xs
xsm
sm
md
lg

หรือสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเป็น “สงครามนิวเคลียร์”???

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


ทักเกอร์ คาร์ลสัน นักวิจารณ์การเมืองชาวอเมริกัน
ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องลองไปเอาคำพูด คำจา ของ Joe Kent” อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” เคยตั้งมาเองกับมือ แต่ดันลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับสงครามอิหร่าน ระหว่างการพูดคุยสนทนาปัญหาบ้านเมือง กับอดีตพิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดังและอดีตสาวก MAGA” อีกด้วยต่างหาก อย่าง “นายTucker Carlson” เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา(28 ส.ค.) มาใคร่ครวญ หวนคิด กันแบบจะจะจังจัง เพราะจะปล่อยให้ทะลุหูซ้ายแล้วร่วงไปทางหูขวาไม่ได้โดยเด็ดขาด อันเนื่องมาจากมันเกี่ยวกับเรื่องการคิดงัดเอาอาวุธมหาประลัย อย่าง “อาวุธนิวเคลียร์” มาใช้กันในช่วงหน้าข้าว-หน้าเหล้า เอาเลยถึงขั้นนั้น...

คือตามแนวคิด หรือการวิเคราะห์ของอดีตผู้อำนวยการศูนย์ด้านความมั่นคงอเมริการายนี้ ดูๆ เขาน่าจะมองเห็น “ความเป็นไปได้” หรือ “ความบ้าของทรัมป์บ้า” ว่ามันอาจจะไปไกล-ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี ถึงขั้นนั้นจนได้!!! หรือดังคำพูด คำจา ที่ว่าเอาไว้แบบประโยคต่อประโยค ประมาณว่า... “เราจะกลายเป็นคนโง่ไปโดยทันที ถ้าหากดันไปคิดว่าสิ่งเหล่านี้ (การใช้อาวุธนิวเคลียร์) จะไม่มีวันเกิดขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ฉากสถานการณ์ที่กำลังเป็นไปในปัจจุบัน นั่นคือฉากสถานการณ์ที่ผู้นำอเมริกากำลังพยายามตะเกียกตะกายหาทางออกจากปัญหาเหล่านี้” นี่...จริง-ไม่จริง โง่-ไม่โง่ แต่อย่างน้อย...ก็ไม่น่าจะปล่อยให้ผ่านหูซ้ายแล้วทะลุหูขวาไปเฉยๆ เพราะมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ระดับมีแต่ “ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย” ไปทั่วทั้งโลก เอาเลยก็ว่าได้...

เหตุที่ Joe Kent” เขาเชื่อของเขาไปในแนวนี้ อาจต่างไปจากอดีตสาวก MAGA” อีกรายอย่างMarjorie Taylor Greene” ที่เธออ้างว่าได้ฟังมากับหู ว่าผู้นำอเมริกากำลังประชุมปรึกษาหารือใครต่อใครในเรื่องนี้ แต่สำหรับอดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายรายนี้ เขาอาศัยการชั่งน้ำหนักจาก “เหตุและผล” นั่นแหละเป็นหลัก คือเขาเห็นว่าภายใต้ “ความพยายามตะเกียกตะกายหาทางออก” ของผู้นำอเมริกา ที่หวังเห็นอิหร่านยอมแพ้ ยอมศิโรราบอย่างไม่มีเงื่อนไข ข้ออ้างใดๆ ต่อไปอีก มันเหลือ “ทางเลือก” อยู่เพียงแค่2 ทางเท่านั้น หลังจากกรรมวิธีอื่นๆ แทบไม่ได้ส่งผลให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามความปรารถนา-ต้องการของ “ตัวกูเอง” ไม่ว่ากรรมวิธีทางทหาร หรือทางเศรษฐกิจก็แล้วแต่...

นั่นคือ...1. ต้องตัดสินใจทุ่มกำลังทหารภาคพื้นดิน เข้าไปบุก เข้าไปยึดส่วนหนึ่ง ส่วนใดของประเทศอิหร่านแบบเดียวกับครั้งการบุกยึดอิรักอะไรทำนองนั้น โดยจะแพ้หรือชนะก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...โอกาสที่บรรดาทหารอเมริกันจะบาดเจ็บล้มตายนับเป็นพันๆ หมื่นๆ ย่อมน่าจะมีความเป็นไปได้อย่างมิพึงต้องสงสัย หรือเป็นทางเลือกที่ออกจะ “เสี่ยง” เอามากๆ ดังนั้น...เพื่อไม่ให้ถึงกับต้องเสี่ยงมากมายจนเกินไป ก็เหลืออยู่เพียงทางเลือกที่ 2. นั่นก็คือต้องงัดเอาอาวุธมหาประลัย
อย่าง “ระเบิดนิวเคลียร์” ไปทิ้งใส่หัวชาวอิหร่าน ให้ฉิบหาย-วายวอดจนไม่คิดจะสู้ ไม่คิดจะตอบโต้ใดๆ อีกต่อไป แบบเดียวกับบรรดาชาวญี่ปุ่นที่ต้องตัดสินใจยอมแพ้ ยอมศิโรราบ ในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อะไรประมาณนั้น โดยจะใช้คำเรียกให้ลดความน่าเกลียด-น่ากลัวลงไปมั่งเล็กๆ-น้อยๆ ว่าเป็น “นิวเคลียร์ทางยุทธวิธี” หรือTactical Nuclear” หรือไม่? อย่างไร? อันนั้น...คงต้องไปว่ากันอีกที...

แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าจะ “นิวเคลียร์ทางยุทธวิธี” หรือ “นิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์” สุดท้าย...มันก็คือนิวเคลียร์คืออาวุธมหาประลัย อาวุธที่จะนำมาซึ่งความวินาศฉิบหายต่อบรรดามวลมนุษยชาติ และต่ออารยธรรมต่างๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธนั่นเอง เป็นอาวุธที่สุดแสนจะชั่วร้าย จนพิธีกรระดับโลกอย่าง “นายTucker Carlson” แกเห็นว่า เพียงแค่ “คิด” ก็น่าจะถีบออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไม่งั้น...ผลต่อเนื่องที่ตามมา ย่อมมีแต่ “ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย”อย่างมิพึงต้องสงสัย ขณะที่นักวิเคราะห์อีกราย หรือ “อภิมหานักวิเคราะห์”ระดับโลก อย่าง “พันเอกDouglas Macgregor” นั้น แม้จะไม่ได้ “ฟันธง” ลงไปแบบมิดด้าม-เต็มด้ามว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” คิดจะหาทางออก-ทางไป ด้วยการนำเอาอาวุธชนิดนี้มาใช้หรือไม่? อย่างไร? แต่ก็ได้สรุปเอาไว้ชัดเจนว่า การกระทำมิดี-มิร้ายต่ออิหร่านของอเมริกานั้น ไม่ได้เป็นไปเพื่อตอบสนอง “จุดมุ่งหมาย” ใดๆ ของประเทศอเมริกาเอาเลยแม้แต่น้อย แต่มุ่งที่จะตอบสนองต่อ “ผลประโยชน์” ของประเทศอิสราเอล นั่นแหละเป็นหลัก และสิ่งที่บรรดานักการเมือง ผู้นำอิสราเอลปรารถนาและต้องการในทุกวันนี้...ก็คืออยากเห็นประเทศอิหร่านพังพินาศวอดวาย หรือถูกลบหายไปจากแผนที่เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!

ด้วยเหตุนี้ “คำขู่”ของ “ทรัมป์บ้า” ที่เคยขู่อิหร่านเอาไว้ว่า จะลบล้างอารยธรรมให้สาบสูญ หรือwhole civilization will die” จึงไม่ได้ไม่มีที่มา-ที่ไปแต่อย่างใด แต่อาจเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะเป็น “สุนัขรับใช้” ของบรรดานักธุรกิจและล็อบบี้ยิสต์ชาวยิวแบบเต็มสูบ-เต็มด้ามนั่นเอง แต่แม้ว่า “ทรัมป์บ้า” อาจไม่บ้าถึงขั้นนั้น โดยศักยภาพของประเทศอิสราเอลเอง ที่กำอาวุธมหาประลัยชนิดนี้เอาไว้ในมือ ไม่ว่าจะ 9 ลูก หรือถึงระดับ 400 ลูกที่พวกนักยุทธศาสตร์เขาต้องประเมินไปตามความคลุมๆ เครือๆ ตามความปิดบัง ซ่อนเร้น ของกองทัพอิสราเอลมาโดยตลอด โอกาสที่จะเกิดการงัดอาวุธชนิดนี้ออกมาใช้ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย เพราะถ้าว่ากันตามรายงานของอดีตนักข่าวพูลิตเซอร์ อย่าง Seymour Hersh”แค่เจอกับ “สงคราม 6 วัน” (Six Day-War) ปี ค.ศ.1967 หรือ “สงครามยมคิปปูร์” (Yom Kippur War) ปี ค.ศ.1991 บรรดาผู้นำทางการเมือง-การทหารของอิสราเอลก็เคยคิดจะงัดอาวุธชนิดนี้ออกมาใช้ ตามแบบฉบับเดียวกันกับอดีตวีรบุรุษชาวยิวอย่าง Samson”ที่ใช้พละกำลังพังวิหาร Dagon” เพื่อให้บรรดาชาวปาเลสไตน์ที่คิดจะเล่นงานตัวเอง ต้องพังพินาศฉิบหาย ไปพร้อมๆ กับตัวเอง หรือที่เรียกๆ กันว่า The Samson Option” นั่นแล...

