xs
xsm
sm
md
lg

เมื่ออเมริกาเตรียมปิดฉากสงครามอิหร่านด้วย“อาวุธนิวเคลียร์”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน
ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตไปหยิบเอาคำพูด คำโพสต์ ของอดีต สส.พรรครีพับลิกันและอดีตสาวก MAGA”รายสำคัญอย่างคุณMarjorie Taylor Greene”ที่โพสต์เอาไว้ในโซเชียลX” เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(16 ส.ค.) มาลองใคร่ครวญ พิจารณา อย่างเป็นระบบ เพราะออกจะเป็นเรื่องที่มิอาจปล่อยให้ผ่านหูซ้ายแล้วทะลุออกไปทางหูขวาได้เลย นั่นก็คือเรื่องที่รัฐบาลอเมริกันภายใต้การนำของ “ทรัมป์บ้า” กำลังคิด กำลังตัดสินใจ ว่าจะงัดเอาอาวุธมหาประลัย อย่าง “อาวุธนิวเคลียร์” ออกมาปิดฉาก “สงครามอิหร่าน” ที่ยืดเยื้อ คาราคาซัง มาแล้วไม่รู้จะกี่เดือนต่อกี่เดือนกันเลยหรือไม่? อย่างไร?...

คือถ้าพูดถึงความซื่อตรง ความเสียสละ ที่อดีต สส.และอดีตสาวก MAGA” รายนี้เคยอุทิศ ทุ่มเท ให้กับการรณรงค์หาเสียง ผลักดันให้คนอย่าง “ทรัมป์บ้า” สามารถผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำอเมริกา เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 จนได้ อันเนื่องมาจากความหลงลม หลงเชื่อ ต่อความโกหก ปลิ้นปลอกหลอกลวงว่าไม่คิดจะให้ประเทศอเมริกาต้องเสียเวลาไปกับ “สงคราม” ใดๆ อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าสุดท้ายแล้ว...ไม่เพียง “สงครามยูเครน”ที่อเมริกามีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่ “จบภายใน24 ชั่วโมง” หลังตัวเองขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีตามคำสัญญา อีกทั้งยังหันไปเปิดฉาก “สงครามอิหร่าน” จนหามุมจบ หาที่ลงแทบไม่เจอ ส่วนผู้ที่เคยทุ่มเทอะไรต่อมิอะไรให้ “ทรัมป์บ้า”อย่างอดีต สส.Majorie Taylor Green” เลยกลายเป็น “ผู้ทรยศ” ในสายตาประธานาธิบดีผู้นี้ไปซะนี่...

คำพูด คำโพสต์ ของอดีต สส.อเมริกันและอดีตสาวก MAGA” รายนี้...ก็อาจมีคุณค่า ราคา อยู่มั่งไม่มาก-ก็น้อย แต่ก็ยังไม่ถึงกับมี “น้ำหนัก”มากพอที่จะเอามาใช้รองรับ “ความบ้า” ของผู้นำอเมริกา ในการคิดงัดอาวุธมหาประลัยอย่าง “อาวุธนิวเคลียร์” มาใช้กับอิหร่านได้อย่างเป็นจริง-เป็นจัง แต่ถ้าหากคำนึงถึง “ความขี้ขลาด” อันเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ สำหรับผู้ที่คิดจะงัดเอาอาวุธชนิดนี้ออกมาใช้ เพราะมันคืออาวุธที่ไม่ได้มุ่งที่จะทำร้าย ทำลายคู่ต่อสู้อันได้แก่กองกำลังทหารของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่ยังพร้อมที่จะล้างผลาญ สร้างความพินาศ-ฉิบหาย ให้กับบรรดาผู้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บรรดาปวงชนพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าเด็ก ผู้หญิง คนแก่-คนชรา ให้ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย กันเป็นแสนๆ ล้านๆ แถมยังจะกลายเป็นตัวสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปถึงวิถีชีวิตผู้คนด้วยอานุภาพจากสารกัมมันตรังสี สืบเนื่องต่อไปอีกเป็นรุ่นๆ เป็นเจเนอเรชั่น เอาเลยก็ว่าได้ จนทำให้บรรดาประเทศที่ได้ชื่อว่า “ชาตินิวเคลียร์” ทั้งหลาย ต่างต้องหันมาจัดระบบ จัดระเบียบ สำหรับการงัดอาวุธชนิดนี้ออกมาใช้ที่เรียกๆ ว่า “หลักนิยมนิวเคลียร์”หรือNuclear Doctrine” นั่นเอง...

