ท่านผู้อ่านคงจะได้ทราบข่าวนักเรียนชายวัย 14 ปี ใช้อาวุธปืนยิงปู่ย่า และครูเสียชีวิต ทั้งนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน ดังมีรายละเอียดปรากฏตามข่าวที่สื่อต่างๆ นำเสนอไปแล้วนั้น
แต่ที่นำข่าวนี้มาเขียนก็ด้วยเหตุว่าเป็นปัญหาสังคมที่ควรจะเกิดขึ้น ถ้าบ้านและโรงเรียนทำหน้าที่เข้มแข็ง และรอบคอบยิ่งกว่านี้
เริ่มจากครอบครัวตามที่ปรากฏตามข่าว เด็กคนนี้พ่อแม่แยกทางกัน และเติบโตขึ้นภายใต้การเลี้ยงดูของปู่กับย่า เด็กที่ขาดพ่อแม่ก็เหมือนขาดครูคนแรกที่คอยชี้นำอะไรผิด อะไรถูก และขาดความอบอุ่น ถึงแม้ปู่กับย่าจะเลี้ยงดูอย่างดีจะไม่เหมือนพ่อแม่ นอกจากพ่อแม่แล้ว ครูก็มีส่วนสำคัญเพราะเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองของลูก แต่เด็กคนนี้ไม่ได้รับการปฏิบัติ เฉกเช่นพ่อแม่คนที่สองจากครู ถ้าดูจากข่าวนี้ว่า เด็กถูกรังแกและไปบอกครู แต่ครูไม่สนใจเข้ามาแก้ไขปัญหา และที่ร้ายกว่านี้เด็กสอบได้คะแนนดีทุกวิชา ยกเว้นวิชาภาษาไทยได้ 0 คะแนน
ถ้าดูจากสองปัจจัยประกอบกันคือ บ้านก็ขาดพ่อแม่และโรงเรียนก็ไม่ทำหน้าที่พ่อแม่คนที่สอง จึงอนุมานได้ว่า สองปัจจัยนี้ทำให้เด็กเกิดปมด้อยและเก็บกดทำให้เป็นคนเงียบกริบ ประกอบกับเด็กชอบเล่นเกมเป็นไปได้ว่าทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบจากเกมรุนแรง
ดังนั้น ปัญหาในทำนองนี้กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ควรปล่อยผ่านไป แต่ควรทำการศึกษามูลเหตุจูงใจให้ตรงกับความเป็นจริง และวางมาตรการป้องกันทั้งในขณะที่เด็กอยู่ที่โรงเรียน และอยู่ที่บ้านโดยโรงเรียนประสานงานกับทางบ้านของเด็ก ในกรณีที่พบว่า เด็กมีปัญหาโดยสังเกตจากพฤติกรรมที่ผิดแผกจากเด็กในวัยเดียวกันทั่วๆ ไป เช่น เมื่อพบว่าเด็กไม่สนใจวิชาใดวิชาหนึ่ง เนื่องจากไม่พอใจการสอนของครู เป็นต้น หรือพบว่า เด็กไม่สนใจทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน แต่ชอบปลีกตัวอยู่เป็นปกติวิสัย รวมไปถึงเด็กที่ชอบรังแกเพื่อนก็ควรเฝ้าสังเกต และจัดอบรมเพื่อละลายพฤติกรรม
ส่วนทางด้านครอบครัวก็จะต้องทำหน้าที่ครูพร้อมๆ กับทำหน้าที่ผู้ปกครองเด็ก ถ้าพบว่า เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวและไม่สนใจเรียนก็ควรประสานกับโรงเรียนแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่าปล่อยให้เด็กแก้ไขปัญหาเองโดยอาศัยเพื่อนเพียงลำพัง
โดยสรุป ปัญหาที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จะไม่เกิดขึ้นถ้าโรงเรียนและบ้านร่วมมือกันแก้ปัญหาเด็ก


