xs
xsm
sm
md
lg

ความตายของรัฐบาลยุโรปด้วย “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


วลาดิมีร์ ปูติน
ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตแวะไปแถวๆ ทวีปยุโรปกันอีกสักรอบ เพราะถือเป็นอาณาบริเวณ หรือเป็น “แหล่งโรคระบาด” ที่เผลอๆ อาจน่ากลัว น่าอันตราย เสียยิ่งกว่าเชื้อโรค “Covid-19” เอาเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในหมู่ผู้นำ ในหมู่นักการเมืองระดับสำคัญๆ นั่นก็คือ “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง”!!! หรือโรค “Russophobia” อะไรประมาณนั้น แต่มาในช่วงหลังๆ...แนวโน้มการแพร่ระบาด หรือการออกฤทธิ์ ออกเดช ชักทำท่าว่าน่าจะเริ่มๆ ซาๆ ลงไปมั่ง หรือดี-ไม่ดี อาจเกิดการหายไข้ หายขาด ไปจากโรคชนิดที่ว่านี้เอาเลยก็ไม่แน่ ไม่ว่าจะด้วยวัคซีน หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่...

โดยเฉพาะถ้าดูจากผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศเสาหลักยุโรป อย่างเยอรมนี หรือในแคว้น “Saxony-Anhalt” เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ย.) แม้ว่าจะเป็นแคว้นที่ไม่ถึงกับสำคัญอะไรมาก แต่อาจถือเป็นภาพสะท้อนของการหายไข้ หายขาด จากโรคระบาดชนิดที่ว่านี้ได้เป็นอย่างดี อันเนื่องมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน อย่างพรรค “AfD” (Alternative for Germany) หรือพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับบรรดาพรรคที่ร่วมกันเป็นรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องความ “กลัวรัสเซีย” แบบขึ้นสมอง จนต้องหันไปส่งเงิน ส่งอาวุธช่วยเหลือ “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างประเทศยูเครน ให้มุ่งกัดกร่อน ทำลายประเทศรัสเซีย อย่างชนิดไม่ไล่-ไม่เลิกต้องเลิกซื้อน้ำมัน ซื้อแก๊ส ราคาถูกๆ จากรัสเซีย หันไปซื้อจากอเมริกา หรือจากที่ไหนๆ ก็แล้วแต่ด้วยราคาแพงแสนแพง ส่งผลให้เศรษฐกิจเยอรมนีล้มคว่ำคะมำหงาย ระบบอุตสาหกรรมทั้งระบบถูกทำลาย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศช่วงปีที่แล้วเหลือแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง โดยเฉพาะในแคว้น “Saxony-Anhalt” ที่อัตราการว่างงานพุ่งพรวดๆ พราดๆ ไปถึง 8.1 เปอร์เซ็นต์ ผู้คนไม่น้อยกว่า 11,000 คนต้องเดินเตะฝุ่นหางานไม่เจอบรรดาชาวไส้กรอกในแคว้นนี้ เขาเลยต้องหันไปเทคะแนนให้กับพรรค “AfD” ในการเลือกตั้งท้องถิ่นแบบชนิดถล่มทลาย แบบแลนด์สไลด์ เอาเลยก็ว่าได้...

คือจากจำนวนเก้าอี้ 97 ที่นั่ง...พรรค “AfD” เขากวาดเรียบไปถึง 39 ที่นั่ง หรือ 43.8 เปอร์เซ็นต์จากเก้าอี้ทั้งหมด ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล หรือเคยร่วมรัฐบาลทั้งหลาย ไม่ว่าพรรค “CDU” (Christian Democrat Union) ของ “นายFriedrich Merz” ผู้นำเยอรมนีคนปัจจุบัน หรือพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “SPD” (Social Democratic Party) ต่างไปไม่เป็น หรือไม่ไหวจะไปกันไปเป็นแถบๆ “CDU” นั้น...ได้มาแค่ 15 ที่นั่ง หรือ 17.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วน “SPD” เหลือแค่ 9.3 เปอร์เซ็นต์ ตลอดไปจนพรรค “Green” ที่เคยร่วมรัฐบาล หล่นวูบตกจากหอคอย่น เหลือแค่ 8.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่งผลให้ประธานพรรค “CDU” อย่าง “นายSven Schulze” ต้องออกมายอมรับว่าถือเป็น...“การส่งสารที่ชัดเจนจากประชาชนชาวเยอรมัน ไม่ว่าในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติก็แล้วแต่” ว่าไม่เอากับความงี่เง่า หรือความกลัวรัสเซียขึ้นสมองของรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว หรือรองประธานพรรค “SPD” อย่าง “นายLars Klingbeil” ที่ถือว่าผลการเลือกตั้งท้องถิ่นเที่ยวนี้ จัดว่าเป็น “Signal to Berlin” เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!