ดังนั้น...ถ้าหากไม่ใช่ผู้ที่ “ขี้ขลาด” กันจริงๆ แล้ว โอกาสที่จะงัดอาวุธดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายตรงกันข้าม มันไม่น่าจะถึงกับ “เป็นไปได้” มากมายสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” นั้นได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่สายตาใครต่อใคร ถึงความประหวั่นพรั่นพรึง ต่อการคิดลอบสังหารของอิหร่าน คิดถล่มเครื่องบิน “แอร์ฟอร์ซ วัน” จนถึงขั้นต้องมุดเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในรถขนผัก ขนเนื้อ ขนปลา ขนอาหารด้วยลักษณะอาการ...ด้วยอากัปกิริยาทำนองนี้ มันเลยกลายเป็นตัวช่วยเพิ่ม “ความเป็นไปได้” ของการคิดจะงัดเอาอาวุธมหาประลัยดังกล่าวมาใช้กับสงครามอิหร่าน ดังที่คุณ Marjorie Taylor Greene” เธอออกมาปูดข่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ ถึงขั้นว่า... “พวกเขากำลังพูดถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน ในการประชุม ปรึกษา ทางยุทธศาสตร์ฉันไม่ได้แค่...คาดเดา...แต่ฉันรู้ และนี่ก็คือความชั่วแท้ๆ ชั่วบริสุทธิ์”!!!

เพราะโดยสถานะผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”ในช่วงระหว่างนี้ ก็น่าจะเป็นไปดังที่ “อภิมหานักวิเคราะห์ระดับโลก” “พันเอกDouglas Macgregor” ท่านได้วาดภาพให้พอหลับตานึกภาพกันได้ง่ายๆ นั่นแหละว่า ไม่ต่างอะไรไปจากผู้ที่มะงุมมะงาหราอยู่ในห้องมืดๆ แม้ว่าห้องนั้นจะมีประตูเปิดออกสู่โลกภายนอก แต่ประธานาธิบดีอเมริกันยังคงควานหาไม่เจอ โดยเฉพาะการเปิดประตูด้วยการ “ยอมรับความพ่ายแพ้” อย่างเป็นทางการ อันเป็นสิ่งที่ยากส์ส์ส์จะเป็นไปได้เอามากๆ สำหรับผู้ที่หยิ่งยโส โอหัง จองหองและปลิ้นปลอกหลอกลวง เช่น “ทรัมป์บ้า” รายนี้ เลยมีแต่ต้องหันไปปั่นหุ้น ปั่นราคา สร้างจินตนาการ สร้างนิยาย ให้กับตลาดหุ้น ตลาดเงิน-ตลาดทอง ไปวันๆ ขณะที่ฉากสถานการณ์ที่แท้จริงของสงครามอิหร่าน น่าจะเป็นไปดังที่สื่ออเมริกันอย่าง The Washington Post” ได้นำเสนอไปเมื่อปลายเดือนที่แล้วนั่นแหละว่า โอกาสที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามความปรารถนา-ความต้องการของรัฐบาลอเมริกัน ก็มีแต่ต้อง “ยกระดับ” สงครามให้รุนแรงยิ่งขึ้นและกว้างขวางยิ่งขึ้น...

ไม่ว่าจะโดยการบุกเข้ายึดพื้นที่ ดินแดนบางส่วน เกาะแก่งต่างๆ ของอิหร่าน หรือลอบเข้าไปควักยูเรเนียมที่ได้รับการเสริมสมรรถนะออกมาอวด ออกมาโชว์ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับต่อ “ชัยชนะ” แม้ว่าจะไม่ได้เบ็ดเสร็จ สมบูรณ์ หรือชั่วครั้ง-ชั่วคราวก็ตามที แต่อย่างน้อย...ก็อาจพอช่วยให้ “การเลือกตั้งกลางเทอม” ของอเมริกาที่กำลังจะอุบัติขึ้นมาในอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้า ไม่ถึงกับต้องตกอยู่ในสภาพที่พรรครัฐบาลต้องพ่ายแพ้แก่พรรคฝ่ายค้านแบบชนิด “รูดมหาราช” จนเกินไป หรือทำให้ผู้นำรัฐบาลยังพอลอยหน้า ลอยตา ยังพอมีโอกาสปลิ้นปลอก หลอกลวง ใครต่อใครไปได้จน “ครบเทอม” นั่นแล...

