เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ภาคีราชบัณฑิต
อดีต รมต อว ปี 63-66
ในสังคม หลายคน มักจะเข้าใจว่า "ความเป็นผู้นำ" คือสิทธิพิเศษของผู้ที่มีตำแหน่งสูง มีอำนาจตามกฎหมาย หรือมีเก้าอี้ผู้บริหารที่สามารถสั่งการ และโยกย้ายใครก็ได้ แต่แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงลักษณะของ "นาย" หาใช่ "ผู้นำ" ไม่
ในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านไปเข้าใจแก่นแท้ของภาวะผู้นำว่าคืออะไร ใครคือผู้นำ หน้าที่ของผู้นำคืออะไร เหตุใดจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการปรับเปลี่ยนประเทศ และทำไมเราจึงควร "เลือกที่จะเป็นผู้นำ" จากจุดที่ยืนอยู่
1. ผู้นำคือใคร?
ตามมุมมองสมัยใหม่และภูมิปัญญาดั้งเดิม ผู้นำแท้จริงมีลักษณะสำคัญดังนี้:
ผู้ที่มีเจตจำนงภายใน (Agency): ผู้นำไม่ใช่คนที่รอให้โครงสร้างหรือระบบแต่งตั้ง แต่คือผู้ที่ "อยากเป็นและ เลือกจะเป็น สมัครจะเป็น" มีความตระหนักรู้ รู้สึกเป็นเจ้าของปัญ หา และพร้อมขึ้นมาขับเคลื่อนการเปลี่ยน แปลงทันทีจากจุดที่ตนยืนอยู่
ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งการเกื้อกูล: เปรียบเสมือน "สายน้ำ" ตามหลักเต๋า ที่ยอมอยู่ต่ำ คือถ่อมตน แต่ให้คุณประโยชน์ หล่อเลี้ยง และโอบอุ้มชีวิตอื่นๆ หรือเปรียบตนเป็นดุจ พระ "โพธิสัตว์" ที่ตั้งปณิธานแล้วด้วยความสมัครใจในการแบกรับความทุกข์ยากเพื่อนำพาผู้อื่นก้าวข้ามปัญหา
2. หน้าที่ของผู้นำทำอะไรบ้าง?
ภาวะผู้นำไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนระดับบนสุดขององค์กร สามารถแสดงบทบาทได้รอบทิศทางผ่านสาม แนวทางปฏิบัติหลัก:
นำจากล่างขึ้นบน ("นำ นาย"): ไม่ใช่ประจบ หรือสอพลอ นาย แต่เป็นการนำทางความคิดต่อนายและร่วมรับผิดชอบ ช่วยนายมองเห็นจุดบอด เสนอทางออก ในยามที่องค์กรเผชิญทางตัน และช่วยให้การตัดสินใจถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องรอคำสั่งในทุกเรื่อง
นำผ่านความร่วมมือ (นำ "เพื่อนร่วมงาน"): ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแห่งพลังร่วม (Synergy) ประสานรอยร้าว ดึงศักยภาพของแต่ละคนเข้ามาร้อยเรียงเพื่อเป้าหมายเดียวกัน และพร้อมยื่นมือเข้าช่วยเมื่อเพื่อน่ร่วมงานเผชิญปัญหา
นำด้วยการรับใช้และเป็นแบบอย่าง (นำ "ลูกน้อง"): ปกป้อง ให้เกียรติ และเปิดพื้นที่ให้ลูกน้องได้กล้าคิดกล้าทำ พร้อมเอาตัวเข้าบังในยามที่ลูกน้อง่่่ทำพลาด ลูกน้องก็จะเดินตามด้วย "ศรัทธา" ในความจริงใจและความเสียสละของเรา ไม่ใช่เพราะความเกรงกลัวอำนาจเรา
3. ทำไมผู้นำจึงจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศและสังคมไทย?
การขับเคลื่อนประเทศและสังคมไทยให้ก้าวข้ามผ่านปัญหาความท้าทายต่างๆ ไปได้นั้น ปัจจัยด้าน "ผู้นำ" ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ด้วยบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะตัว:
สังคมไทยคุ้นเคยกับการพึ่ง "ผู้นำ" มากกว่าพึ่งระบบ: เรามีรากฝังลึกมายาวนานในการฝากความหวังไว้ที่ตัวบุคคล (บารมีและความเสียสละของผู้นำ) เมื่อเผชิญวิกฤต คึอผู้นำที่เข้มแข็งจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สามารถรวมพลังผู้คนให้ก้าวผ่านปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ทำลายวังวนความเคว้งคว้างจากการ "ไร้ระบบ": จุดอ่อนสำคัญคือเมื่อขาดผู้นำ สังคมมักจะเคว้งคว้างเพราะละเลยการสร้างระบบ ดังนั้น ผู้นำยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมา "สร้าง การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ" วางรากฐานให้สังคมขับเคลื่อนต่อได้ด้วยตัวเอง
ผู้กล้า "แบกรับความรับผิดชอบ" ในยามที่สังคมเผชิญทางตัน: ประเทศมักเจอภาวะชะงักงันจากความขัดแย้ง สังคมจึงต้องการคนที่กล้าลุกขึ้นมา "พาไป" และกล้าแบกรับความเสี่ยงในยามที่คนส่วนใหญ่ลังเล
เปลี่ยนผ่านไปสู่ "ผู้นำรอบทิศทาง":
ประเทศไทยไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการสั่งการจากยอดปิรามิดอีกต่อไป แต่ต้องการภาวะผู้นำจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงระดับบริหาร เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากอย่างแท้จริง
4. ทำไมเราต้องเลือกเป็นผู้นำ?
คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมเราถึงต้องลุกขึ้นนำด้วยตนเอง?
ก็เพราะเราไม่อาจรอ "ผู้นำในฝัน": หากเรามัวแต่ฝากความหวังไว้ที่ตัวบุคคล รอให้คนอื่นขี่ม้าขาวมาโปรด หรือให้ระบบสมบูรณ์แบบ สังคมก็จะยังคงวนเวียนอยู่กับที่
เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ: การเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของอำนาจ แต่เป็น หน้าที่ทางจิตวิญญาณ ของพวกเราทุกคน ในการลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ถึงเวลาแล้วที่เราจะเลิกมองหาผู้นำจากภายนอก แล้วเริ่มต้นแสดงความเป็นผู้นำในแบบฉบับของตนเอง เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ณ จุดที่เรายืนอยู่ เพื่อสร้างอนาคตที่เราอยากเห็นร่วมกัน


