เหตุที่ต้องตั้งชื่อเรื่อง ชื่อบทความ ช่วงปิดท้ายสัปดาห์นี้...ด้วยบทกลอน บทกวี ที่จำมาจากอาจารย์ “เรืองอุไร กุศลาสัย” เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ก็ด้วยเหตุเพราะฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกในช่วงระหว่างนี้ ไม่ว่าจะ “แนวรบ” ใดๆ ก็ตาม มันออกจะสับสน อลหม่าน ยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าหนวดแขกพันกับฝอยขัดหม้อ เอาเลยก็ว่าได้ ไล่มาตั้งแต่ “แนวรบตะวันออกกลาง” ที่ไม่เพียงต้องเจอสงครามระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านซึ่งยังหาจุดสิ้นสุด ยุติ ลงไปแทบไม่ได้ แต่ยังต้องเจอกับสงครามระหว่างพวกนักรบ “Ansar Allah” หรือที่เรียกๆ กันว่าพวก “Houthis” กับพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลาง อย่างอภิมหาเศรษฐีน้ำมันซาอุฯ ที่หาทางออก-ทางไป แทบไม่เจอ ซะอีกด้วยต่างหาก!!!
คือจะหันไปคุกเข่า วิงวอน คุณพ่ออเมริกา หรือหันไปพึ่งพาอิสราเอล ไม่ว่าในด้านข้อมูล ข่าวกรอง หรือส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดพวกนักรบเยเมน เพื่อให้ตัวเองพอหายใจ หายคอ ได้มั่ง ไม่ต้องถึงขั้น “หายใจทางเหงือก” เหมือนกับที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ หรือถึงขั้นบริษัทวิสาหกิจ “Aramco” ต้องแจ้งโรงกลั่นน้ำมันในยุโรป ว่าไม่สามารถส่งน้ำมันดิบเดือนตุลาคมไปให้ตามสัญญาอีกต่อไป ดังที่สำนักข่าว “Bloomberg” เขารายงานไว้เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ก.ย.) อันเนื่องมาจากเส้นทางขนส่งน้ำมันสำรองถูกพวกนักรบเยเมนปิดกั้นซะดื้อๆ แถมยังถูก “ใครก็ไม่รู้?” ระเบิดท่อขนส่งน้ำมันจากตะวันตกไปตะวันออก แต่การหาทางออก-ทางไปด้วยวิธีการเช่นนี้ ย่อมทำให้ตัวเองเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องยอมศิโรราบ ยอมโดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่เรียกว่า “Abraham Accord” ด้วยการฟื้นฟูสัมพันธภาพขั้นปกติกับอิสราเอลตามที่มหาอำนาจอเมริกาได้วางเงื่อนไขเอาไว้ อันอาจถึงขั้นเสียหมา เสียสุนัข ในสายตาของบรรดาโลกมุสลิมทั้งหลาย...
ส่วนจะหันไปหาอิหร่าน หันไปหาจีน ให้ช่วยพูดจากับพวกนักรบ “Houthi” แล้วค่อยๆ ก่อรูป ก่อร่าง “ระเบียบโลกใหม่” ในระดับภูมิภาค ด้วยข้อตกลงระหว่างกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างประเทศอ่าว (GCC) กับอิหร่านและโอมาน จนเกิดเสถียรภาพ ความมั่นคง ในภูมิภาค โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยคุณพ่ออเมริกาอีกต่อไป หรือต้องร่วมมือ-ร่วมใจ ในการ “ถีบ” กองทัพอเมริกาให้พ้นไปจากตะวันออกกลาง แบบไม่เหลือติดปลายนวมไว้เลยแม้แต่น้อย อันเป็นอะไรที่ออกจะยากเอามากๆ สำหรับ “ราชอาณาจักร” ที่อุบัติขึ้นมาด้วยการขีดเส้นแบ่งดินแดนของตะวันตกมาตั้งแต่แรก และยังต้องยึดโยงอยู่กับอำนาจ อิทธิพล ของอเมริกา ไม่ว่าทางการเมือง-เศรษฐกิจ-การทหารมาโดยตลอด...
