่ทั้งมณฑลพิธีที่จะทำการหล่อพระ และจัดเตรียมพื้นที่ภายในพระอุโบสถที่จะทำพิธี ทั้งราชวัตรฉัตรธง ต้นกล้วยต้นอ้อย เทียนพิธีต่าง ๆ เครื่องสังเวย รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จะต้องใช้ประกอบ โยงสายสิญจน์ตามลำดับทิศผ่านกลางโรงพิธี แขวนพระยันต์ไว้ภายในพระอุโบสถ ตกแต่งจัดเตรียมอาสนะสำหรับพระสงฆ์ ที่จะมาเจริญพระพุทธมนต์รวม ๑๐ รูป จัดอาสนะสำหรับพระพิธีธรรมสวดพุทธาภิเษก พร้อมกับธรรมมาสน์พระคณาจารย์นั่งปรก ให้หันหน้าเข้าสู่พระพักตร์พระประธาน จัดโต๊ะหมู่หน้าพระประธาน วางเทียนมงคล เทียนวิปัสสี เทียนเงินเทียนทอง จัดตู้เทียนชัยหน้าอาสนะพระพิธีธรรมสวดพุทธาภิเษกกลางพระอุโบสถ จัดตั้งขันน้ำมนต์หรือขันสาครใส่น้ำไว้ให้พร้อม
เมื่อถึงเวลาปฐมฤกษ์โหรลั่นฆ้องชัย พระคณาจารย์เริ่มบริกรรมภาวนา นายช่างผู้เททองกระทำพิธีไหว้ครูแล้วจึงเริ่มทำการเททองหล่อพระ ช่างผู้ที่ทำการเททองจะหันหน้าเข้าสู่ทิศอันเป็นมงคลของวันนั้น ขณะเมื่ออยู่ระหว่างเททองจะย่ำฆ้องบอกฤกษ์ตลอดเวลาจนสุดฤกษ์จึงหยุด พราหมณ์จะเป่าสังข์ แกว่งบัณเฑาะว์ พิณพาทย์ขึ้นเพลงสาธุการมหาฤกษ์มหาชัย เมื่อเสร็จสิ้นการเททองแล้ว พราหมณ์จึงทำการรดน้ำสังข์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พระพุทธรูปที่ทำการหล่อนั้น
พิธีกรรมการสร้างพระเททองหล่อโดยสังเขปที่ได้กล่าวมานั้น จะเป็นการจัดพิธีกรรมตามขนบประเพณีที่มาแต่เดิม แต่เนื่องด้วยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดพิธีกรรม ในการสร้างพระรวมถึงพิธีพุทธาภิเษกทั้งพระพุทธรูป พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลต่างๆ ตามแต่สมควรตามกำลังศรัทธาของเจ้าภาพผู้ที่สร้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ที่อาจจะต้องการทั้งเรื่องของความสะดวกทั้งด้านเวลา และค่าใช้จ่ายในการจัดพิธี รวมถึงความสะดวกด้านสถานที่ แต่ก็มักจะไม่ละทิ้งขั้นตอนพิธีกรรมอันจำเป็น ที่ยังสามารถจะคงความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมไว้ได้ตามสมควร ตามความเชื่อความศรัทธาของผู้สร้าง ซึ่งก็แล้วแต่ความประสงค์ของเจ้าภาพเป็นสำคัญ
การรังสรรค์ผลงานประติมากรรมแห่งศรัทธาของ Artmulet ที่ผ่านมานั้น จะใส่ใจให้ความสำคัญกับผลงานประติมากรรมที่จัดสร้างขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องแนวคิด เรื่องของศิลปินที่สรรค์สร้างผลงาน เรื่องของวัสดุและวิธีการที่ใช้ในการหล่อก็พยายามขับเน้นประณีตพิถีพิถัน รวมถึงพระคณาจารย์ที่นิมนต์มาร่วมพิธีนั่งปรกภาวนาก็ให้ความสำคัญมาโดยตลอดด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการจัดสร้างในหลายผลงานที่ผ่านมา เรื่องของพิธีกรรมทั้งพิธีพุทธาภิเษกองค์พระ และพิธีเทวาภิเษกองค์เทพในทุกพิธีของ Artmulet ก็มิได้เคยละเลยขั้นตอนพิธีกรรมอันสำคัญใดๆ ทั้งนี้เพื่อฝากผลงานที่ได้รังสรรค์ไว้ ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยสืบไป


