xs
xsm
sm
md
lg

โลกจะเป็นเช่นไร?...เมื่อผู้นำโลก “บ้า...ไปแล้ว”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


โดนัลด์ ทรัมป์
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตแวะไปตรวจสอบอาการ “ทรัมป์บ้า” ผู้นำอเมริกากันหน่อยแล้วล่ะทั่น!!! เพราะนับวันชักเป็นอะไรที่น่าขนลุก ขนพอง ยิ่งเข้าไปทุกที คือไม่ใช่แค่บ้าระดับธรรมดาๆ แค่บ้าไปแล้ว แต่ออกไปทางระดับรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ กู่ไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี ใกล้ๆ กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมาเอาเลยก็ว่าได้...

โดยเฉพาะเมื่อช่วงวันพฤหัสฯ (27 ส.ค.) ที่เพิ่งผ่านมานั่นแหละ ที่เห็นได้ถนัดชัดเจน ไล่มาตั้งแต่การโพสต์เอาไว้ใน “Truth Social” ของตัวเอง ว่าช่องแคบ “Hormuz” เป็นของอเมริกา หรือเป็น “US Territories” ซะเฉยเลย ทั้งที่ช่องแคบที่ว่าอยู่ห่างไปจากแผ่นดินอเมริการาวๆ 7,000 ไมล์ และเป็นพื้นที่อาณาบริเวณที่ศัตรู-คู่กัดอเมริกาและอิสราเอล อย่างอิหร่านเขาควบคุมเอาไว้แบบชนิดแน่นหนาจนเรืออะไรต่อมิอะไรแทบเข้า-ออกไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้คิดจะไปขออนุญาตจาก “IRGC” หรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านให้เป็นเรื่อง-เป็นราว...

เรียกว่า...ถึงขั้นทำเอารัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน “Kazem Gharibabadi” ทั้งมึนซ์ซ์ซ์ ทั้งงงง์ง์ง์ เอาเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากหายปวดหัว เวียนเฮด ก็เลยจำต้องโพสต์เอาไว้ในเว็บไซต์ “X” ตั้งข้อสมมติฐานต่อการป่าวประกาศของ “ทรัมป์บ้า” ในลักษณะนี้ด้วยการสรุปว่า น่าจะเป็นลักษณะอาการของผู้ที่เป็น “โรคจิตขั้นรุนแรง” (Schizophrenia) จนส่งผลให้เกิดภาพหลอนและตกอยู่ในมายาภาพนั้นๆ (Hallucinations and Delusions) คือไม่งั้น...ไม่น่าจะบ้าได้ถึงเพียงนี้!!! และก็ในวันเดียวกันนั่นแหละทั่น คราวนี้...ในห้องทำงานอย่างเป็นทางการหรือในห้องรูปไข่ ผู้นำอเมริกาถึงกับจัดแถลงข่าวอย่างเป็นงาน-เป็นการ ด้วยการประกาศลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี ให้บรรดาข้าราชการอเมริกัน เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามทะเลสาบออนแทรีโอ หรือ “Lake Ontario” ไปเป็นทะเลสาบอเมริกา หรือ “Lake America” กันแทนที่...

อาจด้วยเหตุเพราะความโมโหโกรธา นายกรัฐมนตรีจังหวัดออนแทรีโอแห่งประเทศแคนาดา “นายDoug Ford” หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจสรุปได้ ที่เรียกร้องให้ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” คลานมาสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจหรือให้ “Kiss my Ass” ซะดีๆ!!! ก่อนที่จังหวัดออนแทรีโอจะร่วมกับ “ทีมแคนาดา” ขึ้นค่าไฟบรรดารัฐต่างๆ ในอเมริกาเพื่อแก้แค้น-เอาคืน ต่อความพยายามทำลายระบบอุตสาหกรรมแคนาดา ด้วยการขึ้นภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม ฯลฯ ไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แถมยังบรรยายสรรพคุณ “ก้น” ตัวเอง ว่าทั้งเยอะ ทั้งใหญ่ มีเนื้อที่มากพอให้ผู้นำอเมริกาจูบและสูดดม ส่งผลให้ “ทรัมป์บ้า” ฉุนเต่า ฉุนตะพาบ ถึงขั้นต้องโพสต์ด่า “นายDoug Ford” โดยตรงว่าเป็นตัวโง่ ตัวตลก อะไรประมาณนั้น...

