xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อโลกหันไปชื่นชม “คอมมิวนิสต์จีน” มากกว่า “ประชาธิปไตยอเมริกา”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


สี จิ้นผิง
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตแวะไปฟังเสียงของพวกชาวบ้านชาวช่อง หรือจะเรียกว่า “ชาวโลก” ก็คงไม่ถึงกับผิดพลาดสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พุธที่แล้ว(15 ก.ค.) สถาบันหรือองค์กรสำรวจความคิดเห็นที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของอเมริกา หรือที่เรียกๆกันว่า Pew Research Center” เขาได้ออกมาเปิดเผยผลสำรวจความเห็นของผู้คน หรือกลุ่มตัวอย่างราวๆ 42,000 ราย ในประเทศต่างๆ ถึง36 ประเทศ ซึ่งเคยสำรวจเป็นประจำมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่ปี ค.ศ.2002 โน่นเลย แต่มาปีนี้...ต้องเรียกว่าผลสำรวจดังกล่าว ออกจะเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจ และน่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ!!!

นั่นก็คือ...ต้องถือเป็นครั้งแรก ที่บรรดาชาวบ้าน ชาวช่อง หรือชาวโลกจำนวนถึง 27 ประเทศจาก 36 ประเทศ อันถือเป็น “เสียงส่วนใหญ่” เอาเลยก็ว่าได้ หันมาแสดงความชื่นชม ความนิยมต่อพญามังกร หรือประเทศจีน เหนือไปกว่าพญาอินทรี หรือประเทศอเมริกาแบบแจ่มแจ้ง ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อการสำรวจดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนกุมภาฯ-มี.ค. หลังจากที่คุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอลได้ตัดสินใจใช้ “กฎแห่งป่า” เปิดฉาก “ชิงโจมตีก่อน” ต่อประเทศอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งไม่คิดจะปิดบังจิตเจตนาที่จะยึดเกาะกรีนแลนด์ ยึดประเทศแคนาดา คิวบา เวเนซุเอลา เม็กซิโก ฯลฯให้ต้องกลายมาเป็น “รัฐบริวาร” ของอเมริกาในอีกไม่นาน-ไม่ช้านับจากนี้...

ด้วยเหตุนี้...เลยอาจทำให้บรรดาประเทศที่เคยเป็นพันธมิตร เคยยืนหยัดเคียงข้างคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอดหันมาเทคะแนนนิยม หันมาแสดงออกถึงความชื่นชมต่อประเทศจีนเหนือไปกว่าประเทศอเมริกาซะเฉยเลย!!! มีอยู่แค่ราวๆ 6 ประเทศเท่านั้นที่ยังเห็นว่าอเมริกาดีกว่าจีน เช่น อิสราเอล โปแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย และญี่ปุ่นซึ่งต่างก็ถือเป็น “เครือข่าย” หรือเป็นประเทศที่อเมริกาหวังคิดจะใช้เป็นแนวปิดล้อม หรือเป็นเครื่องมือในการถ่วงรั้งเล่นงานคุณพี่จีนมาโดยตลอด นอกนั้น...จำนวนถึง 27 ประเทศ ไม่ว่าแคนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน โคลอมเบีย เม็กซิโก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไนจีเรีย ตุรกี ปากีสถาน รวมทั้ง “พี่ไทย” ของเราด้วย ต่างหันไปเทคะแนนนิยมให้กับจีนเหนือไปกว่าอเมริกาไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งพวง โดยเฉพาะไทยเราเห็นว่าชักหันไปนิยมจีนมากกว่าที่คิดจะเดินตามก้นอเมริกาแบบเดิมๆ ถึง 33 เปอร์เซ็นต์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...

