ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตแวะไปดู “ภาพรวม” ของภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค หรือลองพยายามไปมองดู “ป่าทั้งป่า” แทนที่จะเสียเวลามาพลิกใบไม้ในแต่ละใบ อันอาจส่งผลให้ต้องปวดหัว-เวียนเฮดกันโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะเมื่อบรรดาประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พัวพัน อยู่กับโครงสร้างแห่งความมั่นคงของตะวันออกกลาง อย่างซาอุดีอาระเบีย โดยมกุฎราชกุมาร “เจ้าชาย Mohammed bin Salman” ตุรกี-ตุรเคีย โดยประธานาธิบดี “Recep Tayyip Erdogan” และประธานาธิบดี “Shehbaz Sharif” แห่งปากีสถาน เขาได้ตัดสินใจร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือที่เรียกว่า “The Mecca Joint Defense Agreement” กันไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...
คือถ้าหากเสียเวลาไป “พลิกใบไม้” ในแต่ละใบ...รับรองว่าอาจถึงขั้นเส้นโลหิตในสมองแตกเอาง่ายๆ!!! เพราะขนาดนักคิด นักวิเคราะห์ อย่างประธานกลุ่มนักคิดอิสระ (Independent Think-Tank) แห่งสถาบัน “Imagindia Institute” ของประเทศอินตะระเดียที่เป็นคู่กัดกับประเทศปากีสถาน อย่าง “นายRobinder Nath Sachdev” ยังอดไม่ได้ที่จะต้องออกมาบ่นระบายกับสำนักข่าว “RT” ของรัสเซีย ว่าเป็นเรื่องที่ “worrisome reality” หรือเป็นความจริงที่น่าปวดหัวฉิบหายอะไรทำนองนั้น อันเนื่องมาจาก...โดยข้อตกลงความร่วมมือในลักษณะที่ว่า ได้กำหนดหลักการไว้คร่าวๆ ประมาณว่า ถ้าหากประเทศใดประเทศหนึ่งใน3 ประเทศที่ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ถูกผู้ใด-ผู้หนึ่ง หรือประเทศใด-ประเทศหนึ่ง โจมตีขึ้นมาแล้วล่ะก็ ย่อมหมายถึงการโจมตี เล่นงาน อีก2 ประเทศตามไปด้วย!!!
เรียกว่า...คล้ายกับข้อตกลงใน “มาตรา5” ขององค์กรพันธมิตรทางทหารอย่าง “NATO” อะไรประมาณนั้น จนถึงกับนำไปเรียกขานความร่วมมือของ 3 ประเทศมุสลิมในลักษณะที่ว่านี้ ว่า “Islamic NATO” เอาเลยถึงขั้นนั้น อีกทั้งเมื่อประเทศมุสลิมทั้ง3 โดยส่วนใหญ่แล้ว...เป็นมุสลิมที่นับถือนิกาย “ซุนหนี่”(Sunni) ไม่ใช่นิกาย “ชีอะห์”(Shia) อย่างประเทศพี่เบิ้มในตะวันออกลาง เช่นอิหร่าน ก็เลยยิ่งส่งผลให้เกิด “จินตนาการ” หรือมโนคติ ออกไปทางมโนว่าอาจเป็นความร่วมมือเพื่อต่อต้านอิหร่าน ซึ่งกำลังมีฤทธิ์ มีเดช สามารถเล่นงานมหาอำนาจสูงสุดแห่งโลกอย่างคุณพ่ออเมริกาชนิด “เดี้ยงแล้ว-เดี้ยงอีก” อยู่ในทุกวันนี้ หรืออาจก่อให้เกิดสงครามเย็นระหว่างนิกาย(The New Sunni-Shia Cold War) อะไรไปโน่น...
แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว...ข้อตกลงความร่วมมือทั้ง 3 ประเทศ ก็ยังออกไปทางคลุมๆ เครือๆ ไม่ได้แน่นเหนียว หนึบหนับเหมือนอย่าง “มาตรา 5” ของ “NATO” แต่อย่างใด คือยังไม่กำหนดรายละเอียดว่าถ้าหากประเทศใด-ประเทศหนึ่งถูกโจมตีแล้ว อีก 2 ประเทศจะต้องทำอะไรมั่งในทางปฏิบัติ หรือการโจมตีที่ว่าต้องรุนแรงถึงระดับไหน จึงจะเป็นไปตามข้อตกลงในลักษณะที่ว่า ฯลฯ หรือยังเป็นเพียงแค่ “ข้อตกลงบนแผ่นกระดาษ” (paper agreement) อย่างที่นักการเมืองอิหร่าน สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐสภาอิหร่าน “นายEbrahim Rezaei” เขาได้โพสต์แสดงความคิด ความเห็น เอาไว้ล่วงหน้านั่นเอง การควักปากกาออกมาเซ็นสัญญาความร่วมมือตามข้อตกลงที่ว่าจึงน่าจะมีรากฐานมาจาก “ความสมประโยชน์” ของประเทศทั้ง 3 ที่บรรจบพบกัน ในช่วงเวลาที่เหมาะสม มากกว่าที่จะจินตนาการให้ไปไกลเกินไปกว่านั้น...