แต่ไม่ว่าจะอาศัยสุนัขรับใช้ หรือ “สุนัขบ้า” หรืออาศัยอาวุธนิวเคลียร์ในมือของตัวเอง ผลกระทบหรือผลที่ตามมานั้น มันอาจทำให้ “สงครามโลกครั้งที่3” ซึ่งกำลังยกระดับไปเป็นขั้นๆ กลายเป็น “สงครามนิวเคลียร์” เอาง่ายๆ!!! และจะโดยสีสันบรรยากาศ โดยแนวโน้มทำนองนี้หรือไม่? อย่างไร? ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ที่ทำให้ “ชาตินิวเคลียร์” อย่างหมีขาวรัสเซีย
เขาเลยตัดสินใจทดสอบ “ขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีป”(ICBM) ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา(28 ส.ค.) โดยยิงจากแคว้น Arkhangelsk” ไปยังคาบสมุทรKamchatka” เพราะถ้าหากการงัดอาวุธมหาประลัยชนิดนี้ออกมาใช้กับอิหร่านโดยอเมริกาหรืออิสราเอลก็ตาม อุบัติขึ้นมาเมื่อไหร่ รัสเซียย่อมสามารถหยิบมาใช้เป็นเงื่อนไข ข้ออ้าง ในการส่งจรวด Poseidon” ไปถล่มเกาะอังกฤษที่ร่วมมือกับฝรั่งเศส คิดผลิตขีปนาวุธStrom Shadow” ในประเทศยูเครน เพื่อเอาไว้ใช้ยิงถล่มลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ให้จมกระเบื้อง จมธรณีกลายเป็นทะเลทรายแห่งกัมมันตรังสี ตาม “หลักนิยมนิวเคลียร์ใหม่” ของรัสเซียได้อย่างไม่จำเป็นต้องอดกลั้น อดทนใดๆ อีกต่อไป...

นี่...อันนี้นี่แหละ ที่มันจะทำให้ “สงครามโลกครั้งที่3” ต้องถูกยกระดับให้กลายเป็น “สงครามนิวเคลียร์” กันจนได้!!! และทำให้บรรดามวลมนุษยชาติทั้งหลาย หนีไม่พ้นต้อง “ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย”ไม่ว่ามากหรือน้อย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ด้วยเหตุนี้...ผู้ที่ยังคงหลงเหลือ “สติ” และ “สัมปชัญญะ” อยู่บ้างตามสมควร จึงต้องพยายามดาหน้าออกมาปฏิเสธและคัดค้านอะไรก็ตามที่กำลังทำให้แนวโน้มของสถานการณ์ต้องเป็นไปเช่นนี้ และนั่นเองที่อาจทำให้เกิดการ “รั่วไหล” ของข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ในบันทึกคำสั่งลับของกระทรวงกลาโหมอเมริกัน หรือที่เรียกย่อๆ ว่า SDOB” (Secretary of Defense Orders Book) ไปยังสื่ออเมริกันอย่างThe Washington Post” ถึงความบ้าของรัฐบาลอเมริกันภายใต้การนำของ
“ทรัมป์บ้า”
ในสงครามอิหร่านอย่างเป็นระลอก ส่วนผู้ที่ไม่สามารถทนดูความบ้าในลักษณะเช่นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว อย่างเช่นเลขาธิการกองทัพบก Dan Driscoll” เลยต้องตัดสินใจลาออกแบบเดียวกับ Joe Kent” เอาดื้อๆ...

ยิ่งเมื่อปลัดกลาโหมอเมริกัน “นายElbridge Colby” ออกมาให้สัมภาษณ์แบบคลุมๆ เครือๆ ว่าบรรดาเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือกระทรวงสงคราม “กำลังพยายามหาทางมอบทางเลือกด้านนิวเคลียร์ ให้กับรัฐมนตรีPete Hegseth” ก็เลยยิ่งกลายเป็นการกระตุ้นเตือน ว่าการปล่อยให้ “ปุ่มนิวเคลียร์” อยู่ภายใต้นิ้วมือของ “คนบ้า” นั้น ย่อมเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว เอามากๆ และทำให้สิ่งที่พิธีกรรายการโทรทัศน์อย่าง Tucker Carlson” พูดเอาไว้ออกจะมี “น้ำหนัก” มิใช่น้อย นั่นก็คือ...เพียงแค่ “คิด” ที่จะใช้อาวุธชนิดนี้เท่านั้น ก็น่าจะหาทางถีบออกไปจากตำแหน่งประธานาธิบดีอเมริกันได้แล้ว!!!