นี่...อันนี้นี่แหละเลยเป็นอะไรที่ไม่ใช่แค่น่าแปลกใจ ประหลาดใจ แต่อาจถึงขั้น “น่าต๊กกะใจ!!!” เอาเลยก็ไม่แน่ โดยเฉพาะสำหรับบรรดาผู้ที่ยังคงติดค้าง ยังคงหลงละเมอเพ้อพก อยู่กับความคิด ความอ่านช่วง “ยุคสงครามเย็น” ช่วงที่ความเป็นคอมมิวนิสต์ หรือแม้แต่ความเป็นสังคมนิยม ออกจะเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว เอามากๆ ถึงขั้นคล้ายผี คล้ายปิศาจ เอาเลยก็ว่าได้ แต่มาถึงบัดนี้...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า แม้แต่บรรดาประเทศที่เคยเป็นมิตรชิดใกล้กับประเทศอเมริกา ประเทศที่ปกครองกันด้วยระบอบประชาธิปไตยอันตั้งอยู่บนพื้นฐานแบบ “ทุนนิยมเสรี” ทั้งหลาย ไม่ว่าแคนาดางี้ ออสเตรเลียงี้ ฝรั่งเศสงี้ สเปนงี้ อังกฤษงี้ เยอรมนีงี้ ฯลฯ ต่างหันมาแสดงความชื่นชมต่อประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ประเทศที่ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินไปสู่ความเป็นสังคมนิยม แม้ว่าอาจต้องอาศัย “ลักษณะเฉพาะ” หรืออาศัยสิ่งที่เรียกว่า ทุนนิย,เผด็จการ อย่างประเทศจีนมากเสียยิ่งกว่าจะหันไปยกย่อง สรรเสริญ ผู้นำทุนนิยมโลกอย่างคุณพ่ออเมริกา แบบชนิด “พลิกหน้าตีน-เป็น-หลังมือ”เอาเลยก็ว่าได้...

เรียกว่า...ถึงขั้นที่ทำให้บทบรรณาธิการของสื่อทางการจีน อย่าง Global Times” เมื่อช่วงวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา เขาอดไม่ได้ที่จะต้องตั้งคำถามและพยายามหาคำตอบ คำอธิบายไว้ในข้อเขียน บทความ ว่าด้วยเรื่อง Is it really surprising that a US poll find China’s popularity rising?” หรือมันออกจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจ น่าประหลาดใจ หรือไม่? อย่างไร? ที่สำนักโพลของอเมริกาแท้ๆ กลับพบว่า “ความนิยมจีน” ในหมู่ชาวโลกกำลังก้าวล้ำนำหน้า กำลังมาแรงแซงโค้งแถวๆวัดเบญฯ ต่อความรู้สึกซึ่งเคยมีต่อผู้นำโลก ประมุขโลก อย่างคุณพ่ออเมริกาไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว!!!

และสิ่งเหล่านี้...ก็คงไม่ใช่แค่เหตุบังเอิญ ชั่วครั้ง-ชั่วคราว เพราะถ้าดูจากผลสำรวจของสำนักอื่นๆ อย่างเช่น Gallup Poll” ก็ออกมาในแนวนี้ไปด้วยกันทั้งสิ้น หรือต่างสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ในชุมชนระหว่างประเทศต่างไม่ได้รู้สึกต่อการใส่ร้าย
ป้ายสี การบิดเบือน บิดตะกูด ต่อความเป็นคอมมิวนิสต์ ความเป็นสังคมนิยมของจีนโดยบรรดาประเทศประชาธิปไตย ประเทศทุนนิยมเสรี เหมือนอย่างช่วง “ยุคสงครามเย็น” อีกต่อไปแล้ว หรือกำลังเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า... “แนวคิดขอ'ประธานาธิบดี Xi Jinping ในเรื่องสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะแบบจีน ภายใต้ช่วงเวลาแห่งยุคใหม่ๆ นั้น ได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศแบบชนิดสูงเอามากๆ”...

ส่วนอะไร? ที่อาจถือเป็นคำตอบ คำอธิบาย ซึ่งทำให้ประเทศจีนได้รับการยอมรับไปได้ถึงขั้นนี้ สิ่งที่สื่อทางการจีนอย่าง Global Times” เขาพยายามนำเอามาใช้เป็นข้อพิสูจน์ ก็คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่าไม่น่าจะเป็นแค่การ “สมรักษ์ คำสิงห์” ไปวันๆ แต่ออกจะเป็น “เรื่องจริง” ที่ไม่ได้อิงนิยายล้วนๆ หรือเพราะ “จีนไม่เชื่อว่าประเทศที่แข็งแรงควรที่จะแสวงหาสิ่งสูงสุด เช่น การเป็นจ้าวโลก ประมุขโลก ไม่ควรแสดงความกระเหี้ยนกระหือรือต่อการเผชิญหน้า ไม่ควรสนับสนุนการแยกขั้ว-แยกฝ่าย การละทิ้ง หรือการสร้างความปั่นป่วนให้ระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน แต่จะต้องหันมาร่วมสร้าง ร่วมเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อสันติภาพ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาของโลกและการปกป้องกฎระเบียบระหว่างประเทศ”...

