xs
xsm
sm
md
lg

100 วันพิธีศพ “น้าชาติ”!!! (ตอน 2)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงพิธีบำเพ็ญกุศลศพ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องตลอด 100 วัน ที่บ้านราชครู มีสารพัดเรื่องราวเกิดขึ้นทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องลับและเรื่องเปิดเผย ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และไม่น่าสนใจ อย่างที่พี่โต้งเคยติงเตือนอยู่บ่อยๆ ว่า..

“ชัช.. ต้องบอกเพื่อนๆ ในออฟฟิศ ระวังอย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไปหนักหัวรกสมองพ่อกับพี่นะโว้ย!”

ตลอด 100 วันของการทำพิธีบำเพ็ญกุศลฯ “ครอบครัวชุณหะวัณ” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์จักรีแทบทุกพระองค์ ได้เสด็จมาร่วมในพิธีฯ มิได้ขาด

รวมถึงบุคคลจากหลายหลากวงการ ต่างก็ให้เกียรติมาร่วมในพิธีสวดศพน้าชาติกันอย่างคับคั่งทุกค่ำคืน บางกลุ่มชนถึงขนาดมาเป็นขบวนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ “ช็อปเปอร์” หลายสิบคันเลยทีเดียว

หลังสิ้น น้าชาติ ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดกลางอย่างพรรคชาติพัฒนา ทีมงานที่ปรึกษานายกฯ ชาติชาย ทุกคนยังคงอยู่ทำงานทางการเมือง ภายใต้การดูแลของ อาจารย์โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ทายาทชายคนเดียวของน้าชาติกับท่านผู้หญิงบุญเรือน
ช่วงนั้นมีเพื่อนนักกิจกรรมของผมหลายคน ที่ทำงานอยู่ในพรรคการเมืองของ นาย ท. ได้มาชักชวนผมให้ไปร่วมงานกับทางพรรคของ นาย ท. เศรษฐีใหม่ ที่อนาคตทางการเมืองกำลังมาแรงในขณะนั้น โดยเพื่อนบางคนบอกกับผมว่า..
“ชัช.. มึงมาทำงานอยู่กับพรรค นาย ท. ดีกว่า.. มึงมีความคิดสร้างสรรค์ทางการเมืองดี.. นาย ท. มีเงินมีบริษัทใหญ่โตแข็งแรง มึงไม่ต้องห่วงเรื่องจะตกงาน.. เพราะพี่เขามีเงินให้ทำการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง.. ครอบครัวมึงจะได้กินอยู่กันอย่างสบายๆ.. ไม่ต้องขวนขวายทำงานหาเงินแบบเดือนต่อเดือนน่ะชัช”
อืม.. เพื่อนเคยร่วมกิจกรรมการเมืองหลังเดือนตุลา 2516 คนนี้ ไม่เคยรู้-ไม่เคยระแคะระคายว่า..
ผมกับพี่โต้ง รู้จัก นาย ท. ดีพอสมควร ดีพอจะรู้ว่า เศรษฐีนักการเมืองคนนี้ ไม่ใช่นักการเมืองที่รักชาติอย่างจริงใจ
ที่แน่ๆ เราสองคนยืนยันได้อย่างมั่นใจว่า เศรษฐีใหม่หัวหน้าพรรคคนนี้.. ไม่มีจิตใจรักประชาชนคนยากจนอย่างแท้จริงเลย!!!
ผม-พี่โต้ง-น้าชาติ-นาย ท. รู้จักมักคุ้นกันพอสมควรทีเดียว โดยผม.. ในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวของน้าชาติ เคยอยู่ในฐานะผู้ประสานงานการเมืองระหว่าง พี่โต้ง-น้าชาติ-นาย ท. โดยผมเคยพูดจากับ นาย ท. อยู่หลายครั้งหลายครา ก่อนที่เขาจะตั้งพรรคการเมือง