คือด้วยเหตุเพราะอภิมหาเศรษฐีน้ำมันอย่างซาอุดีอาระเบียนั้น...ท่าน “มีตังค์” รวยเช็ด รวยตะเม็ด ขณะที่ประเทศไก่งวงตุรกีนั้นมีพลังอำนาจทางทหาร ระดับที่ใครประมาทมิได้ มีกองทัพใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ “NATO” มีอุตสาหกรรมการทหารที่กำลังก้าวหน้า ก้าวไกล เอามากๆ ส่วนแขกปากีสถานนั้นมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือที่ทำให้สามารถ “ป้องปราม” ชาตินิวเคลียร์ใดๆ ก็แล้วแต่ แบบชนิด “แตะเธอเมื่อไหร่...โลกแตกแน่!!!” อะไรทำนองนั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศทั้ง 3 จึงค่อยๆ ยกระดับพัฒนากันมาตามลำดับ ปากีสถานส่งทหาร ส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ ส่งโดรน ฯลฯ ให้กับซาอุฯ มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตุรกี-ตุรเคียได้ตังค์จากการขายอาวุธ ขายเครื่องบินโดรน ฯลฯ และอื่นๆ ให้กับซาอุฯ เพื่อนำมาพัฒนาระบบความมั่นคงของตัวเอง ให้ก้าวหน้า ก้าวไกล ยิ่งขึ้นไปอีก อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง จึงค่อยๆ ยกระดับและพัฒนาเป็นความร่วมมือในข้อตกลงดังกล่าว...
โดยเฉพาะเมื่อประเทศอภิมหาเศรษฐีอย่างซาอุฯ ชักเริ่มรู้ซึ้งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ว่า การนำเอาความมั่นคงของประเทศทั้งประเทศไป “ผูกติด” กับคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอดนั้น นับวันยิ่งมีแต่ “ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย” ยิ่งเข้าไปทุกที คือไม่เพียงแต่ “กองทัพแห่งศตวรรษที่20”ของอเมริกาจะช่วยปกป้องซาอุฯ จาก “ขีปนาวุธแห่งศตวรรษที่21” ของอิหร่านแทบไม่ได้ แม้แต่ขีปนาวุธของประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกอย่างเยเมน ยังทำให้คลังน้ำมัน สนามบิน และอะไรต่อมิอะไรในซาอุฯ ถูกพวกนักรบ “Houthis” ถล่มแล้ว-ถล่มเล่า แถมยังทำให้บรรดากลุ่มประเทศอ่าวฯ หรือ “GCC” ต้องกลายเป็น “ตัวล่อเป้า” ให้กับศัตรู-คู่กัดของอเมริกาและอิสราเอล แบบชนิดหาความสุข ความสงบใดๆ แทบไม่เจอ...
อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้การมองหา “พันธมิตรรายใหม่” ที่จะมาช่วยลดความ “ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย” ให้บรรเทา เบาบางลงไปได้มั่ง จึงน่าจะถือเป็น “พื้นฐาน” ของการสร้างความร่วมมือ สร้างข้อตกลง ที่เรียกว่า “Mecca Agreement” ขึ้นมาในช่วงระหว่างนี้ และนั่น...จึงไม่น่าจะมโน หรือไม่น่าเหมารวมให้กลายเป็นข้อตกลงที่จะนำมาซึ่งการเผชิญหน้ากับพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน ไม่ว่าในแง่ความขัดแย้งทางการเมือง หรือความแตกต่างระหว่างความเป็น “ซุนหนี่” กับ “ชีอะห์” ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ...อาจถือเป็นการเตรียมเนื้อ เตรียมตัว ในการรับมือกับ “ชาตินิวเคลียร์” ที่คิดจะสร้างความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร คิดจะเป็นมหาอำนาจสูงสุดแห่งภูมิภาค คิดขยายอาณาเขตดินแดนตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำไนล์ ไปยันลุ่มแม่น้ำยูเฟรติส ตามอุดมการณ์ทางศาสนาที่รู้จักกันในนาม “The Greater Israel” ซะนั่นแหละมากกว่า เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ...การผนวกดินแดนฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ เลบานอน ไปยันถึงซีเรีย ฯลฯ ก็มีแต่จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ หรือทำให้ “ตุรกี...คืออิหร่านรายที่สองของอิสราเอล” ดังที่อดีตนายกฯ อิสราเอล “นายNaftali Bennett” เขาเคยพูดๆ เอาไว้ อะไรประมาณนั้น...
