xs
xsm
sm
md
lg

พระพรหมา พระผู้สร้างบันดาลพรหมลิขิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet


คัมภีร์ฝ่ายพราหมณ์จะมีความเชื่อว่า พระผู้เป็นเจ้าสูงสุดที่มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์จะมีอยู่ ๓ พระองค์ ที่เรียกว่าตรีมูรติ อันได้แก่ พระนารายณ์ พระศิวะ และพระพรหมซึ่งเป็นพระผู้สร้าง เป็นองค์สยมภูก็คือทรงถือกำเนิดขึ้นเอง โดยมีเรื่องราวตำนานที่กล่าวถึงพระองค์ไว้อย่างมากมายหลากหลายเรื่องเล่า ฝ่ายที่นับถือพระนารายณ์หรือพระวิษณุเป็นใหญ่ก็มีตำนานเล่าว่า พระพรหมเกิดอยู่ในดอกบัวที่ผุดขึ้นจากพระนาภี (สะดือ) ของพระนารายณ์ขณะบรรทมหลับอยู่บนหลังพญาอนันตนาคราชที่เกษียรสมุทร ฝ่ายที่นับถือพระศิวะเป็นใหญ่ก็มีตำนานเรื่องเล่าว่า เมื่อโลกว่างเปล่าเป็นอากาศธาตุ พระเวททั้งหลายได้มาชุมนุมกันจนเกิดเป็นพระปรเมศวร์หรือพระศิวะ จากนั้นพระศิวะได้ใช้พระหัตถ์ซ้ายลูบพระหัตถ์ขวาก็บังเกิดเป็นพระนารายณ์ และทรงใช้พระหัตถ์ขวาลูบพระหัตถ์ซ้ายก็บังเกิดเป็นพระพรหม ซึ่งเป็นพระผู้สร้างที่มีหน้าที่สร้างทั้งโลกและมนุษย์ขึ้น

ตำนานอีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งโลกยังมีแต่ความมืดมิด พระอาตมภู (ผู้เกิดขึ้นเอง) ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วจึงได้สร้างน้ำขึ้นก่อน และได้หว่านพืชลงไปในน้ำ พืชนั้นบังเกิดเป็นไข่ทอง เมื่อเวลาผ่านเลยไปหลายชั่วกัปกัลป์ไข่ก็แตกออกเป็นสองซีก ซีกบนลอยขึ้นกลายเป็นท้องฟ้า ซีกล่างลอยลงต่ำกลายเป็นแผ่นดิน แล้วเกิดองค์พระพรหมขึ้น จากเหตุที่กำเนิดจากไข่ทองนี้เอง พระองค์จึงมีอีกพระนามหนึ่งว่าหิรัณยครรภ์ นอกจากนี้ตามบันทึกที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ยังมีเรื่องราวของพระพรหมของทางพุทธศาสนาอีกด้วย โดยคัมภีร์ฝ่ายพุทธกล่าวถึงพระพรหมไว้อยู่หลายองค์ เช่น ท้าวสหัมบดีพรหม ท้าวกบิลพรหม ท้าวผกาพรหม ท้าวสนังกุมารพรหม เป็นต้น 


ส่วนการจะไปเกิดเป็นพรหมได้นั้น ผู้ที่ปรารถนาจะเข้าสู่พรหมภูมิไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ เทพยดา พระราชา ปุโรหิต ชีพราหมณ์ โยคี พระฤษีหรือมนุษย์ปุถุชนทั่วไป จะต้องมีความเพียรที่แรงกล้า มีศรัทธาปรารถนาถึงการหลุดพ้นจากกิเลส แล้วจึงปวารณาตนตั้งใจบำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานอย่างสม่ำเสมออยู่เป็นนิจ จนสำเร็จในฌานสมาบัติขั้นสูงต่าง ๆ และเมื่อสิ้นอายุขัยแล้วจึงจะนำตนไปเกิดยังเทวโลกและพรหมโลกได้ การเป็นพรหมนั้นจะไม่มีความเดือดร้อน หรือต้องดิ้นรนต่อสู้กับสิ่งใด ไม่ต้องขับถ่าย มีแต่ความสุขสบาย มีหูทิพย์ กายทิพย์ ตาทิพย์ มีรัศมีกายรุ่งโรจน์ประภัสสร เสวยอาหารทิพย์ และเสวยพรหมสมบัติ วิมานทิพย์ ปราสาททิพย์ อยู่เป็นเวลานานแสนนานตราบจนสิ้นอายุขัยของพรหม