แต่ถึงจะโมโหโกรธาเพียงใดก็ตาม...ไม่น่าจะน็อตหลุด น็อตหลวม ถึงขั้นต้องแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ถึงขั้นลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี ให้เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเสียง ทะเลสาบแห่งนี้ และโดยคำพูด คำจา ในระหว่างการแถลงข่าว ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่แค่โกรธ แค่ฉุนเฉียว แต่น่าจะหนักไปทาง “บ้า” อยู่แล้วแน่ๆ!!! โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า...“เรามีอ่าว เรามีทะเลสาบ และบัดนี้...สิ่งที่เราต้องการก็คือมหาสมุทร บางทีเราอาจเปลี่ยนชื่อเรียกมหาสมุทรแอตแลนติก หรือแปซิฟิก ด้วยกันทั้งคู่เอาเลยก็เป็นได้” นี่...บ้า-ไม่บ้า ลองไปคิดคำนวณเอาเองก็แล้วกัน เพราะสำหรับผู้ที่ยังมี “สติ” และ “สัมปชัญญะ” ครบถ้วน สมบูรณ์ การเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับสถานะ ตำแหน่ง ของผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจสูงสุดแห่งโลก เอาเลยแม้แต่น้อย...

แต่ก็นั่นแหละ...ก่อนหน้านั้น หรือเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ขณะ “อาการ” กำลังเริ่ม “กำเริบ” หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจสรุปได้ ประธานาธิบดีอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ก็เคยพยายามเปลี่ยนชื่อ “อ่าวเม็กซิโก” (Gulf of Mexico) ที่ใครต่อใครเรียกจนติดปาก ให้กลายเป็น “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America) โดยที่บรรดาชาวโลก หรืออเมริกันชนเอง ก็ยังไม่คิดจะเอาด้วย ยังคงถือว่าเป็นอ่าวเม็กซิโกเช่นเดิม แต่เมื่อถึง “จุดพีค” หรือเมื่อบ้าสุดๆ ไม่เพียงแต่การจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในห้องรูปไข่ ถึงการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเท่านั้น ช่วงดึกๆดื่นๆ ของวันเดียวกันประธานาธิบดีอเมริกัน ยังได้โพสต์ข้อความและรูปภาพ อันสะท้อนให้เห็นถึงความ “บ้า...ไปแล้ว!!!” อย่างมิอาจปฏิเสธ...

นั่นก็คือการโพสต์ภาพและข้อความ การจัดอันดับประธานาธิบดีอเมริกันทั้งในอดีตและปัจจุบัน ออกเป็น 6 ระดับด้วยกัน คือตั้งแต่ระดับยิ่งใหญ่ที่สุด ยิ่งใหญ่ธรรมดา ใกล้ๆ ยิ่งใหญ่ระดับทั่วๆ ไป ระดับต่ำกว่ามาตฐาน ไปจนถึงระดับล้มเหลว และจะด้วยความบ้า ความหลงตัวเอง ความหลงใหลในมายาภาพ ความฉ่ำเยิ้มไปด้วยอัตตา ฯลฯ หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ “ทรัมป์บ้า” ถึงกับจัดอันดับตัวเองให้เป็น “ประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศอเมริกา” เพียงหนึ่งเดียว!!! โดยบรรดาประธานาธิบดีรายอื่นๆ ในอดีตเป็นแค่ระดับรองๆ ลงมา แม้แต่ “George Washington” ประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา ผู้ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งประเทศ” หรือแม้แต่อดีตประธานาธิบดี “Abraham Lincoln” ผู้ประกาศเลิกทาสในอเมริกา ฯลฯ ยังตกอันดับต่ำไปกว่า “ทรัมป์บ้า” คือเป็นแค่ยิ่งใหญ่ธรรมดาๆ ไม่ได้ยิ่งใหญ่แบบสุดๆ หรือแบบสุดลิ่มทิ่มริดสีดวงทวาร อย่างที่ “ทรัมป์บ้า” ได้ยกหางตัวเองเอาไว้ถึงขั้นนั้น...

อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ต้องเก็บมาคิด มาสะกิดใจ เอาไว้มั่ง ว่าด้วย “ความบ้า” ในลักษณะดังกล่าว มันจะส่งผลบวก ผลลบ ต่อประเทศอเมริกาและต่อโลกทั้งโลกกันไปในลักษณะไหน??? จะถึงขั้นต้องรีบจับตัว มัดตัว ส่งโรงพยาบาลบ้าให้ทันท่วงที แบบเดียวกับที่อาจารย์ “ประยูร อุลุชาฎะ” หรือ “น. ณ ปากน้ำ” และท่าน “อังคาร กัลยาณพงศ์” ฯลฯ รวมหัวกันจับลูกศิษย์มหาวิทยาลัยศิลปากรบางราย ที่เชื่อว่าตัวเอง “ตรัสรู้” หรือรู้แจ้งในระดับเดียวกับพระพุทธเจ้าส่งโรงพยาบาลปากคลองสานก่อนที่จะก่อให้เกิด “อันตราย” ต่อผู้อยู่รอบข้าง หรือไม่? ประการใด? หรือจะปล่อยให้ “บ้า...ก็...บ้าวะ” ไปตามเรื่อง-ตามราว...