หรือจะหันไปรอความหวังว่าประเทศที่เพิ่งลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางทหาร ที่เรียกๆ กันว่า “Mecca Joint Defense Agreement” อย่างไก่งวงตุรเคีย-ตุรกี ปากีสถาน จะโดดเข้ามาช่วยเหลือแบบเดียวกับข้อตกลงตามมาตรา 5 ขององค์กรพันธมิตรทางทหารในยุโรปอย่าง “NATO” แต่แม้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี “นายHakan Fidan” จะออกมาส่งสัญญาณ ความช่วยเหลือด้วยการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ “NTV” เมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) แต่ก็นั่นแหละ...การรวมมือ รวมตีน เพื่อสู้กับพวกนักรบ “Houthi” มันอาจยิ่งส่งผลให้เกิดความบานปลาย ขยายตัว จนกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มประเทศโลกมุสลิมในตะวันออกกลางกันไปแทนที่ หรือกลายเป็นสงครามระหว่าง “ซุนหนี่” กับ “ชีอะห์” เอาง่ายๆ!!!
แต่ก็ไม่ใช่แค่การหาทางออก-ทางไปของเศรษฐีน้ำมันซาอุฯ เท่านั้น ที่สร้างความ “บวดหัว” ชนิด “ยาบวดหาย” กี่ซองต่อกี่ซองก็น่าจะเอาไม่อยู่ การป่าวประกาศครั้งที่ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ว่าจะถล่มประเทศอิหร่านทั้งประเทศ หรือ “blowing the entire nation up” ให้หายไปจากแผนที่โลก ให้อารยธรรมนับพันๆ ปีสูญสลายไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป ของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ก็ยิ่งทำให้ “สงครามรอบใหม่” ระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน กลายเป็นหัวข้อที่ต้องนำมาเพิ่งพินิจพิจารณาประมาณ 8 ตลบ หรือ 10 ตลบเป็นอย่างน้อย และนั่นเอง...ที่ทำให้ “ราคาน้ำมัน” หนีไม่พ้นต้องพุ่งทะลุเพดาน ทะลุหลังคาต่อไปอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ จนคำว่า “Recession” หรือการถดถอยทางเศรษฐกิจ อาจต้องกลายเป็นคำว่า “Depression” หรือกลายเป็นความตกต่ำ ความพังทลายของเศรษฐกิจโลกทั้งโลก ได้ทุกเมื่อ...
อันที่จริง...เพียงเท่านี้ก็น่าจะปวดหัวฉิบหาย-ปวดหัวตายห่าพอสมควรแล้ว แต่โดยฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกมันอาจหนักยิ่งไปกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อ “โรคติดต่อ” อย่างโรค “Russophobia” หรือโรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง มันกำลังแสดงอาการ “กำเริบ” ขึ้นมาในหมู่ชาติยุโรป หรือในบรรดาประเทศ “NATO” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ ไปยันถึงประเทศเล็ก-ประเทศน้อยที่อยู่ติดพรมแดนรัสเซียอย่างลัตเวีย ลิทัวเนีย เอสโตเนีย ฯลฯ ที่ต่างออกอาการ “กระเหี้ยนกระหือรือ” ในการเปิดศึก เปิดสงครามกับหมีขาวรัสเซีย แบบเนื้อตัวสั่นเร่าๆ เอาเลยก็ว่าได้...