ความกลัวรัสเซีย หรือโรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง จนทำให้รัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลยุโรปทั้งหลาย หันมากระทำการในสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov” ท่านเรียกว่าการ “Harakiri” หรือการ “คว้านท้องตัวเอง” ไม่ว่าด้วยการเลิกซื้อพลังงานราคาถูกๆ จากรัสเซีย ทุ่มเทเงินทองนับพันๆ หมื่นๆ ล้านยูโรเพื่อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับ “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างยูเครนทั้งที่ผู้คนในประเทศตัวไม่มีอะไรจะ “แ-ก” ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซีย อย่าง “ศาสตราจารย์Vladislav Belov” แห่งศูนย์ศึกษารัสเซียในเยอรมนี (Russia Academy of Sciences) ท่าน “ฟันธง” ลงไปเลยว่า เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในเยอรมนี เป็นไปในแนวนี้โดยเฉพาะเมื่อพรรค “AfD” นั้น ได้ป่าวประกาศไว้อย่างชัดเจนว่านอกจากไม่คิดจะส่งเงิน ส่งอาวุธไปช่วยเหลือยูเครนอีกต่อไปแล้ว ยังพร้อมที่จะหาทางเจรจา หาทาง “อยู่ร่วมโดยสันติ” กับรัสเซียให้จงได้...

ไม่ต่างไปจากฝรั่งเศส...ที่พรรคแนวร่วมฝ่ายขวา หรือ “NR” (National Rally Party) ของ “นางMarine Le Pen” ไม่เพียงแต่จะออกมาแสดงท่าทีว่าความกลัวรัสเซีย หรือการแก้ปัญหารัสเซียนั้น จะต้องอาศัยกรรมวิธีทางการทูตหรือการเจรจา ไม่ใช่ด้วยกรรมวิธีทางทหาร หรือการเผชิญหน้าอย่างที่รัฐบาลฝรั่งเศสยึดมั่น ถือมั่นอยู่ในปัจจุบัน ประธานพรรค “NR” อย่าง “นายJordan Bardella” ยังได้ตอกย้ำเอาไว้เมื่อไม่กี่วันมานี้อีกด้วยว่า ด้วยเหตุเพราะหนี้สินที่มีอยู่ราวๆ 3.5 ล้านล้านยูโรของประเทศฝรั่งเศส ทำให้ไม่มีเงินเหลือพอที่จะส่งไปช่วยศัตรู-คู่กัดของรัสเซียอย่างยูเครนอีกต่อไปแล้ว หรือทำให้ฝรั่งเศสไม่พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่อยูเครนแบบ “ตลอดชั่วนิจนิรันดร์กาล” อีกต่อไป และนั่นเอง...ที่อาจทำให้ “คะแนนนิยม” ของ “นางMarine Le Pen” ที่กำลังจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า พุ่งพรวดๆ พราดๆ ขึ้นไปถึง 35-38 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่างคู่แข่งที่มีอยู่แค่ 16-17 เปอร์เซ็นต์ ถ้าว่ากันตามผลสำรวจของ “Toluna Harris International Poll” เมื่อเดือนกันยายนที่เพิ่งผ่านมานี่เอง หรือทำให้แนวโน้มที่พรรค “NR” จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลฝรั่งเศสในปีหน้า ไม่ว่าเลือกตั้งกันสักกี่รอบก็ตามย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

ส่วนอังกฤษนั้น...แทบไม่ต้องพูดถึง การสูญเสียที่นั่งของพรรครัฐบาล อย่างพรรคแรงงานไปถึง 1,500 เก้าอี้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้ “นายKeir Starmer” ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะเกี่ยวพันกับเรื่องความเกลียดยิว กลัวยิว ของชาวอังกฤษอยู่ด้วยมิใช่น้อย แต่ก็น่าจะผสมผสานกับเรื่องความกลัวรัสเซีย หรือโรคกลัวรัสเซียของรัฐบาลอังกฤษมาโดยตลอดนั่นเอง จนทำให้อดีตจักรวรรดินิยม หรืออดีตนักล่าอาณานิคมรายนี้ กลายเป็นประเทศที่ใช้ “นายกรัฐมนตรีเปลือง” เอามากๆ ไม่ว่าตั้งแต่ “นายBoris Johnson” “นางLiz Truss” “นางTheresa May” “นายRishi Sunak” ไปจนถึง “นายKeir Starmer” ที่ต่างสนับสนุนศัตรู-คู่กัดของรัสเซียอย่างยูเครนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น...การผงาดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีรายใหม่ของ “นายAndy Burnham” หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม “The Labor Friend of Israel” ของพรรคแรงงาน แม้ว่าจะหันมาวิพากษ์วิจารณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในเขตฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอลอยู่มั่ง แต่ด้วยความมุ่งมาดปรารถนาที่จะเล่นงานรัสเซียอันเนื่องมาจาก “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง” เช่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีรายอื่นๆ จนถึงกับต้องไปเยือนยูเครนเป็นแห่งแรกหลังได้รับตำแหน่ง และยังไปประกาศว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ “ตัวตลก-ตัวแทน” รายนี้แบบ “ตลอดชั่วนิรันดร์กาล” ถึงขั้นคิดจะไปตั้งโรงงานผลิตอาวุธร้ายๆ อย่างขีปนาวุธ “Strom Shadow” ในยูเครนเอาเลยถึงขั้นนั้น อนาคตของ “นายAndy Burnham” จึงไม่น่าจะต่างไปจากอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษรายอื่นๆมากมายสักเท่าไหร่ คือโอกาสที่จะไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี ย่อมน่าจะเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

