ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้..เพื่อสนทนาปราศรัยกับคุณพงศ์พรหม ด้วยจิตแห่งกัลยาณมิตร!!
อย่าได้โกรธ อย่าได้ชิงชังใดๆ พี่น้องประชาชนจังหวัดน่านเลย พี่น้องเพื่อนร่วมชาติน่านก็เหมือนดั่งญาติที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ทางเศรษฐกิจในแผ่นดินเรา 30 ถึง 40 ปีที่แล้ว
ภาพเหล่านี้(เขาหัวโล้น) เป็นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รายได้ต่อปีน้อยมาก
ชาวบ้านน่านเป็นหนี้สินมาก ทำให้ลูกสาวของน่านรุ่นพี่สาวผม ต้องเดินทางไปทำงานชายแดนมาเลเซียด้วยความตรากตรำในจิตใจ "ใช้ความอดทนในความงาม" เพื่อให้มีรายได้ส่งให้พ่อแม่ที่แก่ชราในเพิงพักที่หุบเขา
หลังจากจีนเข้า WTO เศรษฐกิจจีนด้านการขนส่งเติบโต ยางราคาดีเกือบ 200 บาทต่อ kg/ พืชยางจึงเกิดขึ้นทดแทนข้าวโพด
ผมคาดว่ามีประมาณเกือบห้าแสนไร่ ที่จังหวัดน่าน ยางเป็นไม้ยืนต้น ดีกว่าพืชไร่ การเกิดของป่าสวนยางขนาดนี้ สร้างความชื้นสัมพัทธ์ ดักตะกอนไม่ให้ลงเขื่อนด้านล่าง ดักตะกอนดินไม่ให้ลงถึงเขื่อนสิริกิติ์ แม่น้ำน่านและแม่น้ำเจ้าพระยาตื้นเขิน!
สิ่งเหล่านี้เกิดจากพลังสร้างสรรค์ที่เป็นความจริงของชีวิตทางเศรษฐกิจ ผมคิดว่า เมื่อประชาชนปลูกด้วยประโยชน์แห่งตนในทางเศรษฐกิจ รัฐเองควรจะส่งเสริมเพิ่มทางความรู้ต่อไป ให้สวนยางมีหญ้าแฝก มีไม้ไผ่เพิ่มขึ้นให้มากในสวนยาง มีกาแฟร่วมยาง มีผลไม้ ตามแต่จะสร้างสรรค์ให้เหมาะสมในพื้นที่ "เพื่อให้ไม้นำร่องป่ายางเป็นระบบใกล้ป่า"
อาจจะใช้เวลาสองทศวรรษเพื่อให้สิ่งแวดล้อมป่าผสมผสานเกิดขึ้น ด้วยการนำทางปัญญาของการยางแห่งประเทศไทย (สวนยางอารยเกษตรประทีปที่พระราชาทรงคิดไว้)สิ่งเหล่านี้จะฟื้นฟูแผ่นดินน่านและลุ่มน้ำน่าน
"เวลาจะเยียวยาภัยพิบัติ ปัญญาและความลึกซึ้งจะเติมเต็มใจเรา"


