xs
xsm
sm
md
lg

100 วันพิธีศพ “น้าชาติ”!!! (ตอน 5)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กร ทัพพะรังสี กำลังร้องเพลง
“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


ช่วงพิธีบำเพ็ญกุศลศพ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งตระกูล “ชุณหะวัณ” จัดพิธีต่อเนื่อง 100 วันที่บ้านราชครู ผมต้องคอยต้อนรับแขกที่ให้เกียรติมางานทุกวัน ค่ำวันหนึ่ง ผมได้พูดคุยกับแขกท่านหนึ่ง ท่านเดินทางมาจากแถวพุทธมณฑล ท่านพูดด้วยความชื่นชมยินดีว่า ตั้งแต่มีทางยกระดับบรมราชชนนี การเดินทางเข้าเมืองสะดวกขึ้นมาก..

ผมรำลึกถึงความเป็นมาของ “ทางยกระดับบรมราชชนนี” ด้วยความสำนึกในพระอัจฉริยภาพและพระเมตตาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นล้นพ้น..

พระราชดำริโครงการทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี เกิดจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระอาการประชวรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเดือนมิถุนายน 2538

พระองค์ทอดพระเนตรจากอาคารผู้ป่วยชั้นบนสุด เห็นวิกฤตจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก ตั้งแต่ฝั่งพระนครข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ต่อเนื่องถึงถนนอรุณอมรินทร์ ยาวออกไปตามถนนบรมราชชนนี ส่งผลให้รถติดยาวเป็นลูกโซ่ถึงถนนราชดำเนินและถนนหลานหลวง

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงร่างแผนผังด้วยลายพระหัตถ์ พระราชทานแก่กรุงเทพมหานครและกรมทางหลวง มีพระราชดำริว่า การขยายถนนบรมราชชนนีในแนวระนาบ จะทำให้ราษฎรที่มีอาคารบ้านเรือนทั้งสองข้างทางได้รับความเดือดร้อน จึงทรงเสนอให้สร้างเป็น “ทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้า” คร่อมบนเกาะกลางถนนเดิม

ทางยกระดับนี้ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2541 ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรฝั่งธนบุรีได้อย่างยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากมีพระราชดำริเรื่อง “ทางยกระดับบรมราชชนนี” ไม่นาน วันที่ 15 กรกฎาคม 2538 พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แบกรับปริมาณจราจรเกินขีดจำกัด รถสัญจรไปมาติดขัดอย่างหนัก สมควรต้องมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง โดยให้สร้างขนานในแนวใกล้เคียงกับสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อดึงปริมาณรถส่วนหนึ่งออกจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าโดยตรง เป็นการเชื่อมต่อโครงข่ายจตุรทิศ

โครงการสร้างสะพานพระราม 8 เริ่มดำเนินการในยุคผู้ว่าราชการ กทม. ดร.พิจิตต รัตตกุล มี นายประเสริฐ สมะลาภา เป็นปลัด กทม. การก่อสร้างฝ่าอุปสรรคทั้งปวงประดามี จนสำเร็จเรียบร้อย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดสะพานพระราม 8 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2545

สะพานพระราม 8 เป็นแลนด์มาร์คที่สง่างาม ทำหน้าที่เชื่อมการจราจรสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ลดปัญหาการจราจร รับใช้ประชาชนอย่างซื่อสัตย์มาตลอดจนทุกวันนี้

วกกลับมาในห้วงพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วันของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้มีปรัชญาการใช้ชีวิต “โนพลอมแพลม” ใช้ชีวิตแบบรักสนุก ละเลยความเศร้าในทุกสถานการณ์ แม้ในยามโดนรัฐประหาร ก็ไม่อาฆาตแค้น ไม่ต่อความยาวสาวความยืด
น้าชาติ ยึดหลักพุทธที่ว่า “อภัยคือทานอันยิ่งใหญ่” และ “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง” ไม่ช้าก็เร็ว.. จริงไหม???

ฉะนั้น การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลช่วง 100 วันของน้าชาติ ผมกับ “อ.โต้ง” จึงคุยกันว่า ควรมี “วันสนุกน่าจดจำ” บ้าง แทนที่จะมีแต่ “ความเศร้า”!!!
ก่อนหน้านั้น ผมได้ทราบจากน้าชาติและพี่โต้งว่า สมาชิกครอบครัวชุณหะวัณ มีความรักและชอบศิลปวัฒนธรรมเป็นชีวิตจิตใจ น้าชาติชอบเล่นเปียโนและร้องเพลง เช่นเดียวกับท่านผู้หญิงบุญเรือน

ส่วนพี่โต้ง เคยร่วมกับคุณกร ทัพพะรังสี และกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา ตั้งวงดนตรีร็อกแอนด์โรล ในนามวง Siamese Cats เล่นตามงานดนตรียุคเก่า หรือในงานคอนเสิร์ต หารายได้พิเศษ