คือไม่เพียงแต่มุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ในการเร่งผลิตอาวุธร้ายๆ ไม่ว่าจรวด หรือโดรน ส่งให้กับ “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างยูเครน ใช้ยิงเข้าไปในดินแดนรัสเซียเป็นชุดๆ เป็นระลอกๆ ล่าสุด...ถึงกับส่งโดรนนับพันๆ ลำเข้าไปถล่มโรงกลั่นน้ำมัน อพาร์ตเมนต์ที่อยู่อาศัยของพลเรือนใกล้ๆ กรุงมอสโก เมืองหลวงของประเทศเอาเลยถึงขั้นนั้น แต่ยังพร้อมที่จะป่าวประกาศต่อผู้คนพลเมืองในประเทศตัวเอง ให้เตรียมตัวรับมือ “สงครามกับรัสเซีย” อย่างเป็นระบบ เป็นกิจการ อีกด้วยต่างหาก ใครที่สนใจรายละเอียด ลองไปฟังรายการสนทนาของคุณ “ทนง ขันทอง” และคุณน้อง “นงวดี ถนิมมาลย์” ทาง “NEWS 1” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็น่าจะหลับตานึกภาพได้ไม่ยาก ว่าอาการ “กำเริบ” ของโรค “Russophobia” มันน่ากลัว น่าสยดสยอง ไปถึงขั้นไหน? ยิ่งเมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ ประเทศที่อยู่ใกล้ชิดติดพันกับรัสเซีย อย่าง “นายRadoslaw Sikorski” เขาออกมาป่าวประกาศ ณ เวทีประชุม “The Yalta European Strategy meeting” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่าถ้าหากบรรดาชาติยุโรปพร้อมใจที่จะ “ถอดถุงมือ” ร่วมกันเล่นงานหมีขาวรัสเซีย โอกาสที่ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับประเทศนี้ สามารถเป็นไปได้ภายในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 6 สัปดาห์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...
อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้...มันเลยทำให้หมีขาวรัสเซีย ที่พยายามพูดแล้ว-พูดเล่า ไม่รู้จะกี่สิบกี่ร้อยครั้ง ว่าไม่ได้คิดจะเปิดศึก เปิดสงครามกับ “NATO” เอาเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อถูกแหย่ ถูกกระทุ้ง จนไม่ว่าหมีตัวใด สีใดก็แล้วแต่ น่าจะ “หลับไม่ลง” ไปด้วยกันทั้งนั้น การเปิดศึก เปิดสงครามกับ “NATO” ของรัสเซีย มันเลยอาจต้องเป็นไปแบบที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov” เขาได้สรุปเอาไว้ ณ เวทีประชุม “The International Youth Festival” ที่กรุง “Yekaterinburg” เมื่อช่วงวันพุธ (16 ก.ย.) ที่ผ่านมานั่นแหละว่า... “ถ้าหากประเทศยุโรปที่ชอบพูดกรอกหูอยู่ทุกวัน ถึงการเตรียมตัวทำสงครามกับรัสเซีย คิดจะโจมตีรัสเซียขึ้นมาเมื่อไหร่ สงครามที่เกิดขึ้น...มันจะแตกต่างไปจากสงครามใดๆ เท่าที่เคยเป็นมา นั่นก็คือมันจะเป็นสงครามที่ very short” หรือสั้นเอามากๆ ไม่ต่างไปจากที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย “นายNikolay Patrushev” ที่ได้สรุปเอาไว้ว่า ถ้าประเทศยุโรปคิดโจมตีรัสเซีย ตามที่รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ได้พ่นแมงโม้เอาไว้ บรรดาประเทศเหล่านี้จะ “สิ้นสุดการดำรงอยู่” ภายในช่วงเวลาแค่ไม่เกิน 2-3 วันเท่านั้นเอง ไม่ต้องรอไปเป็นสัปดาห์ๆ เอาเลยก็ว่าได้...