สำหรับพรหมโลกนั้น เป็นแดนสงบบรมสุข อันเป็นสถานวิมานเมืองฟ้าของพระพรหม ซึ่งอยู่ไกลแสนไกลจนไม่อาจหยั่งถึงได้ จากเรื่องเล่าและตำนานพื้นถิ่นจนถึงคัมภีร์โบราณ ได้กล่าวสอดคล้องกันว่าแดนพรหมภูมิ โดยทั่วไปมักเรียกว่าพรหมโลก ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๒๐ ภูมิ แบ่งออกเป็น รูปพรหม ๑๖ ภูมิ และอรูปพรหม ๔ ภูมิ รูปพรหม ๑๖ ภูมิ หรือ ๑๖ ชั้นฟ้า (๑๖ ห้องฟ้า) เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า “โสฬส” ที่แปลว่า สิบหก

แดนภูมิรูปพรหม ๑๖ ภูมิตามที่ปรากฏอยู่ในไตรภูมิมีดังนี้ ๑) พรหม ปาริสัชชาภูมิ ๒) พรหมปุโรหิตาภูมิ (สำเร็จฌาน ๑) ๓) มหาพรหมภูมิ ๔) ปริตตาภาภูมิ ๕) อัปปมาณาภาภูมิ (สำเร็จฌาน ๒ และ ๓) ๖) อาภัสสราภูมิ ๗) ปริตตสุภาภูมิ ๘) อัปปมาณสุภาภูมิ (สำเร็จฌาน ๔) ๙) สุกกิณหาภูมิ ๑๐) เวหัปผลาภูมิ ๑๑) อสัญญสัตตาภูมิ (สำเร็จฌาน ๕ ประเภทสัตว์จำศีลจนสำเร็จฌาน) ๑๒) อวิหาภูมิ ๑๓) อตัปปาภูมิ (สำเร็จฌาน ๕ พรหมชั้นสุทธาวาสมาจากพระอานาคามี บุคคลกับพระอรหันต์) ๑๔) สุทัสสาภูมิ ๑๕) สุทัสสีภูมิ ๑๖) อกนิฏฐานภูมิ ส่วนอรูปพรหม ๔ ภูมิ เป็นอรูปารจร คือพรหมที่ไม่มีรูปร่างมีสัณฐานเป็นดวงไฟกลม เหมือนจิตลอยอยู่ในแดนวิมานแก้วมีเฉพาะนามเท่านั้น มีอยู่ ๔ ภูมิ คือ ๑) อากาสานัญจายตนภูมิ ๒) วิญญาณัญจายตนภูมิ ๓) อากิญจัญญายตนภูมิ ๔) เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ

พระพรหมที่ได้มาถือกำเนิดในแดนภูมิทั้ง ๒๐ ภูมิ ถือได้ว่าเป็นพระผู้เสียสละแล้ว ทั้งกามตัณหากิเลสทั้งปวง จึงมีความสุขมากยิ่งกว่าเหล่าเทวดา และเทพชั้นรองทั้งหลาย ซึ่งสุขของพรหมจะเกิดจากการเข้าฌานอยู่เป็นนิจสิน เรียกว่านามวิหารธรรมเป็นเครื่องอยู่ได้ด้วยอำนาจฌานอภิญญา เสวยทิพพวิหารธรรม คือธรรมเป็นเครื่องอยู่ได้ด้วยพรหมสมบัติ อันเป็นทิพย์ที่ละเอียดอ่อนกว่าทิพยสมบัติในเทวโลก คือเป็นวิมานทิพย์อันประเสริฐ ที่กอรปด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาของพรหม การบูชาพระพรหมในทางพุทธศาสนานั้น จัดได้ว่าเป็นการเทวดาพลี ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของการพลีธรรม ๕ ประการอันปรากฏในคิหิปฏิบัติ แม้แต่ในอาฏานาฏิยปริตร และในรัตนสูตร ที่เป็นธรรมบัญญัติตามคติของพุทธศาสนาก็ยังได้กล่าวถึง พระพุทธองค์ผู้เป็นพระบรมศาสดา ก็มิได้ว่ากล่าวตัดรอนแต่อย่างใด พระองค์เพียงแนะว่ามิใช่ทางไปสู่นิพพานเท่านั้น ดังนั้นสำหรับผู้ที่ยังรักการครองเรือน แต่เมื่อได้ปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นหนทางแห่งความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน