xs
xsm
sm
md
lg

100 วันพิธีศพ “น้าชาติ”!!! (ตอน 7)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง” โดย “ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
100 วันพิธีศพ “น้าชาติ”!!! (ตอน 7)

พิธีบำเพ็ญกุศลศพ น้าชาติ-พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ 100 วัน ที่บ้านราชครู ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ดำเนินพิธีกรรมทุกวันเรื่อยมาจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2541

ก่อนการเสียชีวิต น้าชาติ ได้มอบหนังสือ “คำคมคนดังโลก” ให้ผม เป็นหนังสือที่น่าอ่านอย่างยิ่ง รวมทั้งชวนคิดในหลายแง่มุม

ช่วงก่อนที่น้าชาติจะเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ผมบอกน้าชาติว่า
“พ่อครับ ผมก็มีหนังสือคนดังของโลกอยากมอบให้พ่ออ่านเช่นกันครับ!”

น้าชาติ ตอบผมด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน ไม่แสดงอาการกังวลต่ออาการป่วยด้วยโรคมะเร็งตับที่เพิ่งค้นพบว่า
“ชัช..ขอบใจนะ.. ชัชค่อยให้หนังสือหลังพ่อรักษาตัวก็แล้วกัน พ่อไปไม่นานหรอก.. กลับมาพ่อตั้งใจจะพาทีมงานพวกเราในสำนักงาน ไปพักผ่อนด้วยกันที่คุนหมิง ประเทศจีน”

คุนหมิง.. เป็นเมืองที่น้าชาติมักบอกว่า “เมืองที่อากาศดีของจีน” พวกเราจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอคอยทริปพักผ่อนครั้งพิเศษนั้น

ทว่า.. ทุกคนคาดไม่ถึงว่า การจากกันแบบ “ชั่วคราว” กลับกลายเป็นเรื่องที่น้าชาติจากไปแล้วไปลับไม่กลับมาชั่วนิจนิรันดร์!

พวกเราในสำนักงานเลขาฯ และหนังสือดีของผมเล่มดังกล่าว จึงกลายเป็นแม่สายบัว..

อย่างไรก็ตาม.. แม้น้าชาติจะไม่ได้อ่าน ผมก็ขอถือโอกาสมอบบทความ รวบรวมคำคมในหนังสือเล่มนี้ให้กับบรรดา FC น้าชาติ อ่านแทนก็แล้วกันนะครับ..

อ้อ! และขอมอบให้กับนักการเมืองไทยทุกคน ทั้งอดีต-ปัจจุบัน-อนาคตด้วย!

ณ วันนี้ ผมอายุ 74 ปีแล้ว ได้รู้-เห็น-ผ่านสถานการณ์การเมืองไทยมาสารพัดรูปแบบ ผมพูดได้เต็มปากว่า บรรดา “นักการเมืองโสโครกไทย” ยังคงดำรงความสามานย์ โคตรโกงชาติไม่รู้จักพอ ไม่มีท่าทีว่าจะกลับใจ ละทิ้งพฤติกรรมชั่ว มุ่งมั่นพัฒนาประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แก้ปัญหาชาติด้วยความจริงใจ ซ้ำร้าย! นับวันจะยิ่งทวีความเลวทรามต่ำช้ามากขึ้นเสียฉิบ!!..

คำคมแรกเป็นของ จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ ที่กล่าวประชดประชันถึงอำนาจที่ไร้คุณภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยว่า..“ประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือที่ทำให้แน่ใจว่า เราจะได้รัฐบาลที่เลวกว่าที่เราสมควรได้รับ”

ขณะที่ จอร์จ ออร์เวลล์ พูดถึงความจริง เปิดโปงพฤติกรรม “นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย” อย่างตรงไปตรงมาว่า “ภาษาการเมือง ถูกออกแบบมา เพื่อทำให้เรื่องโกหก ฟังดูน่าเชื่อถือ และสร้างภาพการฆาตกรรม ให้กลายเป็นความน่าศรัทธา”

นั่นคือความจริงในอดีตไกลโพ้น จนถึงปัจจุบันปี 2569 มหกรรมโกหกยังคงดำรงอยู่ในสภาฯ!