พูดง่ายๆ ว่า...โอกาสที่จะได้เห็นขีปนาวุธประเภท “Oreshnik” หรือ “Posiedon” ติดหัวรบนิวเคลียร์ถล่มใส่ชาติยุโรปให้ต้องแหลกราญกันไปเป็นชาติๆ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ หรือทำให้ “แนวรบยุโรปตะวันออก” ที่ยืดเยื้อ คาราคาซังด้วยฉากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ไม่รู้จะกี่ปีต่อกี่ปีเข้าไปแล้ว ยิ่งดุเดือดเลือดพล่าน ยิ่งน่าปวดหัวฉิบหาย-ปวดหัวตายห่ายิ่งขึ้นไปเท่านั้น ส่วน “แนวรบทะเลจีนใต้” ใกล้ๆ บ้านเรา ก็ใช่ว่าจะสงบ-เรียบ-นิ่งแต่อย่างใด ช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 ก.ย.) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน “นายGuo Jiakun” ถึงกับต้องออกมาเตือนคุณพี่ญี่ปุ่น-ยุ่นปี่ ว่าการคิดจะนำเอาขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้ อย่าง “Typhon missile” ของอเมริกามาติดตั้งไว้ที่เกาะคิวชูนั้น แทบไม่ต่างอะไรไปจากความพยายามเร่งสปีดการกลับไปสู่ “ลัทธิทางทหาร” (remilitarization) อันเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว สำหรับบรรดาประเทศในเอเชียเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง เช่นเดียวกับโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย คุณน้อง “Maria Zakharova” ที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในแนวเดียวกันก่อนหน้านั้น...
นั่นยังไม่รวมไปถึง...ความพยายามพูดคุย เจรจา เรื่องอาณาเขตทางทะเลระหว่างญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ โดยไม่ได้สนใจว่าคุณพี่จีนจะคิดเห็นเป็นยังไง ไปจนการ “เล่นกับไฟ” ของประเทศด้านใต้สุดแห่ง “ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” อย่างนิวซีแลนด์ ที่ได้ส่งเรือรบ 2 ลำ คือเรือ “HMVZS Te Mana” และ “HMNZS Aotearoa” เข้ามาแล่นฉวัดเฉวียนอยู่แถวๆ ช่องแคบไต้หวัน ด้วยการอ้างถึงกฎหมายระหว่างประเทศ ว่านี่คือ “น่านน้ำสากล” ที่ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าพญามังกรจีนจะพ่นน้ำ พ่นไฟ หรือพ่นอะไรออกมาหรือไม่? อย่างไร? ส่งผลให้ทุกๆ “แนวรบ” นั่นแหละ เต็มไปด้วย “ความตึงเครียด” แบบชนิดใกล้ๆ จะขาดผึง!!! ยิ่งเข้าไปทุกที...
เรียกว่า...โดยแนวโน้มของฉากสถานการณ์ทุกๆ “แนวรบ” ดูจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นค่อนข้างชัดเจน ว่าบรรดาพวกที่เรียกๆ กันว่า “อีลีทโลก” ทั้งหลาย น่าจะหวังที่จะใช้ “สงคราม” เป็นทางออก ทางรอด ในการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าปัญหาหนี้สิน ปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ปัญหาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ และอะไรต่อมิอะไรที่จะช่วยให้อำนาจ อิทธิพลของ “ตัวกูเอง” ยืนยง คงทน ต่อไปอีกตราบนานเท่านาน โอกาสที่โลกจะก้าวข้าม “ระยะแห่งการเปลี่ยนผ่าน” โดยอาศัยแนวทางแห่ง “สันติภาพ” นั้น ออกจะยากเย็นแสนเข็ญ น่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เอามากๆ จนอาจต้องสวดมนต์ภาวนา ต้องรำพึงรำพันแบบเดียวกับบทกลอน บทกวีของอาจารย์ “เรืองอุไร กุศลาสัย” นั่นแหละว่า... “โอ้ว่าข้าแต่พระจอมเกล้า/พระเป็นเจ้าอิสรามหาศรณ์/ทรงสงบระงับดับอาวรณ์/ขอพระพรกรุณามหาธิคุณ/ได้ทรงโปรดกวัดไกวเสียให้สิ้น/สิ่งมลทินมัวหมองอย่าปองหนุน/เพื่อดวงจิตโลกาไม่ทารุณ/แม่นมนุญบริสุทธิ์วิมุติจริง” ด้วยประการละฉะนี้...แล...