แต่สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้น...ที่ควรนำมาพินิจ พิจารณา ก็คือ ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวก็คือภาพสะท้อนให้เห็นโดยชัดเจนว่าบรรดาประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พัวพัน กับโครงสร้างความมั่นคงแห่งภูมิภาคตะวันออกกลาง ต่างไม่น่าจะเชื่อถือ ศรัทธา ต่อ “พลังอำนาจ” ของมหาอำนาจสูงสุดแห่งโลกอย่างคุณพ่ออเมริกาอีกต่อไปแล้ว!!! หรือสิ่งที่บรรดาผู้นำประเทศมหาอำนาจรายนี้เคยคุยโวโอ้อวด ว่าอเมริกาคือ “Indispensable Nation” หรือประเทศที่บรรดาประชาชาติจะขาดเสียมิได้ มาบัดนี้...แทบไม่ต่างอะไรไปจาก “สมรักษ์ คำสิงห์” ล้วนๆ ไม่อาจหยิบมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เผลอๆ...อาจก่อให้เกิดโทษมหันต์ตามมาเอาเลยก็เป็นได้...
อันนี้นี่แหละ...ที่จะทำให้ผลประโยชน์อันมากมายมหาศาลของอเมริกา ที่เคยผูกติดอยู่กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ไม่ว่าปริมาณเงินรายได้ที่เกิดจากการขายอาวุธ ปริมาณเงินลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ หรือธุรกรรมอื่นๆ ไปจนถึงระบบเผด็จการดอลลาร์ หรือที่เรียกๆ กันว่า “Petro Dollar” ฯลฯ มีแต่ต้องเสื่อมโทรม เสื่อมทรุด จนกระทั่ง “จักรวรรดิอเมริกา” อาจมีสภาพไม่ต่างไปจากอดีตจักรวรรดิทั้งหลาย ไม่ว่ากรีก โรมัน อังกฤษ ฯลฯ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำทางประวัติศาสตร์ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้...
ด้วยเหตุเพราะการก่อรูป ก่อร่าง ข้อตกลงความร่วมมือของ3 ประเทศดังที่กล่าวมาแล้ว น่าจะแทบไม่ต่างไปจากความพยายามที่จะก่อรูป ก่อร่าง ระเบียบแห่งภูมิภาค หรือ “ระเบียบโลก” ขึ้นมาใหม่นั่นเอง!!! อันเป็นระเบียบที่อุบัติขึ้นมาภายใต้ทัศนคติของแต่ละประเทศในภูมิภาคนั้นๆ ไม่ใช่ระเบียบที่เคยถูกกำหนดโดยคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอด หรือไม่ใช่ “Pax Americana” อีกต่อไป แม้ว่า...ในช่วงเริ่มต้นแห่งการก่อรูป ก่อร่าง มันยังอาจมีความคลุมเครือ มีความสลับซับซ้อน จนไม่อาจ “พลิกใบไม้” ในแต่ละใบ มาใช้เป็นคำตอบ คำอธิบาย ได้ทั่วไปทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อมองไกลไปถึงประเทศ “มหาอำนาจคู่แข่ง” ของคุณพ่ออเมริกา อย่างจีนและรัสเซีย ที่ต่างก็มีบทบาทสำคัญเอามากๆ ในภูมิภาคแห่งนี้อย่างมิอาจปฏิเสธ และต่างให้ความสำคัญกับ “สันติภาพ”ไม่ได้กระหายสงครามหรือไม่ได้คิดจะใช้ “สงคราม” เป็นตัวสร้างแรงกดดันใดๆ กับฝ่ายตรงข้าม...
ดังนั้น...โอกาสที่จะใช้บทบาทที่เพิ่มขึ้นๆ ในการส่งเสริม สนับสนุน ให้บรรดา “ขั้วอำนาจ” ต่างๆ ไม่ว่าซาอุฯ ตุรกี ปากีสถาน อียิปต์ หรืออิหร่าน ฯลฯ สามารถร่วมกันสร้าง “สมดุลอำนาจ” ขึ้นมาในภูมิภาค โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอเมริกาอีกต่อไปแล้ว ดังที่เคยเพียรพยายามปลุกเร้า ปลุกกระตุ้น ให้บรรดาประเทศต่างๆ ทั่วทั้งโลก ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ “ระเบียบโลกใหม่” ภายใต้โลกที่ได้แปรสภาพไปเป็น“โลกหลายขั้วอำนาจ” มาโดยตลอด จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ หรือมีโอกาสเป็นจริง-เป็นจัง ยิ่งเข้าไปเท่านั้น...