ส่วนผู้ที่เป็นผู้ลาก ผู้จูง “สุนัขบ้า” อย่าง “ทรัมป์บ้า” หรือผู้นำอิสราเอลอย่าง “นายBenjamin Netanyahu” นั้น ไม่ว่าจะบ้า
หรือจะขี้ขลาดไปถึงขั้นไหน แต่ในแง่ของความ “เหี้ย...ย์ย์ย์ม์ม์ม์ม” แบบ “ม.ม้า” วิ่งไล่ยังไงก็วิ่งไม่ทัน ก็ยังเหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือนข้างหน้า หรือต้องเตรียมตัว “เลือกตั้งครั้งใหม่” ในเดือนตุลาคมที่กำลังมาถึง การหาทางทำให้อิหร่านฉิบหาย-วายวอดไปตลอดชั่วนิรันดร์กาล จึงเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ ต่อการได้มาซึ่งชัยชนะทางการเมือง ไม่ว่าจะต้อง “ชั่วแบบบริสุทธิ์” เพียงใดก็ตาม หรือไม่ได้ต่างอะไรไปจากการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”บรรดาชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซานั่นเอง ด้วยเหตุเพราะความชั่วในลักษณะเช่นนี้ เป็นสิ่งที่บรรดาชาวอิสราเอลจำนวนไม่น้อยไม่ได้รู้สึก-รู้สา ว่ามันน่าเกลียด น่าชัง น่าทุเรศอย่างมิอาจยอมรับมิอาจทำใจได้ แต่อย่างใด เผลอๆ...กลับก่อให้เกิดความภูมิอก-ภูมิใจ ต่อความยิ่งใหญ่-เกรียงไกร ของอิสราเอลที่กำลังจะกลายเป็น The Greater Israel” ยิ่งเข้าไปทุกที...

เพราะถ้าหากใครที่เคยมีโอกาสได้ดู “คลิปวิดีโอ” ที่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวBBC” ของอังกฤษ เขาไปสัมภาษณ์ความคิดความเห็นของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิว อย่าง “นายYehuda Shimon”ที่บุกเข้ายึดบ้าน ยึดเมือง ยึดอาณาเขตพื้นที่ที่เรียกว่าHavat Gilad” อันเป็นของชาวปาเลสไตน์แท้ๆ มาเป็นบ้านเรือนของตัวเอง แบบไม่ต่างไปจากบรรดาพวกลูกหลานชาวยิวที่กำลังยึดเกาะสมุย เกาะพงัน หรือเกาะภูเก็ต ฯลฯ ในบ้านเรา อะไรทำนองนั้น ที่ได้ตอบผู้สื่อข่าว BBC” แบบตรงไป-ตรงมาและแบบเสียงดัง-ฟังชัด ว่าการเข่นฆ่าผู้อื่นแล้วยึดบ้าน ยึดเมือง ยึดดินแดนมาเป็นของตัวเองนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม อย่างมิอาจปฏิเสธใดๆ ได้เลย ด้วยเหตุเพราะ... “ชีวิตของชาวยิว 1 คนมีค่าเท่ากับชีวิตมนุษย์รายอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนเป็นอย่างน้อย!!!” ดังนั้น...แม้ว่าจะต้องฆ่า ต้องล้างผลาญใครต่อใครกันอีกเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึก รู้สาใดๆ ต่อความน่าเกลียด น่าทุเรศ ของตัวเองเอาเลยแม้แต่น้อย เพราะ... “ผมรู้ว่าผมกำลังพูดอะไรอยู่ แต่นั่นมันคือความจริง ด้วยเหตุเพราะเราคือประชาชาติที่พระเจ้าได้เลือกสรรเอาไว้แล้ว และพวกคุณคงได้แต่อิจฉาเท่านั้น...” นี่...อะไรมันจะน่าถีบ น่ากระทืบ น่าชิวว์ว์ว์ๆ ออกไปให้พ้นไปจากอาณาเขต พื้นที่ ดินแดนใดๆ หรือไม่? อย่างไร? ก็ลองไปคิดคำนวณกันดูเอาเอง...

ด้วยเหตุนี้...เมื่อลอง “ชั่งน้ำหนัก” ลองหยิบเอาคำพูด คำโพสต์ ของอดีต สส.Marjorie Taylor Greene” มาใคร่ครวญพิจารณาโดยถ้วนถี่แล้ว ก็คงต้องยอมรับว่า...ด้วย “ความบ้า” และ “ความเหี้ย...ย์ย์ย์ม์ม์ม์ม” ของอเมริกาและอิสราเอลต่อการหาข้อยุติ หาจุดจบต่อ “สงครามอิหร่าน” ที่ยืดเยื้อคาราคาซังมาไม่รู้กี่เดือนต่อกี่เดือนเข้าไปแล้วและกำลังทำให้โลกทั้งโลกต้องพลอยฉิบหายวายวอด ตามไปด้วย มันกำลังกลายเป็นแรงกระตุ้น แรงผลักดัน ให้เกิดการคิดจะงัดอาวุธมหาประลัยอย่าง “อาวุธนิวเคลียร์” ออกมาวัดตัดสินกันในขั้นตอนสุดท้าย มากยิ่งเข้าไปทุกทีไม่ว่าการคิด การตัดสินใจในลักษณะเช่นนี้จะ “ชั่วบริสุทธิ์” ไปถึงขั้นไหน!!!