เป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ ทำให้รัฐได้รับความเสียหายเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา 157
ถ้าท่านผู้อ่านย้อนไปดูการเมืองในอดีตที่ผ่านมา ก็จะพบว่ามีหลายรัฐบาลที่ถูกประชาชนขับไล่ ด้วยเหตุ 2 ประการคือ
1. กระทำสิ่งผิดกฎหมาย อันได้แก่การทุจริต คอร์รัปชัน รังแกข้าราชการประจำด้วยการโยกย้าย แต่งตั้งไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุเพียงไม่สนองนโยบายในการแสวงหาประโยชน์ของพรรคหรือของนักการเมืองอันเป็นปัจเจก
2. ละเว้นไม่กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เช่น การป้องกันและปราบปรามการทุจริตผิดกฎหมาย รวมไปถึงการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน
ด้วยเหตุปัจจัย 2 ประการข้างต้น ทำให้ประชาชนหมดศรัทธาและหมดความอดทน ลุกฮือขับไล่รัฐบาล และสุดท้ายจบลงด้วยกองทัพทำรัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลแล้วปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ
ในปัจจุบันประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลผสมหลายพรรค และมีอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบริหารประเทศไม่ถึง 6 เดือนได้เผชิญกับวิกฤตศรัทธา เนื่องจากเกิดปัญหานานัปการ อนุมานโดยแบ่งออกเป็น 2 ประการดังต่อไปนี้
1. ไม่ป้องกันปล่อยให้เกิดการทุจริต คอร์รัปชัน อย่างในสองเรื่องใหญ่ดังต่อไปนี้
1.1 การกักตุนน้ำมันดีเซลทำให้เกิดการขาดแคลน และน้ำมันสูญหาย 57 ล้านลิตร จนป่านนี้ยังหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษไม่ได้
1.2 การทุจริต การสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทำให้เกิดความเสียหาย 4.5 พันล้านบาท จนป่านนี้การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ แต่ส่อเค้าว่าจะได้แค่ปลาซิว ปลาสร้อย และคงปล่อยให้ตัวใหญ่ลอยนวล
2. ละเว้นในการดำเนินการแก้ไขความผิดที่เกิดขึ้นแล้วดังต่อไปนี้
2.1 คดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งศาลได้ตัดสินแล้วว่าเป็นของการรถไฟฯ แต่กระทรวงมหาดไทยไม่เร่งรัดกรมที่ดินให้เพิกถอนโฉนดของผู้ถือครอง ซึ่งได้มาโดยมิชอบแล้วคืนที่ดินให้แก่การรถไฟฯ ตามคำสั่งของศาล
2.2 การฮั้วเลือก สว.ซึ่ง กกต.กำลังพิจารณาจะส่งหรือไม่ส่งศาล และถ้าส่งบางส่วนหรือส่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่สังคมจับตามองว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไร เอื้อใครหรือไม่
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล จึงอยู่ในภาวะล้มละลายทางสังคม และเสี่ยงต่อการถูกขับไล่จากประชาชน
ส่วนว่าม็อบจะมาจากไหน และใครจะเป็นผู้นำ ถ้าดูจากปัจจัยแวดล้อมทางการเมืองแล้ว ตอบได้คำเดียวว่ามีมาแน่นอนอย่างน้อยก็คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พี่ใหญ่แห่งค่ายพระอาทิตย์ มาแน่ ถ้ารัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะเรื่องทุนสีเทามีทั้งต่างชาติ และคนไทยกำลังก่อกรรมทำเข็ญให้แก่ประเทศ และประชาชนอยู่ในขณะนี้ จะต้องถูกจัดการให้หมดไป และถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรปล่อยไปตามยถากรรม เชื่อได้เลยว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอม และจะต้องมีการลงถนนแน่นอน
แต่ก็ยังมีบางคนโดยเฉพาะคนยืนอยู่ข้างรัฐบาล และได้ข้อมูลด้านเดียว เชื่อว่ารัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ยังแข็งแกร่งเพราะแรงหนุน แต่ผู้เขียนเชื่อว่าไม่มีพลังใดต่อต้านผลแห่งกรรม สุดท้ายทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลของกรรมนั้น
สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทนี้
เรือลากจูง มีพลัง มหาศาล
เหล่าเรือนงาม หนักมาก ลากจูงไหว
แต่เรือพ่วง แตกร้าว น้ำเข้าใน
ต้องจำใจ ตัดพ่วงทิ้ง สิ่งควรทำ
ขืนรีรอ ขอเวลา หารูรั่ว
สิ่งน่ากลัว ตามมา พากันคว่ำ
จักจมหาย ใต้ธาร ทั้งสองลำ
ด้วยมีกรรม ร่วมกันมา พากันจม


