xs
xsm
sm
md
lg

เด็กอายุ 11 ปีขับรถชนพระ : ความผิดของผู้ใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง



ท่านผู้อ่านคงได้ทราบข่าวเด็กอายุ 11 ปีขับรถกระบะชนพระธุดงค์ ซึ่งกำลังเดินบนไหล่ทางมรณภาพ 10 รูป และบาดเจ็บหลายรูปที่จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปได้มีกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นดังต่อไปนี้

1. ประเด็นเกี่ยวกับเด็ก จากข่าวที่ปรากฏเด็กคนนี้เป็นเด็กพิเศษเรียนอะไรไม่รู้เรื่อง ไม่สนใจอะไรนอกจากโทรศัพท์มือถือ และควบคุมพฤติกรรมของตนเองไม่ได้ และไม่เคยมีใครสอนให้ขับรถจึงได้เกิดคำถามว่า เด็กรู้วิธีขับรถได้อย่างไร? และที่สำคัญรถคันนี้ใช้เกียร์กระปุกในการขับ จะต้องเหยียบคลัตช์เปลี่ยนเกียร์เป็นการยากที่เด็กจะทำได้ ถ้าไม่ได้รับการฝึกจนเกิดความชำนาญ เพราะผู้ใหญ่ที่เพิ่งหัดขับยังทำได้ยาก แต่จากข่าวเด็กขับไปไกลถึง 10 กม. และผ่านโค้งหลายโค้งถ้าเด็กขับรถไม่เป็น ขับผ่านไปได้อย่างไร และจากสภาพหลังเกิดอุบัติเหตุเกียร์อยู่ในตำแหน่งระดับ 5 แสดงว่าเร่งความเร็วสูงสุดเกิน 100 กม.ต่อชม.แน่นอน

ดังนั้น ประเด็นที่ว่าเด็กขับรถไม่เป็นและไม่เคยได้รับการสอนจึงไม่ตรงกับความจริงที่ปรากฏ ยิ่งบอกว่าเด็กเรียนรู้วิธีขับรถจากมือถือ ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะการขับรถต้องใช้ทักษะอันเกิดจากการฝึกให้เกิดความเคยชิน จึงต้องฝึกจากการลงมือทำ

ในความเห็นของผู้เขียนที่เคยไปเรียนขับรถเกียร์กระปุก พบว่า ไม่ง่ายที่เด็กจะเรียนรู้เอง

2. ประเด็นเกี่ยวกับพ่อแม่ และผู้ใหญ่ในครอบครัวของเด็กได้ออกมาให้ข่าวยืนยันว่า ไม่เคยมีใครสอนเด็กให้ขับรถ และเด็กได้นำรถออกไปขับโดยที่ทุกคนไม่ได้รู้เห็น

แต่ต่อมาพ่อของเด็กได้ออกมายอมรับว่า ตนเองได้ให้เด็กนำรถออกไปขับ จึงเท่ากับยอมรับว่าตนเองรู้เห็นเป็นใจ จึงเข้าข่ายมีส่วนในการกระทำผิดของเด็ก แต่ได้บอกว่าตนเองจะไม่จ่ายเงินให้แก่ผู้เสียหาย และตามกฎหมายเด็กก็ไม่ต้องรับโทษทางอาญา

ในความเห็นของผู้เขียน ถึงแม้ว่าเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีทำผิดกฎหมายไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กจะต้องรับผิดชอบในฐานะปล่อยปละละเลยไม่ดูแลเด็ก ยิ่งเป็นเด็กพิเศษด้วยแล้วยิ่งต้องดูแลใกล้ชิด ดังนั้น ในกรณีนี้พ่อแม่จะต้องมีความผิดแน่นอน
3. ประเด็นเกี่ยวกับพระภิกษุ

จากข่าวในโซเชียลบางคนได้แสดงความคิดเห็นในทางลบ เช่น บอกว่าถนนมีไว้ให้รถวิ่งมิได้มีไว้ให้คนเดินโดยเฉพาะพระภิกษุไม่ควรมาเดิน บางคนพูดเลยไปถึงขั้นว่าพระภิกษุเดินสวนทางกับรถผิดพระวินัย ได้ฟังแล้วเกิดข้อกังขาไปเอาความคิดข้อนี้มาจากไหน เพราะเท่าที่เคยอ่านพระวินัยปิฎกไม่พบว่ามีข้อห้ามในวินัยหรือศีล 227 ข้อ

ถ้าจะมีข้อท้วงติงและเสนอแนะเกี่ยวกับพระภิกษุในกรณีนี้ มีประเด็นที่เกี่ยวกับการเดินธุดงค์ที่สื่อและชาวพุทธทั่วๆ ไปยังเข้าใจไม่ตรงกับคำสอนที่ว่าด้วยธุดงควัตร

คำว่า ธุดงค์มิใช่ศีลของพระภิกษุ แต่เป็นข้อธรรมที่พระพุทธองค์ได้มีพระพุทธานุญาตให้พระภิกษุผู้สมัครนำไปถือปฏิบัติมี 13 ข้อเช่น ถืออยู่โดยได้อยู่ป่าเป็นวัตร เป็นต้น และใน 13 ข้อไม่มีการเดินธุดงค์เป็นวัตร ดังนั้น ในกรณีที่พระภิกษุออกมาเดินน่าจะใช้คำว่า เที่ยวจาริกไปเพื่อแสวงหาเสนาสนะสัปปายะ เพื่อปฏิบัติธรรมหรือจาริกไปเพื่อเผยแผ่คำสอนน่าจะถูกต้องและเหมาะสมกว่า