“ชัช.. พี่เห็นด้วยกับไอเดียชัชนะ.. พี่จะคุยกับแม่และญาติบางคนอย่างพี่กร และจะประสานญาติพี่น้องบางคนที่เคยร่วมวงไซมีส แคทส์ ที่เคยเล่นตอนอยู่อเมริกา มารวมกันเล่นดนตรีอีกสักครั้งในช่วงพิธี 100 วันงานพ่อพี่..”
เมื่อได้ยินพี่โต้งพูดอย่างนี้... บอกตรงๆ ว่า ผมดีใจมากๆ และพลอยตื่นเต้นไปด้วย เพราะช่วงสงครามเวียดนาม ผมเคยเล่นดนตรีในบาร์ของโรงแรมเล็กๆ หลังโรงแรมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์อยู่หลายปี ผมจึงอยากชมฝีมือวงดนตรี “ไฮโซคนไทย” ในพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่ามกลางแขกเหรื่อ“บุคคลระดับสูงในสังคมไทย”
ผมจำชื่อนักดนตรีวง Siamese Cats ได้ไม่ครบทุกคนนะครับ คนเล่นกีตาร์เบส และร้องเพลงเก่ง ชื่อ กร ทัพพะรังสี มือกีตาร์อีกคน คือน้องชายของพี่ป๊อก-ปองพล อดิเรกสาร มือกลองคือเพื่อนพวกเขาครับ

ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อย ต้องเคยเห็นรองนายกฯ กร ทัพพะรังสี เล่นกีต้าร์เบสบนเวทีกับแอ๊ด คาราบาว-หงา คาราวาน และในงานสำคัญอื่นๆ มาแล้วอย่างแน่นอน.. โดยเฉพาะเพลงที่เล่นเบสและร้องเพลงร็อคแอนด์โรลอมตะ อย่างเพลง Johnny Be Good ที่โด่งดัง ผลงานระดับขึ้นหิ้งฝีมือ Chuck Berry ในปี ค.ศ. 1958 ซึ่งมีศิลปินดังๆ นำไปเล่นอย่างมากมาย
ผมได้เห็นคุณกร ทัพพะรังสี ขึ้นเวทีโชว์ฝีมือเล่นกีต้าร์เบสกับร้องอยู่บ่อยๆ เวลามีงานสำคัญๆ ระดับชาติ และในงานต่างๆ ต้องบอกตามตรงเลยว่าคุณกร ทัพพะรังสี ร้องเพลง Johnny Be Good ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ชนิดนักดนตรีอาชีพเก๋าๆ ต้องยกนิ้วให้เลยครับ
ส่วนพี่โต้ง เล่นกีต้าร์กับร้องเพลงสากลได้ชนิด ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เช่นกันครับ! โดยเฉพาะการปรับแต่งบางเพลงดังๆ ของ The Beatles จากร็อคมาเป็นเพลงในบรรยากาศ Blue Rock ซึ่งรับกับเสียงกีต้าร์ลีลาบลูส์คนผิวสี กับเสียงร้องห้าวนิดๆ ของพี่โต้ง ทำให้น่าฟังอย่างยิ่ง!
ไหนๆ ก็พูดถึงพี่โต้งกับดนตรีแล้ว ผมขอเล่าต่ออีกหน่อยนะครับ..
ผมเคยเห็นพี่โต้งขึ้นเล่นดนตรีกับ หงา คาราวาน อยู่หลายครั้ง แต่ทีเด็ดประทับใจผมไม่รู้ลืม คือครั้งที่พี่โต้งไปกับผมในงานวันเกิดของพี่สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ที่โรงแรมอิมพีเรียล ถนนวิทยุ ในเดือนตุลาคมปีหนึ่ง

วันนั้น.. พี่โต้งขึ้นเล่นกีตาร์กับร้องเพลงลาตินพร้อมพี่สวัสดิ์ ต้องยอมรับพร้อมชูนิ้วโป้งสองข้างสูงๆ ว่า ไพเราะมากทั้งเสียงดนตรีกับเสียงร้อง เพลงลาตินที่พี่โต้งถนัด พี่โต้งอ่านและพูดภาษาลาตินได้ปร๋อเลยครับ เพราะพี่โต้งเคยต้องไปอยู่และเรียนที่อาร์เจนตินาหลายปี คราวที่น้าชาติถูกรัฐบาลเผด็จการทหาร จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขับไสให้ไปไกลสุดขอบฟ้า
เพราะ “ผู้นำเผด็จการทหารคนนั้น” กลัวว่า น้าชาติ ซึ่งเป็นลูกของจอมพลผิน ชุณหะวัณ อดีต ผบ.ทบ. แม้พ่อจะถูกยึดอำนาจไปแล้ว แต่เพราะน้าชาติเป็นนายทหารที่คุมกำลัง เป็นที่รักชอบมีเพื่อนฝูงและลูกน้องทหารมากมาย จะไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม ทั้งๆ ที่ช่วงนั้น ผู้นำเผด็จการทหารคนนั้น สนิทสนมอย่างมากกับนายทหารชื่อ ชาติชาย ชนิดกินเที่ยวเลี้ยวเข้าแหล่งอโคจรด้วยกันเป็นประจำก็ตาม!

นี่แหละ.. เขาถึงว่า อำนาจเผด็จการรัฐสภาหรือเผด็จการทหาร เขายึดแต่ผลประโยชน์กลุ่มตนเป็นหลักแบบที่ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร กล่าวถึงสันดานนักการเมืองเป็นสัจธรรมไว้ว่า..

“การเมือง(สามานย์) ไม่มีมิตรแท้กับศัตรูถาวร” ครับ!!!