เอ้อ! แล้ว จอร์จ ออร์เวลล์ รู้มั้ยว่า นักการเมืองไทย มักทำตัวเป็นลิงหลอกเจ้าด้วยนะโว้ย!!!!!

เออเนสต์ เบนน์ พูดเรื่องในประเทศของเขา.. แต่ดันมาตรงกับการเมืองไทยในวันนี้เป๊ะว่า..

“การเมือง คือศิลปะของการมองหาปัญหา ไม่ว่าจะมีอยู่หรือไม่ก็ตาม แล้ววิเคราะห์อย่างบิดเบือน จากนั้นก็นำมาประยุกต์ใช้แบบผิดๆ”

ส่วน วินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

“นักการเมืองต้องมีความสามารถในการทำนายว่า จะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรือปีหน้า และต้องมีความเชี่ยวชาญในการอธิบายภายหลังว่า ทำไมสิ่งเหล่านั้นถึงไม่เกิดขึ้น”

คุณเชอร์ชิลล์รู้ไหม... เราเรียกคนพวกนี้ว่า เป็นไอ้พวกจอมกะล่อนปลิ้นปล้อนโว้ย!

ถ้าจะให้ดี ควรนำคำกล่าวของ อับราฮัม ลินคอล์น ไปสอนนักการเมืองไทย ..

“กฎแท้จริงในการตัดสินใจว่า จะเลือกรับหรือไม่รับอะไร ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันมี “ส่วนไม่ดี” แต่ต้องดูว่า “ส่วนที่ไม่ดี”นั้น มีมากกว่า“ส่วนที่ดี”หรือเปล่า “จุดที่ดี” หรือ “ไม่ดี” มีกี่จุด กฎนี้ใช้ได้กับทุกอย่าง โดยเฉพาะนโยบายรัฐบาล ทุกอย่างประกอบด้วยสององค์ประกอบ ที่แยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นจะต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาเอาเอง”

นักการเมืองไทย แม่งโคตรโกง-โกงไม่รู้จักพอ.. ชาติไทยจึงมีแต่เรื่อง “เรือหาย”ว่ะ!!!

คราวนี้มาฟังคำพูดของปราชญ์นามกระเดื่อง เพลโต ที่กล่าวแทงตรงกลางใจนักปราชญ์ทุกคนว่า..

“ปราชญ์ มักไม่สนใจเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง จึงถูกลงโทษ ด้วยการมีนักปกครอง ที่โง่เง่ากว่าตน”

ปราชญ์เพลโต พูดถูกใจคนธรรมดาสามัญจริงๆ ว่ะ!!

“ประชาธิปไตยคือเสียงข้างมาก แม้ว่าจำนวนเสียงข้างมากจะโง่กว่าเสียงข้างน้อยก็ตาม”

นั่นคือคำพูดของ“นิรนาม” เสียงข้างมากในสภาฯ มิใช่แค่โง่นะ.. แต่โคตรโกงด้วยนะโว้ยคุณ“นิรนาม”!!!

เจมส์ รัสเซลล์ โลเวลล์ ระบุว่า “เผด็จการรัฐสภา” เกิดขึ้นจาก “ประชาชนเป็นคนเลือกเอง” นี่หว่า!!!

“ประชาธิปไตยให้สิทธิประชาชนทุกคน ในการเลือกทรราชของตนเอง”

ชาร์ลส์ บูคาวสกี้ พูดทำนองเดียวกับ เจมส์ รัสเซลล์ โลเวลล์ ว่า “เผด็จการรัฐสภา” เกิดขึ้นด้วยฝีมือลงคะแนนของประชาชนเช่นกันว่ะ!!!

“ความแตกต่างระหว่าง ประชาธิปไตย กับ เผด็จการ อยู่ที่ว่า ในระบอบประชาธิปไตย ต้องออกเสียงเลือกตั้งก่อน แล้วจึงได้เผด็จการ แต่ในระบอบเผด็จการนั้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเลือกด้วยซ้ำ”

เพลโต พูดอีกว่า “โดยธรรมชาติของระบอบเผด็จการแล้ว มีจุดกำเนิดมาจากประชาธิปไตย สิ่งที่เป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จ และทาสของระบอบ เกิดจากอิสรภาพที่มากล้นจนเกินควร”

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ พูดได้ดีมาก..