เมื่อครั้งที่ นาย ท. จะเข้าไปดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง มอบให้กับ นาย ท. ก่อนที่ท่านจะหันไปง่วนอยู่กับการบริหารร้าน“เท่าทุน” กิจการที่“มหาจำลอง”มุ่งมั่นทำเพื่อสังคมคนยากจนเป็นหลัก ผมได้พูดคุยกับพี่โต้งหลายครั้ง วิเคราะห์เรื่อง พี่จำลอง-นาย ท. ว่า..
“พี่โต้ง.. อย่าห่วงเรื่อง นาย ท. เลย.. แกไม่เหมาะที่จะไปอยู่ หรือไปนำพรรคพลังธรรมของพี่จำลองหรอก.. เพราะพรรคกับคนในพรรคพี่จำลอง เป็นพรรคเน้นการเมืองแนวธรรมะ.. แต่ นาย ท. เป็นพ่อค้านายทุนใหญ่ แนวคิดเขาเน้นแต่ทำกำไรเป็นหลัก เอาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวลูกเดียว.. ถ้าไปอยู่ด้วยกันคงต้องตีกันอุตลุด หรือไม่ก็ทะเลาะกันไม่หยุด จนอยู่ด้วยกันไม่ได้อย่างแน่นอน”
ผมจึงเสนอพี่โต้งว่า “ธรรมะกับทุนใหญ่ โดยหลักเข้ากันไม่ได้ แต่ถ้า นาย ท. มาอยู่กับพรรคชาติพัฒนา ผมว่าน่าจะถูกโฉลกกันมากกว่า.. นาย ท. กับพรรคพลังธรรมเหมือนน้ำมันกับน้ำ เข้ากันไม่ได้ อนาคตต้องทะเลาะแตกหักกันแน่นอน.. จริงไหมครับพี่โต้ง?”
แนวคิดนี้ พี่โต้งเห็นด้วย แต่พี่โต้งบอกผมว่า ต้องปรึกษาพ่อก่อนว่า.. พ่อเห็นตรงกับเราหรือเปล่า
หลังจากเราสองคนพูดคุยกับน้าชาติ ที่เห็นด้วย ก็ได้มอบให้ผมประสานโดยตรงกับ นาย ท.
ผมเลยเสนอแผนการร่วมลงทุนทางการเมือง ช่วงจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งนั้น ด้วยผลประโยชน์ยั่วยวนจนยากที่ นาย ท. จะปฏิเสธ นั่นคือ..
“ลงทุนครานี้ ถ้าชนะ ให้ทาง น้าชาติ เป็น นายกฯ 2 ปีแรก ส่วน นาย ท. เป็นนายกฯ ต่อใน 2 ปีหลัง!!”
ผมกับพี่โต้ง ได้นัดคุยเสนอแนวทางการเมืองนี้กับ นาย ท. ทันที
ปรากฎว่า นาย ท. เห็นด้วยชนิดเต็มร้อย! แถมยังคุยโม้กับผมและพี่โต้งว่า..
“โอ๊ย! ชัช! โต้ง! ถ้าพี่ผนึกกับพรรคน้าชาติ พี่คงไม่ต้องไปขอเงินลงทุนจากใครแล้วล่ะ ยิ่งถ้ามีการแบ่งกันเป็นนายกฯ คนละ 2 ปีอย่างนี้ พี่เชื่อว่า ตั๋วเงินสารพัดจะไหลมาเทมา เยอะจนเราไม่ต้องใช้เงินเราลงทุนหรอก ชัช! โต้ง! เงินสารพัดจะไหลมาหนุนเราจนรับกันไม่ไหวแน่นอน!”

“เพราะน้าชาติมีผลงานทางเศรษฐกิจให้ประชาชนเห็นกันมาแล้ว ส่วนพี่ก็เป็นดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ประชาชนไทยล้วนรู้เห็นผลงานพี่กันอยู่แล้ว.. จริงไหม?”
หลังจากนั้น.. ก็มีการนัดคุยเรื่องนี้กันระหว่าง น้าชาติ-พี่โต้ง-นาย ท.-ผม ด้วยบรรยากาศชื่นมื่นด้วยดี มีอนาคตสวยหรูในการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาเป็นเดิมพัน..

ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนั้น จากการสอบถามบรรดาหัวคะแนน-นักการเมือง-พ่อค้าเจ้าสัว-ข้าราชการ และประชาชนทั่วประเทศ อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า แผนดังกล่าวนี้ได้รับการตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง อย่างเหลือเชื่อ!!
แต่แล้ววันหนึ่ง.. แผนการสวยหรูนี้ก็พลันสะดุดหยุดกึกลงอย่างไม่คาดคิด! ด้วยเรื่องของ ผลงานในอดีตที่ นาย ท. เคยทำบางเรื่องที่ร้ายแรงเอาไว้ โดย น้าชาติ ได้สั่งให้ผมกับพี่โต้งยุติเรื่อง นาย ท. จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรคชาติพัฒนาต่อจากน้าชาติ
และ น้าชาติ ยังได้สั่งให้ผมรีบไปพูดคุยกับ “ใครคนหนึ่ง” ที่รู้เรื่องเบื้องหลังอันเลวร้ายของ นาย ท. ที่กระทำในอดีตครั้งนั้น ซึ่งน้าชาติย้ำว่า “ชัช.. โต้งกับ“ใครคนหนึ่ง”คนนั้น เขารู้เรื่องนี้และมีหลักฐานของ นาย ท. ด้วยนะ!”
“ครับ.. ผมจะรีบไปคุยเรื่องนี้กับพี่โต้งที่บ้านเรือนไทยเดี๋ยวนี้ครับพ่อ!”
หลังจากผมได้พูดคุยกับพี่โต้งเรื่องที่ นาย ท. ทำบางเรื่องอันเลวร้ายในอดีต และ “ใครคนหนึ่ง”คนนั้น ที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี และน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง ยืนยันว่าสิ่งที่ น้าชาติ พูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
“ใครคนหนึ่ง”คนนั้น ยังขยายความเกี่ยวกับเรื่องเลวร้ายดังกล่าวของ นาย ท. ทุกแง่มุมอย่างหมดเปลือก โดยได้ระบุสถานที่เกิดเหตุ วันเดือนปีที่เกิดเหตุ ระบุตัวผู้รับรู้และเกี่ยวข้อง ตัวบุคคลที่ต้องรับเคราะห์กรรมแทน นาย ท. ในช่วงต้น และบุคคลที่มารับเคราะห์แทนในภายหลัง..
ผมฟังเรื่องนี้ และได้นำไปทำการพิสูจน์ทราบในบางเรื่องบางเหตุการณ์ จนเชื่อมั่นและมั่นใจว่า..
เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่น่าเชื่อถือ.. โอ้!! นาย ท. คนนั้น ช่างเลวร้าย ช่างน่ากลัวจริงๆ!!!
“ใครคนหนึ่ง”คนนั้น ได้กำชับกับผมและพี่โต้ง สั้นๆ ว่า..
“อย่าปล่อยให้ นาย ท. ขึ้นเป็นใหญ่ในไทยอย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อมันเคยทำเรื่องชั่วอย่างนั้นได้ เรื่องชั่วโกงชาติ และเรื่องอื่นๆ มันย่อมทำได้อย่างแน่นอน!!!”
ด้วยเหตุนี้.. แผนการที่จะนำพาให้น้าชาติเป็นนายกฯ อีกครั้ง จึงพับลงอย่างถาวร ด้วยคำพูดของน้าชาติที่บอกผมว่า..
“ชัช-โต้ง พ่อเคยเป็นนายกฯ มาแล้ว เรื่องชาติปลอดภัย สำคัญเหนือสิ่งใดทั้งสิ้นนะ!!!”