หลังจากเหตุการณ์รุนแรงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และการยิงนายก อบจ.นนทบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาบอกว่าห้ามทุกคนห้ามพกอาวุธปืน
อันที่จริงประเทศไทยมีกฎหมายหลังพกพาอาวุธปืน โดยไม่มีใบอนุญาตพกพา และนอกจากกฎหมายห้ามพกพาแล้วประเทศเป็นเมืองพุทธ และศาสนาพุทธไม่เพียงห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่ยังห้ามค้าขายอาวุธปืนด้วย
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นดาษดื่น และที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าทั้งกฎหมาย และคำสอนศาสนาห้ามได้เฉพาะคนดีมีหิริโอตตัปปะ
กระบวนการยุติธรรมย่อหย่อน ฆ่าคนตายศาลตัดสินประหารชีวิตหรือติดคุก 20 ปี แต่ติดคุกไม่นานก็ออกมาเนื่องจากกระบวนการลดโทษ ซึ่งเป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์
ดังนั้น การป้องกันการก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะการทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิต ไม่ว่าจะด้วยปืนหรืออื่นใดจะต้องป้องกันที่ต้นเหตุ และจะต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็กซึ่งสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งที่บ้านโดยพ่อแม่ ปู่ย่าตายายจะต้องปลูกฝังเด็กโดยการนำเด็กเข้าวัดในวันสำคัญทางศาสนา แต่จะต้องเลือกวัดและเลือกพระที่ปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบ ทั้งมีศักยภาพในการเทศนาสั่งสอน
ในส่วนของโรงเรียนจะต้องมีการสอนศีลธรรมและนำเด็กฝึกสมาธิเบื้องต้นที่เด็กฝึกด้วยการทำตามอย่างง่ายๆ เช่น นั่งขัดสมาธิและหายใจเข้านับหนึ่ง และหายใจออกนับสอง เป็นต้น ใช้เวลา 10-15 นาทีก็พอ
2. ในด้านควบคุมการพกพาอาวุธ ก็ทำนองเดียวกับทางบ้าน โดยผู้ปกครองจะต้องคอยตรวจตรากระเป๋าของเด็กก่อนออกจากบ้าน และทางโรงเรียนก็ตรวจค้นทั้งกระเป๋าและตัวเด็กก่อนเข้าห้องเรียน
3. ทางบ้านเมืองโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล และกรมราชทัณฑ์จะต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์จะต้องคุมขังโดยเสมอภาค และในการลดโทษจะต้องดูพฤติกรรมการก่อคดีว่าเป็นผู้ร้ายจำเป็นหรือโดยสันดาน ถ้าเป็นผู้ร้ายจำเป็นก็ลดโทษตามกระบวนการของกฎหมาย และระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่ถ้าเป็นผู้ร้ายโดยสันดานก็จะต้องไม่ลดโทษให้ ถ้าเห็นว่าออกไปแล้วคงกลับตัวไม่ได้
ส่วนที่ทางรัฐบาลจะป้องกันด้วยการห้ามพกพาอาวุธปืนแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะต้องไม่ลืมว่า การก่อคดีไม่จำเป็นต้องยิงด้วยปืนเสมอไป อะไรก็ได้ที่ทำให้คนบาดเจ็บและตายก็เพียงพอที่จะฆ่าคนได้ เพราะฉะนั้นการป้องกันที่ได้ผล 100% คือการไม่ฆ่า ไม่ว่าด้วยอาวุธใดๆ นั่นคือต้องทำให้คุณเป็นคนดีและควบคุมคนชั่วไม่ให้มีโอกาสทำชั่ว และที่สุดคือทางฝ่ายปกครองจะต้องเป็นตัวอย่างในการทำดี อย่าเพียงแค่พูดดี โดยยึดหลักที่ว่า ตัวอย่างที่ดีย่อมดีกว่าคำพูดที่ดี ทำดีให้ดู ย่อมดีกว่าพูดดีให้ฟัง
สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทต่อไปนี้
คนดี ใช่ดีได้ ด้วยการพูด
ต้องพิสูจน์ ว่าทำได้ หรือไม่นั่น
เป็นคนเก่ง เปล่งวาจา สารพัน
วันทั้งวัน เอาแต่พร่ำ ไม่ทำงาน
ครั้นถึงครา ต้องทำ นำหน้าเขา
หนักหรือเบา ส่งต่อ พอผ่านผ่าน
ซื้อเวลา ไม่สนใจ ใครประจาน
ยิ่งอยู่นาน คนยิ่งด่า ยิ่งหน้าทน