หรือสรุปง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าจะเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ซึ่งล้วนแล้วแต่ถือเป็น “เสาหลัก” ของบรรดาประเทศในยุโรปไปด้วยกันทั้งสิ้นต่างมีสิทธิ์หงายท้อง ล้มคว่ำคะมำหงายอันเนื่องมาจาก “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง” ไปด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่ประเทศยุโรปที่ใกล้ชิด ติดพัน กับรัสเซีย อย่างโปแลนด์ เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ย.) การเดินขบวน ลงถนนของชาวโปแลนด์ ภายใต้การนำของกลุ่มการเมืองอย่าง “The Confederation of the Polish Crown” พร้อมกับชูป้ายคำขวัญ “Poland for Peace” หรือโปแลนด์แห่งสันติภาพ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการเผชิญหน้ารัสเซียของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี “Donald Tusk” อย่างตรงไป-ตรงมา โดยมีชาวโปแลนด์จำนวนถึง 52 เปอร์เซ็นต์ที่ออกจะอึดอัด ขัดข้องใจกับจำนวนผู้อพยพชาวยูเครนในประเทศตัวเอง ตามผลสำรวจของสถาบันวิจัยรองรับอีกด้วยต่างหาก ย่อมส่งผลให้ “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง” น่าจะเริ่มจางหายไปจากประเทศโปแลนด์ไม่มาก-ก็น้อย...

และอาจด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้ผู้นำรัสเซียอย่างประธานาธิบดี “ปูติน” ท่านเลยออกจะอดทน อดกลั้น เอามากๆ ชนิดถึงขั้นที่พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าวชาวอเมริกัน อย่าง “นายAndrew Napolitano” แห่งช่อง “YouTube” ที่ได้รับสมญานามว่า “Judging Freedom” หรือผู้พิพากษาแห่งสันติภาพ อันเนื่องมาจากเคยเป็นอดีตผู้พิพากษาศาลสูงแห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์มาก่อน และมักเชิญ “อภิมหานักวิเคราะห์ระดับโลก” อย่าง “พันเอกDouglas Macgregor” ไปพูดคุยในรายการอยู่บ่อยๆ ถึงกับยกย่องสรรเสริญว่าความอดทน อดกลั้น ของผู้นำรัสเซียแทบพอๆ กับ “นักบุญ” เอาเลยถึงขั้นนั้น โดยเฉพาะการไม่คิดจะเผชิญหน้าโดยตรงกับองค์กรพันธมิตรทางทหารแห่งยุโรปอย่าง “NATO” แม้ว่ารัสเซียมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะตอบโต้ เล่นงาน บรรดาประเทศยุโรปที่เป็น “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง” อย่างชนิดรักษาไม่หาย ไม่ว่ารัฐบาลประเทศเสาหลักอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ตลอดจนประเทศเล็กๆ อย่างลัตเวีย เอสโตเนีย ลิทัวเนีย ฯลฯ เอาเลยก็ตาม หรืออาจเป็นเพราะผู้นำรัสเซีย ท่านมองเห็นแนวโน้มความไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มีของบรรดาประเทศเหล่านี้ จนไม่จำเป็นต้องงัดอาวุธมหาประลัยอย่างอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ เพียงแค่...รอวัน-เวลาให้บรรดาผู้ที่เป็น “โรคกลัวรัสเซียขึ้นสมอง” ค่อยๆ ตายไปตามกำหนดการตามผลบุญ-ผลกรรมที่ตัวเองได้สร้าง ได้กระทำเอาไว้นั่นแล...