xs
xsm
sm
md
lg

พรรคภูมิใจไทย : เรือใหญ่กำลังจะอับปาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง


อนุทิน ชาญวีรกูล
“น้ำที่ทำให้เรือลอยอยู่ได้ กับน้ำที่ทำให้เรือจมคือน้ำเดียวกัน” จากหนังสือ XI Jinping the Governance of China

ถ้อยคำข้างต้นเป็นคำพูดที่ให้ความหมายในรูปแบบของปรัชญาการเมืองว่า พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ก็ด้วยประชาชนศรัทธา และเกื้อหนุนโดยการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่หากวันใดประชาชนหมดศรัทธา และเลิกเกื้อหนุนลุกขึ้นขับไล่พรรคการเมืองก็ล่มสลาย เฉกเช่นน้ำที่กลายเป็นคลื่นใหญ่ถาโถมเข้าหาเรือ เรือก็จม เฉกเช่นพรรคภูมิใจไทยวันนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาอันดับหนึ่งชนะคู่แข่งเช่น พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนอย่างท่วมท้น ทำให้พรรคนี้โตแบบก้าวกระโดดจาก 70 กว่าเสียงเป็น 190 กว่าเสียง และได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และส่งผลให้อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

แต่การที่พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา มิได้เป็นไปบนเส้นทางการเมืองปกติธรรมดา แต่เป็นการมาบนเส้นทางลัดโดยอาศัยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ดึง สส.เก่าบ้านใหญ่เข้ามาจากพรรคอื่น เฉกเช่นที่พรรคไทยรักไทยเคยทำในการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2544

2. ในการเลือกตั้งได้ใช้ทั้งทุนเงินและอำนาจรัฐ จึงทำให้ชนะพรรคประชาชนที่อาศัยกระแสเพียงอย่างเดียว และชนะพรรคเพื่อไทยพรรคคู่แค้นที่ขาดกำลังหลักคือ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร คอยบัญชา

3. พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอนุรักษนิยมเพียงพรรคเดียว ที่มีศักยภาพในการต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนนั้น ประชาชนที่เป็นฝ่ายอนุรักษ์เทคะแนนให้

ด้วยเหตุปัจจัย 3 ประการข้างต้น ทำให้พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งเกินความคาดหมาย

แต่หลังเลือกตั้งและได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เหตุปัจจัยข้อที่ 1 และ 2 ได้กลายเป็นช่องโหว่ช่องว่างทางการเมืองให้ฝ่ายตรงกันข้ามหยิบยกขึ้นมาโจมตี และทำให้ประชาชนที่ต้องการการเมืองโปร่งใสกลายเป็นศัตรู และเข้ากับฝ่ายตรงกันข้ามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นบาดแผลทางการเมือง ในทำนองเดียวกันกับเรือขนาดใหญ่แล่นไปชนหินโสโครก ทำให้น้ำเข้าเรือ
ในขณะเดียวกัน เรือรั่วและน้ำไหลเข้าเรือกัปตันไม่มีประสบการณ์ขาดความรู้ ความสามารถในการควบคุมเรือ และลูกเรือ จึงไม่สามารถสั่งการให้ลูกเรือช่วยกันวิดน้ำออกจากเรือ และช่วยกันอุดรูรั่ว ถ้าสถานการณ์ยังอยู่เช่นนี้ต่อไปเชื่อได้ว่า รัฐบาลอนุทิน 2 จะต้องยุบสภาฯ หรือไม่ก็ลาออก

ส่วนว่าการปรับ ครม.อาจเป็นทางหนึ่งที่ช่วยต่ออายุรัฐบาลได้ แต่ถ้าทุกอย่างเกิดจากนายกฯ การปรับ ครม.ก็ช่วยอะไรไม่ได้

อย่าลืมว่าปัญหาที่กำลังเผชิญหน้าและท้าทายรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการโกงการสอบเข้าเป็นราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ปัญหาทุจริตน้ำมันและปัญหาเก่าเช่น เขากระโดง จะต้องแก้ด้วยความเด็ดขาด รวดเร็ว แต่นายกฯ อนุทินไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ ทำได้อย่างมากแค่โยนปัญหาออกนอกตัวด้วยการมอบให้คนอื่นไปทำ และไม่เร่งรัดติดตามหรือไม่ก็หาแพะซึ่งเป็นการแก้ปัญหาด้วยการซื้อเวลา และในขณะนี้ไม่มีเวลาให้ซื้อแล้ว เพราะประชาชนไม่ทนแล้วกับปัญหาปากท้อง และไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้ที่รัฐบาลกู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในแต่ละปีงบประมาณมีแต่งบทำการเพื่อจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง และงบใช้หนี้ ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นไม่เหลือเงินสำหรับพัฒนาประเทศ หรือเหลือก็น้อยเต็มที ถ้าประชาชนไม่ออกมาไล่รัฐบาลวันนี้แล้วจะออกมาวันไหน