“พึงระลึกเสมอว่า รัฐบาลคือพวกเรา และไม่ใช่อำนาจอื่นใดที่อยู่เหนือเรา ผู้มีอำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ประธานาธิบดี วุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากแต่คือ ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจผ่านการเลือกตั้ง”

แต่.. ขอโทษนะ.. ประชาชนไทยยังโง่งม ว่ามีอำนาจแค่ลงคะแนนเลือกตั้ง.. จึงถูกนักการเมืองไทยหลอกมาจนทุกวันนี้ไง!?

“ประชาธิปไตย คือ ศาสตร์และศิลป์แห่งการจัดการคณะละครสัตว์ในกรงลิง”

นั่นเป็นละครลิงในชาติของคุณเฮนรี่ หลุยส์ เมนเคน แต่ประชาธิปไตยในชาติไทยมันหนักกว่าเพราะเป็น “ละครลิงหลอกเจ้าและโกงชาติ”!!!

เฮนรี่ หลุยส์ เมนเคน ยังประชดประชันเชือดเฉือนได้อย่างสะใจอีกว่า..

“ประชาธิปไตย คือ รูปแบบของการสักการบูชา หากแต่เป็นการบูชาลัทธิปีศาจอันป่าเถื่อน โดยไอ้งั่ง” และ..

“ขอสารภาพว่า ข้าพเจ้าชื่นชอบการปกครองระบอบแบบประชาธิปไตยเหลือเกิน เพราะเต็มไปด้วยความโง่บัดซบ อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ซึ่งน่าอภิรมย์อย่างเหลือล้นพ้นประมาณ”
อีกคนหนึ่งที่พูดตรงกับสันดานนักการเมืองไทย คือ กิลเบิร์ต เค. เชสเตอร์ตัน เขากล่าวว่า..

“ระบอบประชาธิปไตย หมายถึงการปกครองโดยคนไร้การศึกษา ในขณะที่อภิชนาธิปไตย หมายถึงการปกครองโดยคนที่มีการศึกษา แต่มักใช้การศึกษาไปในทางต่ำช้า”

อืม.. หวดเข้าไปเลย! หวดแล้วหวดอีก! โนม ชอมสกี หวดเข้าไป! ประชาชนจะได้จดจำเสียทีว่า..

“การใช้โฆษณาชวนเชื่อในระบอบประชาธิปไตยนั้น ไม่แตกต่างจากการใช้ตะบองหวด ในระบอบเผด็จการ”

จอมเผด็จการของอิตาลีอย่าง เบนีโต มุสโสลินี บังอาจสอนชาวโลกด้วยความจริงว่า..

“ประชาธิปไตยนั้นงดงามในภาคทฤษฎี แต่เป็นความวิบัติในภาคปฏิบัติ”

เอ๊ะ! แล้วภาคปฏิบัติของเผด็จการทหาร มุสโสลินี สังคมมนุษย์มันดีขึ้นหรือเปล่าล่ะ???

อีกคำคมหนึ่งของ เฮนรี่ หลุยส เมนเคน ที่ยืนยันถึง ความจริงมีหนึ่งเดียว ทั้งอดีต-ปัจจุบัน-อนาคตว่า..

“เสรีภาพของสื่อมวลชน จำกัดอยู่ที่ว่า ใครเป็นเจ้าของสื่อ”

อืม.. ความจริงที่ เฮนรี่ หลุยส เมนเคน พูด พิสูจน์ว่า “เจ้าของสื่อมวลชน”นั้นสำคัญที่สุด!

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่มีทั้ง “เผด็จการรัฐสภาไทยขี้โกง” นำไปสู่ “เผด็จการทหารที่ไม่ปฏิรูปชาติ” ทำให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสื่อมวลชน สำนักงาน“ผู้จัดการ” ต้องประกาศต่อสู้แบบ “เจ๊งเป็นเจ๊ง-ตายเป็นตาย!!!” ต่อต้านต่อสู้มาตลอด ทั้งกับพวกเผด็จการรัฐสภาโกงชาติ กับเผด็จการสามานย์ทหารไม่ปฏิรูปชาติ เขาได้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า..

เจ้าของสื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล คือ บุรุษนักต่อสู้เพื่อชาติ-ประชาชนตัวจริงเสียงจริง!!!