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ความบ้าในลักษณะดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อประเทศอเมริกาและบรรดาอเมริกันชนที่ตัดสินใจเลือก “ทรัมป์บ้า” ขึ้นเป็นประธานาธิบดีนั่นแหละเป็นอันดับแรก หรือน่าจะทำให้ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างอเมริกา มีแต่ “เจ๊ง-กับ-เจ๊ง” อย่างมิอาจผันแปรเป็นอื่น มีแต่ต้องเสื่อมโทรม ทรุดโทรม ไม่มีสิทธิ์หรือมีโอกาสใดๆ แม้แต่น้อย ที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หรือจะ “America Great Again” ได้เลย ยิ่งเมื่อต้องเจอกับ “ปัญหา” ที่ต้องอาศัย “สติ-ปัญญา-สมาธิ-สัมปชัญญะ” แบบสุดๆ เอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าปัญหา “หนี้สินประเทศ” ที่ปาเข้าไปกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์เข้าไปแล้วในทุกวันนี้ ปัญหา “ฟองสบู่ AI” ที่กำลังใกล้แตกดังโพล๊ะในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล อันจะส่งผลให้ “ตลาดหุ้น” พังพินาศเอาง่ายๆ ปัญหา “การผิดนัดชำระหนี้” อันเนื่องมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ที่กำลังสูงขึ้นไปใกล้ๆ 5 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ไม่เหลือเงินที่จะไปชำระหนี้ แต่ยังอาจทำให้ใครต่อใครหันมาเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ จนดอลลาร์อาจกลายเป็น “แบงก์กงเต๊ก” ไปเลยถึงขั้นนั้น ฯลฯ...

หรือไปๆ-มาๆ...อาจส่งผลให้ “จักรวรรดิอเมริกา” ต้องมีอันล่มสลาย ลงไปก่อนที่จะเปล่งพลังบ้าแบบสุดๆ หรือก่อนหน้าที่คิดจะเปิดฉาก “สงครามโลก” แบบเต็มรูปแบบ ก่อนที่คิดงัดอาวุธมหาประลัย อย่างอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ และถ้าหากเป็นไปเช่นนั้น...โอกาสที่ “แนวรบ” ต่างๆ จะเกิดความผ่อนคลาย ลดระดับความตึงเครียด เกิดการหันมาอยู่ร่วมกันโดยสันติ ย่อมน่าจะเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ว่า “แนวรบยุโรปตะวันออก” ที่บรรดาพรรคการเมืองประเภท “ชาตินิยม” ทั้งหลายกำลังหาทางโค่นล้มรัฐบาลประเภท “เสรีนิยมใหม่” และพร้อมที่จะหันมาหา “จุดลงตัว” กับรัสเซียแทนที่จะกัดกร่อน บ่อนทำลาย ด้วยการอาศัย “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างยูเครนเป็นเครื่องมือ...

หรือ “แนวรบตะวันออกกลาง” ที่เกิดความพยายามก่อรูป ก่อร่าง ความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางทหาร โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยมหาอำนาจภายนอกภูมิภาคอย่างคุณพ่ออเมริกาอีกต่อไป ที่เรียกๆ กันว่า “Mecca Joint Defense Agreement” ระหว่างซาอุดีอาระเบีย-ตุรกี-ปากีสถาน โดยมีมหาอำนาจระดับภูมิภาคหรือระดับโลกไปแล้วก็ว่าได้ อย่างอิหร่าน กลายเป็น “กุญแจสำคัญ” ที่ จะทำให้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นจริง-เป็นจังขึ้นมาหรือไม่? อย่างไร? ไม่ต่างไปจาก “แนวรบทะเลจีนใต้” ที่เมื่อปราศจากการแทรกแซงโดยมหาอำนาจสูงสุดในกรณีไต้หวัน โอกาสที่จะเกิดการรวมตัวเป็นจีนเดียวโดยสันติวิธี ยิ่งน่าจะเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...อันนี้ เลยต้องถือเป็นโชคดี หรือโชคช่วย ชนิดบุญหล่นทับแบบชักหัวแม่เท้าหลบไม่ทัน เอาเลยก็ว่าได้...