xs
xsm
sm
md
lg

ปรับ ครม.เพื่อต่ออายุ : ทางเลือก แต่มิใช่ทางออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง


อนุทิน ชาญวีรกูล
ในขณะนี้ได้มีข่าวจากนักวิเคราะห์การเมืองท่านหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า ได้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในการล้มรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยมีพรรคแดง เขียว และส้ม โดยมีการพบปะและดีลลับกันในต่างประเทศ
แต่เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป หัวหน้าพรรคสีเขียวคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการพบปะทางการเมืองกับใคร เพียงไปเที่ยวกับครอบครัวเท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น การปรับ ครม.ก็มิได้เงียบสงบลง และดูเหมือนว่ากระแสสังคมเริ่มคล้อยตามอีก การปรับ ครม.เป็นไปได้ ทั้งนี้ อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ในขณะนี้ พรรคภูมิใจไทยกำลังสั่นคลอนจากคดีฮั้ว สว.เขากระโดง และคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และในขณะเดียวกัน มีข่าวแตกแยกภายในพรรค

ดังนั้น ถ้ามีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหากข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาเปิดเผยแจ่มแจ้งชัดเจน และฝ่ายผู้ถูกอภิปรายโดยเฉพาะเป็นคนของพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงไม่ชัดเจน หักล้างข้อกล่าวหาไม่ได้เปิดช่องให้พรรคเพื่อไทยถือเป็นเหตุอ้างงดออกเสียง รัฐบาลก็แพ้โหวตและสะเทือนพรรคภูมิใจไทย

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งหวาดระแวงพรรคเพื่อไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องปรับ ครม.เพื่อดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาถ่วงดุลพรรคเพื่อไทย

2. จากการทำงานที่ผ่านมา รัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทยหลายคนไม่มีผลงานโดดเด่น จึงเป็นข้อด้อยให้ฝ่ายค้านโจมตี และประชาชนเสื่อมศรัทธา จึงเป็นไปได้ที่จะปรับ ครม.โดยการเปลี่ยนตัวที่เป็นจุดอ่อนออกไป

การปรับ ครม.ถึงแม้จะเป็นทางเลือกหนึ่งในทางการเมือง แต่มิใช่ทางออกจากปัญหา โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้เพราะปัญหามิได้เกิดจากรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผู้นำที่ไม่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำ

ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดก็มีสองทางเลือกคือ ลาออกหรือยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งกันใหม่ ทั้งนี้ อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การปรับ ครม.จะก่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนก็ต่อเมื่อผู้นำรัฐบาลมีศักยภาพในการบริหาร และมีอิสระในการเลือกบุคลากรประกอบ มีบุคลากรในสังกัดพรรคของตนเอง มีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถสูงกว่าผู้ที่จะถูกปรับออกไป
แต่เท่าที่เป็นอยู่ ผู้นำของรัฐบาลชุดนี้มิได้มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะในการเป็นภาวะผู้นำ และมีความอิสระในการเลือกและไม่เลือกผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี

ดังนั้น การปรับ ครม.จึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดแก่ประเทศชาติและประชาชน

2. ส่วนการยุบสภาฯ ถ้าดูจากปัจจัยแวดล้อมทางการเมืองแล้วคงจะไม่เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

2.1 โดยปกติการยุบสภาฯ จะกระทำก็ต่อเมื่อรัฐบาลได้ความนิยมสูง และอยู่ในฐานะได้เปรียบฝ่ายค้าน
แต่รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยในขณะนี้ อยู่ในภาวะตกต่ำเมื่อเทียบกับพรรคฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั่งเทียบกับพรรคร่วมเช่น พรรคเพื่อไทย

2.2 ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้งบประมาณจำนวนมาก และการเลือกตั้งก็เพิ่งจะผ่านมา ประกอบกับมีการเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปการเมืองใหม่ ก็เชื่อได้ว่าผลที่ได้ไม่ต่างจากเดิม จึงไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

3. ทางออกที่ดีที่สุดคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ลาออกและเปิดโอกาสให้สภาฯ เลือกนายกฯ ใหม่ เชื่อว่า จะทำให้การเมืองดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผู้นำและเปลี่ยนพรรคแกนนำ