ด้วยเหตุนี้...บทบาทของจีนที่ Global Times” เขาหยิบมาแจกแจง จาระไน ไว้เป็นเรื่องๆ จึงอาจถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ออกจะมี “น้ำหนัก” มิใช่น้อย ไม่ว่าการที่จีนสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ ในทางการทูตระหว่างประเทศในตะวันออกกลางอย่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย เสนอแผนสันติภาพให้กับวิกฤตความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย พยายามแสดงความเป็นตัวกลางในการยุติการหยุดยิงในตะวันออกกลาง การยึดมั่นอยู่กับกฎ-กติกาไม่ว่าโดยมาตรฐานของสหประชาชาติ หรือภายใต้มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับของกลุ่มประเทศต่างๆ เช่น APEC”, “G-20”, “BRICS”, “SCO”ฯลฯ เป็นต้น นอกเหนือไปจากนั้นยังมุ่งที่จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือ-ร่วมใจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศ ผ่านโครงการสำคัญเช่น Belt and Road Cooperation” อย่างมุ่งมั่นและเอาจริง-เอาจัง มาโดยตลอด...

หรือถ้าพูดกันแบบสั้นๆ ง่ายๆ แบบที่นักคิด นักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของอเมริกา Gerald Celente” เจ้าขอ'นิตยสาร Trends Journal” และผู้ก่อตั้งสถาบัน Trends Research Institute” เคยสรุปเอาไว้ ก็คือ... “ขณะที่อเมริกากำลังทำสงคราม-จีนกลับกำลังพยายามทำธุรกิจ” นั่นเอง!!! ด้วยเหตุนี้...จึงไม่ถึงกับน่าแปลกใจมากมายสักเท่าไหร่ สำหรับผลสำรวจความคิด ความเห็นของชาวโลก ที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยระดับโลกหรือ Global AttitudesResearch” อย่างLaura Siver” ได้เปิดเผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้คนที่มีต่อผู้นำจีนอย่างประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” สูงยิ่งกว่า “ทรัมป์บ้า” แบบเทียบกันไม่ติด แถมยังเชื่อด้วยว่าประเทศอเมริกาเองนั่นแหละที่มุ่งจะ “แทรกแซงกิจการภายใน” ของประเทศอื่นๆ มากถึง75 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จีนมีอยู่แค่ 45 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง...

สรุปรวมความแล้ว...เอาเป็นว่า ความน่าเกลียด น่าชัง ของประเทศคอมมิวนิสต์ที่ถูกกระพือฮือโหมมาโดยตลอดช่วงยุคสงครามเย็น มาบัดนี้...ถ้าว่ากันตามความคิด ความเห็น ของชาวโลกโดยส่วนใหญ่ มันน่าจะถึงกาลสิ้นสุดยุติลงไปแล้วโดยสิ้นเชิง อะไรก็ตามที่เป็น “ประชาธิปไตย” เป็น “ทุนนิยมเสรี” ไม่ใช่ยี่ห้อ เทรดมาร์ค ที่จะเอามาใช้แสดงออกถึงความสูงส่ง วิเศษวิเสโส ความดีงามใดๆ อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อ “คอมมิวนิสต์”หรือ “ทุนนิยมเผด็จการ” ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งเลวร้ายเลวทราม จนมิอาจ “อยู่ร่วมกันโดยสันติ” ระหว่างกันได้เลย ตรงกันข้าม...กลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อน ช่วยพัฒนาให้โลกมุ่งไปสู่ “สันติภาพ” มากไปกว่าการก่อ “สงคราม” แบบซ้ำๆ ซากๆ หรือเอาไป-เอามาแล้ว ความแตกต่างระหว่าง “ประชาธิปไตย” กับ “คอมมิวนิสต์” มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรมากมาย เพราะสิ่งที่กำลังก่อให้เกิดความแตกต่างระหว่างผู้คนในโลก มันก็คือ “ความดี”กับ “ความชั่ว”หรือ “ธรรมะ” กับ “อธรรม” นั่นแลใครที่ยืนอยู่กับความดี กับธรรมะ ย่อมต้องได้รับการยกย่อง สรรเสริญ ส่วนใครที่ยังหมกมุ่นอยู่กับความชั่ว อยู่กับอธรรม อย่างไม่คิดจะผันแปรไปเป็นอื่น ย่อมเป็นอะไรที่น่าเหยียบ น่ากระทืบ อย่างมิอาจให้อภัยได้เลย!!!